LOGINถูกคู่หมั้นสวมเขาไปเอากับเพื่อนสนิท เพราะความโง่เขลาของเธอเองทำให้เธอต้องมาพบกับจุดจบ กลับมาอีกครั้งเธอจะไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนอีก พระนางของเรื่องอย่างนั้นหรือ ? เดี๋ยวเธอจะร้ายให้ดู !
View Moreไห่เฉิง ปี 1970
วันนั้น...เกิดเหตุการณ์มากมายกับ ‘หวงไป่ฉิง’ คู่หมั้นสวมเขา เพื่อนสนิททรยศหักหลัง จักรยานราคาแพงแสนแพงเธอกลับทำมันพัง เรื่องคู่หมั้นกับเพื่อนสนิทของเธอ เธอพอจะรับได้ แต่...เรื่องจักรยานที่เธอทำพังนี่สิ เธอจะทำอย่างไรล่ะทีนี้ ?
แม่เธอรักจักรยานคันนี้ยิ่งกว่าชีวิต แม่บังคับให้ทุกคนอดข้าวอดน้ำนานหลายเดือนกว่าจะเก็บเงินได้ 500 หยวนเพื่อซื้อจักรยานเฟิ่งหวงคันนี้มา แม่ลำบากวิ่งเต้นหาคูปองอุตสาหกรรมหลายใบเพื่อซื้อจักรยานคันนี้มาให้เธอได้ใช้อวดกับเพื่อน ๆ
จักรยานเฟิ่งหวงคันนี้แพงกว่าจักรยานเฟิ่งหวงของผู้ชายซะอีก แค่นึกภาพว่าเธอกลับไปที่บ้านจะต้องโดนอะไรบ้าง เธอก็กลัวแล้ว
“เป็นเพราะหานอวิ๋นกับฟางเฟยคนเดียวเลย ถ้าพวกเขาไม่ทำเรื่องอับอายลับหลังเรา เราคงไม่ซวยแบบนี้”
ไป่ฉิงรีบร้อนใจเดินไปเดินมา เห็นจักรยานที่พื้นแล้ว แขนขาเธอถึงกับไร้เรี่ยวแรง ไป่ฉิงคือลูกสาวของนายทหาร เธอมีพี่ชายอยู่ 2 คน เพราะเธอคือลูกผู้หญิงเพียงคนเดียว พ่อกับแม่และพี่ชายถึงได้รักได้หวงเธอยิ่งกว่าไข่ในหิน เธอได้หมั้นหมายกับหานอวิ๋นตั้งแต่เด็ก เธอเองก็ชอบและอยากจะแต่งงานกับหานอวิ๋น แต่...ดูเหมือนหานอวิ๋นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ
ในความคิดของไป่ฉิง หานอวิ๋นก็ไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงได้หลงอีกฝ่ายนัก คอยเอาอกเอาใจเหมือนคนโง่ไม่มีผิด อย่างไรเสีย...ผู้ใหญ่ทั้งสองได้ตกลงให้เธอกับหานอวิ๋นหมั้นหมายกันแล้วนี่นา เธอคงปฏิเสธการหมั้นหมายในครั้งนี้ไม่ได้สินะ
เมื่อเช้านี้...เธอปั่นจักรยานไปรับฟางเฟย ไม่คิดว่าเธอจะได้รับรู้เรื่องราวที่เธอไม่ควรรับรู้เข้า ไป่ฉิงเห็นหานอวิ๋นอยู่ที่นั่นกับฟางเฟย เธอก็คิดว่าบังเอิญหานอวิ๋นเดินผ่านมาแถวนี้ซะอีก ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เธอจึงเดินเข้าไปถามหานอวิ๋นดู ไม่คิดว่าเธอจะได้รู้ความจริงที่ทำให้เธอถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้า
‘ไป่ฉิง ฉันขอโทษนะ ฉันกับพี่หานอวิ๋นเราสองคนรักกันจริง เธออย่าโกรธฉันเลยนะไป่ฉิง ’
ฟางเฟยพูดจบก็บีบน้ำตาต่อหน้าเธอ พยายามทำตัวน่าสงสารทำให้หานอวิ๋นเข้าใจผิดคิดว่าเธอพูดจาร้าย ๆ กับฟางเฟย
‘ฉันคือคนที่ถูกเธอกับหานอวิ๋นสวมเขานะ ฉันสิควรจะเป็นฝ่ายร้องไห้เสียใจถึงจะถูก ฟางเฟย เธอร้องไห้ เธอกำลังเสียใจหรือกำลังดีใจกันแน่ ? ’
ไป่ฉิงพูดจบ...หานอวิ๋นว่าที่คู่หมั้นของเธอก็ตวาดเสียงดังลั่น สีหน้าและแววตาโกรธเธออย่างเห็นได้ชัด
‘ไป่ฉิง เธอนี่ชอบเอาเปรียบคนอื่นจริง ๆ เลยนะ ’ เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดคำหยาบหรือเอาเปรียบฟางเฟยเลย หานอวิ๋นกลับหาว่าเธอกำลังเอาเปรียบฟางเฟยอยู่อย่างนั้นหรือ ?
