LOGINหลังจากทานอาหารตรวจเลือดและเลือกวิธีคุมกำเนิดแล้วนรสิงห์ก็พาพีรญามาส่งที่คอนโด
ชายหนุ่มรอจนกระทั่งหญิงสาวเก็บของเข้าที่แล้วเขาก็เรียกเธอมานั่งข้าง ๆ
“พรีม” เสียงเข้มต่ำของเขาเรียกชื่อเธอ ทำให้หัวใจเธอสั่นระรัว
“คะ?”
“เธอรู้ใช่ไหมว่าการมาอยู่ที่นี่ มันหมายถึงอะไร”
“รู้ค่ะ….พรีมรู้” เธอตอบแล้วก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา
เขาขยับเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงซึ่งเป็นกลิ่นที่เธอจำได้ตั้งแต่คืนแรกที่เจอ
“ดี รู้ไว้นะพรีมว่าคนอย่างฉันไม่ชอบเด็กดื้อ” เขายกมือขึ้นมาจับปลายคางเธอเบา ๆ
การใกล้ชิดแบบนี้ทำให้พีรญารู้สึกประหม่าและตื่นเต้น เธอเคยใกล้ชิดเขามาแล้วก็หลายครั้งแต่มันต่างจากวันนี้วันที่เขามีสิทธิ์ในตัวของเธออย่างเต็มที่
“คือ....คืนนี้…” หญิงสาวอยากปฏิเสธว่าเธอยังไม่ได้ทานยาคุมกำเนิดและผลเลือดก็ยังไม่ออกแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
“คืนนี้ฉันไม่ค้างหรอก เอาไว้วันไหนมาหาจะบอก”
“ค่ะ” พีรญาเผลอโล่งใจและยิ้มจนเห็นได้ชัด
“ดีใจมากหรือไงที่ฉันไม่อยู่”
“มะ… ไม่ได้ดีใจค่ะ แค่… แค่กลัว”
“ฉันให้เวลาเธอเตรียมตัวและเตรียมใจ พรุ่งนี้ฉันอาจมาหรืออาจไม่มา แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันมาหา….เธอต้องพร้อม เข้าใจใช่ไหม” เขาพูดแล้วหัวเราะในลำคอ
“ค่ะ… พรีมเข้าใจค่ะ”
“ฉันไปล่ะ” นรสิงห์ยิ้มก่อนจะลุกขึ้นแล้วเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้พีรญานั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง เธอถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ในความเงียบงันเธอมองไปรอบ ๆ ห้องใหม่ที่หรูหราเกินฐานะของตัวเองห้องที่เธอไม่ได้เป็นเจ้าของ ชีวิตที่เธอก็ไม่ได้เป็นเจ้าของอีกต่อไป พีรญาพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง ‘นี่หรือสถานะเด็กเลี้ยง’ เธอคิดในใจ
แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมรับความจริงถึงมันจะไม่ใช่ชีวิตที่เธอเลือกตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้มันคือทางรอดเดียวที่เธอเหลืออยู่เท่านั้น
เธอรอจนมั่นใจแล้วว่าหมอนรสิงห์จะไม่กลับมาอีก พีรญาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาวรษาเพราะจะบอกว่าคงมาไปทำงานที่ผับของคุณสุรัชอีกแล้ว หญิงสาวรู้สึกผิดกับเพื่อนมากเพราะตอนแรกวรษาเป็นคนพาไปทำงานที่นั่นและสอนงานหลายอย่างแต่ตนเองกลับทำงานได้เพียงแค่เดือนกว่าเท่านั้น
“ปลาแกทำอะไรอยู่ออกจากหอหรือยัง” พีรญารีบถามเมื่อเพื่อนรับสาย
“ยังเลยพรีม ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แกล่ะเตรียมตัวหรือยัง” วรษาถามขณะที่มืออีกข้างก็เริ่มแต่งหน้าไปพลาง ๆ ก่อน
“ปลา ฉันคงไม่ไปทำงานที่ผับของคุณสุรัชแล้วล่ะ”
