LOGINนับจากคืนที่พีรญาก้าวลงจากรถของหมอนรสิงห์ พร้อมกับคำว่า ‘ขอต่อเวลาอีกนิด ขอให้พรีมได้คิดอีกหน่อยนะคะ’ นาฬิกาชีวิตของเธอก็เริ่มเดินหน้าอย่างรวดเร็ว เธอเหลือเวลาไม่ถึงสิบวันในการหาเงินหนึ่งแสนบาทมาใช้หนี้ให้กับเสี่ยทรงพลเพื่อศักดิ์ศรีของตนเองเอาไว้
พีรญานอนไม่หลับเลยตลอดคืนนั้น สมองของเธอเต็มไปด้วยภาพของทางเลือกที่บีบคั้น นรกของเสี่ยทรงพลที่เธอรู้ดีว่าจะทำลายชีวิตเธอจนไม่เหลือชิ้นดีกับข้อเสนอของนรสิงห์ที่แม้จะปลอดภัยกว่าแต่ก็คือการแลกศักดิ์ศรีกับความช่วยเหลือ
เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่บวมช้ำจากการร้องไห้ แต่ก็ต้องฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นแต่งตัวไปทำงานที่คาเฟ่ พีรญาขอเปลี่ยนกะทำงานเป็นกะที่ยาวนานขึ้นและรับงานทำความสะอาดเพิ่มเติม หญิงสาวทำทุกอย่างที่ได้เงิน ความสิ้นหวังทำให้เธอไม่สนใจความรู้สึกอื่นใดนอกจากเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เมื่อตกกลางคืนพีรญาก็ไปทำงานที่ผับของสุรัชต่อ เธอพยายามเร่งทำยอดเครื่องดื่มและรับทิปจากลูกค้าให้ได้มากที่สุด ทุกรอยยิ้มที่เธอฝืนส่งให้แขก ทุกแก้วที่เธอก้มลงเสิร์ฟ มันคือการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี
หมอนรสิงห์ยังคงแวะมาที่ผับทุกคืนแม้ว่าเขาจะทำงานเหนื่อยมาตลอดทั้งวันก็ตาม ในทุกคืนที่มาก็จะนั่งอยู่ที่มุมเดิมบนชั้นสอง แต่ก็พยายามรักษาระยะห่างเพราะอยากให้เวลาและพื้นที่เพื่อตัดสินใจของเธอตามที่ขอแต่การที่เขาอยู่ตรงนั้น มันคือการตอกย้ำถึงทางเลือกที่กำลังรออยู่
การมองเห็นเขาทำให้พีรญารู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกจ้องจับผิดแต่อีกความรู้สึกหนึ่งที่แทรกเข้ามาก็คือความปลอดภัยเพราะรู้ว่าหากคนของเสี่ยทรงพลมาหาเธออีกก็จะมีเขาคอยช่วย
เมื่อเหลือเวลาเพียงห้าวัน ความกดดันก็เพิ่มมากขึ้น
คืนหนึ่งในขณะที่พีรญากำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับหอพักหลังผับปิด คนของเสี่ยทรงพลก็มาดักรอเธออีกครั้ง คืนนี้พวกเขาไม่ได้มาทวงเงินแต่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความน่ากลัว
“ไงพรีม ทำงานหนักจนหน้าโทรมเชียวนะ” ชายคนหนึ่งพูดขณะพิงรถมอเตอร์ไซค์ของตนเอง
พีรญาตัวแข็งทื่อความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ แต่หญิงสาวก็พยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“ฉันกำลังหาเงินอยู่”
“เสี่ยไม่ได้ให้ฉันมาทวงหรอก แค่มาเตือนว่าอีกไม่กี่วันก็สิ้นเดือนแล้ว” ชายอีกคนว่า
“รู้ไหมว่าผับของเสี่ยมีอะไรดี มีห้องพักส่วนตัวที่หรูหรากว่าหอพักเน่า ๆ ของเธอเยอะ มีเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ใส่ มีเงินให้ใช้ ไม่ต้องมาเดินขาขวิดเสิร์ฟเหล้าแบบนี้” ชายอีกคนพูดเสริม
“ฉันไม่ไป” พีรญากัดฟันตอบ
“อย่าปากแข็งนักเลย ใคร ๆ ก็อยากได้โอกาสนี้นะ แต่เสี่ยให้โอกาสแค่เธอ เพราะเสี่ยชอบความดื้อรั้นของเธอ ลองคิดดูนะ แค่คืนเดียว ที่นั่น เธอได้เงินมากกว่าที่เธอทำงานที่นี่ทั้งเดือนรวมกัน” เขายิ้มอย่างน่ารังเกียจ
“ฉันบอกว่าไม่ไป!” เธอยืนยันหนักแน่น
“ได้… งั้นก็เตรียมตัวไว้แล้วกัน เพราะถ้าถึงวันที่เสี่ยสั่ง ต่อให้เธออยากอยู่กับผู้ชายคนไหนหรือซ่อนตัวที่ไหนเสี่ยก็จะให้คนมาลากเธอเอง” เขาข่มขู่เสียงเหี้ยมก่อนจะพากันหัวเราะเสียงดังแล้วขี่มอเตอร์ไซค์จากไปทิ้งให้พีรญายืนตัวสั่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
....
