Masukเมื่อประตูรถปิดเสียงร้องสะอื้นของพีรญาดังก้องภายในห้องโดยสาร เธอร้องไห้อย่างไม่อาย ไม่สนใจเลยว่าคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นั้นเป็นคนที่เธอเคยเจอแค่ไม่กี่ครั้งบรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความกดดันและความใกล้ชิดที่มากกว่าทุกครั้ง
พีรญานั่งก้มหน้าตัวสั่นและยังคงสะอื้นเบา ๆ เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เธอไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขาไม่อยากให้เขาเห็นถึงความอ่อนแอแต่ครั้งนี้มันอดกลั้นไว้ไม่ไหวจริง ๆ น้ำตาแห่งความและรู้สึกว่าตนเองจนตรอกยังคงไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ร้องไห้พอนะพรีม...ร้องในนี้ไม่มีใครเห็นนอกจากฉัน” หมอนรสิงห์พูดเสียงเรียบฟังดูห่วงใย แต่ก็แฝงความหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยรับมือกับอารมณ์อ่อนไหวของผู้หญิงมาก่อน
“พรีมอยากหยุดร้องแต่ทุกอย่างมัน…มันเกินไปหมดแล้วค่ะ…” เสียงเธอสั่นสะอื้นอย่างยอมแพ้ต่อโชคชะตา
นรสิงห์มองเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคมของเขามองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาอย่างพิจารณา เขาเห็นความอ่อนแอที่พยายามจะเข้มแข็งและความรู้สึกอยากปกป้องที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน เขาไม่ต้องการให้ใครมาปกป้องเธอนอกจากเขาเอง
เขาไม่พูดอะไรแต่ดึงทิชชู่จากช่องเก็บของแล้วยื่นให้ หญิงสาวรับมาอย่างเกรงใจแต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหล เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนที่น่าสมเพชที่สุดในสายตาเขา
“ฉันรู้ว่าเธอตอนนี้เธอรู้สึกยังไง เธออายุแค่นี้แต่ต้องมาเจอปัญหาและรับแรงกดดันมากขนาดนี้มันก็ยากที่จะยอมรับมันได้ แต่ปัญหามันก็มีทางออกของมัน”
“พรีมไม่อยากไปทำงานที่ผับของเสี่ยทรงพล… พรีมรู้ค่ะว่ามันไม่ใช่แค่เสิร์ฟเหล้า” เธอพูดเสียงแผ่ว แต่ชัดเจนพอให้เขาได้ยิน
“แล้วทำไมถึงต้องไปกู้เงินพวกนั้นตั้งแต่แรก” เขาถามทั้งที่พอจะรู้เรื่องของเธอมาบ้างแต่ก็อยากจะฟังจากปากของพีรญาอีกครั้ง
ความทรงจำที่เจ็บปวดของพีรญาถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง สองมือกำแน่น เธอเงียบไปนานจนนรสิงห์คิดว่าเธอคงไม่ตอบ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็พูดออกมาทั้งน้ำตา
“แม่พรีมป่วยค่ะ”
เขาขยับตัวเล็กน้อย โน้มตัวไปข้างหน้าอย่างตั้งใจฟัง แววตาที่ปกติเยือกเย็นมีประกายของความสนใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
“แม่ต้องผ่าตัดด่วน ค่าใช้จ่ายมันเยอะมาก พรีมพยายามทุกอย่างแล้ว…แต่เงินมันไม่พอ พรีมไม่มีใครให้ขอ ไม่มีใครให้พึ่งเลย…ตอนนั้นพรีมคิดแค่ว่า ถ้าไม่หาเงินให้แม่…แม่อาจจะไม่รอด” เธอเล่าด้วยเสียงสั่น ความรักที่มีต่อมารดาคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอกล้าทำเรื่องเสี่ยงเช่นนี้