เธอจะไม่ทนอีกต่อไป ก่อนที่ไป่ฉิงจะเดินออกมาจากตรงนั้น เธอได้ลงมือสั่งสอนหานอวิ๋นกับฟางเฟยไปทีหนึ่ง พอเห็นสภาพของทั้งสองแล้ว เธอก็พอใจมากรีบปั่นจักรยานออกมาจากตรงนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นไป่ฉิงกำลังคิดอะไรอยู่ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอบังเอิญปั่นจักรยานไปชนเข้ากับกำแพง ศีรษะกระแทกที่พื้นอย่างแรง กว่าเธอจะรู้ตัวก็ผ่านไปนานหลายนาที
“ฟ้าแกล้งฉันอยู่หรือ ?” พอได้สติ...ไป่ฉิงก็รีบนำจักรยานออกมาจากตรงนั้น เธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อยากจะรีบนำเรื่องนี้ไปบอกพ่อกับแม่
“ฉิงฉิง เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้จูงจักรยานกลับมาที่บ้านแบบนี้ ให้ตายเถอะ ดูหน้าผากหนูสิ ไปโดนอะไรมา ?”
หลิวเหนียงเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน เห็นสภาพของลูกสาวสุดที่รักมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นและยังได้รับบาดเจ็บอีกก็ยิ่งเป็นห่วง ตนรีบสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นลูกสาว ก่อนจะจับแขนลูกสาวหมุนกายไปมาดู
“แม่ ฮึก ๆ หนูอยากจะถอนหมั้นกับพี่หานอวิ๋นค่ะ หนูไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายพรรคนั้น พี่หานอวิ๋นทรยศหักหลังหนู พี่เขาไปแอบคบกับฟางเฟยเพื่อนสนิทหนูค่ะแม่ ฮือ ๆ ”
ไป่ฉิงส่งเสียงร้องไห้ดังลั่นบ้าน ที่เธอร้องไห้ไม่ใช่เพราะว่าเธอเสียใจที่หานอวิ๋นนอกใจเธอไปคบกับฟางเฟย ที่เธอร้องไห้เพราะภาพแปลก ๆ ที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอ เธอปวดหัว ปวดเนื้อปวดตัวต่างหากล่ะ ไป่ฉิงเห็นภาพตัวเองประเคนของมีค่าทั้งหมดที่เธอมีให้กับหานอวิ๋น พอเธอตามเขาไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ นั่น เธอโง่เขลาคอยวิ่งตามทำทุกอย่างแทนหานอวิ๋น
เธอนำอาหารแห้งและข้าวที่เธอมีไปประเคนให้หานอวิ๋นนำไปให้ฟางเฟย ส่วนตัวเธอเองเพราะทำงานหนักเกินไปสุดท้ายก็สิ้นใจตาย ปกติแล้วเธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องลำบากก็มีเงินใช้ มีอาหารดี ๆ ให้กิน เพราะฐานะทางบ้านเธอดีกว่าทางบ้านของหานอวิ๋นมาก แต่ว่า...สองปีต่อจากนี้ประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลง พ่อของเธอกับพ่อของหานอวิ๋นจะถูกทางการจับตัวส่งไปทำงานที่เหมือง
“มีเรื่องอะไรกันฉิงฉิง เล่าให้แม่ฟังสิ หานอวิ๋นทำอะไรหนู ? เดือนหน้าหนูจะต้องเดินทางไปที่หมู่บ้านนั่นแล้วนะ ถ้าหนูถอนหมั้นกับหานอวิ๋น ใครจะเป็นคนดูแลหนูเล่า”
‘หม่าหลิวเหนียง’ คิดว่าไป่ฉิงถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก หานอวิ๋นคงทำอะไรให้ไม่พอใจถึงได้โกรธมากขนาดนี้
