แชร์

บทที่ 3 เช่นนั้นก็แค่ตาย (1)

ผู้เขียน: เทียนสื่อ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-20 13:00:59

สตรีร่างบอบบางสาวเท้าเข้ามายืนเบื้องหน้าซูเมิ่งหลานพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร “มาเถอะพี่หญิง ข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง”

“พี่หญิง นี่เรียกข้าหรือ” ซูเมิ่งหลานกะพริบตาถี่

“ไม่อย่างนั้นล่ะ”

ซูเมิ่งหลานกวาดตามองเหล่าทหารที่ยืนคุม จากนั้นย้ายสายตามายังหญิงสาว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะคาดเดาความในใจของนางได้

“อ้อ…พวกเจ้าหลบไปสิ มีอย่างที่ไหนยืนดูสตรีอาบน้ำ”

“คุณหนูแต่ท่านแม่ทัพสั่งให้พวกเราจับตาดูนาง”

“เหลวไหล! นางเป็นสตรีตัวบอบบาง ซ้ำยังไม่ได้ออกเรือน พวกเจ้าจะยืนดูโจ่งแจ้งได้หรือ ไร้หัวคิด”

“เอ่อ…พวกเราเข้าใจแล้ว เช่นนั้นเราจะไปเฝ้าอยู่ข้างหน้า”

“ไปเถอะ”

หญิงสาวคว้ามือซูเมิ่งหลานเอาไว้ ช้อนตามองอีกฝ่ายพลางยิ้มซุกซน

“ยามปกติท่านพี่เซี่ยไม่พาสตรีกลับมา หากเป็นมือสังหารจะชายหรือหญิงล้วนถูกเขาฆ่าทิ้งทั้งสิ้น”

เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มคนนี้ก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือ แต่เดี๋ยวก่อน ท่านพี่เซี่ยที่นางพูดถึงคงไม่ใช่เซี่ยเวยแม่ทัพแห่งเป่ยเปียนผู้นั้นใช่หรือไม่

‘แย่อีกแล้ว ชีวิตของข้ากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายหรือนี่ หากเป็นแม่ทัพคนอื่นยังพอเอาตัวรอดง่ายกว่านี้ แต่นี่ต้องเผชิญหน้ากับมัจจุราชแดนเหนือเชียวนะ’ 

“เอ๋…ทำไมเงียบไปล่ะพี่หญิง”

ซูเมิ่งหลานหลุดจากภวังค์ “อ้อ ว่าแต่เจ้าเป็นใคร เหตุใดที่ค่ายทหารจึงมีหญิงสาวหน้าตาน่ารักเช่นเจ้าได้ เขาคงไม่ได้มีรสนิยมชมชอบ…”

“ท่านพูดอะไร ข้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของท่านพี่เซี่ยเจ้าค่ะ บังเอิญว่าข้าไม่ชอบติดแหง็กอยู่แต่ที่จวน ข้าก็เลยติดตามเขามาที่นี่”

ซูเมิ่งหลานพยักหน้า นึกไม่ถึงว่าจะมีคนชอบเอาชีวิตมาเสี่ยงในช่วงสงครามด้วย เด็กสาวผู้นี้ความคิดแปลกประหลาด ทว่าในยุคโบราณส่วนใหญ่มักให้ลูกพี่ลูกน้องแต่งงานกัน เกรงว่าโตไปแล้วนางอาจจะได้แต่งงานกับแม่ทัพเซี่ยก็ได้ ดูไปแล้วนิสัยพวกเขากล้าได้กล้าเสียคงเหมาะสมกันดี หากแต่น่าเสียดายที่เซี่ยเวยคนนี้อายุสั้นนัก ไม่ทันสามสิบก็อาจต้องตายเสียก่อน

“มาเถอะ ข้าจะช่วยท่านเอง”

“อือ”

ซูเมิ่งหลานมองมือที่จับจูงตน อย่างน้อยนางก็ไม่ใช่สตรีตัวคนเดียวที่โผล่มาที่นี่

“ข้ามีนามว่าสุ่ยตัวตัว ท่านล่ะพี่หญิง”