“แล้วแม่เธอ…” หมอสิงห์ถามช้า ๆ แม้จะรู้คำตอบแล้วแต่ก็ยังคงถามเพื่อยืนยัน เขาคิดว่าถ้าเธอได้เล่าหรือระบายความรู้สึกออกมาก็คงจะดีขึ้น
“แม่เสียไปหลายเดือนแล้วค่ะ”
บรรยากาศในรถเงียบลงทันที นรสิงห์กำพวงมาลัยแน่น ความรู้สึกบางอย่างตีขึ้นมาในอกแบบที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ ความสงสาร ความเข้าใจหรือความเวทนาในโชคชะตาที่เล่นตลกกับผู้หญิงคนนี้ มันไม่ใช่แค่ความต้องการทางกายแล้ว แต่เป็นความรู้สึกที่อยากจะดูแล ปกป้องและเยียวยาความเจ็บปวดของเธอ
“แล้วหนี้สามแสนนั่น เธอกู้มาเพื่อรักษาแม่ใช่ไหม” เขาถามเพื่อความแน่ใจ
“ค่ะ…พรีมกะว่าจะผ่อนคืนหลังแม่ออกจากโรงพยาบาล แต่พอแม่จากไป พรีมก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว ต้องย้ายหอ ต้องใช้หนี้ ต้องเรียน พรีมเลยต้องทำงานกลางคืนเพิ่ม ตอนนี้ปิดเทอมอยู่ก็เลยอยากจะเร่งหาเงินค่ะ” เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของเธอ หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องต่อสู้คนเดียวในโลกใบใหญ่ต้องรับทุกอย่างทั้งความจน ความกลัวและการสูญเสีย มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด
“แล้วทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก” เขาพูดเสียงเรียบแต่ดวงตามีประกายของความเห็นใจ
“เพราะพรีมรู้ว่าคุณจะเสนอให้พรีม…เป็นของคุณ”
“แล้วมันแย่ตรงไหนพรีม” นรสิงห์หัวเราะเบา ๆ ทั้งเหนื่อยใจทั้งหงุดหงิดกับความดื้อดึงที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของเธอ เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้นิดหนึ่ง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมชัดเจน แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังแดงก่ำของเธอ
“อย่างน้อยฉันก็ไม่ทำให้เธอตกนรกแบบที่ผับของเสี่ยทรงพลหรอกนะ เธอรู้ไหมว่าถ้าไปที่นั่นแล้วชีวิตเธอจะพังย่อยยับ” นรสิงห์พยายามชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างนรกกับทางออกที่คิดว่าน่าจะดีกว่า
“แต่พรีมไม่อยากเป็นของใคร…ไม่อยากขายตัวเพื่อเงิน” เธอยังคงยืนกรานเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
“งั้นตอนนี้เธอจะเลือกอะไรล่ะ เลือกถูกลากไปผับนั่นเหมือนของเล่นให้ผู้ชายทั้งร้าน ชีวิตที่เธอจะไม่สามารถควบคุมได้แม้แต่วินาทีเดียวหรือจะมาอยู่กับฉันแค่คนเดียว ชีวิตที่ปลอดภัยภายใต้การปกป้องของฉัน”
“พรีมไม่อยากขายศักดิ์ศรีของตัวเอง…”
“ศักดิ์ศรีไม่ใช่สิ่งที่เธอมีโอกาสรักษาไว้นานนะพรีม ถ้าเธอปล่อยให้เสี่ยทรงพลได้ตัวเธอไป ศักดิ์ศรีนั่นมันก็หายไปอยู่ดี และสิ่งที่เธอจะได้รับกลับมาคือความเจ็บปวด” เขาพูดความจริงที่โหดร้ายเพื่อบีบให้เธอเห็นภาพ
“แต่.....”
