LOGIN"ไปทานข้าวกับลินนะคะ" หึ ผมหยุดเดินทันทีมองคนข้างๆ ที่ชะงักตามผม
"ขอตัว" พูดแค่นี้ผมก็เดินไปอีกทางเพื่อกลับห้องพักของผม ไม่ได้สนใจเธอคนนั้นอีกเลย ตอนนี้ 3 โมงเย็น ผมโดนตามตัวตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง ทั้งๆ ที่พึ่งนอนไปได้ยังไม่ถึง 2 ชม.เลย แต่เพราะหน้าที่ผมต้องมา ตั้งแต่ถึงโรงพยาบาลผมก็เข้าผ่าตัดยาวถึง 8 ชั่วโมง มีแค่กาแฟแก้วเดียวเป็นอาหาร มีเวลาอีก 2 ชั่วโมง ที่ผมต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกรอบ ให้เลือกระหว่างอาหารกับนอนผมเลือกนอน แต่ก็ขอประทังชีวิตด้วยแซนวิซ 2 ชิ้นที่พยาบาลเตรียมไว้ให้บนโต๊ะทำงาน ก่อนหลับตาทุกครั้งผมจะต้องเปิดดูโทรศัพท์ก่อนทุกครั้งเผื่อจะมีงานด่วนแล้วผมไม่รู้ 01.30 น. ตุ๊บ หมดงานแล้วสำหรับวันนี้ หวังว่าคงไม่มีคนไข้ด่วนเข้ามาอีกนะ จริงๆ คืนนี้ผมกำลังจะกลับคอนโดอยู่แล้วตอน 2 ทุ่ม แต่มีคนไข้ฉุกเฉินต้องผ่าตัดด่วน จนถึงเวลานี้ก็คงต้องนอนบ้านหลังที่สามอีกแล้ว ทำไมเป็นบ้านหลังที่สาม หลังแรกบ้านคุณพ่อ คุณแม่ หลังที่สองคอนโด หลังที่สามก็เป็นโรงพยาบาลนี่แหละและเป็นที่ที่ผมใช้บริการมากกว่าบ้านหลังอื่นๆ ด้วยซ้ำ อาบน้ำเสร็จกำลังจะเข้านอนอยู่ดีๆ ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาในความคิดผม ผู้หญิงที่เหมือนจะหัวอ่อนแต่กลับแข็งได้มากกว่าที่ทุกคนคิด ผู้หญิงที่ยอมนอนกับผมมาตลอด 6 เดือน โดยที่เธอไม่รู้จักชื่อผม ไม่รู้ว่าผมทำงานอะไร ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลยสักนิด ไม่เคยจะสนใจอะไรนอกจากมาให้ผมระบายน้ำออกแล้วเธอก็รับเงินกลับไป พูดแล้วช่วงนี้ห่างหายไปนานพึ่งจะใช้บริการเมื่อคืนยังไม่รู้สึกอิ่มเลยเดี๋ยวต้องรีบหาวันว่างไปใช้บริการของเล่นอีกสักหน่อยดีกว่า แค่คิดลูกชายผมก็ปวดขึ้นมาแล้ว จะให้หาพยาบาลแถวนี้มาช่วยผ่อนคลายถามว่าทำได้มั้ยทำได้แต่ผมถือว่าสมภารไม่กินไก่วัด ไม่กินคนที่ทำงานที่เดียวกัน ตอนนี้ทำได้แค่พยายามข่มตาให้หลับดับจิตใจฟุ้งซ่านซะ เช้าวันต่อมา "หมอหล่อจัง" "ถ้ารู้ว่าหมอหล่อขนาดนี้มาตั้งนานแล้วแก" "หมอมีเมียยังเนี่ย ขอเป็นเมียน้อยก็ยอม" ทันทีที่ผมเดินเข้ามาในแผนกเดินผ่านขนไข้คนไข้ที่นั่งรอตรวจอยู่ คำพวกนี้ก็ออกจากปากคนไข้ ญาติคนไข้ เพื่อนคนไข้ ผมเจอมาเยอะแล้ว ถามว่าชินมั้ยก็ชินแล้ว วันนี้ผมต้องเจอคนไข้เยอะกว่าทุกวันเพราะวันนี้เป็นเวรผมที่ต้องมาลงตรวจคนไข้ของแผนกศัลยกรรมทั่วไป แล้วมองจากสายตาคนไข้มีไม่ต่ำกว่า 