เข้าสู่ระบบใช่— นางไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว นางไม่ได้เรียกตนเองว่า ‘ผู้ควบคุมกฎ’ อีกต่อไป นั่นหมายความว่า นางได้สละทุกอย่างแล้ว “ไหน ๆ เจ้าก็ไม่อยากได้ตำแหน่งนี้ งั้นให้ข้ารับแทนจะเป็นไรไป!” เขากัดฟันกรอด พยายามฝืนขยับร่างที่ถูกค่ายกลพันธนาการไว้แน่น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่น แม้แต่นิ้วเดียวก็ขยับไม่ได้
“เจ้ายังดื้อดึงไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ…” เสียงของเขาแม้นุ่มนวล กลับแฝงความเสแสร้งและเย็นชา “แม้จะมาถึงขั้นนี้ ข้ายังคิดจะปล่อยเจ้าไปอยู่เลยนะ” นางเบือนหน้าหนีทันที แววตาเย็นชารังเกียจแผ่กระจายไปทั่วใบหน้า “ไม่ต่างกันนัก เจ้าเองก็เช่นกัน” มือของเขาชะงักชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเส
หากมีผู้หนึ่งชนะ อีกผู้หนึ่งจะต้องตกเป็นรอง และกลายเป็นผู้ปกครองหมื่นเทพ ต่ำกว่าหนึ่ง สูงกว่าทั้งปวง หญิงสาวหลุบตาลงช้าๆ แล้วหมุนกายจากไปโดยไม่กล่าวสิ่งใดอีก ผ้าคลุมสีทองสะบัดวาบตามแรงหมุน งามสง่าดั่งดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ผลิบานกลางอากาศ ในพริบตา ร่างของนางก็หายลับไปจากวิหารหมื่นเทพ “อีกสามว
นางหาใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา เล่าขานกันว่านางคือหนึ่งในผู้ถือกำเนิดพร้อมฟ้าดิน เมื่อครั้งสรรพสิ่งยังมิเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อกฎแห่งสวรรค์ยังวุ่นวายไร้ระเบียบ กล่าวกันว่านางคือ “ผู้หนึ่ง” ที่แตกต่างที่สุดแห่งวิหารหมื่นเทพ ไม่มีเทพองค์ใดกล้าล่วงเกินแม้แต่น้อย หมื่นเทพก็คือหมื่นเทพ แต่ไม่มีแม้แต่
“ขออภัย… นางได้ลบหลู่องค์เทพอสูรจูเชวี่ย พลังของเทพอสูรหาใช่สิ่งที่พวกข้า ซึ่งยังมิได้บรรลุขั้นสูงสุด จะต้านทานได้ไม่ แม้เพียงครึ่งกระบวนก็ยังมิอาจรับไว้ได้” ภายใต้ท้องฟ้าที่คลุ้งด้วยเถ้าถ่าน สตรีนางนั้นยืนอยู่บนกลางห้วงอากาศ ชุดสีทองสว่างไสวทั่วร่างใบหน้าเย็นชาสายตาเหยียดหยาม มองผู้คนเบื้องล่างดุจ
ไป๋ซีเงยหน้าคำรามขึ้นฟ้าที่หว่างคิ้วของนางมีตราสัญลักษณ์เปลวเพลิงปรากฏขึ้น! แสงสีแดงฉานลุกโชน สั่นไหวไม่หยุดราวกับจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ แรงพลังบางอย่างในร่างตื่นขึ้นมาในพริบตา พลังมหาศาลแผ่ซ่านออกจากนาง พื้นที่หุบเขาเพลิงอันใกล้ สั่นสะเทือนทั่วทั้งแนวเปลวเพลิงใต้ดินลุกวาบขึ้นสู่ฟากฟ้าราวกับโลกากำ
ริมฝีปากของหลินเยว่ซินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันแผ่วเบา “เจ้าเด็กบ้านี่… ไม่รู้จักเรียกพี่เรียกน้องบ้างเลยหรือ” เด็กหนุ่มเกาศีรษะแผ่วๆ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ อย่างเคยชิน “แต่ก่อนข้าก็เรียกเจ้าเยี่ยงนี้ เจ้าไม่เคยว่า…” “เช่นนั้นแล้ว ตามใจเจ้าเถิด” นางตอบเสียงเรียบพลางไหวไหล่น้อยๆ ไม่แสดงอาการใด
หน้าจวนใหญ่ ม้าศึกสีดำทะมึนหยุดนิ่ง หอบไอร้อนพลางยกคอสูงอย่างทรงศักดิ์ รถม้าสีน้ำเงินอ่อนประดับลวดลายคลื่นน้ำแบบวังหลวง จอดสง่างามตรงหน้าบันไดศิลาสลักมังกรทะเลเร้นกาย ม่านรถขยับเบาๆ เด็กหนุ่มผู้หนึ่งในชุดอาภรณ์ฟ้าสว่างก้าวออกมาอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าขาวกระจ่างอ่อนเยาว์ ดวงตาฉายความฉลาดปราด
คำตอบของหลินเยว่ซิน ทำให้อวี้หรงถึงกับสะอึก ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยสีชาดแดงขาว บัดนี้แดงเพลิงด้วยโทสะ “เจ้าอย่าได้หลงคิดว่าเพียงเพราะมีท่านอ๋องหนุนหลัง เจ้าจะสามารถยกตนเหนือผู้อื่นได้ตามใจชอบ!” น้ำเสียงเริ่มสั่นด้วยความเดือดดาลที่ปิดไม่มิด ริมฝีปากที่เคยยกยิ้มอย่างทรนง บัดนี้กัดแน่นจนซีดเผือด
ในเวลาเดียวกันนั้น หลินเยว่ซิน เริ่มบูรณะเรือนเก่าของตนเองเรือนที่เคยทรุดโทรม บัดนี้ กลับกลายเป็นเรือนหลังอันสง่างามตระการตา ด้านหน้า ถูกปรับเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กๆ มีบ่อน้ำพุหินหยกน้ำในบ่อพวยพุ่งไม่หยุด แลดูงดงามสดชื่นยิ่งนัก ถัดไป คือทะเลสาบจำลองผืนน้อย ที่สร้างขึ้นจากหินหยกน้ำเงินหายากจากดิ