“อ้าว!....ทำไมล่ะพรีม อย่าบอกนะว่าแฟนไม่ให้มาทำเหมือนยายพลอยอีกคน”
“แกหมายความว่ายังไงปลา”
“ก็ยายพลอยน่ะสิ เมื่อวานทะเลาะกับแฟนใหญ่โตเลย เรื่องที่มาทำงานพิเศษที่ผับ เขาไม่อยากให้ทำงานกลางคืน แต่แกยังไม่มีแฟนนี่พรีม แล้วทำไมถึงจะไม่มาทำงานล่ะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัยเพราะงานนี้เงินค่อนข้างดีกว่างานอื่น
“ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ น่ะปลา ตอนกลางวันฉันทำงานที่คาเฟ่แล้วกลางคืนยังต้องไปทำที่ผับอีกคิดว่าทำสองงานคงไม่ไหว ถ้ายังทำต่อคงได้ตายกันพอดี”
“แล้วเรื่องหนี้ของแกล่ะ แกบอกว่ามีหนี้เยอะไม่ใช่เหรอ”
“ฉันคุยกับเจ้าหนี้แล้วคงทยอยจ่ายน่ะปลา ขอโทษแกด้วยนะ” พีรญารู้ว่าผิดที่โกหกเพื่อนแต่เธอก็ให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทก็ตาม ทุกอย่างระหว่างเธอกับหมอนรสิงห์คงจะเป็นความลับที่พีรญาต้องรักษาด้วยชีวิต
“แกจะมาขอโทษฉันทำไม แกไม่ได้ทำอะไรผิดนี่พรีม แล้วงานนี้มันก็เป็นงานอิสระนะ แต่แกบอกคุณสุรัชแล้วใช่ไหมหรือจะให้ฉันบอกเขาเอง”
“ฉันบอกเขาแล้ว แกว่าคุณสุรัชเขาจะโกรธแกไหม”
“เขาจะโกรธฉันทำไมล่ะพรีม”
“ก็เพราะแกเป็นคนชวนฉันไปทำงานแล้ว ฉันก็ทำไม่นานไง”
“ไม่หรอกที่นี่คนเข้าออกเป็นว่าเล่น ฉันเองก็คงไม่ทำไปตลอดหรอก ถ้าเปิดเทอมก็คงเลิกทำเหมือนกันเพราะถ้าไปฝึกงานคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะทำงานกลางคืนไปด้วย” วรษาบอกเพื่อนถึงสิ่งที่ตนเองคิดเอาไว้
“ที่บริษัทเขาห้ามเหรอปลา”
“ก็คงไม่ห้ามหรอกแต่ฉันกลัวแจ๊กพ็อตน่ะ”
“หมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่าถ้าเกิดเรามาทำงานกลางคืนแล้วมันบังเอิญว่าคนที่มาเที่ยวเป็นพนักงานหรือเป็นรุ่นพี่ในบริษัทที่เราฝึกงานขึ้นมามันคงดูไม่ดีเท่าไหร่ ฉันไม่อยากเสี่ยงเพราะถ้าฝึกงานไม่ผ่านเราคงต้องจบช้ากว่าเพื่อนคนอื่น”
“ฉันเห็นด้วยกับที่แกพูดนะ แกก็ไม่ได้ร้อนเงินเท่าไหร่ถ้าไม่ทำงานตอนกลางคืนก็คงไม่เดือดร้อน”
“อือ....ฉันไม่ได้ร้อนเงินแต่ที่ฉันทำเพราะฉันสนุกน่ะ อยู่หอคนเดียวก็เหงา อีกอย่างงานนี้ก็เงินดีถึงแม้จะเปลืองตัวไปหน่อยก็เถอะเพื่อนเราก็ทำกันหลายคน มีบางคนช่วงปิดเทอมไปทำที่ผับของเสี่ยทรงพลด้วยนะ”
“อะไรนะ” พีรญาตกใจเมื่อได้ยินชื่อของเสี่ยทรงพล
“ไม่ต้องตกใจหรอกน่า เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเขามีวิธีหาเงินแบบรวดเร็วน่ะ” วรษาพูดเหมือนเรื่องวนี้เป็นเรื่องปกติทั่วไป
“มันน่าอายมากใช่ไหมปลา” หญิงสาวถามเพราะกำลังนึกถึงตัวเองที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อเงินเหมือนกัน
“มันก็คิดได้หลายแบบนะพรีม จะว่าน่าอายก็น่าอายแต่มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล เงินมันหายากถ้าคนเรามันถึงทางตันก็คงต้องทำ”
