LOGIN"เชี้ยเสือ อิต้ามึงดึงอิอิงแบบนั้นวันนี้ก็ไม่ได้แดกข้าวกันพอดี" เออใช่กีต้าร์ช่วยกูด้วย กีต้าร์เป็นผู้ชายอีกคนในกลุ่มฉัน ทั้งเสือและกีต้าร์หล่อเกาหลีทั้งคู่ สาวๆ นี่กรี๊ดกันเพียบ FC เยอะมากนะคงหลงว่าเจ้าชายลงมาจุติ แต่บอกเลยทุกคนคิดผิดมากเพราะมันทั้งคู่เนี่ยเสือร้ายตัวพ่อเลยแหละ หล่อ เลว ครบค่ะ ฟันผู้หญิงไปทั่วแต่มันได้แบบเงียบๆ นิ่งๆ ไม่เคยเป็นข่าวให้ใครรู้เลยมีแต่เพื่อนในกลุ่ม 5 คนเท่านั้นที่รู้ความเลวของพวกมัน
แต่เอ๊ะกลุ่มฉันมี 5 คน ตอนนี้มี 4 คน ไปไหนอีก 1 คนใช่ๆ หนูแจงหายไปไหนเพื่อนฉันหายใครก็ได้ช่วยหาหน่อย หนูแจงกับพีต้าเป็นสาวสวยสาวมั่น นักช้อป นักดื่ม แถมเรียนโคตรเก่ง เสือกับกีต้าร์ เสือตัวพ่อลื่นยิ่งกว่าปลาไหลชุบบ่อน้ำมัน แต่แปลกที่อิงชาผู้เฉยชาไม่ค่อยจะมีความคิดอะไรกับใครเขา เน้นยิ้มอย่างเดียวค่ะแถมหน้าตาบอกเลยว่าเอ๋อมากดันหลงเข้ามาอยู่กลุ่มนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้แถมสนิทกัน รักกันมากด้วยนะ พวกเราคบกันมาเกือบจะ 4 ปีแล้วเรียกว่ามองตาก็รู้ใจกันแล้วว่าคิดอะไรอยู่ พวกเราจะคุยสุภาพกับคนอื่นแต่กับพวกเราเองอย่างกับยกสวนสัตว์มาทั้งป่า "อิแจงไปหาอาจารย์เอาใบฝึกงานให้พวกเรา ทีนี้ลุกได้ยังกูหิวมึงสงสัยมากจริงกูหิวมากเดี๋ยวก็แดกหัวมึงเลยอิอิง" เห็นมั้ยแค่มองตาพีต้าก็รู้แล้วว่าฉันคิดอะไร เพิ่มเติมได้มั้ยว่าพีต้ามันโคตรขี้บ่นเลยแม่ฉันยังไม่บ่นเท่ามันเลยเถอะ "หมอนาคินคะ หมอนาคิน" ผมหยุดตามเสียงเรียก แต่ไม่หันไปหรอกนะเพราะถึงยังไงเดี๋ยวเธอก็เดินมาหาผมเอง เอาจริงๆ แค่ได้ยินเสียงว่าเป็นใครผมก็ไม่อยากหยุดแล้ว ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาทผมคงเดินไปไกลแล้ว "หมอผ่าตัดเสร็จแล้วหรอคะ" ถามแปลกเนอะยังไม่เสร็จผมจะมายืนให้ถามอยู่ตรงนี้มั้ย "ครับ" ผมตอบเสียงเรียบหน้านิ่ง หน้านิ่งคือหน้าปกติของผม ผมจะแสดงออกอยู่ 3 อารมณ์ นิ่งคือ ปกติ ไม่พอใจ โมโห เวลาผมโมโหใครก็เข้าหน้าผมไม่ได้ทั้งนั้นแม้แต่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังไม่กล้ากับผมเลย ผมอยู่โรงพยาบาลรัฐที่แม้แต่ ผอ.ยังต้องเกรงใจผมเพราะท่านเคยเป็นลูกน้องของพ่อผมมาก่อนแล้วท่านก็เป็นคนไปขอร้องให้ผมมาช่วยงานท่านที่นี่ทั้งๆ ที่ผมไม่จำเป็นต้องมาเป็นหมอในโรงบาลรัฐแบบนี้เลย แต่ผมก็ยอมมาไม่ใช่มาเพราะท่านขอร้อง แต่ที่ผมมาก็เพราะผมอยากรักษาคนไข้เท่านั้น งานยิ่งเยอะยิ่งมากประสบการณ์ และยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะต้องกลับไปในที่ที่ของผมด้วย ผมพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้มากกว่า "เอ้ากินซะอิอิง กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ" ไอเสือเป็นคนไปซื้อข้าวให้ฉันแถมด้วยการลูบหัวเหมือนพ่อลูกหัวลูกอะ "เชี้ยเสือกูโตเต็มที่แล้วโว้ย" ฉันหันขวับไปด่ามัน "อ้าวกูนึกว่ามึงยังไม่โตเต็มวัย" นั่นคือปากเจ้าชายแห่งสาขาการตลาดค่ะทุกคนบอกเลยในปากมันมีหมาอยู่หลายสิบฝูง "มึงจะแกล้งอิงชากูทำไม อะอิงกินนี่ดีกว่าจะได้สูงๆ" กีต้าร์ยื่นกล่องนมกล่องใหญ่มาวางไว้ข้างหน้าฉัน "เชี้ยต้าร์เจ็บกว่าไอเสืออีก" ฉันหันไปมองค้อนใส่พวกมันทั้งสองคน ถามว่าโกรธมั้ยไม่ค่ะชินแล้วเรื่องปกติพวกมันแกล้งฉันแบบนี้มา 3 ปีกว่าแล้ว แต่อย่าให้พวกมึงพลาดนะอยากจะบอกว่ากูจำไว้ทุกดอกนะคะ "พอๆ เลยทั้งสามคน เอานี่ใบขอฝึกงาน" หนูแจงแจกกระดาษให้กับทุกคนคนละแผ่นเป็นแผ่นกระดาษที่สำคัญกับชีวิตพวกเรามาก นี่ฉันจะฝึกงานแล้วหรอเนี่ยเวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ "พวกเราจะไปฝึกที่ไหนกันดีวะ บริษัทมึงได้มั้ยเสือใกล้หออิอิงมันด้วย" พีต้าถามเองสรุปเองค่ะ แต่ฉันก็เห็นด้วยนะไม่มีที่ไหนเหมาะเท่าบริษัทพ่อไอเสืออีกแล้ว "ได้ดิพวกมึงเขียนมาเลยเดี๋ยวกูเอาไปให้พ่อเอง" เสือรีบรับเลยแหละครอบครัวมันเป็นบริษัทผลิตซอฟแวร์รายใหญ่ของประเทศเลยนะ และที่สำคัญสำนักงานใหญ่อยู่ใกล้หอพักฉันด้วยเดินไปแค่ป้ายรถเมล์เดียวเอง "หยุดความคิดพวกมึงเลยค่ะ ประภาศรีหาที่ฝึกงานไว้ให้พวกเราแล้ว พวกเรามีหน้าที่แค่กรอกๆ แล้วไปยื่นที่บริษัทตามในใบเลยค่ะ" หนูแจงพูดจบพวกฉัน 4 คนหน้าเหวอกันเลยสิ ชะตาชีวิตจะเป็นไงวะเนี่ย "สัสทำไมไม่บอกแต่แรกวะ" กีต้าร์บ่นๆ แต่มือก็เปิดดูเอกสารในมือหาชื่อบริษัทที่ตัวเองต้องไปฝึกงาน เห้อ ฉันนอนถอนหายใจแบบนี้มาจะครึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากกลับมาถึงห้อง วันนี้วันหยุดอิงชาค่ะวันนี้ไม่ต้องไปทำงาน ปกติวันหยุดฉันจะมีความสุขมากได้มีเวลาซักผ้า เก็บกวาดเช็ดถูห้อง และนอนพักยาวๆ แต่นี่ต้องมาปวดหัวคิดไม่ตกกับสถานที่ฝึกงานอยู่เนี่ย อาการจะไม่หนักขนาดนี้ถ้าที่ฝึกงานฉันจะไม่ใช่ที่บริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ยักษ์ใหญ่ขนาดนี้ ที่นั่นกับที่ร้านอาหารและหอพักฉันมันไกลอ้อมโลกมากเลยนะ และแถวนั้นรถโคตรติดเลยแล้วฉันจะทำงานยังไงเงินเก็บก็พอมีแต่มันไม่มากพอสำหรับ 3 เดือนที่ต้องฝึกงานนี่ โอ้ยประภาศรีอาฆาตแค้นอะไรกับอิอิงคนนี้ป่าววะเนี่ย@ห้องฉุกเฉิน "ทะท่าน ท่านประธาน" จะติดอ่างทำไมครับคุณพนักงาน "สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" ผมเดินตรงมายังห้องฉุกเฉินทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลตามที่ไอ้น้องรักลูกชายคนเล็กของพ่อผมมันสั่งนั่นแหละ ยังดีที่พยาบาลจัดห้องแยกเป็นสัดส่วนให้ไว้รองรับพวกผมแล้ว มาถึงพนักงาน 3 คน ดูตกใจนะแต่ก็ยังสวัสดีผม ผมแค่พยักหน้านิ่งๆ เอาจริงๆ ผมกับไอคินนิสัยไม่ได้ต่างกันมากนักหรอกแค่ผมก็ไม่ได้หน้านิ่งตลอดเวลาเหมือนมันเท่านั้นเอง ผมก็ไม่รู้นะว่าเรื่องเป็นมายังไงรู้แค่ว่าถ้าไม่สำคัญจริงๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้ มันรักมันหวงชีวิตสงบของมันจะตายวันๆ อยู่แต่โรงพยาบาล หายใจเข้า หายใจออกนี่มีแต่คนไข้ โรงพยาบาลของตัวเองมีก็ไม่ไปดูแลบอกแต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้น แต่ถึงมันไม่สั่งผมก็ต้องจัดการอยู่ดี พนักงานมีการกลั่นแกล้งกันถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลกันขนาดนี้ปล่อยไว้ได้ไงล่ะครับ เออคุยตั้งนานลืมแนะนำตัว ผมวาคิว หรือไอ้เฮียที่ไอ้น้องบังเกิดเกล้าผมชอบเรียกนั่นแหละ เวลาขึ้นไอ้เฮียทีไรผมนี่สะดุ้งทุกทีไม่ได้กลัวมันนะ แค่กลัวมันออกเสียงเพี้ยนเท่านั้นเองแหละ "คุณออกไปรอข้างนอก" ผมบอกพนักงานชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อยู่เพราะเป็นคนเ
ผมเดินเลี่ยงออกมาหลังจากที่เห็นว่ายาชา ยานอนหลับออกฤทธิ์แล้ว ตอนนี้อิงชากำลังสะลึมสะลือแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก"เฮียผมต้องการดูกล้องวงจรปิดตอนเกิดอุบัติเหตุหน้าบริษัทด่วน"(อุบัติเหตุอะไรวะ)"ก็ไม่รู้หาให้หน่อยด่วน"(เอ่อๆ แม่งน้องหรือพ่อกูวะ)"จะน้องหรือพ่อเฮียก็ต้องทำ" ผมกดวางสายไป'จริงหรอแฟนหมอนาคินจริงหรอ''เจ้าชายของฉันไม่โสดแล้ว''เป็นไรแก''อกหักหมอนาคินมีเมียแล้ว''เฮ้ยจริง''จริงอยู่ห้องฉุกเฉินตอนนี้ พี่ตาลบอกเองเลยหมอนาคินอาละวาดใหญ่เลย'ตลอดทางที่เดินสาบานว่าไม่ได้ยินเลยไม่ได้ยินเสียงคุยกันเรื่องอื่นเลยคุยกันแต่เรื่องกูเนี่ย ชัดทุกคำทุกประโยคเลย แต่อะไรผมยังไม่ได้อาละวาดอะไรเลยพูดกันเกินความจริงอีกแล้วนะเว้ยผมเดินเข้ามาในห้องฉุกเฉินเห็นอิงชาหลับไปแล้ว หมอรุ่นน้องกำลังเย็บแผลที่ขาอยู่ ยัยตัวเล็กเอ้ยคงเจ็บน่าดูตื่นมาจะตกใจแค่ไหนอยู่ดีๆ ต้องโดนเย็นถึง 3 แผลแถมยังต้องโดนผ่าตัดแขนที่หักจนผิดรูปอีก ถ้าบอกว่านี่คืออุบัติเหตุเล็กๆ ผมไม่เชื่อเด็ดขาด ต้องแรงขนาดไหนแขนถึงได้หักแบบนี้"คุณหมอนาคินจะผ่าเองมั้ยคะ" พยาบาลเดินเข้ามาถามผม ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ คงเป็นเ