ซูเมิ่งหลานแทบหลุดขำ ‘สุ่ยตัวตัวที่แปลว่าหวานฉ่ำน้ำนั่นหรือเปล่า’ 

“ท่านยิ้มอะไร กำลังขบขันชื่อของข้าหรือ”

“เปล่าเลย ชื่อของเจ้าน่ารักมากต่างหาก ข้ามีนามว่าซูเมิ่งหลาน จะเรียกเมิ่งหลานก็ได้”

สุ่ยตัวตัวยิ้มตาปิด “จริงหรือพี่หญิงเมิ่งหลาน เจ้าก็ชอบชื่อนี้ของข้าหรือ”

“แน่นอน”

“ท่านช่างตาถึง ชื่อนี้มีแค่ท่านกับท่านพี่เซี่ยที่เข้าใจถึงความน่ารัก”

“น้องหญิงตัวตัว ข้าเรียกเจ้าเช่นนี้ได้หรือไม่”

“ย่อมได้”

“ขอถามหนึ่งเรื่องได้หรือไม่”

“ว่ามาเถอะเจ้าค่ะ ขอแค่พี่หญิงเมิ่งหลานมิใช่สายลับ ข้าก็จะตอบในสิ่งที่ตอบได้”

“ข้าไม่ใช่สายลับแน่นอน คือ…ข้าเพียงอยากรู้ว่าท่านพี่เซี่ยของเจ้าคือแม่ทัพเซี่ยเวยใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ เขานั่นแหละ”

สุ่ยตัวตัวช่วยขัดผิวไปปากก็พร่ำพูดไปเจื้อยแจ้ว

“ไม่ใช่ว่าท่านแม่ทัพต้องประจำการที่เป่ยเปียนหรือ เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้”

“ที่เป่ยเปียนควบคุมสถานการณ์ได้แล้วเจ้าค่ะ หนึ่งปีมานี้ท่านพี่เซี่ยนำทัพและสามารถยึดมาทั้งหมดสิบหัวเมืองใหญ่ ดังนั้นเขาจึงลงมาประจำการชายแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่าบาทเห็นว่าหน้าด่านของที่นี่ยึดยากยิ่งนัก ดังนั้นจึงให้ท่านพี่เซี่ยเป็นผู้นำทัพเจ้าค่ะ”

ซูเมิ่งหลานพยักหน้า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

“พี่หญิงเมิ่งหลาน ผิวของท่านที่จริงเนียนละเอียดยิ่งนัก ใครไม่รู้มองแต่ใบหน้าคลุกฝุ่นของท่านคงเข้าใจผิดกันไปหมด ดูสิช่วงสงครามเช่นนี้ก็ยังมีผิวเนียนละเอียดได้ ท่านทำได้อย่างไร”

ซูเมิ่งหลานยิ้ม ครั้งแรกที่นางเข้ามาสวมร่างนี้ ผิวของนางทั้งแห้งทั้งหยาบ ซ้ำยังผอมกะหร่องดุจกระดูกเดินได้ โชคดีที่ความรู้วิชาแพทย์นั้นไม่มีข้อจำกัด นางจึงนำความรู้เหล่านั้นมาฟื้นฟูสุขภาพและผิวพรรณตัวเอง

ทว่าเพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงกลียุคอย่างปลอดภัย ซูเมิ่งหลานจึงมักใช้แป้งร่ำสีขุ่นเพื่อบดบังผิวพรรณแท้จริง ซ้ำแป้งร่ำที่นางทำขึ้นมานี้ยังสามารถบำรุงผิวไปในตัวด้วย ดังนั้นแม้ยามปกติดูสกปรกเปื้อนมอม แต่นั่นกลับประหนึ่งกำแพงป้องกันผิวจากแสงแดด เมื่อถูกชะล้างจนสะอาดเอี่ยม ความสว่างงดงามที่ซ่อนเอาไว้จึงเผยออกมา

“ข้าเป็นหมอ นี่เป็นเพียงการดูแลตัวเองเบื้องต้นเท่านั้น”

“ดีมาก ดีจริง ๆ เช่นนั้นผิวของข้าจะสามารถดูแลเช่นท่านได้หรือไม่”