“อย่างน้อยฉันก็ปกป้องเธอได้ ฉันจะดูแลเธอจะให้เกียรติเธอตามสมควร พรีมฉันไม่บังคับเธอ แต่เธอต้องตัดสินใจแล้วว่าชีวิตเธอจะเดินไปทางไหน มาอยู่กับฉัน... แล้วปัญหาทุกอย่างของเธอ ฉันจะจัดการให้หมด ตั้งแต่หนี้สามแสนจนถึงค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในการเรียน” เขายื่นข้อเสนอชัดเจน
พีรญาสับสนเพราะทางทั้งสองอย่างคือสิ่งที่หญิงสาวไม่อยากจะเลือกนี่คือทางเลือกที่เธอ แม้จะเชื่อในระดับหนึ่งว่าการอยู่กับนรสิงห์จะปลอดภัยกว่า แต่ก็ยังไม่อยากตัดสินใจในตอนนี้เพราะเธอยังเหลือเวลาอีกแค่สิบกว่าวันที่เธอจะหาเงินหนึ่งแสน แม้รู้ว่ามันเป็นไปได้ยากและก็หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์
“แล้วถ้าพรีม…ยังไม่ตอบตอนนี้ได้ไหมคะ” เธอถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และอยากยื้อเวลาออกไปอีกนิดเพื่อตัดสินใจ
นรสิงห์มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธออีกครั้ง แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเพราะเข้าใจถึงความกดดันของพีรญาดี
“ฉันให้เวลาเธอคิด แต่ก็คงไม่นาน เธอต้องให้คำตอบฉันก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป เธอรู้ใช่ไหมว่าอีกแค่สิบวันก็จะสิ้นเดือน” เขาพยายามจะปรับเสียงให้ฟังดูอ่อนโยนที่สุด
“ค่ะ พรีมรู้ ขอต่อเวลาอีกนิด ขอให้พรีมได้คิดอีกหน่อยนะคะ”
พีรญารู้ดีว่าทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ก็คงหนีไม่พ้นข้อเสนอของสุดท้ายจากผู้ชายคนนี้ แม้เข้าจะดูถูกเธอด้วยเงิน แต่ก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่ยื่นมือมาช่วยเหลือเธอในตอนนี้ และถ้าพีรญาตอบตกลงชีวิตของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
นรสิงห์จับมือคนรักเดินเข้ามาในห้องรับแขกคุณกัญญารัตน์ที่กำลังก้มหน้าดูรายงานการประชุมอยู่ในแท็ปเล็ตเงยหน้าขึ้นตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ลูกชายพาเข้ามา“นี่หนู....”“ท่านประธาน” พีรญาตกใจเพราะไม่คิดว่ามารดาของคนรักคือท่านประธานที่เธอไปฝึกงานด้วย“หมอสิงห์คะ ทำไมหมอถึงไม่บอกพรีม”“ใจเย็นก่อนนะนั่งลงก่อน แม่ครับสวัสดีครับนี่พรีมแฟนผมแม่น่ารู้จักเธอกันแล้ว”“สวัสดีค่ะท่านประธาน” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“แม่รู้จักแล้วทำไมสิงห์ไม่บอกก่อนว่าส่งแฟนตัวเองมาฝึกงานที่บริษัทแม่”“ผมไม่ได้ส่งไปนะครับแม่ เรื่องฝึกงานผมไม่ได้ยุ่งเลยใช่ไหมพรีม”“ค่ะ พรีมก็ไม่รู้ว่าบริษัทนั้นเป็นของคุณท่าน”“เรียกแม่เถอะจ้ะ แบบนี้ก็ดีเลยได้คนกันเองมาฝึกงาน ถ้าอย่างนั้นหนูพรีมไม่ต้องกลับไปฝึกงานแผนกบัญชีได้ไหม ฝึกเลขานั่นแหละอีกหน่อยพอสิงห์มาทำงานที่บริษัทเขาก็จะได้ไม่ต้องหาเลขาคนใหม่”“คือพรีม....” หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์เช่นนี้เธอไม่รู้ว่าจะตอบรับดีหรือเปล่า เมื่อหันหน้าไปมองนรสิงห์ก็เห็นเขายิ้ม“แม่ครับ ผมว่าเรื่องนี้อย่าไปบังคับพรีมเลย ถ้าเธออยากฝึกแผนกบัญชีก็ให้เธอทำแผนกบัญชีนั่นแหละ อีกหน่อยจะไ