150-200 ราย หมอแค่3 คน เท่ากับหมอแต่ละคนต้องรับคนไข้เกือบ 70 ราย ลาก่อนอาหารเช้า อาหารเที่ยงของผม 21.15 น. ตุ๊บ ผมทิ้งตัวลงโซฟาตัวหนาอย่างแรง ได้กลับบ้านหลังที่สองสักที สิ่งแรกที่จะต้องทำเมื่อมาถึงคอนโดคือหยิบโทรศัพท์เข้าแอฟพิเคชั่นไลน์ ส่งหาใครบางคนที่จะตอบสนองความต้องการปลดปล่อยของผมได้ และผมก็รอเวลาที่จะปลดปล่อยกับเธอมาหลายวันแล้ว ของเล่น : 30 นาที กดส่งเสร็จผมก็โยนโทรศัพท์ไว้บนโซฟา ส่วนตัวผมเองก็เข้าห้องอาบน้ำรอเลยดีกว่า ผมไม่เคยสนว่าเธอจะติดอะไร ทำอะไรอยู่ ผมรู้แต่เมื่อถึงเวลาเธอต้องมาอยู่หน้าห้องผม มาตอบสนองความต้องการของผมเท่านั้นพอ 30 นาทีผ่านไป ติ้ง... แอ๊ด พรวด "อ๊ะ จ๊วบ จ๊วบ......" ตรงเวลาเป๊ะ ผมไม่สนว่าเธอจะทำอะไรมาอยู่สภาพไหน เหนื่อยจากการเดินทางหรือป่าว ผมสนแค่สิ่งที่ผมต้องการเท่านั้นคือตัวเธอที่จะต้องรองรับอารมณ์ผมให้ได้ก็พอแล้ว เปิดประตูแค่เธอก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียวผมก็ปิดปากบางอมชมพูของเธอด้วยปากหนาได้รูปของผมทันที จูบจนกว่าผมจะพอใจ จนกว่าเธอจะทุบอกผมบอกให้รู้ว่าเธอหายใจไม่ออกแล้ว วันนี้ผมอยากสบายๆ บนเตียงมากกว่า จึงพาเธอเข้ามาในห้องนอนบนเตียงนุ่มขนาดคิงไซส์ ตุ๊บ "อ๊ะ" เข้าห้องนอนได้ผมจัดการเหวี่ยงร่างเล็กบนที่นอนทันที แต่เธอคงเจ็บมั้งผมว่าผมเบามือแล้วนะ อย่างว่าตัวผมกับเธอต่างกันมากแรงเธอน้อยยิ่งกว่ามดจะสู้แรงราชสีห์อย่างผมได้อย่างไร แต่สนหรอ ก็ไม่ผมสนแต่เสื้อผ้าที่ปิดกั้นร่างบางเท่านั้นต้องเอาออกให้เร็วที่สุดเพราะแค่คิดว่าผมจะได้เสียบเธอลูกชายผมขยายใหญ่จนปวดไปหมดแล้วพร้อมปลดปล่อยเต็มที่แล้ว "โอ้ย อย่ากัด โอ้ย จุ๊บ จ๊วบ อ๊ะ จ๊วบ อ้าส์ โอ้ยเสียว อ๊ะ เสียว" ผมยังก้มหน้าดูดนมเธอเล่นต่อมันก็มีเผลอกัดไปบ้างด้วยอารมณ์ความต้องการ แต่เมื่อเธอเจ็บผมก็จะเบาๆ ให้แล้วกันเพราะผมยังต้องใช้ร่างกายเธอสนองความต้องการของผมไปอีกนาน ผมค่อยๆ ใช้ลิ้นลากลงมาต่ำจากนมที่ไม่ใหญ่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผมเคยเจอมาแต่กลับพอดีมือเหมือนอกกลมสวยทั้งสองข้างนี้ถูกสร้างมาเพื่อผม ลงมาหน้าท้องแบนไม่มีตรงไหนที่ผมไม่ได้สัมผัส จนมาถึงดอกไม้ที่ผมต้องการตอนนี้เริ่มมีน้ำหวานไหลเยิ้มออกมาแล้วมันช่างเรียกร้องให้ผมลองชิมเสียเหลือเกิน "อ๊ะ อย่าค่ะ" เธอร้องห้ามมือก็ดันหัวผมออก ห้ามทุกครั้งแต่ก็ไม่เคยห้ามได้สักครั้ง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะห้ามทำไม "จ๊วบ จุ๊บ จ๊วบ อ๊ะ อ๊ะ เสียว เสียวอ้าส์ พอแล้ว พอแล้ว อ๊ะ จ๊วบ จ๊วบ อ้าส์ไม่ไหวแล้ว กรี๊ดดด" น้ำหวานของเธอไหลทะลักเข้าปากผมเต็มเลยครับ ในเมื่อเธอหนีผมเสร็จไปก่อนแล้วก็ถึงตาผมบ้าง ผมจับลูกชายที่ขนาดเกินมาตรฐานมามากตอนนี้ขยายเต็มที่แล้วใส่เข้ากับน้องสาวเธอ โดนมาก็ตั้งหลายเดือนแล้วก็ยังแน่นเหมือนเดิม วันแรกที่เปิดซิงเป็นแบบไหนวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เอามันส์ไม่มีเบื่อเลย เธอไม่ใช่คนสวยมาก อกไม่ใหญ่เหมือนคนอื่นๆ แต่มันช่างพอดีกับมือผมเหมือนสร้างมาเฉพาะผม เพราะฉะนั้นเธอต้องเป็นของผมจนกว่าผมจะพอใจ "อ้าส์ อ๊ะ อ๊ะ....." พรั่บ พรั่บ พรั่บ "อ๊ะ โอ้ย อ้าส์ อ้าส์ อ้าส์" พรั่บ พรั่บ พรั่บ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เบาบ้างหนักบ้างผสมกับเสียงร้องครางของเธอมันช่างเรียกอารมณ์ดิบในตัวผมออกมามากเหลือเกิน เพราะแบบนี้ไงผมถึงชอบเอาเธอเพราะแค่เสียงร้องก็ทำให้ผมมีอารมณ์มากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยผ่านมา ผมหยุดดึงลูกชายออกแล้วจับเธอคว่ำชันเข่ามือเธอจับขอบเตียงไว้ในท่าหมาที่ผมชอบมาก พรวด "อ๊ะ!! " ผมกระแทกทีเดียวมังกรยักษ์เข้าไปในตัวเธอจนสุด จนเธอต้องผวาร้องออกมา พรั่บ พรั่บ พรั่บ "อ๊ะ อ๊ะ โอ้ย โอ๊ะ อ่าส์ ซี๊ด โอ้ยเสียว เสียว อ๊ะ อ้าส์ กรี๊ดดด" พรั่บ พรั่บ พรั่บ "อ้าส์!" ไม่ไหวแล้วครับเสียงร้องครางของเธอทำให้ผมทนต่อไปไม่ไหวจนปล่อยน้ำสีขาวขุ่นข้นพุ่งเข้าตัวเธอจนล้นทะลักออกมา ตัวเธอล้มลงไปนอนอย่างหมดแรง ส่วนผมแค่จัดการเอากระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำของผมที่เอ่อทะลักออกมาจากตัวเธอออกบางส่วน แล้วก็ พรวด "อ้าส์" เข้าสุดมิดด้าม สำหรับผมรอบเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว@ห้องฉุกเฉิน "ทะท่าน ท่านประธาน" จะติดอ่างทำไมครับคุณพนักงาน "สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" ผมเดินตรงมายังห้องฉุกเฉินทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลตามที่ไอ้น้องรักลูกชายคนเล็กของพ่อผมมันสั่งนั่นแหละ ยังดีที่พยาบาลจัดห้องแยกเป็นสัดส่วนให้ไว้รองรับพวกผมแล้ว มาถึงพนักงาน 3 คน ดูตกใจนะแต่ก็ยังสวัสดีผม ผมแค่พยักหน้านิ่งๆ เอาจริงๆ ผมกับไอคินนิสัยไม่ได้ต่างกันมากนักหรอกแค่ผมก็ไม่ได้หน้านิ่งตลอดเวลาเหมือนมันเท่านั้นเอง ผมก็ไม่รู้นะว่าเรื่องเป็นมายังไงรู้แค่ว่าถ้าไม่สำคัญจริงๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้ มันรักมันหวงชีวิตสงบของมันจะตายวันๆ อยู่แต่โรงพยาบาล หายใจเข้า หายใจออกนี่มีแต่คนไข้ โรงพยาบาลของตัวเองมีก็ไม่ไปดูแลบอกแต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้น แต่ถึงมันไม่สั่งผมก็ต้องจัดการอยู่ดี พนักงานมีการกลั่นแกล้งกันถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลกันขนาดนี้ปล่อยไว้ได้ไงล่ะครับ เออคุยตั้งนานลืมแนะนำตัว ผมวาคิว หรือไอ้เฮียที่ไอ้น้องบังเกิดเกล้าผมชอบเรียกนั่นแหละ เวลาขึ้นไอ้เฮียทีไรผมนี่สะดุ้งทุกทีไม่ได้กลัวมันนะ แค่กลัวมันออกเสียงเพี้ยนเท่านั้นเองแหละ "คุณออกไปรอข้างนอก" ผมบอกพนักงานชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อยู่เพราะเป็นคนเ
ผมเดินเลี่ยงออกมาหลังจากที่เห็นว่ายาชา ยานอนหลับออกฤทธิ์แล้ว ตอนนี้อิงชากำลังสะลึมสะลือแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก"เฮียผมต้องการดูกล้องวงจรปิดตอนเกิดอุบัติเหตุหน้าบริษัทด่วน"(อุบัติเหตุอะไรวะ)"ก็ไม่รู้หาให้หน่อยด่วน"(เอ่อๆ แม่งน้องหรือพ่อกูวะ)"จะน้องหรือพ่อเฮียก็ต้องทำ" ผมกดวางสายไป'จริงหรอแฟนหมอนาคินจริงหรอ''เจ้าชายของฉันไม่โสดแล้ว''เป็นไรแก''อกหักหมอนาคินมีเมียแล้ว''เฮ้ยจริง''จริงอยู่ห้องฉุกเฉินตอนนี้ พี่ตาลบอกเองเลยหมอนาคินอาละวาดใหญ่เลย'ตลอดทางที่เดินสาบานว่าไม่ได้ยินเลยไม่ได้ยินเสียงคุยกันเรื่องอื่นเลยคุยกันแต่เรื่องกูเนี่ย ชัดทุกคำทุกประโยคเลย แต่อะไรผมยังไม่ได้อาละวาดอะไรเลยพูดกันเกินความจริงอีกแล้วนะเว้ยผมเดินเข้ามาในห้องฉุกเฉินเห็นอิงชาหลับไปแล้ว หมอรุ่นน้องกำลังเย็บแผลที่ขาอยู่ ยัยตัวเล็กเอ้ยคงเจ็บน่าดูตื่นมาจะตกใจแค่ไหนอยู่ดีๆ ต้องโดนเย็นถึง 3 แผลแถมยังต้องโดนผ่าตัดแขนที่หักจนผิดรูปอีก ถ้าบอกว่านี่คืออุบัติเหตุเล็กๆ ผมไม่เชื่อเด็ดขาด ต้องแรงขนาดไหนแขนถึงได้หักแบบนี้"คุณหมอนาคินจะผ่าเองมั้ยคะ" พยาบาลเดินเข้ามาถามผม ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ คงเป็นเ
ด้านหมอนาคินที่พึ่งออกมาจากห้องผ่าตัด เขาถูกเรียกตัวมาตอนตี 1 ทั้งๆ ที่พึ่งนอนไปได้แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง ไม่ได้ปลดปล่อยมานานได้โอกาสก็ขอจัดหนักจัดเต็มสักหน่อย ใจจริงอยากจะจัดให้หนักกว่านี้แต่ได้แค่ 2 ยกแม่คุณก็สลบไปซะก่อน ผมไม่ได้เลวขนาดเอาผู้หญิงหลับหรอกนะเลยปล่อยให้พักไปก่อน "หึหึ" หลังจากอยู่ในห้องผ่าตัดนานถึง 4 