“แกหมายความว่าถ้าวันหนึ่งแกเดือดร้อนเรื่องเงินมาก แกจะไปทำงานที่นั่นเหรอ”
“ฉันเองก็ไม่รู้นะ ถ้าฉันจนตรอกจริงก็อาจจะทำแล้วที่แกถามฉันแบบนี้ไม่ใช่ว่าอยากจะไปทำงานที่นั่นนะ”
“ไม่หรอกน่า”
“โล่งใจไปหน่อย ฉันรู้มาว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะมีแต่พวกแก่ ๆ ทั้งนั้นแหละ หน้าตาสวย ๆ อย่างแกต้องหาแฟนหล่อ ๆ รวย ๆ ได้สบายมากอยู่แล้ว หรือถ้าจะมีเสี่ยเลี้ยงก็ต้องเป็นเสี่ยหล่อๆ”
คำพูดของวรษาแทงใจของพีรญาเข้าอย่างจังเพราะตอนนี้เธอก็กำลังถูกเลี้ยงแต่ไม่ใช่จากเสี่ยเหมือนที่เพื่อนพูดแต่เขาคือคุณหมอหนุ่มสุดหล่อ
“แล้วแบบนั้นมันไม่น่าอายหรือไงล่ะ”
“น่าอายตรงไหน ถ้าเขาเต็มใจจะดูแลเลี้ยงดูเราโดยที่เราไม่ได้เอาตัวไปเสนอสักหน่อย แต่เขาต้องยังไม่มีครอบครัวนะ”
“แกคิดอย่างนั้นเหรอ”
“อือ...แล้วแกล่ะพรีม ถ้ามีคนเสนอเงินให้เป็นเด็กของเขาแล้วคนที่เสนอทั้งหล่อทั้งรวยแกจะตกลงไหม”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” หญิงสาวตอบด้วยเสียงที่ฟังดูเครียด
“เฮ้ย!....ฉันแค่ถามเล่น ๆ น่าแกอย่าเครียดไปเลย ฉันว่าเราคุยกันแค่นี้ก่อนดีไหมฉันจะต้องไปทำงานแล้ว เอาไว้วันไหนเรานัดกินข้าวกันนะ ยัยพลอยด้วย”
“ได้สิ”
หลังจากวางสายจากวรษา ความเงียบก็กลับมาอีกครั้งในคอนโดที่ใหญ่เกินตัว พีรญานั่งนิ่งอยู่นานและถามคำถามกับตัวเองซ้ำไปมาว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
บนโต๊ะข้างโซฟายังมียาคุมกำเนิดแบบรายเดือนวางอยู่ทุกอย่างมันชัดแล้วว่าต่อจากนี้ ชีวิตของเธอเป็นของหมอนรสิงห์อย่างไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้
เธอเป็นของเขาแล้วจริง ๆ
พีรญาเอื้อมมือไปแตะกล่องยาคุมที่ยังซีลอยู่ด้วยปลายนิ้วสั่น
“เราต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ… แม่คะ พรีมทำถูกไหม” เธอคิดเงียบ ๆ ในใจ
หญิงสาวหวนถึงวันที่แม่ป่วยหนัก ตอนนั้นเธอทำงานทุกอย่างที่ทำได้ ยืมเงินทุกคนที่ยืมได้ แม้กระทั่งขายของใช้ของแม่ด้วยมือของตัวเองเพื่อให้แม่ได้รักษา แต่สุดท้ายแม่ก็จากไป ทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้เธอจัดการต่อ
พีรญาหลับตาสูดหายใจลึกก่อนจะลุกขึ้นสำรวจห้องอีกครั้งเพื่อให้ชินกับการใช้ชีวิตใหม่ที่นี่ ในห้องครัวมีอุปกรณ์ใหม่เอี่ยม
ในห้องน้ำมีอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ราคาแพงที่เขาซื้อให้ ในตู้เสื้อผ้ามีชุดที่ใส่แล้วแทบจะปกปิดอะไรไม่ได้เลยแขวนอยู่ทุกอย่างสะอาดสวยงาม ราคาแพง แต่ไม่ใช่ของเธอสักอย่างเพราะเธอเพียงแค่คนได้ใช้แต่ไม่ใช่เจ้าของเลยสักอย่างแม้กระทั่งตัวเธอเอง
หญิงสาวสูดหายใจเข้าอีกครั้งเธอพยายามบอกตัวเองว่าอย่างน้อยเธอก็มีที่ซุกหัวนอน มีเงินจ่ายหนี้และมีโอกาสเรียนต่อให้จบอย่างที่มารดาหวัง
