Share

บทที่7

Penulis: moonlight -mini
last update Tanggal publikasi: 2025-07-26 04:17:46

บทที่ 7

กู้หยวนเฉิงที่เห็นหญิงสาวไม่ยอมพูดด้วย เขาก็เริ่มตักน้ำแกงปลากิน ทั้งกลิ่นและหน้าตาอย่างกับอาหารในเหลาที่ปักกิ่ง ส่วนรสชาติก็...

“อือ อร่อย ไม่ใช่แค่ปลาสินะที่ไปหามา ผักพวกนี้ เห็นขึ้นอยู่ใกล้ ๆ ตึก ไม่รู้ว่ากินได้” ไป๋ซีเยว่ยังรู้สึกไม่พอใจอีกฝ่ายอยู่จึงกินไปเงียบ ๆ โดยไม่ได้ตอบอะไรเขา

“โกรธเหรอ” กู้หยวนเฉิงไม่ใช่คนโง่ เขามองออกว่าไป๋ซีเยว่ไม่พอใจ และที่จริงเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่พอใจเรื่องอะไร แต่เขาปากไวไป ทุกอย่างก็เพราะความเป็นห่วงทั้งนั้น

“ข้าอุตส่าห์หวังดีตั้งใจทำให้ทุกคนที่บาดเจ็บ เพราะเป็นห่วงกลัวว่าจะฟื้นตัวได้ช้าหากยังกินแต่ผักดองอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจทำถึงขนาดนี้แต่กลับถูกต่อว่า ท่านผู้บัญชาการคิดว่าข้าควรจะดีใจหรือไม่” แทนที่ชายหนุ่มจะสำนึกเขากลับยิ้มขำท่าทางแสนงอนที่น่าเอ็นดูนั่น

“ก็เป็นห่วง ตรงนั้นมันใกล้เชิงเขา หากพวกกบฏเจอเข้าจะทำอย่างไร” ซีเยว่มองหน้าอีกคน “ข้าดูดีแล้วถึงได้ลงไป ไม่ได้โง่นะ”

“เธอห้ามไม่ให้ฉันไม่เป็นห่วงไม่ได้หรอก” ซีเยว่กัดปากน้อย ๆ “แต่อย่างไรพวกเขาก็ควรกินอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่นะ ไม่อย่างนั้นอาการอาจจะเรื้อรังก็เป็นได้ ตรงนั้นยังเจ็บอยู่ใช่ไหมล่ะที่ผ่าเอากระสุนออก”

“ยังเจ็บแต่ทนได้”

“มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนนะ ร่างกายหากต้องการพัก ก็ต้องพัก”

“การเป็นทหารนั้นพักไม่ได้หรอก ยิ่งเป็นหัวหน้าพวกเขาด้วยแล้ว ที่จริงเรื่องอาหารก็กำลังคิดอยู่ ตอนแรกว่าจะแอบลงไปเอา วันก่อนติดต่ออีกหน่วยที่อยู่ข้างนอกได้ ตอนนี้ยังคงเลี่ยงการปะทะ เลยไม่คิดฝ่าออกไปตรง ๆ” กู้หยวนเฉิงไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเล่าเรื่องทั้งหมดนี่ให้อีกฝ่ายฟัง แม้จะไม่ใช่ความลับ แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญในตอนนี้

“ถ้าให้ข้าไปล่ะ คนพวกนั้นไม่สงสัยหรอก บนนี้มีบ้านคนอยู่บ้างไหม บอกว่าเป็นชาวบ้านก็ได้” กู้หยวนเฉิงส่ายหน้า

“ไม่มีบ้านคนเลยหรือ” สีหน้าของไป๋ซีเยว่ดูจะหมดหวัง”

“ถึงมีฉันก็ไม่ให้เธอไปเสี่ยงหรอก ยังเรียกตัวเองว่าผู้ชายได้อีกเหรอ ถ้าให้คนที่ตัวเองชอบไปเสี่ยงน่ะ” มือที่กำลังตักอาหารเข้าปากชะงักทันที

“แล้วเรื่องตำรา”

“ต้องรอลงไปได้ถึงจะเอาให้ดูได้” กู้หยวนเฉิงไม่ได้บอกว่าตอนนี้แค่ในห้องหนังสือของหน่วยก็พอมีให้อ่านหรืออ้างอิงได้อยู่บ้าง แต่เขาไม่อยากบอก เขาแค่อยากให้ไป๋ซีเยว่อยู่ที่นี่นานขึ้นอีกนิด แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนที่เขารู้สึก

"เช่นนั้นเล่าก่อนได้หรือไม่ ข้าอยากรู้ว่าแม่ของข้ามาจากที่แบบใดกัน" กู้หยวนเฉิงรวบเอาจานอาหารที่ว่างเปล่าทั้งของเขาและของไป๋ซีเยว่ไป ก่อนจะลุกเข้าไปด้านในและออกมาพร้อมกับน้ำชาสมุนไพรที่หญิงสาวต้มเอาไว้

“ปักกิ่งเหรอ” ชายหนุ่มพิงกำแพงตรงที่พวกเขาแยกตัวออกมานั่งด้วยกัน “ไม่เหมือนอะไรกับตรงนี้เลยสักนิด คนเยอะไม่มีภูเขา ไม่มีลำธารหรือต้นไม้มากมายแบบนี้ มีแต่บ้านช่องและก็ถนนที่เต็มไปด้วยจักรยานมากมายจนนับไม่ถ้วน แล้วก็มีรถราง”

“จักรยาน รถราง” ไป๋ซีเยว่ไม่ปกปิดความไม่รู้ของตน เพราะไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน เวลาท่านแม่เล่าก็มักจะอธิบายโดยการเปรียบเทียบกับของที่มีอยู่แล้ว

“ไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอ” ซีเยว่ส่ายหน้า “ไม่รู้จัก”

“อยากไปไหม” อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็เกิดความคิด บางทีการที่ให้อีกฝ่ายห่างจากบ่อน้ำพุออกไป อาจจะทำให้เจ้าตัวอยากกลับบ้านน้อยลง เพราะไป๋ซีเยว่เป็นคนช่างสงสัย ดีไม่ดีอาจจะอยากรู้นั่นนี่ ระหว่างนั้นเขาก็จะได้มีเวลาทำให้เธอมองเขาบ้าง

“ไกลไหม” กู้หยวนเฉิงพยักหน้า “ไกล ต้องนั่งรถไฟไป รถไฟก็ไม่รู้จักด้วยใช่ไหม” เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวพยักหน้า ท่าทางก็ดูหงอยลง

“อย่าทำท่าแบบนั้นสิ ไม่เคยเห็นเลยไม่รู้จัก ไม่เห็นจะแปลกสักนิด”

“แล้วมีโทรศัพท์ไหม” กู้หยวนเฉิงแปลกใจ “รู้จักโทรศัพท์ด้วย”

“ท่านแม่บอกว่าเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เอาไว้พกติดตัว ใช้บันทึกภาพได้ พูดคุยทางไกลได้ ท่านแม่เคยบอกว่าอยากจะเก็บภาพทุกคนเอาไว้” คำของหญิงสาวทำให้กู้หยวนเฉิงเป็นฝ่ายแปลกใจบ้าง

“สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ พกติดตัวอย่างนั้นเหรอ ที่นี่เป็นเครื่อง ต้องเสียบสายเอาไว้ที่บ้านนะ บันทึกรูปไม่ได้ด้วย ใช้ได้แค่ส่งเสียงหากัน” ไป๋ซีเยว่ขมวดคิ้วและพยายามคิดถึงเรื่องที่คุยกับแม่ของตน

“เป็นไปได้ไหมว่าท่านแม่ของข้าจะไม่ได้อยู่ช่วงนี้ แต่เป็นวันที่ไกลออกไปจากวันนี้ ซึ่งของหลายอย่างพัฒนาไปมากขึ้น” กู้หยวนเฉิงไม่รู้จะตอบอย่างไร หากเขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านี่ล่ะ

