LOGINพีรญาก้าวออกจากมุมวีไอพีของชั้นสองอย่างรวดเร็ว เธอรีบเดินลงบันไดทันทีหลังปฏิเสธข้อเสนอที่น่ารังเกียจของนรสิงห์ ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่ใช่เพียงความโกรธ แต่เป็นความเจ็บปวดลึก ๆ ที่ถูกหยามเกียรติ ลมหายใจของเธอร้อนผ่าวจนเหมือนมีไฟจุดอยู่ในหน้าอก ไม่ใช่แค่โกรธที่เขาเสนอเงินแต่เสียใจอย่างที่สุด ที่ผู้ชายที่ดูดีมีการศึกษาและมีท่าทีสง่างามคนหนึ่ง กลับมองเธอว่าเป็นเพียงสินค้าที่ความจนทำให้เขาเสนอซื้อได้ทั้งที่เธอพยายามต่อสู้และรักษาศักดิ์ศรีอันเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่
เสียงดนตรีในผับยังคงดังอย่างต่อเนื่อง พอเธอเดินลงมาถึงชั้นล่างบรรยากาศในร้านก็ยังคงวุ่นวาย แต่สำหรับเธอแล้วทุกอย่างมันไม่สนุกเลยสักนิด เสียงเพลง เสียงหัวเราะดัง ๆ เสียงแก้วกระทบกันมันเหมือนลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเสียงเบา ๆ ที่อื้ออึงอยู่ในหู เธอกำลังสร้างกำแพงเพื่อป้องกันไม่ให้ความจริงเข้ามาทำร้ายได้มากกว่านี้
“พรีม เป็นอะไรน่ะ หน้าแดงเชียว” พลอยลดาเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงหลังเห็นสีหน้าเธอที่ซีดสลับแดงอย่างผิดปกติ
“เปล่า ฉันแค่เหนื่อยนิดหน่อย” พีรญาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วฝืนยิ้ม แต่เสียงเธอสั่นจนเพื่อนจับได้ว่ามันไม่ใช่ความเหนื่อยธรรมดามันคือเสียงที่ใกล้จะเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ได้ทุกเมื่อ
ประโยคเดียวที่ยังคงติดอยู่ในหัว และกรีดซ้ำแผลในใจของเธอ ‘มาอยู่กับฉัน ฉันจะปลดหนี้ให้ แล้วให้เงินเดือนด้วย’ มันวนซ้ำเหมือนแผลที่โดนกรีดซ้ำด้วยมีด คำพูดนั้นมันบาดลึกและเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะมีเจตนาดีหรือไม่ สำหรับคนจนที่ต้องมาทำงานในที่มืดมิดเช่นเธอ คำพูดนั้นมันหมายถึงการมองว่าความจนทำให้เธอไร้ค่าและขายตัวได้ง่าย ๆ นรสิงห์ ไม่ได้มองเธอด้วยความสงสารแต่เขามองเธอเป็นสิ่งของที่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน
หญิงสาวกลับไปทำงานต่อทั้งที่ใจยังว้าวุ่น การฝืนยิ้มและการรับแก้วจากลูกค้าแต่ละคนกลายเป็นความกดดัน
ทุกสัมผัสที่ลูกค้าแตะต้องแขนหรือพูดจาแทะโลมเธอ รู้สึกเหมือนถูกซ้ำเติมจากบาดแผลที่เพิ่งได้รับมา
ด้านบนของมุมวีไอพีนรสิงห์กำลังหงุดหงิดไม่แพ้กัน หลังพีรญาเดินออกไป เขาทิ้งตัวเอนพิงพนักโซฟามองแก้ววิสกี้ในมือสมองกำลังคิดถึงการแก้ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น
นรสิงห์รู้ทันทีว่าตัวเองได้พูดอะไรที่ผิดพลาดออกไป มันเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน
“บ้าเอ๊ย… ทำไมฉันพูดแบบนั้นวะ” เสียงสบถเบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอของศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็น ทั้งที่ตั้งใจจะยื่นมือเข้าไปช่วย มอบความปลอดภัยและทางออก ให้กับผู้หญิงที่ทำให้เขาหวั่นไหวคนแรกในรอบหลายปี แต่กลับพูดออกไปเหมือนผู้ชายทั่วไปที่ใช้เงินซื้อผู้หญิงมาบำเรออารมณ์
“แล้วทีนี้จะทำยังต่อวะเนี่ย”
เขาไม่อยากให้เธอลำบากแบบนี้ ไม่อยากเห็นเธอยืนท่ามกลางผู้ชายเมา ๆ ที่พร้อมลวนลามเธอทุกนาทีที่เธอเดินผ่านความรู้สึกหวงแหนที่แปลกประหลาด มันทำให้เขาตัดสินใจพูดอย่างไม่คิดและเขารู้ดีว่าเธอต้องโกรธมากอย่างแน่นอน
สุรัชเดินกลับขึ้นมาพร้อมเครื่องดื่มของตัวเองในมือ สีหน้าของเพื่อนรักทำให้เขารู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน
“คุยกันรู้เรื่องไหม” เขาถามก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ
“ไม่” นรสิงห์ตอบสั้น ๆ แล้ววางแก้ววิสกี้เปล่าลงอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
“ทะเลาะกันเหรอ”
“ฉันเสนอช่วยใช้หนี้แล้วแต่เธอเข้าใจว่าฉันจะซื้อตัวเธอ”
สุรัชมองหน้าเพื่อนแล้วถอนหายใจยาว
“เออ....ก็ฟังดูเหมือนจริง ๆ แหละ” น้ำเสียงสุรัชเต็มไปด้วยความหน่ายใจในความตรงของเพื่อน
“ฉันตั้งใจดีนะแต่ปากมันดันพูดออกไปแบบนั้น”
“นายไม่เข้าใจเธอหรอกสิงห์ ผู้หญิงที่ลำบากอย่างพรีม เธออาจจะไม่เหลืออะไรเลยนอกจากศักดิ์ศรี พวกเธอจะระวังรักษาศักดิ์ศรีมากกว่าความสบายเสียอีก คำพูดของนายมันเหมือนไปกรีดแผลของเธอเข้าให้” สุรัชเท้าแขนบนพนักโซฟา
นรสิงห์นั่งเงียบเขารู้ว่าตัวเองผิดเต็ม ๆ ความรู้สึกผิดนั้นบาดลึกกว่าบาดแผลจากการผ่าตัดใด ๆ ที่เขาเคยทำมา
“แล้วกะยังไงต่อ จะปล่อยไว้แบบนั้นเหรอ” สุรัชถามอย่างเป็นห่วงในความสัมพันธ์ที่ยังไม่ทันได้เริ่ม
นรสิงห์เงียบไปนานก่อนยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความอึดอัด
“ฉัน....ไม่อยากให้เธอเข้าใจว่าฉันดูถูกเธอ”
คำพูดนั้นทำให้สุรัชเริ่มรู้แล้วว่าศัลยแพทย์ผู้เคร่งขรึมคนนี้ไม่ได้แค่สนใจผิวเผินแต่เขาสนใจจริงและดูท่าจะเสียศูนย์กับการปฏิเสธของเด็กดริ๊งค์คนนี้ไม่น้อย
พอเข็มนาฬิกาเลยตีสองเสียงในร้านก็เริ่มเบาลงจนเกือบเป็นความเงียบ ลูกค้าคนสุดท้ายทยอยกลับออกไป พนักงานเริ่มเก็บโต๊ะ เก็บแก้ว เช็ดเคาน์เตอร์และนั่นหมายถึงการทำงานที่แสนสาหัสของพีรญาในคืนที่สองจะสิ้นสุดลงแล้ว
พีรญาเดินออกมาหลังเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักพนักงาน ความเหนื่อยล้าและความง่วงทำให้เธอตาของหญิงสาวแทบจะปิด ความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ยังไม่จางหาย เธอสวมเสื้อคลุมบาง ๆ สีเทาทับชุดเดิมเตรียมกลับหอพักที่อยู่ไม่ไกล