ชั่วโมงเต็มผมขอพักหน่อยแล้วกันก่อนจะต้องออกตรวจอีกในตอนสาย"คุณหมอนาคินคะคนไข้ห้องฉุกเฉินอุบัติเหตุแขนหักค่ะ" "ครับ" พึ่งออกจากห้องผ่าตัดยังไม่ทันจะได้เข้าห้องพักตัวเองก็ต้องเปลี่ยนทิศไปยังห้องฉุกเฉินทันที อย่างนี้แหละครับชีวิตหมอเวลาส่วนตัวหายากครับ"ฮือ ฮือ เจ็บ ฮือ ฮือ" เข้ามาในห้องฉุกเฉินก็จะดูวุ่นๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ที่เด่นสุดในตอนนี้ก็คงเป็นเตียงที่มีทั้งญาติ หมอ และพยาบาลยืนมุงกันอยู่ แถมยังมีเสียงร้องไห้ออกมาด้วยสงสัยจะเจ็บมาก เป็นธรรมดามากครับที่เป็นแบบนี้ใครบ้างที่มาอยู่ในห้องนี้แล้วไม่เจ็บ แต่ไหนล่ะคนไข้ผมอยู่เตียงไหน ผมมองกวาดไปทุกเตียง แต่ละเตียงก็มีคนไข้นอนรอการรักษากันเต็มทุกเตียง"เตียง 12 ค่ะคุณหมอนาคิน"ผมพยักหน้ารับรู้ เตียงนั้นสินะเตียงที่คนร
“นั่งพักบ้างเถอะเรา” ในดงกาที่คอยจิกก็ยังมีฝูงมดที่ยังคอยกัดเล็กๆ แทนฉันอยู่ คอยช่วยเหลือในบางครั้งที่พอช่วยได้ ฉันยิ้มให้กับพี่ๆ โต๊ะข้างๆ เขาชื่อพี่เชนกับพี่คิตตี้ พี่เชนพี่ใหญ่ในแผนกผู้ชายอบอุ่นใจดีกับทุกคนเสมอ พี่คิตตี้สาวสองที่สวยมากภายนอกดูร้ายๆ แต่นิสัยน่ารักมาก ทั้งแผนกสิบกว่าคนก็มีพี่สองคนนี้แหละที่คอยช่วยฉัน ที่เหลือก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มพวกพี่ผู้ชายไม่สนโลกไม่ยุ่งกับใครสนใจแค่งานของตัวเอง พวกผู้หญิงรวมทั้งผู้จัดการแผนกพวกนี้ฉันไม่รู้หรอกว่าไปทำอะไรให้ถึงแผ่รังสีแม่มดผู้ร้ายกาจออกมาซะชัดเจนขนาดนั้น ติ้ง ติ้ง นั่งทำงานมาจนจะใกล้เวลาเลิกงานแล้วเสียงข้อความไลน์ก็ดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์เครื่องบางไม่ได้หรูหราเหมือนใครๆ ขึ้นมาดูคิดว่าต้องเป็นพวกเพื่อนๆ เหมือนเช่นทุกวัน แต่มันไม่ใช่ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ใจบางๆ ของอิงชาเต้นไม่เป็นจังหวะ นับจากวันนั้นวันที่เขามาส่งเธอที่หน้าบริษัทวันนั้นเขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลย เกือบเดือนแล้วที่เขาหายไป และที่แปลกไปกว่านั้นเขาไม่เคยส่งข้อความหาเธอตอนกลางวันแบบนี้เลย ชั่งใจอยู่นานก็กดเปิดข้อความไลน์ของเขา พายุ: เลิกงานแล้วรีบลงมา พาย
เอ๊ะ นั่นมัน ใช่ ใช่เธอคนที่ทำให้ผมกำลังหงุดหงิดอยู่ตอนนี้ เธอนั่งหลับหัวพิงกระจกอยู่บนรถเมล์คันใหญ่ที่จอดอยู่ข้างๆ ผม หึ เราต้องคุยกัน ผมขับรถไปจอดหน้ารถเมล์ที่จอดรับผู้โดยสารอยู่ เปิดประตูเดินขึ้นรถเมล์คนขับมองหน้าผมแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะหน้าผมตอนนี้พร้อมมีเรื่องมากชนิดที่ใครขัดกูสวนไม่ยั้ง