“ได้สิ ตอนนี้แป้งร่ำมีไม่มาก แต่ข้าจะมอบให้เจ้าเป็นของขวัญพบหน้าดีหรือไม่”

สุ่ยตัวตัวยิ้มจนตาหยี “พี่หญิงเมิ่งหลาน ท่านใจดีมากจริง ๆ มาเถอะ ก่อนไปพบท่านพี่เซี่ยข้าจะช่วยให้ท่านงามที่สุด”

ซูเมิ่งหลานชะงัก “ไม่จำเป็นหรอก ข้าคิดว่าโบกแป้งร่ำดังเดิมดีกว่า”

“ไม่ได้ ไหนท่านบอกยกแป้งนี่ให้ข้าแล้ว”

“แต่ว่า…”

“ไม่ต้องแต่แล้ว ท่านบอกว่าของมีน้อยไม่ใช่หรือ พี่หญิงเมิ่งหลานท่านนึกเสียดายจนคิดจะกลืนคำพูดหรือ” สุ่ยตัวตัวทำหน้าอมทุกข์

ซูเมิ่งหลานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แต่ก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรเซี่ยเวยก็เป็นบุรุษไร้หัวใจ เขาแทบไม่เคยเห็นสตรีใดอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ ผิวพรรณและใบหน้าของนางก็มิได้งามจนล่มเมือง คงไม่อาจล่อเสือล่อตะเข้ได้ถึงเพียงนั้น อีกอย่างเขาก็เป็นถึงแม่ทัพยศใหญ่ มีสตรีหน้าตาแบบใดที่ยังไม่เคยเห็น

“เช่นนั้นก็ได้” ซูเมิ่งหลานรับคำอย่างจนใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   ตอนพิเศษ สิ่งล้ำค่ากว่ารางวัลที่หนึ่ง

    ในที่สุดซูเมิ่งหลานก็ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองสมดังใจ ใครจะคิดว่าที่จริงเซี่ยเวยก็คือลูกชายของ CEO โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ซ้ำยังมีเกือบร้อยสาขาทั่วทั้งประเทศจีน ทว่าการสืบทอดกิจการจากครอบครัวของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างเซี่ยเวยล้วนพยายามมาด้วยความสามารถของตัวเองทั้งสิ้นซูเมิ่งหลานยังคงนึกถึงเรื่องราวชีวิตจากนิยายเรื่องนั้นเสมอ ไม่ว่าจะโลกนิยายหรือโลกใบนี้ เซี่ยเวยก็ยังคงเป็นเซี่ยเวยคนที่เธอรัก ความมุ่งมั่นทะเยอทะยานเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าแม่ทัพเซี่ยคนนั้นไม่ได้จากเธอไปไหน เขาอยู่ตรงหน้าของเธอเสมอ เพียงแค่เปลี่ยนผันภพชาติและยุคสมัยใหม่เท่านั้นมือเรียวเทแป้งเค้กเนื้อละเอียดลงในแม่พิมพ์รูปหัวใจก่อนจะนำไปใส่ยังไมโครเวฟ วันนี้เป็นปีแรกของวันครบรอบแต่งงาน ซูเมิ่งหลานจึงตั้งใจอยากทำเค้กเพื่อเซอร์ไพรส์เขา เดิมวันนี้ควรเป็นวันหยุด แต่เซี่ยเวยถูกเรียกตัวไปเพราะมีงานด่วนเข้ามาแทรก ถึงเป็นอย่างนั้นซูเมิ่งหลานก็เข้าใจเขาชีวิตของหมอจะเอาเวลาที่ไหนมาหยุดพักผ่อน ชีวิตผู้คนสำคัญที่สุด เธอเองก็เป็นหมอจึงเข้าใจสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ที่สุดปิ๊งป่อง…ซูเม

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 47 ฝันฝ่าทุกข์เข็ญร่วมเป็นร่วมตาย (จบ)