พีรญาพยายามปรับสีหน้าไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมา แต่พอเดินพ้นประตูบานใหญ่สู่แสงไฟสลัวของถนนหญิงสาวก็ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าหมอนรสิงห์รออยู่
เขายืนพิงรถยุโรปสีดำคันใหญ่อยู่ตรงหน้าร้าน ท่ามกลางความเงียบของยามดึก ดวงตาคู่นั้นยังคงคมและนิ่งเหมือนเดิมแต่ดูมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความนิ่งของความเย็นชา แต่เป็นความนิ่งของคนที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่าง
พีรญาชะงัก ลมหายใจเธอสะดุดหญิงสาวรู้สึกความประหม่าและความสับสนที่ได้เจอเขาอีกครั้ง
“คุณหมอยังไม่กลับเหรอคะ” น้ำเสียงที่เปล่งออกไปแข็งและเย็นชาอย่างผิดปกติเพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเอง
เขาก้าวเข้ามาใกล้ ๆ แต่เว้นระยะห่างไว้เพราะเข้าใจดีว่าเธอคงไม่อยากให้เขาเข้ามาใกล้เกินไป
“ฉันรอเธอ”
“รอพรีมทำไมคะ”
“อยากคุย”
“ไม่จำเป็นค่ะ พรีมว่าคืนนี้พอแล้ว” พีรญาส่ายหน้า ความอดทนของเธอหมดลงแล้ว
“พรีม... ฉันขอโทษนะ ฉันพูดไม่คิด ฉันไม่ได้ตั้งใจดูถูกเธอเลย” สายตาของเขาเหมือนคนที่รู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดทั้งหมด ไม่มีความเย่อหยิ่งใด ๆ ในท่าทีของเขาอีกแล้ว
พีรญากัดริมฝีปากแน่นไม่ใช่เพราะโกรธอีกต่อไป แต่เป็นเพราะคำขอโทษที่ดูจริงใจของเขามันทำให้เธอเกือบจะใจอ่อนและยอมรับมันง่าย ๆ แต่เธอฝืนไว้เพราะถ้าเธออ่อนแอในตอนนี้ ศักดิ์ศรีของเธอจะพังทลายลงทันที
“คุณหมอไม่ต้องขอโทษค่ะ แค่อย่ามองพรีมเป็นผู้หญิงแบบนั้นอีกก็พอ”
นรสิงห์ก้มศีรษะลงเล็กน้อย คล้ายการยอมรับความผิดและเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่มีเงื่อนไข
“ฉันจะไม่พูดแบบนั้นอีก... ฉันสัญญา”
เธอไม่อยากฟังอะไรอีกแล้วอยากรีบกลับไปพักอยากปล่อยน้ำตาไว้กับหมอนไม่ใช่ต่อหน้าเขา
“งั้นพรีมกลับก่อนนะคะ”
เธอหมุนตัวจะเดิน แต่เสียงเขาก็ดังขึ้นตามหลังเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงใจจนเธอต้องชะงักเท้า
“พรีม... ฉันไม่ได้คิดว่าเธอซื้อได้ ฉันแค่... ไม่อยากเห็นเธอลำบากคนเดียว”
เธอนิ่งและหันมองหน้าเขาเพราะคำพูดที่ดูจริงจังและสำนึกผิดของคุณหมอหนุ่มนั้นดึงดูดความสนใจของเธอมากกว่าคำเสนอเงินใด ๆ
“พรีมลำบากได้ค่ะ แต่พรีมไม่ขายตัวให้ใคร”
“ฉันรู้แล้ว... และฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ”
“ค่ะ กลับดี ๆ นะคะหมอ” เธอบอกก่อนจะขี่จักรยานยนต์ออกไปตามทางที่มุ่งสู่หอพัก ความรู้สึกระหว่างทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน
นรสิงห์จับมือคนรักเดินเข้ามาในห้องรับแขกคุณกัญญารัตน์ที่กำลังก้มหน้าดูรายงานการประชุมอยู่ในแท็ปเล็ตเงยหน้าขึ้นตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ลูกชายพาเข้ามา“นี่หนู....”“ท่านประธาน” พีรญาตกใจเพราะไม่คิดว่ามารดาของคนรักคือท่านประธานที่เธอไปฝึกงานด้วย“หมอสิงห์คะ ทำไมหมอถึงไม่บอกพรีม”“ใจเย็นก่อนนะนั่งลงก่อน แม่ครับสวัสดีครับนี่พรีมแฟนผมแม่น่ารู้จักเธอกันแล้ว”“สวัสดีค่ะท่านประธาน” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“แม่รู้จักแล้วทำไมสิงห์ไม่บอกก่อนว่าส่งแฟนตัวเองมาฝึกงานที่บริษัทแม่”“ผมไม่ได้ส่งไปนะครับแม่ เรื่องฝึกงานผมไม่ได้ยุ่งเลยใช่ไหมพรีม”“ค่ะ พรีมก็ไม่รู้ว่าบริษัทนั้นเป็นของคุณท่าน”“เรียกแม่เถอะจ้ะ แบบนี้ก็ดีเลยได้คนกันเองมาฝึกงาน ถ้าอย่างนั้นหนูพรีมไม่ต้องกลับไปฝึกงานแผนกบัญชีได้ไหม ฝึกเลขานั่นแหละอีกหน่อยพอสิงห์มาทำงานที่บริษัทเขาก็จะได้ไม่ต้องหาเลขาคนใหม่”“คือพรีม....” หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์เช่นนี้เธอไม่รู้ว่าจะตอบรับดีหรือเปล่า เมื่อหันหน้าไปมองนรสิงห์ก็เห็นเขายิ้ม“แม่ครับ ผมว่าเรื่องนี้อย่าไปบังคับพรีมเลย ถ้าเธออยากฝึกแผนกบัญชีก็ให้เธอทำแผนกบัญชีนั่นแหละ อีกหน่อยจะไ
เช้าวันใหม่ในคอนโดเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นพีรญาจะเตรียมอาหารเช้าและชงกาแฟให้กับคนรักจากนั้นทั้งสองก็ออกไปทำงานด้วยกัน เขาส่งเธอที่หน้าบริษัทและเย็นนี้นัดว่าจะพาเธอไปเจอกับมารดาที่บ้านของท่านพีรญาเดินขึ้นมาบนตึกจากนั้นก็นั่งโต๊ะประจำเริ่มทำงานบางอย่างที่ข้างค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และทบทวนงานที่ผ่านมาว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดหรือมีอะไรที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากเลยเลขาของท่านประธานอีกหรือเปล่าไม่นานนักนงลักษณ์ก็มาทำงานตามเวลา“สวัสดีค่ะพี่จอย”“สวัสดีจ้ะพรีมมาเช้าอีกแล้วนะ”“ค่ะพี่ เช้านี้มีอะไรให้พรีมทำไหมคะ”“วันนี้ช่วงสายมีประชุมย่อยเดี๋ยวพี่จะให้พรีมเข้าประชุมด้วยนะ”“หนูเข้าได้ด้วยเหรอคะ”“ได้สิ นี่เป็นประชุมย่อยในบริษัท”“แล้วท่านประธานจะไม่ว่าใช่ไหม”“ไม่หรอก มันเป็นการประชุมภายในพรีมจะได้สังเกตว่าเวลาอยู่ในห้องประชุมเขาทำอะไรกันบ้าง ประชุมเสร็จพี่จะสอนให้พรีมฝึกทำรายงานการประชุมนะ”“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่จอยหนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ”ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีหลังประชุมเสร็จหญิงสาวก็เรียนรู้การทำรายงานการประชุมก่อนจะนำเข้าไปเสนอท่านประธานในเวลาบ่าย“พี่จอยว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