“แม่คะ พี่หานอวิ๋นกับฟางเฟยเพื่อนสนิทฉันรังแกหนูค่ะ พวกเขาสองคนแอบคบกันลับหลังหนู ฟางเฟยยังบอกกับหนูอีกนะคะว่าไม่ให้เอาเรื่องพวกเขาสองคน ไม่ให้หนูนำเรื่องนี้มาบอกทุกคน แม่คิดว่าผู้ชายพรรคนั้นจะดูแลหนูได้เหรอคะ ? จริงด้วย...ฟางเฟยกจะตามไปที่นั่นด้วยนะคะ”
ไป่ฉิงเองก็ไม่รู้ว่าฟางเฟยจะร่วมกลุ่มยุวชนไปที่หมู่บ้านนั้นกับเธอหรือไม่ ? แต่...ภาพที่ผุดเข้ามาในหัวเธอ เธอเชื่อว่าฟางเฟยจะต้องตามหานอวิ๋นไปที่นั่นแน่ หานอวิ๋นกับฟางเฟยวางแผนไว้หมดแล้ว เธอเองจะไม่ยอมให้หานอวิ๋นกับฟางเฟยเอาเปรียบเธอหรอกนะ หาน อวิ๋นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ พออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่กลับทำตัวเหมือนว่าชอบเธอ ที่แท้เขาก็มีแผนอยากจะหลอกใช้เธอนี่เอง
“ฉิงฉิง ลูกพูดจริงหรือ ? หานอวิ๋นกล้าทำแบบนั้นกับลูกจริง ๆ หรือ ?”
‘หวงสวี่ข่าย’ ผู้เป็นพ่อได้ยินลูกสาวสุดที่รักบอกแบบนั้นจะทนได้อย่างไร สวี่ข่ายรีบบอกให้ไป่ฉิงกับภรรยาตามตนไปที่บ้านเหอ
“จางเต๋ออยู่ไหม ? ” พอมาถึงที่บ้านเหอ สวี่ข่ายก็รีบเรียกพ่อของหานอวิ๋นออกมาคุย ใช่ว่าลูกสาวของตนจะไม่มีใครเอา ถ้าหาน อวิ๋นไม่ดีตนจะไม่ยอมให้ลูกสาวสุดที่รักของตนแต่งงานกับหานอวิ๋นเด็ดขาด
“คุณ ใจเย็นก่อน อย่าใช้อารมณ์” หลิวเหนียงเห็นสีหน้าของผู้เป็นสามีไม่ค่อยดีก็รีบเอ่ยบอก ตนไม่อยากให้เพื่อนบ้านรู้เรื่องนี้ กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องอับอาย
“สวี่ข่าย พี่สะใภ้หม่า มีเรื่องอะไรหรือ ? ไป่ฉิง หนูมาหาหานอวิ๋นหรือ ? หานอวิ๋นกำลังพักอยู่ที่ห้อง เดี๋ยวอาไปตามหานอวิ๋นให้นะ”
จางเต๋อยังไม่รู้เรื่องอะไรฉีกยิ้มกว้างเดินเข้าไปข้างใน จางเต๋อรักและเอ็นดูไป่ฉิงมาก ๆ ตนมีลูกชายอยู่ 3 คน ไม่มีลูกผู้หญิงเลย ไม่มีใครรู้หรอกว่าตนชื่นชมสวี่ข่ายมาแค่ไหนที่มีลูกสาวน่ารัก นิสัยดีอย่างไป่ฉิง ตนเฝ้าดูไป่ฉิงเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ถึงได้รักและเอ็นดูไป่ฉิงเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง ในอนาคต...ไป่ฉิงก็จะมาเป็นสะใภ้บ้านเหอแล้ว จางเต๋อยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข
“อาคะ หนูไม่ได้มาหาพี่หานอวิ๋นค่ะ” ไป่ฉิงเล่นบทละครผู้น่าสงสาร ริมฝีปากเม้มแน่น ใบหน้าพริ้มเพราก้มหน้ามองต่ำ ไม่มีใครเห็นว่าเธอกำลังซ่อนรอยยิ้มร้ายไว้อยู่ วันนี้เธอจะต้องสั่งสอนหานอวิ๋นให้หลาบจำ จะได้ไม่กล้าพูดอะไรแบบนั้นกับเธออีก
“ฉิงฉิงเป็นอะไรไปหรือ ?” จางเต๋อเห็นสีหน้าของไป่ฉิงไม่ค่อยดีถึงกับหุบยิ้ม ปกติไป่ฉิงจะเป็นคนยิ้มแย้มอารมณ์ดี ไร้เดียงสาเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง ทำไมวันนี้ไป่ฉิงถึงได้ดูเศร้าแบบนี้นะ ?
“ฉิงฉิงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ ? ทำไมนายไม่ไปถามลูกชายตัวดีของนายดู หึ ~ จางเต๋อ ฉันมาที่นี่ฉันอยากจะมาถอนหมั้นต่างหากเล่า ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับผู้ชายมักมากอย่างหานอวิ๋นลูกชายนายหรอกนะ”
“มีเรื่องอะไรกันหรือ ? พี่สวี่ข่าย พี่หลิวเหนียง วันนี้ตั้งใจแวะมาหาพวกเราที่บ้านหรือ ? อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนค่อยกลับนะ”
ซูหยวนแม่ของหานอวิ๋นเห็นไป่ฉิงแวะมาหาตนถึงที่บ้านก็รีบจูงมือไป่ฉิงไปที่ห้องรับแขก
“ขอโทษด้วยนะซูหยวน วันนี้พวกเราคงอยู่ทานข้าวที่นี่ไม่ได้ ฉันมาที่นี่เพราะอยากจะมาคุยเรื่องถอนหมั้น เรื่องที่เราคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นโมฆะ”
หลิวเหนียงรีบเอ่ยบอกจุดประสงค์ของตัวเอง ตอนนี้ตนไม่อยากให้ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องมาแต่งงานกับหานอวิ๋น ถ้าไป่ฉิงแต่งงานกับหานอวิ๋นไปแล้วเกิดทุกข์ใจ ตนเป็นแม่จะทนได้อย่างไร
“พี่หลิวเหนียง ถ้าหานอวิ๋นทำอะไรให้ไป่ฉิงโกรธหรือไม่พอใจ ฉันจะบอกให้หานอวิ๋นมาขอโทษไป่ฉิง อย่าให้เด็กทั้งสองต้องถอนหมั้นกันเลยนะ คนที่จะมาเป็นสะใภ้เหอมีแค่ไป่ฉิงเท่านั้น ฉันไม่ยอมให้หานอวิ๋นแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นหรอกนะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ไป่ฉิง อีกอย่าง…เด็ก ๆ กำลังจะไปทำหน้าที่ของตัวเองที่หมู่บ้านเล็ก ๆ นั่น ไม่มีใครดูแลไป่ฉิงได้ดีเท่าหานอวิ๋นแล้วนะพี่”
ซูหยวนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไป่ฉิงและหานอวิ๋นกันแน่ ปกติแล้วหานอวิ๋นจะไม่ทำเรื่องอะไรให้ไป่ฉิงไม่สบายใจ รอคุยกับพ่อแม่ของไป่ฉิงก่อน ตนถึงจะกลับมาสั่งสอนลูกชายตัวดีของตน ตอนนี้ประเทศกำลังวุ่นวาย ครอบครัวข้าราชการจะต้องส่งคนภายในครอบครัวไปพัฒนาหมู่บ้านเล็ก ๆ ตามเมืองต่าง ๆ
ทั้งสองครอบครัวต่างก็มีหน้ามีตาในสังคม ยิ่งต้องเป็นแบบอย่างให้ทุกคนเห็น ครอบครัวเหอมีแค่หานอวิ๋นเท่านั้น ปีนี้หานอวิ๋นอายุได้ 20 แล้ว สามารถลงชื่อเข้าร่วมกลุ่มยุวชนเดินทางไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ต่างเมืองได้แล้ว ส่วนลูกชายคนรองของพวกเขาเพิ่งจะ 13 ลูกชายคนเล็กเพิ่งจะ 10 ขวบ ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายเลย
ครอบครัวหวงยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีลูกชาย 2 คน แต่ลูกชายทั้ง 2 ของสวี่ข่ายต่างก็เป็นทหาร ไป่ฉิงเองเพิ่งจะ 18 เธอกำลังเรียนหมออยู่ กลับต้องมาทิ้งการเรียนเพื่อลงชื่อเข้าร่วมกับกลุ่มยุวชนไปที่นั่น แต่…เพราะว่ามีหานอวิ๋นร่วมเดินทางด้วย ครอบครัวหวงถึงได้ยอมให้ไป่ฉิงไปที่นั่น