ทั้ง ๆ ที่ดูเหมือนคนยุคโบราณแต่กลับมีความรู้หลายอย่างที่เหมือนกับคนยุคเขา ที่สำคัญบางครั้งเรียกหาสิ่งที่มันไม่มีในยุคนี้ด้วยซ้ำ

“แค่เธออยู่ที่นี่ทุกอย่างก็เป็นจริงได้หมดแล้ว ว่าแต่แม่ของเธอเคยบอกไหมว่าเพราะอะไรมันถึงเกิดขึ้น” ไป๋ซีเยว่หันไปมองหน้าชายหนุ่ม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 31

    บทที่ 31“ตั้งแต่เด็กผมเคยถามพ่อตลอดว่าผมทำดีหรือยัง แต่พ่อไม่เคยบอกว่ามันดี ตอนนี้ผมไม่สนใจอีกแล้วว่าพ่อจะคิดอย่างไร ในเมื่อทำแค่ไหนก็ไม่ดีสำหรับพ่ออยู่ดี ผมก็จะทำในแบบของผมเอง” “ลูกพูดกับพ่ออย่างนี้ได้อย่างไรหยวนเฉิง...” กู้หยวนเฉิงหันมองแม่ตัวเอง “ทำไมผมจะพูดไม่ได้ แม่เคยเห็นใจผมบ้างไหม ตั้งแต่เด็กมาผมเคยใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นไหม มีแต่แม่อยากให้เป็นอะไร พ่อชอบให้ผมทำอะไร หากแม่อยากเอาใจพ่อ แม่ก็ทำเองสิครับ จะมาใช้ผมเป็นเครื่องมือทำไม แม่เห็นใจผมบ้างไหมหรือแค่ทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของแม่เท่านั้น” “พูดจาไม่สมกับเป็นคนตระกูลกู้” กู้หยวนเฉิงหัวเราะเย้ยหยันตัวเองและคนตรงหน้า “พ่อเคยถามผมหรือเปล่าว่าผมอยากเป็นไหม เป็นคนตระกูลกู้ต้องเป็นอย่างไรเหรอครับ พ่อเคยทำให้ปู่พอใจได้ไหม ผมมั่นใจเลยว่าไม่ได้ ความต้องการของคนตระกูลกู้ช่างสูงส่งจริง ๆ แต่ผมคงเป็นไม่ไหว ผมแค่อยากมีครอบครัวของผมแค่นั้น เป็นคนธรรมดาที่ช่วยเหลือคนอื่น...” กู้หยวนเฉิงชี้ไปที่ซีเยว่“พ่อกับแม่รู้ไหมว่าเธอ...ไม่สิ อธิบายบอกไปก็คงไม่ทำให้พ่อแม่เข้าใจหรอก ครั้งนี้ผมจะออกไปจากบ้านหลังนี้อีกครั้ง แต่มันไม่ใช่การหนี ผ

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 30

    บทที่ 30“ไปข้างบนเถอะ” กู้หยวนเฉิงที่เดินออกมารีบประคองภรรยาของเขาขึ้นไปบนบ้าน แต่เพียงแค่เดินผ่านแม่ของเขา เสียงของแม่เขาก็ดังตามมา“เดินไปทั่วราวกับเห็นที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง ที่เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ ก็เพราะลูกชายของฉันยืนกรานจะรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีที่ยืนในตระกูลกู้หรอกนะ” แม้จะไม่พูดอะไรออกมาแต่ไป๋ซีเยว่กลับคิดอะไรอยู่มากมายในหัวของเธอในตอนนี้“คำพูดของพ่อคุณหมายความว่าอย่างไร” ไป๋ซีเยว่ไม่อยากคิดมากไปเอง เธอท้อง...นี่เป็นความจริงที่เธอยังไม่ได้บอกสามี เธอรู้ตั้งแต่ยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ แต่แค่อยากแน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไร จึงคิดว่าจะบอกเขาตอนที่ทุกอย่างมันดีกว่านี้ แต่คำที่ได้ยินเมื่อครู่“พ่อไม่คิดถึงอะไรนอกจากตระกูลหรอก หลานจากฉันก็คือทายาทของเขา เธอไม่ต้องกังวลหรอก ปัญหายังมาไม่ถึง เอาแค่วันพรุ่งนี้พวกเราจะอยู่ที่นี่ไหวไหมดีกว่า”ไป๋ซีเยว่เงียบไป เธอรู้สึกไม่มั่นใจกับการรับมือกับปัญหาครอบครัวของคนตรงหน้าเลยสักนิด กู้หยวนเฉิงที่วางแผนรบได้ แต่กลับจัดการพ่อแม่ของตัวเองไม่ได้“พรุ่งนี้เราย้ายไปหาบ้านเช่ากันไหม แล้วค่อยทำอย่างเธอบอก หนีไปอยู่มณฑลไกล ๆ”“แล้วต้องหนีไปไกลแค่ไ