หลังจากลงรูปไปเที่ยวญี่ปุ่นในไอจีไปในเวลาหนึ่งทุ่มเสียงไลน์ของพีรญาก็หลังจากนั้นอีกไม่ถึงห้านาที“เรื่องมันเป็นยังไงไปเที่ยวญี่ปุ่นกับใครไหนบอกไม่มีเงินไงเล่ามาเลยนะพรีม” วรษาถามเป็นคนแรก“ใช่ ๆ แล้วทำไมมีแต่รูปเดี่ยว ใครเป็นคนถ่ายให้ ไปกับใครฉันอยากเห็นหน้าคนที่แกไปด้วยจังเลยพรีมบอกฉันสองคนมาเดี๋ยวนี้นะว่ากำลังแอบคบใครอยู่” พลอยลดาถามเพิ่ม“ใจเย็นสิแก” พีรญาหัวเราะกับท่าทางขอเพื่อน“จะให้ใจเย็นได้ยังไงล่ะ แกมีแฟนถึงขั้นไปเที่ยวต่างประเทศกับเขาแล้วยังจะปิดบังฉันสองคนอีก มันใช้ได้ที่ไหนเพื่อนกันแท้ ๆ”“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอะไรแกสองคนหรอกนะเพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวก็แค่นั้นเอง”“ลงรูปในไอจีแบบนี้แสดงว่าพร้อมที่จะเปิดตัวแล้วใช่ไหม พาเขามาเจอฉันสองคนหน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้จักว่าเขาเป็นใคร ทำงานอะไรแล้วฉันสองคนจะได้ดูด้วยไงว่าเขามาหลอกแกไหม”“ใจเย็นพลอยเขาไม่ได้มาหลอกฉันหรอกนะ” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างมั่นใจ“ใครจะไปรู้ล่ะแกหัวอ่อนเชื่อคนง่ายด้วยเกิดโดนหลอกขึ้นมาจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะอกหักไม่ได้นะพรีม”“ฉันเห็นด้วยนะ บอกมาเถอะน่าฉันสองคนอยากรู้จริง ๆ”“ถ้าไม่บอกคืนนี้ฉัน
นรสิงห์ราวน์คนไข้เสร็จในเวลาหกโมงครึ่งเขาส่งข้อความไปบอกพีรญาตั้งแต่บ่ายแล้วว่าวันนี้คงไปรับเธอตอนเย็นไม่ได้และคืนนี้ก็อาจจะไม่ไปค้างที่นั่นเพราะเขามีนัดทานอาหารเย็นกับมารดาจึงกลัวว่ามันจะดึกและรบกวนเวลาพักผ่อนของหญิงสาวเมื่อจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนรสิงห์ก็ขับรถไปยังบ้านของมารดาของตนเองซึ่งตอนนี้ท่านกำลังรอเขาอยู่บริเวณห้องรับแขก“สวัสดีครับแม่”“หายหน้าไปนานเลยนะสิงห์ เป็นไงล่ะงานยุ่งมากใช่มั้ย”“ก็พอประมาณครับ” เขาตอบแล้วนั่งลงข้าง ๆ มารดา“แม่ได้ข่าวว่าพาสาวไปเที่ยวญี่ปุ่นมาใช่ไหม” คุณกัญญารัตน์แซวลูกชาย“แม่รู้ได้ยังไงครับ มีใครคาบข่าวนี้มาบอกแม่หรือเปล่า”“พูดซะน่าเกลียดเชียว ก็ป้าพิศเขาเห็นลูกที่โตเกียวน่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะกลัวจะรบกวนเวลาส่วนตัวของลูก แล้วไม่คิดจะพาสาวคนนั้นมาเจอแม่หน่อยเหรอ”“แม่อยากเจอเหรอครับ”“ก็อยากเจอสิป้าพิศบอกว่าท่าทางลูกมีความสุขมาก แม่ก็เลยอยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนไหนทำให้ลูกชายแม่มีความสุขได้ขนาดนี้”“แม่ครับเรากินข้าวก่อนได้ไหม ผมหิวมากเดี๋ยวผมค่อยเล่าเรื่องเธอให้แม่ฟังนะครับ” เขาอยากขอเวลาคิดหาคำพูดระหว่างทานอาหาร“ไม่ใช่ว่ากินข้าวเสร็จก็จะรีบขอต
แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสองแต่เช้านี้พีรญาก็ตื่นนอนแต่เช้า หญิงสาวอาบน้ำเสร็จจากนั้นก็เข้าครัวทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้หมอนรสิงห์ได้ทานก่อนไปทำงาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคุณหมอหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องพอดี“กลิ่นหอมน่ากินจัง สงสัยผมต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับพรีมแล้วล่ะจะได้มีคนทำอาหารให้กินก่อนไปทำงานทุกเช้า” เขาเดินเข้ามาหอมแก้มแม่ครัวคนเก่งก่อนจะนั่งลงประจำที่“หมออย่าพูดให้พรีมดีใจเก้อเลยค่ะ พรีมรู้นะคะว่าหมอมาอยู่กับพรีมที่นี่ตลอดไม่ได้หรอกค่ะ รีบกินนะคะจะได้รีบไปทำงาน”“ขอล้างมือก่อนนะ” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์บนโต๊ะทานข้าวก่อนจะลุกไปล้างมือในจังหวะนั้นหญิงสาวจึงเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขา เธอแอบยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเขากลับมานั่งทานอาหารเธอก็มองหน้าเขาอย่างชั่งใจก่อนจะถามขึ้น“หมอคะเมื่อกี้พรีมแอบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของหมอ”“แล้วไงครับ” เขาถามพลางจิบกาแฟไปด้วย“มันเป็นรูปถ่ายที่เราถ่ายคู่กันตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น”“แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะที่ผมจะเอารูปผมกับแฟนตั้งเป็นพื้นหลังโทรศัพท์ไม่ผิดกฎหมายหรือพรีมไม่อยากให้ทำแบบนั้นล่ะ”“เปล่านะคะ พรีมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นพรีมก็แค่แปลกใจไม่คิดว่าห
นรสิงห์มองร่องรักโอบรัดท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดราวกับเธอและเขากลายร่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในตัวของคนรักมันเต็มไปด้วยความสุข ความเสียวซ่านที่มากขึ้นและไม่ว่าจะนอนกับเธอบ่อยแค่ไหนความต้องการก็ไม่เคยลดน้อยลงไปเลยเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาหลงรักหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขามากถึงสิบสามปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงหรือความสุขทางกายหากแต่มันคือความรักและความรู้สึกผูกพันทางกายที่ไม่มีทางแยกออกจากกันได้“อ่า....พรีมจ๋า ตอนผมแรงเลยนะที่รัก ผมชอบที่สุด”คุณหมอหนุ่มครางแหบต่ำขณะสะโพกบดเบียดอยู่ในร้องรักคับแคบ มันตอดรัดแรงจนเขาเสียวซ่านไปทุกอณูกาย นรสิงห์ไม่อาจอ่อนโยนกับเธอได้อีกทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นเข้าออกทั้งแรงและหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบกันประสานเสียงหวานของพีรญาดังก้องไปทั่วห้องน้ำจนหญิงสาวพยุงตัวเองแทบไม่อยู่ ร่องรักบีบแรงจนเสียงนรสิงห์ครางต่ำในลำคออย่างกลั้นไม่อยู่“อ๊า.....หมอสิงห์....พรีมจะไม่ไหว.....แรงอีกนิด พรีมจะเสร็จ”แล้วในที่สุดพีรญาก็ทนเก็บอารมณ์ไว้ไม่ไหมเธอร้องขอออกไปอย่างไม่อาย สองขาเรียวสั่นระริกมือที่ดันผนังกำลังอ่อนแรง ร่องรักต