    “ไม่นะ ท่านอย่าทิ้งข้าไป!”เปลือกตาที่ปิดสนิทมานานปรือขึ้นด้วยความรวดเร็ว ทว่ากลับต้องปิดฉับลงอีกครั้งเมื่อแสงที่ส่องลงมากระทบเข้าม่านตาจนรู้สึกแสบซูเมิ่งหลานค่อย ๆ กลอกดวงตาท่ามกลางความมืดมิด นอกจากเสียงหายใจที่กำลังเต้นระรัวถี่กลับมีเสียงฝีเท้าไม่หนักไม่เบาเดินใกล้เข้ามา“รู้สึกตัวแล้วเหรอ”เสียงทุ้มที่ดังแนบหูเล็ก ทำให้ตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ปรือขึ้นเล็กน้อย‘เสียงของเขาใช่หรือไม่ ปวดหัวจัง’ซูเมิ่งหลานขยับเปลือกตาเพื่อให้สามารถปรับเข้ากับแสงของบรรยากาศ ภาพตรงหน้าไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอเดาออกว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสีขาวโพลน‘หรือคราวนี้เราจะตายไปแล้วจริง ๆ ครั้งก่อนดีใจเป็นเหตุให้หัวใจวาย มาครั้งนี้ก็เสียใจจนหัวใจวายหรือ’ซูเมิ่งหลานตัดพ้อ นึกไม่ถึงว่าตนนั้นช่างอาภัพนัก“ไม่ต้องรีบ หลับมานานก็เลยไม่ชินกับแสง”ซูเมิ่งหลานชะงัก ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีลังเล “ครั้งนี้ฉันตายแล้วจริง ๆ ใช่ไหม”เสียงทุ้มหัวเราะอยู่ในลำคอ “ยัง คุณยังไม่ตาย”ซูเมิ่งหลานกะพริบตาอีกสองสามหนก็รู้สึกว่ามองทุกอย่างได้ชัด

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 46 หวังว่าจะได้พบกับเจ้าอีกครั้ง (2)

    สุ่ยตัวตัวกระโจนลงจากหลังม้าแล้วปรี่เข้าไปประคองซูเมิ่งหลานออกมา“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”ซูเมิ่งหลานส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เขา…” หญิงสาวเหลียวมองไปยังลานประลองอันดุเดือด แววตาของนางระริกไหวด้วยความเป็นกังวล“พี่หญิงเมิ่งหลานท่านต้องเชื่อใจท่านพี่เซี่ยนะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าเขาต้องเอาชนะได้แน่” สุ่ยตัวตัวปลอบ“ข้าเชื่อใจเขา แต่เจียงสวินอ๋องผู้นั้นดูกระบวนท่าของเขาออกทั้งหมด ข้ากลัวว่า…”สุ่ยตัวตัวรีบตะครุบปาก “ข้าเคยเห็นท่านพี่เซี่ยออกรบมามาก เขาต้องชนะแน่นอน”ซูเมิ่งหลานพยักหน้าหงึกหงัก แต่ก็มิอาจคลายความกังวลได้อยู่ดีการประลองกระบี่ผ่านไปนับร้อยกระบวนท่า แม้ร่างกายของเซี่ยเวยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทว่าเขากลับไม่มีอาการเหนื่อยล้าเผยออกมาให้เห็น“เจ้าเก่งมากศิษย์รัก”เซี่ยเวยตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ น้ำเสียงและแววตาของเจียงสวินอ๋องกำลังกระตุ้นความทรงจำบางอย่างของเขา ทันทีที่คมของกระบี่ประสานกันอีกครั้ง เซี่ยเวยก็ถึงกับตกตะลึง“ท่านคืออาจารย์ของข้าอย่างนั้นหรือ”“ศิษย์รัก ที่แท้สายตาของเจ้าก็มิได้มีปัญหา”

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 46 หวังว่าจะได้พบกับเจ้าอีกครั้ง (1)