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 29

    บทที่ 29แม้จะรู้ว่าแม่สามีไม่ชอบ และพ่อสามีก็ยังคงคิดเหมือนกัน แต่ในเมื่อตั้งใจจะทำให้ถึงที่สุดแล้ว ซีเยว่จึงตัดสินใจลงมาช่วยคนงานในครัวจัดอาหารเย็น“คุณไม่ต้องมาช่วยก็ได้ค่ะ ปกติคุณนายก็ไม่ทำ” ซีเยว่ยิ้มเมื่อเธอเดินเข้ามาในครัวแล้วทุกคนตกใจและแปลกใจมากกว่าไม่ต้อนรับ“ฉันแค่อยากทำอาหารที่บำรุงร่างกายให้พวกท่านได้ลองน่ะค่ะ” คนงานในครัวเข้าใจ หญิงสาวคงอยากจะทำตัวให้แม่สามีรัก แต่คงจะยากสักหน่อยเพราะเหมือนอคติจะอยู่ในใจไปแล้วไป๋ซีเยว่อยู่ในครัวเกือบสองชั่วโมงเพื่อทำอาหารที่ต่อให้มีเงินก็ไม่สามารถหากินได้ หลังจากทำเสร็จเธอรีบกลับขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็จำเป็นต้องเดินผ่านแม่สามีที่นั่งอยู่ที่ห้องโถงก่อนขึ้นบันได“แต่งตัวให้ดีอย่างไรก็ไล่กลิ่นสาบบ้านนอกออกไปไม่ได้สินะ” สายตาเหยียด ๆ ถูกส่งมาให้ ไป๋ซีเยว่ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินหนีไป ไม่แม้แต่จะต่อความยาวกับคนอายุมากกว่า “ผู้ใหญ่พูดด้วยไม่ได้ยินหรืออย่างไร” แม้แม่สามีของเธอจะลุกขึ้นมายืนต่อว่าซีเยว่ก็ทำเพียงแค่หันมองแล้วก้มหัวให้ก่อนจะเดินหนีมาเท่านั้นเธอไม่คิดว่าการพูดจาจะมีประโยชน์อะไร ที่จริงตอนนี้เธอเริ่มคิดแล้วว่าที่นี่ไม่น่าอยู่ โ

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 28

    บทที่ 28ไป๋ซีเยว่มองคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้า เธอรู้แค่ว่ามันใหญ่แค่นั้นไม่ได้ตื่นเต้นหรือคิดว่ามันแตกต่างอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่ากู้หยวนเฉิงมีตระกูลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่เมื่อหันไปมองคนข้าง ๆ กู้หยวนเฉิงมองประตูคฤหาสน์ของตนด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่ได้รู้สึกดีกับมันสักเท่าไร ถ้าหากเลือกเกิดได้เขาอยากเป็นแค่คนธรรมดา ๆ แบบป๋ออี้หรันมากกว่า แต่มันคงทำไม่ได้“คุณชายกลับมาแล้วเหรอครับ” หยวนเฉิงไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ส่งของของเขาและของซีเยว่ไปให้กับลุงคนทำสวนเท่านั้น“เอาไปไว้ที่ห้องผม” “ไม่ต้องเอาไปไหนทั้งนั้นนั่นแหละ กลับมาได้แล้วเหรอ นึกว่าลืมไปแล้วว่ามีบ้านอยู่ตรงนี้” คุณนายกู้มองลูกสะใภ้ของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ลูกเต้าเหล่าใครล่ะ...” ซีเยว่ยังไม่ทันตอบอีกฝ่ายก็พูดต่อ “ถึงได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว อายุเท่านี้ก็แต่งงานแล้ว หนังสือคงไม่รู้เลยล่ะมั้ง” ใบหน้าเหยียด ๆ นั่นทำให้ซีเยว่ไม่ค่อยพอใจนัก เธอเริ่มเข้าใจคำของกู้หยวนเฉิงแล้วที่ไม่อยากกลับบ้าน ขนาดลูกชายอยู่ตรงนี้ อีกฝ่ายยังไม่ไว้หน้าเธอเลยสักนิด“ผมแค่กลับมาเยี่ยมก่อนจะเข้าไปรายงานตัวครับ ถ้าแม่ไม่พอใจผมเลยไปนอนที่กรมเลยก็ได้”