ด้านหมอนาคินที่พึ่งออกมาจากห้องผ่าตัด เขาถูกเรียกตัวมาตอนตี 1 ทั้งๆ ที่พึ่งนอนไปได้แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง ไม่ได้ปลดปล่อยมานานได้โอกาสก็ขอจัดหนักจัดเต็มสักหน่อย ใจจริงอยากจะจัดให้หนักกว่านี้แต่ได้แค่ 2 ยกแม่คุณก็สลบไปซะก่อน ผมไม่ได้เลวขนาดเอาผู้หญิงหลับหรอกนะเลยปล่อยให้พักไปก่อน "หึหึ" หลังจากอยู่ในห้องผ่าตัดนานถึง 4 ชั่วโมงเต็มผมขอพักหน่อยแล้วกันก่อนจะต้องออกตรวจอีกในตอนสาย"คุณหมอนาคินคะคนไข้ห้องฉุกเฉินอุบัติเหตุแขนหักค่ะ" "ครับ" พึ่งออกจากห้องผ่าตัดยังไม่ทันจะได้เข้าห้องพักตัวเองก็ต้องเปลี่ยนทิศไปยังห้องฉุกเฉินทันที อย่างนี้แหละครับชีวิตหมอเวลาส่วนตัวหายากครับ"ฮือ ฮือ เจ็บ ฮือ ฮือ" เข้ามาในห้องฉุกเฉินก็จะดูวุ่นๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ที่เด่นสุดในตอนนี้ก็คงเป็นเตียงที่มีทั้งญาติ หมอ และพยาบาลยืนมุงกันอยู่ แถมยังมีเสียงร้องไห้ออกมาด้วยสงสัยจะเจ็บมาก เป็นธรรมดามากครับที่เป็นแบบนี้ใครบ้างที่มาอยู่ในห้องนี้แล้วไม่เจ็บ แต่ไหนล่ะคนไข้ผมอยู่เตียงไหน ผมมองกวาดไปทุกเตียง แต่ละเตียงก็มีคนไข้นอนรอการรักษากันเต็มทุกเตียง"เตียง 12 ค่ะคุณหมอนาคิน"ผมพยักหน้ารับรู้ เตียงนั้นสินะเตียงที่คนร
“นั่งพักบ้างเถอะเรา” ในดงกาที่คอยจิกก็ยังมีฝูงมดที่ยังคอยกัดเล็กๆ แทนฉันอยู่ คอยช่วยเหลือในบางครั้งที่พอช่วยได้ ฉันยิ้มให้กับพี่ๆ โต๊ะข้างๆ เขาชื่อพี่เชนกับพี่คิตตี้ พี่เชนพี่ใหญ่ในแผนกผู้ชายอบอุ่นใจดีกับทุกคนเสมอ พี่คิตตี้สาวสองที่สวยมากภายนอกดูร้ายๆ แต่นิสัยน่ารักมาก ทั้งแผนกสิบกว่าคนก็มีพี่สองคนนี้แหละที่คอยช่วยฉัน ที่เหลือก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มพวกพี่ผู้ชายไม่สนโลกไม่ยุ่งกับใครสนใจแค่งานของตัวเอง พวกผู้หญิงรวมทั้งผู้จัดการแผนกพวกนี้ฉันไม่รู้หรอกว่าไปทำอะไรให้ถึงแผ่รังสีแม่มดผู้ร้ายกาจออกมาซะชัดเจนขนาดนั้น ติ้ง ติ้ง นั่งทำงานมาจนจะใกล้เวลาเลิกงานแล้วเสียงข้อความไลน์ก็ดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์เครื่องบางไม่ได้หรูหราเหมือนใครๆ ขึ้นมาดูคิดว่าต้องเป็นพวกเพื่อนๆ เหมือนเช่นทุกวัน แต่มันไม่ใช่ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ใจบางๆ ของอิงชาเต้นไม่เป็นจังหวะ นับจากวันนั้นวันที่เขามาส่งเธอที่หน้าบริษัทวันนั้นเขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลย เกือบเดือนแล้วที่เขาหายไป และที่แปลกไปกว่านั้นเขาไม่เคยส่งข้อความหาเธอตอนกลางวันแบบนี้เลย ชั่งใจอยู่นานก็กดเปิดข้อความไลน์ของเขา พายุ: เลิกงานแล้วรีบลงมา พาย