    ร่างสูงทะยานไปยืนที่เบื้องหน้าเหล่าชายฉกรรจ์นับสิบ ดาบจ้านลู่ในมือชี้เข้าหาศัตรูด้วยความดุดัน“ใครอยากไปเกิดใหม่คนแรกก็เข้ามา”ใบหน้าหล่อเหลายังคงสงบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กล่าวออกมากลับทำให้ผู้คนขนลุกเกรียวเสียวแปลบไปทั่วสันหลังชายร่างกำยำพร้อมใจกันถอยกรูด เขามองตากันหลุกหลิก แต่แล้วก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งโพล่ง“โจรกบฏตระกูลเซี่ย ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก เจ้ามันก็แค่ตัวคนเดียว เก่งกาจอย่างไรก็คงมิอาจล้มพวกข้าได้หมดกระมัง วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้าจนตัวตาย”เซี่ยเวยเลิกคิ้วหนึ่งฝั่ง “โจรกบฎตระกูลเซี่ย?”“เจ้ายังมาทำไขสือ เป็นเพราะบิดาของเจ้าทรยศ พวกเราและเหล่าพี่น้องจึงต้องอยู่กันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ น่าเสียดาย แม้เจ้าถูกทรมานแต่เกิดก็ยังไม่ตายเสียที วันนี้ไม่ว่าชื่อเสียงบรรดาศักดิ์ เจ้าต้องคืนแก่พวกเราทั้งหมด”เซี่ยเวยปรายตามองเหล่าชายร่างสูงทีละคน ก่อนจะหยุดสายตาลงบนร่างของเซี่ยเจิง“ท่านลุง แสร้งเป็นเทพพรางเป็นผีมานานท่านไม่เบื่อบ้างหรือ”เซี่ยเจิงหน้ากระตุก ทว่าชั่วพริบตาเขาก็หัวเราะเสียงสะท้าน จากปลิงแก่อืดอาดงุ่นง่าน ก็แปลงโ

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 45 จังหวะชุลมุน

    ณ โถงรับรอง จวนแม่ทัพ“สตรีผู้นี้เป็นปีศาจ นางเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลานชายของข้าล้มป่วย”นักพรตวัยกลางคนกวาดตามองซูเมิ่งหลานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาเอ่ย “บนร่างของนางมีกลิ่นอายวิญญาณชั่วร้าย ต้องจัดทำพิธีชำระบาป”ซูเมิ่งหลานแค่นเสียง นางคิดไว้ไม่มีผิด ปลิงแก่ผู้นี้กำลังจ้างวานนักพรตจอมปลอมมาเล่นปาหี่ ว่าก็ว่าเถิด ถึงแม้ซูเมิ่งหลานเป็นวิญญาณจากต่างยุค แต่นางก็มิใช่วิญญาณชั่วร้ายอีกอย่างนางเป็นหมอจากยุคสองพันเชียว หมอที่สร้างคุณประโยชน์มากมาย ไม่มองนางเป็นจิตวิญญาณแห่งเซียนก็ช่าง แต่ไฉนต้องมาสาดโคลนว่านางคือวิญญาณแห่งความชั่วร้ายด้วย ข้อกล่าวหาเช่นนี้ซูเมิ่งหลานรับไม่ได้“ข้าว่าก่อนชำระบาปให้แก่ตัวข้า มิสู้นักพรตหัวใสเช่นพวกท่านลองผลัดกันส่องเงาตนบนศีรษะอีกฝ่ายดูก่อนดีหรือไม่ บางทีอาจจะเห็นตราบาปประทับอยู่ก็ได้” ซูเมิ่งหลานลอยหน้าเอ่ยยู่หลงและจางเหว่ยที่ยืนดูไม่ห่างต่างขำพรืด คำพูดของซูเมิ่งหลานแม้ไม่ได้ต่อว่าด่าทอ แต่กลับแสบสันจนคนฟังยังรู้สึกคันไปทั้งตัวเซี่ยเจิงตัวสั่นเทา “ปากดีจริง ๆ คอยดูเถอะวิญญาณปีศาจชั่ว ข้าจะขับไล่ออกไปให้ห