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 27

    บทที่ 27กู้หยวนเฉิงและไป๋ซีเยว่เดินผ่านคนมากมายเข้าไปที่ลานกว้างหน้าหอระฆัง พวกเขาเห็นป๋ออี้หรันยืนรออยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มทั้งสองโบกมือให้กันทันทีที่เห็น “ในที่สุดก็มาสักที นึกว่าจะต้องไปตามแล้ว” ป๋ออี้หรันอย่างไรก็ยังเป็นคนพูดมากอยู่ดี “กลัวไหม” กู้หยวนเฉิงถามไป๋ซีเยว่ คนที่เมืองหลวงเดินไม่ค่อยดูคน และบรรดาคนที่ขายของก็มักจะถึงเนื้อถึงตัว“ชุดนี้เหมาะกับแม่หนูมากเลยนะ สนใจไหม” ไป่ซีเยว่มองแล้วก็พยักหน้า ที่จริงมันก็ไม่ต่างอะไรกับตลาดชายแดนเมื่อก่อน คนเยอะมากมาย“ชุดนี้เหมาะกับเธอดี เอาไหมฉันซื้อให้” ซีเยว่ส่ายหน้า “ให้ฉันได้ใช้เงินบ้างเถอะ”“ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ใช้เหมือนกันนะ” “จะเถียงกันทำไม แม่หนูก็เอาไปสองชุด ซื้อเองด้วย ให้สามีของหนูซื้อให้ด้วยดีไหม” สุดท้ายแวะร้านแรกก็ได้ชุดมาตั้งสองชุด “พูดเยอะจนแม่ค้าล้อเลย” ป๋ออี้หรันที่เดินตามมาก็อดหัวเราะขำไม่ได้ แม้สองคนนี้จะแต่งกันมานาน แต่ก็ยังมีท่าทางเกร็ง ๆ ต่อกันอยู่ดี“อุ๊ย น่ารักจัง” ไป๋ซีเยว่เห็นกิ๊บติดผมแล้วก็หยุดยืนดู คงเป็นเพราะคนที่นี่ไม่ค่อยประดับผมเท่าไร แต่เธอชอบมาก แม้จะไม่เหมือนกับการปักปิ่นแบบนั้นแต่มันก็ดูสวยดี“สวยทั