แต่ผมไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นยังไงใครจะมองก็ช่างผมสนแค่เธอคนเดียวและต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พรึ่บ "โอ้ย!!" ผมเดินไปดึงแขนเธอทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่เธอคงร้องด้วยความเจ็บยอมรับว่าผมไม่ได้ออมแรงด้วยความโมโหมีแรงเท่าไหร่ผมใส่หมด "คุณ" เธอตกใจตาโตที่เห็นหน้าผม "....." ผมได้แต่มองเธอนิ่งๆ แล้วกระตุกแขนอีกครั้งให้ลุกเดินตามผมมา "โอ๊ะ" ปัง!!! เอ่อ ฉันตกใจมากที่อยู่เขาก็โผล่มาบนรถเมล์ แล้วก็กระชากลากฉันลงมาจากรถ หน้าตาน่ากลัวมากตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งหลายเดือนฉันไม่เคยเห็นเขาน่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลย ถึงเขาจะนิ่งจะเย็นชามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยรุนแรงแสดงท่าทางน่ากลัวกับฉันแบบนี้เลย จะรอดมั้ยวะกูเนี่ย เขาลากฉันลงจากรถเมล์แล้วโยนใส่รถหรูแถมปิดประตูดังมาก ดังจนฉันสะดุ้งสุดตัว รถซุปเปอร์คาร์หรูมากแต่ฉันไม่มีเ
1 เดือนต่อมา"โอ้ย ปวดๆ ทำไมมันปวดแบบนี้เนี่ย" แค่ฝึกงานวันแรกมันต้องขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ทุกคนรู้มั้ยว่าวันนี้ฉันเจอกับอะไรมาบ้าง วันนี้เป็นวันที่โหดร้ายทีสุดอีกวันหนึ่งของฉันเลยไปฝึกงานอย่างกับไปออกรบ ตึกที่ฉันทำงานมี 8 ชั้น แผนกการตลาดที่ฉันทำงานอยู่ชั้น 4 แล้วบังเอิญว่าลิฟต์เสียไงคะทุกคน ใช้ได้แต่ลิฟต์ของผู้บริหารเท่านั้นซึ่งฉันมันแค่เด็กฝึกงานตัวเล็กๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปใช้ลิฟต์ผู้บริหารอย่างใครเค้า เดินขึ้นห้องทำงานแล้วเดินลงกลับห้องอิงชาสบายมากค่ะแค่นี้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นไง ฉันกลายเป็นเด็กเดินเอกสาร เด็กซื้อกาแฟ ซื้อน้ำ ซื้อข้าว เดี๋ยวคนนั้นก็เรียกคนนี้ก็เรียก บางครั้งไปส่งเอกสารชั้น 7 กลับมายังไม่ได้นั่งลงมาชั้น 2 เดินขึ้นชั้น 4 เดินลงชั้น 3 เดินขึ้นชั้น 6 กลับมาชั้น 4 เดินลงชั้น 1 กลับขึ้นชั้น 4 เดินขึ้นชั้น 5วันเดียวไปทั่วตึกแล้วมีชั้นเดียวที่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับผู้บริหารเท่านั้นคือชั้น 8 วันทั้งวันฉันเดินขึ้นลงหลายสิบรอบ กว่าจะลากสังขารกลับหอได้แทบหมดลมหายใจ คิดว่าจะไม่รอดถึงห้องซะแล้วติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดควานหาที่มาของเสียง โอ้ย เหมือนพึ่งจะได้นอนต้องตื่นอีกแล้