“ซูหยวน เราไม่อยากรบกวนหานอวิ๋น หานอวิ๋นยังต้องดูแลคนรัก ไม่มีเวลามาดูแลไป่ฉิงลูกสาวฉันหรอก อีกอย่าง…หานอวิ๋นยังคิดที่จะหลอกใช้ลูกสาวฉันให้เป็นเกาะกำบัง พอไป่ฉิงลูกสาวฉันไปถึงที่นั่น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหานอวิ๋นจะทำอะไรลูกสาวฉันบ้าง”
“คุณไปตามหานอวิ๋นมาเดี๋ยวนี้!!” จางเต๋ออยากรู้ความจริงจากปากของหานอวิ๋น พอเห็นสีหน้าอันเศร้าสร้อยของไป่ฉิงแล้ว จางเต๋อก็ยิ่งโกรธ
ซูหยวนเห็นท่าไม่ดีก็รีบเดินไปตามหานอวิ๋นออกมาคุยกัน ตนไม่เชื่อว่าหานอวิ๋นจะกล้าทำอะไรแบบนั้น ไป่ฉิงดีขนาดนี้ ลูกชายของตนกล้าทำให้ไป่ฉิงเสียใจได้อย่างไร ก่อนที่ตนจะให้เด็ก ๆ ทั้งสองหมั้นหมายกัน ตนได้ถามความคิดเห็นจากหานอวิ๋นแล้ว หานอวิ๋นก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตกลงที่จะหมั้นกับไป่ฉิงไม่ใช่หรือ ? ไม่รู้ว่าหานอวิ๋นกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำแบบนั้น ตนเองยังรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เลย พ่อกับแม่ไป่ฉิงจะรับได้อย่างไร
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับสหายคนสนิทของเขา ถ้าสหายคนสนิทของเขาไม่เดินไปได้ยินบทสนทนาระหว่างแม่ของเขากับหยุนเมย เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับไป่ฉิงบ้าง ขอแค่เขาปกป้องเธอได้ก็พอแล้ว...…หลายปีผ่านไป…“เจียวหมิง เจียวลู่ วางมือจากปากกามาทานข้าวได้แล้วลูก” ไป่ฉิง อยู่ในชุดคลุมยาว กำลังถือถาดอาหารมาจากในครัว พอเจ้าแฝดได้ยินเสียงผู้เป็นแม่เอ่ยเรียก ก็รีบวางปากกาในมือลง ก่อนจะรีบวิ่งมาที่ห้องรับแขกด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข“แม่ฮะ วันนี้มีอะไรทานเหรอฮะ ?” เจ้าเจียวหมิงผู้เป็นพี่ชายวิ่งมาแต่ไกล พอวิ่งมาถึงที่หน้าโต๊ะอาหารก็รีบนั่งประจำที่ของตัวเอง“วันนี้แม่ทำอาหารโปรดของพวกหนูทั้งนั้นเลยนะ กินเยอะ ๆ ล่ะ”“ผมชอบอาหารที่แม่ทำที่สุดเลยฮะ” เจ้าเจียวลู่แฝดน้องเอ่ยบอกอย่างเอาใจ ในบ้านหลังนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่าเจ้าเจียวลู่เป็นเด็กที่ปากหวาน ช่างพูดช่างจากที่สุด“แม่ฮะ วันนี้อาหลิวหลิงจะมาที่บ้านเราไหมฮะ ? ผมอยากฟังอาหลิวหลิงเล่านิทานให้ฟังฮะ”“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาหลิวหลิงกำลังท้องกำลังไส้ หนูจะไปรบกวนให้อาเขามาที่นี่ทำไม ต้องให้อาหลิวหลิงพักผ่อนเยอะ ๆ หนูจะต้องเป็นเด็ก