นรสิงห์จับมือคนรักเดินเข้ามาในห้องรับแขกคุณกัญญารัตน์ที่กำลังก้มหน้าดูรายงานการประชุมอยู่ในแท็ปเล็ตเงยหน้าขึ้นตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ลูกชายพาเข้ามา“นี่หนู....”“ท่านประธาน” พีรญาตกใจเพราะไม่คิดว่ามารดาของคนรักคือท่านประธานที่เธอไปฝึกงานด้วย“หมอสิงห์คะ ทำไมหมอถึงไม่บอกพรีม”“ใจเย็นก่อนนะนั่งลงก่อน แม่ครับสวัสดีครับนี่พรีมแฟนผมแม่น่ารู้จักเธอกันแล้ว”“สวัสดีค่ะท่านประธาน” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“แม่รู้จักแล้วทำไมสิงห์ไม่บอกก่อนว่าส่งแฟนตัวเองมาฝึกงานที่บริษัทแม่”“ผมไม่ได้ส่งไปนะครับแม่ เรื่องฝึกงานผมไม่ได้ยุ่งเลยใช่ไหมพรีม”“ค่ะ พรีมก็ไม่รู้ว่าบริษัทนั้นเป็นของคุณท่าน”“เรียกแม่เถอะจ้ะ แบบนี้ก็ดีเลยได้คนกันเองมาฝึกงาน ถ้าอย่างนั้นหนูพรีมไม่ต้องกลับไปฝึกงานแผนกบัญชีได้ไหม ฝึกเลขานั่นแหละอีกหน่อยพอสิงห์มาทำงานที่บริษัทเขาก็จะได้ไม่ต้องหาเลขาคนใหม่”“คือพรีม....” หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์เช่นนี้เธอไม่รู้ว่าจะตอบรับดีหรือเปล่า เมื่อหันหน้าไปมองนรสิงห์ก็เห็นเขายิ้ม“แม่ครับ ผมว่าเรื่องนี้อย่าไปบังคับพรีมเลย ถ้าเธออยากฝึกแผนกบัญชีก็ให้เธอทำแผนกบัญชีนั่นแหละ อีกหน่อยจะไ
เช้าวันใหม่ในคอนโดเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นพีรญาจะเตรียมอาหารเช้าและชงกาแฟให้กับคนรักจากนั้นทั้งสองก็ออกไปทำงานด้วยกัน เขาส่งเธอที่หน้าบริษัทและเย็นนี้นัดว่าจะพาเธอไปเจอกับมารดาที่บ้านของท่านพีรญาเดินขึ้นมาบนตึกจากนั้นก็นั่งโต๊ะประจำเริ่มทำงานบางอย่างที่ข้างค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และทบทวนงานที่ผ่านมาว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดหรือมีอะไรที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากเลยเลขาของท่านประธานอีกหรือเปล่าไม่นานนักนงลักษณ์ก็มาทำงานตามเวลา“สวัสดีค่ะพี่จอย”“สวัสดีจ้ะพรีมมาเช้าอีกแล้วนะ”“ค่ะพี่ เช้านี้มีอะไรให้พรีมทำไหมคะ”“วันนี้ช่วงสายมีประชุมย่อยเดี๋ยวพี่จะให้พรีมเข้าประชุมด้วยนะ”“หนูเข้าได้ด้วยเหรอคะ”“ได้สิ นี่เป็นประชุมย่อยในบริษัท”“แล้วท่านประธานจะไม่ว่าใช่ไหม”“ไม่หรอก มันเป็นการประชุมภายในพรีมจะได้สังเกตว่าเวลาอยู่ในห้องประชุมเขาทำอะไรกันบ้าง ประชุมเสร็จพี่จะสอนให้พรีมฝึกทำรายงานการประชุมนะ”“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่จอยหนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ”ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีหลังประชุมเสร็จหญิงสาวก็เรียนรู้การทำรายงานการประชุมก่อนจะนำเข้าไปเสนอท่านประธานในเวลาบ่าย“พี่จอยว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