เช้าวันใหม่ในคอนโดเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นพีรญาจะเตรียมอาหารเช้าและชงกาแฟให้กับคนรักจากนั้นทั้งสองก็ออกไปทำงานด้วยกัน เขาส่งเธอที่หน้าบริษัทและเย็นนี้นัดว่าจะพาเธอไปเจอกับมารดาที่บ้านของท่านพีรญาเดินขึ้นมาบนตึกจากนั้นก็นั่งโต๊ะประจำเริ่มทำงานบางอย่างที่ข้างค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และทบทวนงานที่ผ่านมาว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดหรือมีอะไรที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากเลยเลขาของท่านประธานอีกหรือเปล่าไม่นานนักนงลักษณ์ก็มาทำงานตามเวลา“สวัสดีค่ะพี่จอย”“สวัสดีจ้ะพรีมมาเช้าอีกแล้วนะ”“ค่ะพี่ เช้านี้มีอะไรให้พรีมทำไหมคะ”“วันนี้ช่วงสายมีประชุมย่อยเดี๋ยวพี่จะให้พรีมเข้าประชุมด้วยนะ”“หนูเข้าได้ด้วยเหรอคะ”“ได้สิ นี่เป็นประชุมย่อยในบริษัท”“แล้วท่านประธานจะไม่ว่าใช่ไหม”“ไม่หรอก มันเป็นการประชุมภายในพรีมจะได้สังเกตว่าเวลาอยู่ในห้องประชุมเขาทำอะไรกันบ้าง ประชุมเสร็จพี่จะสอนให้พรีมฝึกทำรายงานการประชุมนะ”“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่จอยหนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ”ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีหลังประชุมเสร็จหญิงสาวก็เรียนรู้การทำรายงานการประชุมก่อนจะนำเข้าไปเสนอท่านประธานในเวลาบ่าย“พี่จอยว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
หลังจากลงรูปไปเที่ยวญี่ปุ่นในไอจีไปในเวลาหนึ่งทุ่มเสียงไลน์ของพีรญาก็หลังจากนั้นอีกไม่ถึงห้านาที“เรื่องมันเป็นยังไงไปเที่ยวญี่ปุ่นกับใครไหนบอกไม่มีเงินไงเล่ามาเลยนะพรีม” วรษาถามเป็นคนแรก“ใช่ ๆ แล้วทำไมมีแต่รูปเดี่ยว ใครเป็นคนถ่ายให้ ไปกับใครฉันอยากเห็นหน้าคนที่แกไปด้วยจังเลยพรีมบอกฉันสองคนมาเดี๋ยวนี้นะว่ากำลังแอบคบใครอยู่” พลอยลดาถามเพิ่ม“ใจเย็นสิแก” พีรญาหัวเราะกับท่าทางขอเพื่อน“จะให้ใจเย็นได้ยังไงล่ะ แกมีแฟนถึงขั้นไปเที่ยวต่างประเทศกับเขาแล้วยังจะปิดบังฉันสองคนอีก มันใช้ได้ที่ไหนเพื่อนกันแท้ ๆ”“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอะไรแกสองคนหรอกนะเพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวก็แค่นั้นเอง”“ลงรูปในไอจีแบบนี้แสดงว่าพร้อมที่จะเปิดตัวแล้วใช่ไหม พาเขามาเจอฉันสองคนหน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้จักว่าเขาเป็นใคร ทำงานอะไรแล้วฉันสองคนจะได้ดูด้วยไงว่าเขามาหลอกแกไหม”“ใจเย็นพลอยเขาไม่ได้มาหลอกฉันหรอกนะ” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างมั่นใจ“ใครจะไปรู้ล่ะแกหัวอ่อนเชื่อคนง่ายด้วยเกิดโดนหลอกขึ้นมาจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะอกหักไม่ได้นะพรีม”“ฉันเห็นด้วยนะ บอกมาเถอะน่าฉันสองคนอยากรู้จริง ๆ”“ถ้าไม่บอกคืนนี้ฉัน
นรสิงห์ราวน์คนไข้เสร็จในเวลาหกโมงครึ่งเขาส่งข้อความไปบอกพีรญาตั้งแต่บ่ายแล้วว่าวันนี้คงไปรับเธอตอนเย็นไม่ได้และคืนนี้ก็อาจจะไม่ไปค้างที่นั่นเพราะเขามีนัดทานอาหารเย็นกับมารดาจึงกลัวว่ามันจะดึกและรบกวนเวลาพักผ่อนของหญิงสาวเมื่อจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนรสิงห์ก็ขับรถไปยังบ้านของมารดาของตนเองซึ่งตอนนี้ท่านกำลังรอเขาอยู่บริเวณห้องรับแขก“สวัสดีครับแม่”“หายหน้าไปนานเลยนะสิงห์ เป็นไงล่ะงานยุ่งมากใช่มั้ย”“ก็พอประมาณครับ” เขาตอบแล้วนั่งลงข้าง ๆ มารดา“แม่ได้ข่าวว่าพาสาวไปเที่ยวญี่ปุ่นมาใช่ไหม” คุณกัญญารัตน์แซวลูกชาย“แม่รู้ได้ยังไงครับ มีใครคาบข่าวนี้มาบอกแม่หรือเปล่า”“พูดซะน่าเกลียดเชียว ก็ป้าพิศเขาเห็นลูกที่โตเกียวน่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะกลัวจะรบกวนเวลาส่วนตัวของลูก แล้วไม่คิดจะพาสาวคนนั้นมาเจอแม่หน่อยเหรอ”“แม่อยากเจอเหรอครับ”“ก็อยากเจอสิป้าพิศบอกว่าท่าทางลูกมีความสุขมาก แม่ก็เลยอยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนไหนทำให้ลูกชายแม่มีความสุขได้ขนาดนี้”“แม่ครับเรากินข้าวก่อนได้ไหม ผมหิวมากเดี๋ยวผมค่อยเล่าเรื่องเธอให้แม่ฟังนะครับ” เขาอยากขอเวลาคิดหาคำพูดระหว่างทานอาหาร“ไม่ใช่ว่ากินข้าวเสร็จก็จะรีบขอต
แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสองแต่เช้านี้พีรญาก็ตื่นนอนแต่เช้า หญิงสาวอาบน้ำเสร็จจากนั้นก็เข้าครัวทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้หมอนรสิงห์ได้ทานก่อนไปทำงาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคุณหมอหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องพอดี“กลิ่นหอมน่ากินจัง สงสัยผมต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับพรีมแล้วล่ะจะได้มีคนทำอาหารให้กินก่อนไปทำงานทุกเช้า” เขาเดินเข้ามาหอมแก้มแม่ครัวคนเก่งก่อนจะนั่งลงประจำที่“หมออย่าพูดให้พรีมดีใจเก้อเลยค่ะ พรีมรู้นะคะว่าหมอมาอยู่กับพรีมที่นี่ตลอดไม่ได้หรอกค่ะ รีบกินนะคะจะได้รีบไปทำงาน”“ขอล้างมือก่อนนะ” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์บนโต๊ะทานข้าวก่อนจะลุกไปล้างมือในจังหวะนั้นหญิงสาวจึงเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขา เธอแอบยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเขากลับมานั่งทานอาหารเธอก็มองหน้าเขาอย่างชั่งใจก่อนจะถามขึ้น“หมอคะเมื่อกี้พรีมแอบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของหมอ”“แล้วไงครับ” เขาถามพลางจิบกาแฟไปด้วย“มันเป็นรูปถ่ายที่เราถ่ายคู่กันตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น”“แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะที่ผมจะเอารูปผมกับแฟนตั้งเป็นพื้นหลังโทรศัพท์ไม่ผิดกฎหมายหรือพรีมไม่อยากให้ทำแบบนั้นล่ะ”“เปล่านะคะ พรีมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นพรีมก็แค่แปลกใจไม่คิดว่าห
นรสิงห์มองร่องรักโอบรัดท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดราวกับเธอและเขากลายร่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในตัวของคนรักมันเต็มไปด้วยความสุข ความเสียวซ่านที่มากขึ้นและไม่ว่าจะนอนกับเธอบ่อยแค่ไหนความต้องการก็ไม่เคยลดน้อยลงไปเลยเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาหลงรักหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขามากถึงสิบสามปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงหรือความสุขทางกายหากแต่มันคือความรักและความรู้สึกผูกพันทางกายที่ไม่มีทางแยกออกจากกันได้“อ่า....พรีมจ๋า ตอนผมแรงเลยนะที่รัก ผมชอบที่สุด”คุณหมอหนุ่มครางแหบต่ำขณะสะโพกบดเบียดอยู่ในร้องรักคับแคบ มันตอดรัดแรงจนเขาเสียวซ่านไปทุกอณูกาย นรสิงห์ไม่อาจอ่อนโยนกับเธอได้อีกทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นเข้าออกทั้งแรงและหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบกันประสานเสียงหวานของพีรญาดังก้องไปทั่วห้องน้ำจนหญิงสาวพยุงตัวเองแทบไม่อยู่ ร่องรักบีบแรงจนเสียงนรสิงห์ครางต่ำในลำคออย่างกลั้นไม่อยู่“อ๊า.....หมอสิงห์....พรีมจะไม่ไหว.....แรงอีกนิด พรีมจะเสร็จ”แล้วในที่สุดพีรญาก็ทนเก็บอารมณ์ไว้ไม่ไหมเธอร้องขอออกไปอย่างไม่อาย สองขาเรียวสั่นระริกมือที่ดันผนังกำลังอ่อนแรง ร่องรักต