งานดำเนินมาถึงช่วงต้องส่งตัวเจ้าสาว แม่ของเสี่ยวเฉิงเห็นว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่เหมาะที่จะหลอกไป่ฉิงไปที่ห้องพักที่เปิดทิ้งไว้ ก่อนจะดำเนินแผนการ แม่ของเสี่ยวเฉิงได้เดินไปกำชับหยุนเมยอีกครั้ง หลังจากที่วางแผนกันเสร็จเรียบร้อย เห็นว่าเสี่ยวเฉิงไม่ได้อยู่กับไป่ฉิง แม่ของเสี่ยวเฉิงก็รีบเดินไปหาไป่ฉิงทันที“ไป่ฉิง น้ามีเรื่องอยากจะให้หนูช่วยหน่อย ตามน้ามาได้ไหม ?” ไป่ฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ไม่เห็นหยุนเมยเลยก็เกิดสงสัย“ได้ค่ะ” เธอไม่ได้เอะใจอะไร ก็รีบเดินตามแม่ของเสี่ยวเฉิงไป เธอเดินตามแม่เขามาเรื่อย ๆ จนมาถึงที่ห้องพักห้องหนึ่ง“น้าอยากจะเปลี่ยนชุดใหม่น่ะ หนูเข้าไปเลือกชุดให้น้าหน่อยสิ” แม่ของเสี่ยวเฉิงเอ่ยบอกพลางหลีกทางให้ไป่ฉิงเดินเข้าไปข้างในไป่ฉิงเลิ่กลั่กมองหน้าแม่ของเสี่ยวเฉิงไปมา ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปข้างในห้องนั้น ทันทีที่เธอก้าวข้ามประตูห้อง ประตูบานไม้ก็ถูกปิดลง ก่อนจะมีเสียงล็อคจากทางด้านนอก ไป่ฉิงตกใจมากรีบหันไปดู พยายามเปิดประตู ต่อให้เธอพยายามแค่ไหนก็เปิดประตูบานนั้นไม่ได้ ครู่นั้นก็มีมือของใครคนหนึ่งปิดปากเธอไว้แน่น“อย่าส่งเสียง นี่พี่เอง” พอไป่ฉิงหั
“ว่ายังไง ? ตกลงหรือไม่ตกลง ถ้าเธอเอาแต่เงียบแบบนี้ พี่จะหักเลี้ยวแล้วนะ”“นี่คือวิธีการขอแต่งงานของพี่เหรอคะ ? บังคับกันชัด ๆ”“หลิวหลิงเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว อดีตคนที่เธอรักอยู่ที่หมู่บ้านนั่นใช่ไหม ? พี่ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธพี่ ไปเลือกมันหรอกนะ”“พี่รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ ? หลิวหลิงนี่จริง ๆ เลย”“เธอยังไม่ตอบพี่เลยนะ” เสี่ยวเฉิงหยุดรถ ก่อนจะหันมามองไป่ฉิง อย่างรอคำตอบ“พะ…พี่จะทำอะไร ? ” ไป่ฉิงเห็นอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ ก็รีบถอยห่างชิดประตู“พี่อยากได้คำตอบจากเธอ จะได้รู้ว่าพี่ควรไปส่งเธอที่ไหนดี”“พี่บีบบังคับฉันขนาดนี้ จะให้ฉันตอบพี่ว่าอย่างไรเล่า!”“ตอบพี่มาก่อนสิ” ไป่ฉิงเห็นอีกฝ่ายเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เธอจึงรีบบอกออกไป“ตะ…แต่ง แต่งก็ได้ค่ะ แต่พี่ต้องไปเจอพ่อกับแม่ฉันก่อนนะ”“ก็แค่นี้ เรื่องนั้นไม่มีปัญหา” เสี่ยวเฉิงได้คำตอบที่ต้องการแล้ว ก็รีบขับรถออกไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม“วันมะรืนนี้พี่มารับนะ เราจะต้องเดินทางไปที่ปักกิ่งก่อนจะถึงวันงานสองวัน”“รีบขนาดนั้นเลยเหรอคะ ? ” ไป่ฉิงกำลังจะหันไปหยิบเอาของ พอได้ยินเสี่ยวเฉิงบอกแบบนั้น เธอถึงกับตกใจ“พี่อยากจะพาเธอไปเจอพ่อกับแ