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 26

    บทที่ 26รถไฟเที่ยวพิเศษสำหรับเหล่าทหารที่กลับไปยังเมืองหลวงและมณฑลต่าง ๆ จอดนิ่งอยู่ที่ชานชาลา เสียงหวีดเบา ๆ ของหัวรถจักรทำให้ไป๋ซีเยว่ที่เพิ่งเคยเห็นรถไฟครั้งแรกออกจะตื่นเต้นแต่ก็ต้องพยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้“เพิ่งเคยขึ้นครั้งแรกใช่ไหม” กู้หยวนเฉิงกระซิบเบา ๆ ข้างหูภรรยาของเขา ซีเยว่พยักหน้า “ใช่ เหมือนที่ท่านแม่เคยเล่า แต่ว่ามันมีเร็วกว่านี้ด้วยนะ” “รู้ได้อย่างไรว่าเร็วกว่า” “ท่านแม่บอกว่ามันมีหลายแบบ อันนี้มีไอน้ำน่าจะเป็นรถไฟหัวจักรไอน้ำใช่ไหม” กู้หยวนเฉิงพยักหน้า “ใช่ ขึ้นไปกันเถอะ” ไม่ว่าอะไรในชีวิตของไป๋ซีเยว่ก็ดูจะใหม่ทั้งหมดเมื่อได้มาอยู่ข้างกายของกู้หยวนเฉิง แม้หลายสิ่งจะแตกต่างจากที่เคยได้ยินแม่ของเธอเล่าแต่มันก็ดูคลับคล้ายพอไปถึงที่นั่งซีเยว่ก็จะเอาของขึ้นเก็บด้านบนหัวที่เป็นที่เก็บของ แต่กู้หยวนเฉิงก็จัดการให้ “อะไรจะหวานกันขนาดนั้น นั่งไปสองคนเลยฉันนั่งตรงนี้คนเดียวก็ได้” ป๋ออี้หรันแกล้งชนกู้หยวนเฉิงก่อนจะเดินไปนั่้งฝั่งตรงข้าม“ว่าแต่รถไฟมันโยกเยก ร้อยโทไป๋ก็นั่งดี ๆ นะครับ หรือจะให้เพื่อนของผมประคองเอาไว้ก็ได้” “ปากนายนี่ ไปนั่งที่อื่นเลย”“เห็นฉันเป็นส่วนเกิน

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 8

    บทที่ 8คำของท่านแม่ลอยขึ้นมาในหัว “พี่ของเจ้ามีโชคชะตาที่จะเป็นคู่กับพี่สะใภ้ เจ้าเองก็เหมือนกัน วันหนึ่งเจ้าก็จะเจอ เหมือนที่แม่เจอพ่อของเจ้า” “ท่านแม่เล่าตอนที่มาเจอกับท่านพ่อให้ข้าฟังอีกได้ไหมเจ้าคะ” นิทานเรื่องหญิงสาวที่ไม่เชื่อในความรัก ถูกสายน้ำศักดิ์สิทธิ์พัดพามาเจอกับรักแท้ เป็นนิทานกล่อ

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่6

    บทที่ 6ไป๋ซีเยว่มองปลาที่ตัวเองจับมาได้ ธารน้ำแห่งนี้แม้จะไม่ใหญ่นักแต่ก็มีปลาตลอด เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นหญิงสาวตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อเพราะอยากรู้เรื่องเมืองเกิดของท่านแม่ของตน แม้จะเสี่ยงแต่สุดท้ายแล้วก็แค่ก้าวเดินลงไปในบ่อน้ำพุจะกลับเมื่อไรก็ได้อยู่แล้ว เพราะคิดอย่างนั้นจึงไม่ได้คิดมากอะไร

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 5

    บทที่ 5“เช่นนั้น ฉันชอบเธอ ไม่อยากให้เธอกลับไป” ไป๋ซีเยว่กระพริบตาปริบ ๆ”ทำตามที่เธอบอกแล้วได้ผลหรือไม่” “ไม่ ข้าไม่ใช่คนที่จะใจง่าย ชอบคนที่รู้จักกันไม่ถึงสิบวันหรอก” คำนั้นเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากที่มักจะนิ่งเฉย “เช่นนั้นรออยู่จนถึงสิบวันแล้วดูว่าเธอจะชอบฉันไหม” ไป๋ซีเยว่จะหันไปแย้ง แต่ก็ถูกกู้

  • หมอหญิงยอดดวงใจพันเอก   บทที่ 4

    บทที่ 4ไป๋ซีเยว่ที่มั่นใจในหนทางที่จะกลับบ้านได้แล้วเดินยิ้มออกมาจากตึก หญิงสาวมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุ และหยุดยืนอยู่ตรงนั้น หากนางคิดไม่ผิดนี่คือทางที่นางจะกลับไปที่ที่นางจากมาได้ แม้จะฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่ยาที่ปลูกจากที่นี่ล้วนช่วยคนมาได้นับร้อยนับพัน หากบ่อน้ำพุนี้จะมีความสามารถอื่นอีกก็คงไม่แปล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status