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 44 หลงทางฝัน

    เซี่ยเวยหมดสติเพราะพิษกำเริบไปถึงครึ่งเดือน ซูเมิ่งหลานก็พยายามทำทุกทางตามที่ตำราบอกเพื่อถอนพิษให้กับเขา หากแต่วิธีการที่ระบุไว้นั้นทั้งซับซ้อนและชวนปวดหัวตำราเล่มแรกที่นางกับเซี่ยเวยพบในตอนแรกระบุคำว่าเสพสมทุกข์สุข หลอมรวมหยินหยาง ความหมายของมันไม่เท่ากับเขาต้องทำเรื่องอย่างว่าหรือ ในตอนนั้นซูเมิ่งหลานลำบากใจมากไม่รู้ควรช่วยเขาอย่างไร วิธีการกำกวมเช่นนี้แม้แต่ตำราพิสดารยังช่วยไม่ได้อีกอย่างนางก็ไม่มั่นใจว่านี่นับเป็นการถอนรากถอนโคนพิษบุปผาเลือนรักได้จริงหรือไม่ อาจมีใครอุตริคิดเล่นพิเรนทร์เพื่อใช้ปั่นหัวคนที่ถูกพิษอยู่ก็เป็นได้ เผลอ ๆ ยิ่งตื่นเต้นมากเข้าก็ยิ่งกระตุ้นพิษข้างในหัวใจให้กำเริบหนักไม่นานหลังจากถูลี่อ๋องนำตำราอีกเล่มมามอบให้นาง ซูเมิ่งหลานก็ราวกับพบแสงที่เจิดจรัสวางอยู่ตรงหน้า วิธีการแรกนางจึงตัดทิ้งโดยไม่ลังเลอันที่จริงยามนี้ซูเมิ่งหลานไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าแทรกเรื่องชวนปวดหัวของเขาก็ได้ นางสามารถปัดก้นหนีแล้วไปใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองได้ตามอำเภอใจ ถึงอย่างไรทุกอย่างก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจแล้วเพียงแต่ไม่ทราบเมื่อใดที่นางเองก็เพิ

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 5 เนรคุณกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! (2)

    จางเหว่ยและยู่หลงวิ่งพรวดเข้ามา“นี่เกิดอะไรขึ้น เหตุใดไปนอนกันตรงนั้น” ยู่หลงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจางเหว่ยสติหลุดไปแล้ว“ยืนบื้ออะไร มาลากแม่ทัพของพวกท่านออกไปจากตัวข้าก่อน”องครักษ์ทั้งสองได้สติ เขารุดเข้ามาเพื่อช่วยพยุงร่างเซี่ยเวย แต่แล้วก็ต่างต้องชักมือกลับเพราะคว

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 5 เนรคุณกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! (1)

    ซูเมิ่งหลานจมลงไปใต้อ่างจนมิดหัว ทั้งยังโดนบุรุษร่างกำยำหล่นทับซ้ำจนนางแทบกลืนน้ำขาดอากาศตายเซี่ยเวยตกใจหน้าเปลี่ยนสี เขารีบดึงคนใต้ร่างขึ้นมา แต่ทว่าไม่ทันระวัง ศีรษะของนางจึงกระแทกปลายคางของเขาจนฟันกระทบเลือดกบปากความเจ็บแปลบเหนือศีรษะถูกลืม ซูเมิ่งหลานเร่งสูดลมหายใจเข้าเต

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 4 หมอเทวดา (2)

    ซูเมิ่งหลานถูกชายหนุ่มดันกายออกจนเซล้มลง เพราะสัญชาตญาณความเป็นหมอในยุคปัจจุบันทำให้นางเองก็ลืมตัวไปชั่วขณะ การรักษาไหนเลยจะแบ่งแยกชายหญิง มีเรือนร่างใดบ้างที่นางไม่เคยเห็น แม้จะเห็นอวัยวะส่วนลับนางก็ยังคิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติ“ท่านแม่ทัพ บอกดี ๆ ก็ได้นี่เจ้าคะ เหตุใดต้องผลักข้าด้วย” ซูเม

  • หมอหญิงเปลี่ยนภพสยบใจแม่ทัพ   บทที่ 4 หมอเทวดา (1)

    “ท่านแม่ทัพ ให้คนเตรียมน้ำอุ่นเข้ามาเจ้าค่ะ”“ได้”ไม่นานก็มีคนนำถาดน้ำอุ่นเข้ามาตามคำสั่ง ซูเมิ่งหลานกุมขมับ เป็นเพราะนางไม่ชัดเจนเอง“ไม่ใช่เช่นนี้ ข้าหมายถึงน้ำอุ่นทั้งอ่างเจ้าค่ะ”เซี่ยเวยตวัดตามองเข้ม “เจ้าจะรักษาไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องเตรียมอ่างน้ำอุ่น ชายแดนห่างไก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status