หลังกลับถึงหอพักพีรญาเทเงินทั้งหมดที่หามาได้ตลอดห้าวันที่ผ่านมาลงบนเตียงมันคือหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้เธอใช้เครื่องคิดเลขกดตัวเลขรวมกันแล้วถอนหายใจ
“แค่เก้าพันเจ็ดเองเหรอ”
แม้จะทำงานหนักจนร่างกายแทบแหลก แต่จำนวนเงินที่ได้ก็ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ น้ำตาที่เริ่มไหลรินอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความสิ้นหวังที่แท้จริง หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับตนเองกำลังยืนอยู่บนหน้าผา
เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความหมดหวัง มองเพดานเก่าๆ อย่างเลื่อนลอย นึกถึงคำพูดของนรสิงห์ ‘อย่างน้อยฉันก็ไม่ทำให้เธอตกนรกแบบที่ผับของเสี่ยทรงพลจะทำ ศักดิ์ศรีไม่ใช่สิ่งที่เธอมีโอกาสรักษาไว้นานนะพรีม’
น้ำเสียงของเขาไม่ได้ฟังดูดูถูกอีกแล้ว แต่มันฟังดูเหมือน คำเตือนของศัลยแพทย์ที่เห็นคนไข้กำลังจะตาย การรักษาความบริสุทธิ์อาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเธออีกต่อ
แล้ววันสุดท้ายของเส้นตายมาถึงพีรญาไปทำงานที่ผับด้วยร่างกายที่อ่อนล้าและหัวใจที่กำลังแตกสลาย เพราะมันเป็นวันที่เธอต้องตัดสินใจแล้วมันเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต
คืนนี้หมอนรสิงห์มาถึงที่ผับอย่างเคย เขาเฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ แต่ในใจกลับเป็นกังวลว่าเธอจะยอมรับข้อเสนอของเขาหรือเปล่า นรสิงห์รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อเวลาใกล้เที่ยงคืนพีรญาเดินขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วเธอเดินตรงไปที่โต๊ะของหมอนรสิงห์ด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้
นรสิงห์มองเธอเงียบ ๆ เขาเข้าใจในความเจ็บปวดของพีรญาว่ามันยากแค่ไหนที่จะเดินมาบอกใครสักคนว่าเธอพร้อมที่จะเป็นของใครสักคนโดยไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย
“นั่งสิพรีม”
หญิงสาวเธอนั่งลงอย่างช้า ๆ มองเธอไม่กล้าสบตาเขาเพราะละอายเกินกว่าจะพูดออกไปว่าเธอยอมแพ้แล้ว เธอยอมให้เขาดูแลและช่วยเหลือแล้ว
พีรญาเงียบไปครู่หนึ่งกลืนน้ำตาที่จุกอยู่ในคอลงไปนี่คือการยอมจำนนต่อโชคชะตา
“พรีมยอมรับข้อเสนอของคุณค่ะ” เธอบอกเสียงแผ่วแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคำถามที่ยังค้างคา
“มีอะไรอีกหรือเปล่า”
“พรีมขอถามเพิ่มค่ะ”
“ว่ามาสิ”
“พรีมต้องอยู่กับคุณนานแค่ไหนค่ะ”
“ฉันจะปล่อยเธอไป… เมื่อถึงเวลาที่ฉันพอใจเท่านั้น”
“แล้วถ้าระหว่างนี้คุณหมอมีแฟนล่ะคะ คุณหมอจะยังให้พรีมเป็นผู้หญิงของคุณหมออีกหรือเปล่า”
“เรื่องนั้นฉันไม่แน่ใจ เพราะอะไรถึงถามแบบนี้”
“พรีมไม่อยากทำร้ายผู้หญิงด้วยกันค่ะ ถ้าคุณหมอมีคนรักก็ต้องปล่อยพรีมคุณหมอจะตกลงไหมคะ”
“อือ....” นรสิงห์รับปากเพราะเขาเองไม่คิดจะมีคนรักหรือมีครอบครัว เขาชอบใช้ชีวิตอิสระแต่ที่ยอมยื่นมือมาช่วยเหลือเพราะรู้สึกชอบและถูกชะตาแต่ถ้าจะให้จริงจังถึงขั้นคบหาอย่างคนรักมันไม่อยู่ในหัวเขาเลย
“พรีมต้องนอนกับคุณบ่อยแค่ไหนคะ”