หลังจากลงรูปไปเที่ยวญี่ปุ่นในไอจีไปในเวลาหนึ่งทุ่มเสียงไลน์ของพีรญาก็หลังจากนั้นอีกไม่ถึงห้านาที“เรื่องมันเป็นยังไงไปเที่ยวญี่ปุ่นกับใครไหนบอกไม่มีเงินไงเล่ามาเลยนะพรีม” วรษาถามเป็นคนแรก“ใช่ ๆ แล้วทำไมมีแต่รูปเดี่ยว ใครเป็นคนถ่ายให้ ไปกับใครฉันอยากเห็นหน้าคนที่แกไปด้วยจังเลยพรีมบอกฉันสองคนมาเดี๋ยวนี้นะว่ากำลังแอบคบใครอยู่” พลอยลดาถามเพิ่ม“ใจเย็นสิแก” พีรญาหัวเราะกับท่าทางขอเพื่อน“จะให้ใจเย็นได้ยังไงล่ะ แกมีแฟนถึงขั้นไปเที่ยวต่างประเทศกับเขาแล้วยังจะปิดบังฉันสองคนอีก มันใช้ได้ที่ไหนเพื่อนกันแท้ ๆ”“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอะไรแกสองคนหรอกนะเพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวก็แค่นั้นเอง”“ลงรูปในไอจีแบบนี้แสดงว่าพร้อมที่จะเปิดตัวแล้วใช่ไหม พาเขามาเจอฉันสองคนหน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้จักว่าเขาเป็นใคร ทำงานอะไรแล้วฉันสองคนจะได้ดูด้วยไงว่าเขามาหลอกแกไหม”“ใจเย็นพลอยเขาไม่ได้มาหลอกฉันหรอกนะ” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างมั่นใจ“ใครจะไปรู้ล่ะแกหัวอ่อนเชื่อคนง่ายด้วยเกิดโดนหลอกขึ้นมาจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะอกหักไม่ได้นะพรีม”“ฉันเห็นด้วยนะ บอกมาเถอะน่าฉันสองคนอยากรู้จริง ๆ”“ถ้าไม่บอกคืนนี้ฉัน
นรสิงห์ราวน์คนไข้เสร็จในเวลาหกโมงครึ่งเขาส่งข้อความไปบอกพีรญาตั้งแต่บ่ายแล้วว่าวันนี้คงไปรับเธอตอนเย็นไม่ได้และคืนนี้ก็อาจจะไม่ไปค้างที่นั่นเพราะเขามีนัดทานอาหารเย็นกับมารดาจึงกลัวว่ามันจะดึกและรบกวนเวลาพักผ่อนของหญิงสาวเมื่อจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนรสิงห์ก็ขับรถไปยังบ้านของมารดาของตนเองซึ่งตอนนี้ท่านกำลังรอเขาอยู่บริเวณห้องรับแขก“สวัสดีครับแม่”“หายหน้าไปนานเลยนะสิงห์ เป็นไงล่ะงานยุ่งมากใช่มั้ย”“ก็พอประมาณครับ” เขาตอบแล้วนั่งลงข้าง ๆ มารดา“แม่ได้ข่าวว่าพาสาวไปเที่ยวญี่ปุ่นมาใช่ไหม” คุณกัญญารัตน์แซวลูกชาย“แม่รู้ได้ยังไงครับ มีใครคาบข่าวนี้มาบอกแม่หรือเปล่า”“พูดซะน่าเกลียดเชียว ก็ป้าพิศเขาเห็นลูกที่โตเกียวน่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะกลัวจะรบกวนเวลาส่วนตัวของลูก แล้วไม่คิดจะพาสาวคนนั้นมาเจอแม่หน่อยเหรอ”“แม่อยากเจอเหรอครับ”“ก็อยากเจอสิป้าพิศบอกว่าท่าทางลูกมีความสุขมาก แม่ก็เลยอยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนไหนทำให้ลูกชายแม่มีความสุขได้ขนาดนี้”“แม่ครับเรากินข้าวก่อนได้ไหม ผมหิวมากเดี๋ยวผมค่อยเล่าเรื่องเธอให้แม่ฟังนะครับ” เขาอยากขอเวลาคิดหาคำพูดระหว่างทานอาหาร“ไม่ใช่ว่ากินข้าวเสร็จก็จะรีบขอต
แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสองแต่เช้านี้พีรญาก็ตื่นนอนแต่เช้า หญิงสาวอาบน้ำเสร็จจากนั้นก็เข้าครัวทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้หมอนรสิงห์ได้ทานก่อนไปทำงาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคุณหมอหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องพอดี“กลิ่นหอมน่ากินจัง สงสัยผมต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับพรีมแล้วล่ะจะได้มีคนทำอาหารให้กินก่อนไปทำงานทุกเช้า” เขาเดินเข้ามาหอมแก้มแม่ครัวคนเก่งก่อนจะนั่งลงประจำที่“หมออย่าพูดให้พรีมดีใจเก้อเลยค่ะ พรีมรู้นะคะว่าหมอมาอยู่กับพรีมที่นี่ตลอดไม่ได้หรอกค่ะ รีบกินนะคะจะได้รีบไปทำงาน”“ขอล้างมือก่อนนะ” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์บนโต๊ะทานข้าวก่อนจะลุกไปล้างมือในจังหวะนั้นหญิงสาวจึงเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขา เธอแอบยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเขากลับมานั่งทานอาหารเธอก็มองหน้าเขาอย่างชั่งใจก่อนจะถามขึ้น“หมอคะเมื่อกี้พรีมแอบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของหมอ”“แล้วไงครับ” เขาถามพลางจิบกาแฟไปด้วย“มันเป็นรูปถ่ายที่เราถ่ายคู่กันตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น”“แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะที่ผมจะเอารูปผมกับแฟนตั้งเป็นพื้นหลังโทรศัพท์ไม่ผิดกฎหมายหรือพรีมไม่อยากให้ทำแบบนั้นล่ะ”“เปล่านะคะ พรีมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นพรีมก็แค่แปลกใจไม่คิดว่าห
นรสิงห์มองร่องรักโอบรัดท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดราวกับเธอและเขากลายร่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในตัวของคนรักมันเต็มไปด้วยความสุข ความเสียวซ่านที่มากขึ้นและไม่ว่าจะนอนกับเธอบ่อยแค่ไหนความต้องการก็ไม่เคยลดน้อยลงไปเลยเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาหลงรักหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขามากถึงสิบสามปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงหรือความสุขทางกายหากแต่มันคือความรักและความรู้สึกผูกพันทางกายที่ไม่มีทางแยกออกจากกันได้“อ่า....พรีมจ๋า ตอนผมแรงเลยนะที่รัก ผมชอบที่สุด”คุณหมอหนุ่มครางแหบต่ำขณะสะโพกบดเบียดอยู่ในร้องรักคับแคบ มันตอดรัดแรงจนเขาเสียวซ่านไปทุกอณูกาย นรสิงห์ไม่อาจอ่อนโยนกับเธอได้อีกทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นเข้าออกทั้งแรงและหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบกันประสานเสียงหวานของพีรญาดังก้องไปทั่วห้องน้ำจนหญิงสาวพยุงตัวเองแทบไม่อยู่ ร่องรักบีบแรงจนเสียงนรสิงห์ครางต่ำในลำคออย่างกลั้นไม่อยู่“อ๊า.....หมอสิงห์....พรีมจะไม่ไหว.....แรงอีกนิด พรีมจะเสร็จ”แล้วในที่สุดพีรญาก็ทนเก็บอารมณ์ไว้ไม่ไหมเธอร้องขอออกไปอย่างไม่อาย สองขาเรียวสั่นระริกมือที่ดันผนังกำลังอ่อนแรง ร่องรักต