คำพูดของไป่ฉิงเหมือนมีดนับพันเล่มปักลงตรงกลางใจ เขารอเธอมานานหลายเดือนเพราะอยากจะมาอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้เธอได้เข้าใจ ไม่คิดว่าเขาจะมาได้ยินคำนี้จากปากเธอ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา…เขาพยายามทำใจกับเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่…เขาก็ทำใจยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ เขาไม่อยากเสียเธอไป เขาไม่เชื่อว่าเธอจะไม่คิดอะไรกับเขาจริง ๆพอสายตาเหลือบไปเห็นหญิงอันเป็นที่รักกำลังจะเดินลับตาไป หมิงจ้านก็รีบเดินไปดักหน้าไป่ฉิงไว้ ไม่ยอมให้เธอเดินหายหน้าไปจากเขาแบบนี้“ไป่ฉิง ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะคิดกับฉันแค่พี่ชาย ที่ผ่านมามันหมายความว่ายังไงกันแน่ ? ที่เธอทำดีกับฉัน เพราะเห็นฉันเป็นแค่พี่ชายจริง ๆ หรือ ? คนที่คิดกับอีกฝ่ายแค่พี่ชายต้องดีขนาดนี้เลยหรือ ? ไป่ฉิง เธอบอกความจริงฉันมาเถอะนะ ฉันทำผิดอะไร ฉันพร้อมที่จะปรับปรุงตัวเองเพื่อเธอนะไป่ฉิง”“พี่หมิงจ้าน ฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่จริง ๆ ต่อให้ฉันคิดกับพี่เกินพี่ชาย เราก็ไม่มีทางใช้ชีวิตร่วมกันได้ วันที่ฉันรั้งพี่ให้อยู่กับฉัน พี่เลือกที่จะทิ้งฉันไปหาซูฮวาเองนะ เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ พี่อย่าพยายามทำดีกับฉันในวันที่มันสายไปแล้วเลยนะคะ พี่ปล่อยฉันไ
เสี่ยวเฉิงยัดถุงผ้านั้นใส่ในมือเล็ก ก่อนจะหมุนกายเดินกลับออกมา เพื่อความปลอดภัยของเธอ ตั้งแต่วันนี้เขาจะไม่โผล่หน้ามาให้เธอเห็น ลึก ๆ แล้วเขาอยากจะทำให้ไป่ฉิงได้รู้ใจตัวเองสักที ว่าเธอเองก็ชอบเขาเหมือนกันหลายวันผ่านไป…ตั้งแต่วันที่เสี่ยวเฉิงนำต่างหูมาให้เธอวันนั้น เขาก็หายเงียบไปไม่มาหาเธออีกเลย ไ
เขารู้ว่าคนอย่างหยุนเมยทำได้ทุกอย่าง เขาไม่อยากให้เหตุการณ์เมื่อในอดีตเกิดขึ้นกับเขาอีก หยุนเมยที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าชาพูดอะไรไม่ออก ที่หล่อนมาหาเขาที่นี่วันนี้ เพราะอยากจะมาทวงคำสัญญาที่พ่อกับแม่เขาเคยให้ไว้กับพ่อหล่อน ไม่ได้ต้องการมาได้ยินคำเหล่านี้จากปากเขา“หมายความว่าไงคะ พี่ลืมคำสัญญาที่เ
“กลับมาแล้วเหรอคะ ? ฉันทำอาหารมื้อเที่ยงเสร็จพอดีเลยค่ะ” ไป่ ฉิงอยู่ในครัวได้ยินเสียงคนคุยกันข้างนอก เธอก็รีบวิ่งออกมารับ“ไม่เป็นไรหรอก ครอบครัวน้ามีกันเยอะ น้าทำอาหารเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว ไม่รบกวนหนูดีกว่า”“แต่ว่า…น้าคะ ฉันทำกับข้าวเยอะมากเลยนะคะ ถ้าทุกคนไม่กิน แล้วฉันจะต้องทำยังไงคะ ? น้าคะ น้
ไป่ฉิงยังเก็บผลไม้ป่าได้จำนวนหนึ่งด้วย พอเก็บมาได้เธอก็นำไปแบ่งให้กับชาวบ้าน ใกล้ถึงเวลาทานมื้อเที่ยง เธอกับหลิวหลิงถึงกลับไปที่หอพัก“ไป่ฉิง อย่าเพิ่งไป” หมิงจ้านเดินลงมาจากเขาบังเอิญเจอกับไป่ฉิงพอดี เมื่อกี้เขาเห็นพี่สะใภ้ของเขามาเก็บเห็ดด้วย เขารอพี่สะใภ้แยกย้ายกลับไปที่บ้านก่อน เขาถึงเดินมาหาไป


















reviews