“นี่เธอ....” เพราะคำถามที่ตรงไปตรงมาทำให้นรสิงห์ถึงกับไปไม่ถูก รอยยิ้มมุมปากของเขาผุดขึ้นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
หญิงสาวจ้องอย่างรอคอยคำตอบ
“เธอคิดว่าฉันเป็นคนยังไงกันนะ คิดว่าที่ช่วยเพราะแค่อยากจะนอนด้วยแค่นั้นเหรอ”
“หรือว่าไม่ใช่คะ ถ้าพรีมเข้าใจผิดพรีมก็ขอโทษด้วยค่ะ”
“เรื่องนั้นมันก็ใช่....แต่ทำไม่คิดบ้างล่ะว่าถ้าฉันต้องการนอนกับใครสักคนฉันไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะขนาดนั้นเลย มีผู้หญิงหลายคนที่พร้อมจะนอนกับฉันโดนไม่ต้องจ่ายเงินเลย”
พีรญาเข้าใจคำตอบของเขาเป็นอย่างดี และเธอก็ต้องยอมเพราะการนอนกับหมอนรสิงห์ก็ดีกว่าไปทำงานที่ผับของเสี่ยทรงพล
“ฉันไม่บังคับนะ ให้เธอตัดสินใจเอง ถ้าพร้อมฉันจะจัดการเรื่องหนี้ให้”
“พรีมตกลงค่ะ”
นรสิงห์จับมือคนรักเดินเข้ามาในห้องรับแขกคุณกัญญารัตน์ที่กำลังก้มหน้าดูรายงานการประชุมอยู่ในแท็ปเล็ตเงยหน้าขึ้นตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ลูกชายพาเข้ามา“นี่หนู....”“ท่านประธาน” พีรญาตกใจเพราะไม่คิดว่ามารดาของคนรักคือท่านประธานที่เธอไปฝึกงานด้วย“หมอสิงห์คะ ทำไมหมอถึงไม่บอกพรีม”“ใจเย็นก่อนนะนั่งลงก่อน แม่ครับสวัสดีครับนี่พรีมแฟนผมแม่น่ารู้จักเธอกันแล้ว”“สวัสดีค่ะท่านประธาน” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“แม่รู้จักแล้วทำไมสิงห์ไม่บอกก่อนว่าส่งแฟนตัวเองมาฝึกงานที่บริษัทแม่”“ผมไม่ได้ส่งไปนะครับแม่ เรื่องฝึกงานผมไม่ได้ยุ่งเลยใช่ไหมพรีม”“ค่ะ พรีมก็ไม่รู้ว่าบริษัทนั้นเป็นของคุณท่าน”“เรียกแม่เถอะจ้ะ แบบนี้ก็ดีเลยได้คนกันเองมาฝึกงาน ถ้าอย่างนั้นหนูพรีมไม่ต้องกลับไปฝึกงานแผนกบัญชีได้ไหม ฝึกเลขานั่นแหละอีกหน่อยพอสิงห์มาทำงานที่บริษัทเขาก็จะได้ไม่ต้องหาเลขาคนใหม่”“คือพรีม....” หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์เช่นนี้เธอไม่รู้ว่าจะตอบรับดีหรือเปล่า เมื่อหันหน้าไปมองนรสิงห์ก็เห็นเขายิ้ม“แม่ครับ ผมว่าเรื่องนี้อย่าไปบังคับพรีมเลย ถ้าเธออยากฝึกแผนกบัญชีก็ให้เธอทำแผนกบัญชีนั่นแหละ อีกหน่อยจะไ
เช้าวันใหม่ในคอนโดเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นพีรญาจะเตรียมอาหารเช้าและชงกาแฟให้กับคนรักจากนั้นทั้งสองก็ออกไปทำงานด้วยกัน เขาส่งเธอที่หน้าบริษัทและเย็นนี้นัดว่าจะพาเธอไปเจอกับมารดาที่บ้านของท่านพีรญาเดินขึ้นมาบนตึกจากนั้นก็นั่งโต๊ะประจำเริ่มทำงานบางอย่างที่ข้างค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และทบทวนงานที่ผ่านมาว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดหรือมีอะไรที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากเลยเลขาของท่านประธานอีกหรือเปล่าไม่นานนักนงลักษณ์ก็มาทำงานตามเวลา“สวัสดีค่ะพี่จอย”“สวัสดีจ้ะพรีมมาเช้าอีกแล้วนะ”“ค่ะพี่ เช้านี้มีอะไรให้พรีมทำไหมคะ”“วันนี้ช่วงสายมีประชุมย่อยเดี๋ยวพี่จะให้พรีมเข้าประชุมด้วยนะ”“หนูเข้าได้ด้วยเหรอคะ”“ได้สิ นี่เป็นประชุมย่อยในบริษัท”“แล้วท่านประธานจะไม่ว่าใช่ไหม”“ไม่หรอก มันเป็นการประชุมภายในพรีมจะได้สังเกตว่าเวลาอยู่ในห้องประชุมเขาทำอะไรกันบ้าง ประชุมเสร็จพี่จะสอนให้พรีมฝึกทำรายงานการประชุมนะ”“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่จอยหนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ”ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีหลังประชุมเสร็จหญิงสาวก็เรียนรู้การทำรายงานการประชุมก่อนจะนำเข้าไปเสนอท่านประธานในเวลาบ่าย“พี่จอยว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
หลังจากลงรูปไปเที่ยวญี่ปุ่นในไอจีไปในเวลาหนึ่งทุ่มเสียงไลน์ของพีรญาก็หลังจากนั้นอีกไม่ถึงห้านาที“เรื่องมันเป็นยังไงไปเที่ยวญี่ปุ่นกับใครไหนบอกไม่มีเงินไงเล่ามาเลยนะพรีม” วรษาถามเป็นคนแรก“ใช่ ๆ แล้วทำไมมีแต่รูปเดี่ยว ใครเป็นคนถ่ายให้ ไปกับใครฉันอยากเห็นหน้าคนที่แกไปด้วยจังเลยพรีมบอกฉันสองคนมาเดี๋ยวนี้นะว่ากำลังแอบคบใครอยู่” พลอยลดาถามเพิ่ม“ใจเย็นสิแก” พีรญาหัวเราะกับท่าทางขอเพื่อน“จะให้ใจเย็นได้ยังไงล่ะ แกมีแฟนถึงขั้นไปเที่ยวต่างประเทศกับเขาแล้วยังจะปิดบังฉันสองคนอีก มันใช้ได้ที่ไหนเพื่อนกันแท้ ๆ”“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอะไรแกสองคนหรอกนะเพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวก็แค่นั้นเอง”“ลงรูปในไอจีแบบนี้แสดงว่าพร้อมที่จะเปิดตัวแล้วใช่ไหม พาเขามาเจอฉันสองคนหน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้จักว่าเขาเป็นใคร ทำงานอะไรแล้วฉันสองคนจะได้ดูด้วยไงว่าเขามาหลอกแกไหม”“ใจเย็นพลอยเขาไม่ได้มาหลอกฉันหรอกนะ” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างมั่นใจ“ใครจะไปรู้ล่ะแกหัวอ่อนเชื่อคนง่ายด้วยเกิดโดนหลอกขึ้นมาจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะอกหักไม่ได้นะพรีม”“ฉันเห็นด้วยนะ บอกมาเถอะน่าฉันสองคนอยากรู้จริง ๆ”“ถ้าไม่บอกคืนนี้ฉัน
นรสิงห์ราวน์คนไข้เสร็จในเวลาหกโมงครึ่งเขาส่งข้อความไปบอกพีรญาตั้งแต่บ่ายแล้วว่าวันนี้คงไปรับเธอตอนเย็นไม่ได้และคืนนี้ก็อาจจะไม่ไปค้างที่นั่นเพราะเขามีนัดทานอาหารเย็นกับมารดาจึงกลัวว่ามันจะดึกและรบกวนเวลาพักผ่อนของหญิงสาวเมื่อจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนรสิงห์ก็ขับรถไปยังบ้านของมารดาของตนเองซึ่งตอนนี้ท่านกำลังรอเขาอยู่บริเวณห้องรับแขก“สวัสดีครับแม่”“หายหน้าไปนานเลยนะสิงห์ เป็นไงล่ะงานยุ่งมากใช่มั้ย”“ก็พอประมาณครับ” เขาตอบแล้วนั่งลงข้าง ๆ มารดา“แม่ได้ข่าวว่าพาสาวไปเที่ยวญี่ปุ่นมาใช่ไหม” คุณกัญญารัตน์แซวลูกชาย“แม่รู้ได้ยังไงครับ มีใครคาบข่าวนี้มาบอกแม่หรือเปล่า”“พูดซะน่าเกลียดเชียว ก็ป้าพิศเขาเห็นลูกที่โตเกียวน่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะกลัวจะรบกวนเวลาส่วนตัวของลูก แล้วไม่คิดจะพาสาวคนนั้นมาเจอแม่หน่อยเหรอ”“แม่อยากเจอเหรอครับ”“ก็อยากเจอสิป้าพิศบอกว่าท่าทางลูกมีความสุขมาก แม่ก็เลยอยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนไหนทำให้ลูกชายแม่มีความสุขได้ขนาดนี้”“แม่ครับเรากินข้าวก่อนได้ไหม ผมหิวมากเดี๋ยวผมค่อยเล่าเรื่องเธอให้แม่ฟังนะครับ” เขาอยากขอเวลาคิดหาคำพูดระหว่างทานอาหาร“ไม่ใช่ว่ากินข้าวเสร็จก็จะรีบขอต
แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสองแต่เช้านี้พีรญาก็ตื่นนอนแต่เช้า หญิงสาวอาบน้ำเสร็จจากนั้นก็เข้าครัวทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้หมอนรสิงห์ได้ทานก่อนไปทำงาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคุณหมอหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องพอดี“กลิ่นหอมน่ากินจัง สงสัยผมต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับพรีมแล้วล่ะจะได้มีคนทำอาหารให้กินก่อนไปทำงานทุกเช้า” เขาเดินเข้ามาหอมแก้มแม่ครัวคนเก่งก่อนจะนั่งลงประจำที่“หมออย่าพูดให้พรีมดีใจเก้อเลยค่ะ พรีมรู้นะคะว่าหมอมาอยู่กับพรีมที่นี่ตลอดไม่ได้หรอกค่ะ รีบกินนะคะจะได้รีบไปทำงาน”“ขอล้างมือก่อนนะ” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์บนโต๊ะทานข้าวก่อนจะลุกไปล้างมือในจังหวะนั้นหญิงสาวจึงเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขา เธอแอบยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเขากลับมานั่งทานอาหารเธอก็มองหน้าเขาอย่างชั่งใจก่อนจะถามขึ้น“หมอคะเมื่อกี้พรีมแอบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของหมอ”“แล้วไงครับ” เขาถามพลางจิบกาแฟไปด้วย“มันเป็นรูปถ่ายที่เราถ่ายคู่กันตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น”“แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะที่ผมจะเอารูปผมกับแฟนตั้งเป็นพื้นหลังโทรศัพท์ไม่ผิดกฎหมายหรือพรีมไม่อยากให้ทำแบบนั้นล่ะ”“เปล่านะคะ พรีมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นพรีมก็แค่แปลกใจไม่คิดว่าห
นรสิงห์มองร่องรักโอบรัดท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดราวกับเธอและเขากลายร่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในตัวของคนรักมันเต็มไปด้วยความสุข ความเสียวซ่านที่มากขึ้นและไม่ว่าจะนอนกับเธอบ่อยแค่ไหนความต้องการก็ไม่เคยลดน้อยลงไปเลยเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาหลงรักหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขามากถึงสิบสามปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงหรือความสุขทางกายหากแต่มันคือความรักและความรู้สึกผูกพันทางกายที่ไม่มีทางแยกออกจากกันได้“อ่า....พรีมจ๋า ตอนผมแรงเลยนะที่รัก ผมชอบที่สุด”คุณหมอหนุ่มครางแหบต่ำขณะสะโพกบดเบียดอยู่ในร้องรักคับแคบ มันตอดรัดแรงจนเขาเสียวซ่านไปทุกอณูกาย นรสิงห์ไม่อาจอ่อนโยนกับเธอได้อีกทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นเข้าออกทั้งแรงและหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบกันประสานเสียงหวานของพีรญาดังก้องไปทั่วห้องน้ำจนหญิงสาวพยุงตัวเองแทบไม่อยู่ ร่องรักบีบแรงจนเสียงนรสิงห์ครางต่ำในลำคออย่างกลั้นไม่อยู่“อ๊า.....หมอสิงห์....พรีมจะไม่ไหว.....แรงอีกนิด พรีมจะเสร็จ”แล้วในที่สุดพีรญาก็ทนเก็บอารมณ์ไว้ไม่ไหมเธอร้องขอออกไปอย่างไม่อาย สองขาเรียวสั่นระริกมือที่ดันผนังกำลังอ่อนแรง ร่องรักต