เอ๊ะ นั่นมัน ใช่ ใช่เธอคนที่ทำให้ผมกำลังหงุดหงิดอยู่ตอนนี้ เธอนั่งหลับหัวพิงกระจกอยู่บนรถเมล์คันใหญ่ที่จอดอยู่ข้างๆ ผม หึ เราต้องคุยกัน ผมขับรถไปจอดหน้ารถเมล์ที่จอดรับผู้โดยสารอยู่ เปิดประตูเดินขึ้นรถเมล์คนขับมองหน้าผมแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะหน้าผมตอนนี้พร้อมมีเรื่องมากชนิดที่ใครขัดกูสวนไม่ยั้ง แต่ผมไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นยังไงใครจะมองก็ช่างผมสนแค่เธอคนเดียวและต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พรึ่บ "โอ้ย!!" ผมเดินไปดึงแขนเธอทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่เธอคงร้องด้วยความเจ็บยอมรับว่าผมไม่ได้ออมแรงด้วยความโมโหมีแรงเท่าไหร่ผมใส่หมด "คุณ" เธอตกใจตาโตที่เห็นหน้าผม "....." ผมได้แต่มองเธอนิ่งๆ แล้วกระตุกแขนอีกครั้งให้ลุกเดินตามผมมา "โอ๊ะ" ปัง!!! เอ่อ ฉันตกใจมากที่อยู่เขาก็โผล่มาบนรถเมล์ แล้วก็กระชากลากฉันลงมาจากรถ หน้าตาน่ากลัวมากตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งหลายเดือนฉันไม่เคยเห็นเขาน่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลย ถึงเขาจะนิ่งจะเย็นชามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยรุนแรงแสดงท่าทางน่ากลัวกับฉันแบบนี้เลย จะรอดมั้ยวะกูเนี่ย เขาลากฉันลงจากรถเมล์แล้วโยนใส่รถหรูแถมปิดประตูดังมาก ดังจนฉันสะดุ้งสุดตัว รถซุปเปอร์คาร์หรูมากแต่ฉันไม่มีเ
1 เดือนต่อมา"โอ้ย ปวดๆ ทำไมมันปวดแบบนี้เนี่ย" แค่ฝึกงานวันแรกมันต้องขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ทุกคนรู้มั้ยว่าวันนี้ฉันเจอกับอะไรมาบ้าง วันนี้เป็นวันที่โหดร้ายทีสุดอีกวันหนึ่งของฉันเลยไปฝึกงานอย่างกับไปออกรบ ตึกที่ฉันทำงานมี 8 ชั้น แผนกการตลาดที่ฉันทำงานอยู่ชั้น 4 แล้วบังเอิญว่าลิฟต์เสียไงคะทุกคน ใช้ได้แต่ลิฟต์ของผู้บริหารเท่านั้นซึ่งฉันมันแค่เด็กฝึกงานตัวเล็กๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปใช้ลิฟต์ผู้บริหารอย่างใครเค้า เดินขึ้นห้องทำงานแล้วเดินลงกลับห้องอิงชาสบายมากค่ะแค่นี้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นไง ฉันกลายเป็นเด็กเดินเอกสาร เด็กซื้อกาแฟ ซื้อน้ำ ซื้อข้าว เดี๋ยวคนนั้นก็เรียกคนนี้ก็เรียก บางครั้งไปส่งเอกสารชั้น 7 กลับมายังไม่ได้นั่งลงมาชั้น 2 เดินขึ้นชั้น 4 เดินลงชั้น 3 เดินขึ้นชั้น 6 กลับมาชั้น 4 เดินลงชั้น 1 กลับขึ้นชั้น 4 เดินขึ้นชั้น 5วันเดียวไปทั่วตึกแล้วมีชั้นเดียวที่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับผู้บริหารเท่านั้นคือชั้น 8 วันทั้งวันฉันเดินขึ้นลงหลายสิบรอบ กว่าจะลากสังขารกลับหอได้แทบหมดลมหายใจ คิดว่าจะไม่รอดถึงห้องซะแล้วติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดควานหาที่มาของเสียง โอ้ย เหมือนพึ่งจะได้นอนต้องตื่นอีกแล้







