LOGIN“ท่านแม่ทัพ ให้คนเตรียมน้ำอุ่นเข้ามาเจ้าค่ะ”
“ได้”
ไม่นานก็มีคนนำถาดน้ำอุ่นเข้ามาตามคำสั่ง ซูเมิ่งหลานกุมขมับ เป็นเพราะนางไม่ชัดเจนเอง
“ไม่ใช่เช่นนี้ ข้าหมายถึงน้ำอุ่นทั้งอ่างเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยตวัดตามองเข้ม “เจ้าจะรักษาไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องเตรียมอ่างน้ำอุ่น ชายแดนห่างไกลหาใช่ความสุขสบายเมืองหลวง จะต้องเตรียมอ่างน้ำไปด้วยเหตุใด”
ซูเมิ่งหลานถอนหายใจ “ท่านแม่ทัพ นี่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา พิษในตัวของท่านมีทั้งร้อนและเย็นสับเปลี่ยนกันเป็นพัก ๆ ถูกต้องหรือไม่”
เซี่ยเวยคิ้วกระตุก ในเมื่อนางรู้ถึงอาการที่เขาปิดบังเอาไว้ลึกล้ำเช่นนี้ นางคงมิใช่พวกต้มตุ๋น เขาจะลองหยั่งเชิงนางดูสักครา “อืม เช่นนั้นข้าจะให้คนเตรียมเข้ามาใหม่”
“เจ้าค่ะ”
ซูเมิ่งหลานเริ่มจัดแจงสมุนไพรและส่วนผสมรอ “ไม่นึกเลยว่าค่ายทหารของท่านจะอยู่ดีกินดีกว่าบางหมู่บ้านเสียอีก”
“หมู่บ้านของเจ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือ”
“ท่านเป็นถึงแม่ทัพก็ยังไม่รู้หรือ” ซูเมิ่งหลานไม่ได้มองเขา มือและสายตายังคงจับจ้องอยู่กับสมุนไพรหลากชนิดที่วางเรียงอยู่ตรงหน้า
“ข้ามีหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองจากผู้รุกราน ส่วนการจัดเตรียมเสบียงและความช่วยเหลือต่าง ๆ ย่อมต้องให้ขุนนางที่เกี่ยวข้องดูแลโดยตรง”
ซูเมิ่งหลานพยักหน้า “เป็นเช่นนี้เอง แต่ดูเหมือนว่าการช่วยเหลือจะไม่ทั่วถึงนะเจ้าคะ หรือว่าแคว้นจงเจียนที่ขึ้นชื่ออุดมทั้งแร่เงินแร่ทองและทรัพยากรธรรมชาติจะแร้นแค้นเพียงนี้ แม้แต่ความช่วยเหลือแถบชายแดนก็เข้าไม่ถึง”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ซูเมิ่งหลานช้อนตามองเขา อีกฝ่ายไม่ได้ละสายตาจากนางเลยเช่นกัน “ผู้อพยพเหล่านั้นหิวโซแทบจะกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันอยู่แล้ว”
“เป็นไปได้อย่างไร”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ หากท่านไม่เชื่อก็ให้คนไปตรวจสอบได้เลยเจ้าค่ะ”
“แต่ที่เป่ยเปียนมีการตั้งศูนย์อพยพ ยามสงครามแม้จะลำบากมากกว่าแต่ก่อน ทว่าเมืองหลวงก็มิเคยละเลย”
ซูเมิ่งหลานยิ้มเยาะ นางเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่าชายแดนที่นางอาศัยอยู่เป็นเพียงส่วนเนื้อร้ายที่ถูกหลงลืม “ทำไมที่นี่ไม่มีศูนย์อพยพ พวกเราอยู่กันเองอย่างยากลำบาก การช่วยเหลือเข้ามาไม่ถึง หนึ่งปีเต็มต้องอยู่อย่างหวาดระแวง กระทั่งตัดสินใจระหกระเหินเพื่อไปขอความช่วยเหลือที่เมืองจินหลิง หรือเพราะฮ่องเต้เห็นว่าชาวบ้านตาดำ ๆ เช่นเราเป็นภาระ จึงคิดจะกำจัดทิ้งอย่างนั้นหรือ กลียุคโดยแท้ หากเกิดโรคระบาดครานี้จะได้ตายกันหมด”
เซี่ยเวยกำหมัดแน่นจนไหล่ขยับ เขาเองก็เพิ่งถูกเรียกตัวมาชายแดนแถบนี้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน นึกไม่ถึงว่าอู่ข้าวอู่น้ำแห่งแคว้นจงเจียนจะแร้นแค้นทุกข์ยากยิ่งกว่าอยู่ท่ามกลางเพลิงนรก ทั้งที่เป็นเส้นทางแลกเปลี่ยนค้าขายกับต่างแคว้น หรือว่ามีคนจงใจละทิ้งแผ่นดินแถบนี้เพื่อการบางอย่าง
เช่นนั้นหมายความว่าแคว้นจงเจียนมีหนอนบ่อนไส้ ดูเหมือนคนผู้นี้คิดจะตัดชายแดนแถบนี้ยกให้ศัตรู
“เรื่องนี้เจ้าพูดจริงหรือ”
“จริงหรือไม่ท่านตรวจสอบดูก็รู้ จากสีหน้าของท่านแม่ทัพ…” ซูเมิ่งหลานหรี่ตาลงจนแคบ “ท่านเองก็ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนสินะเจ้าคะ อ้อ…ที่แท้จงเจียนก็มีพวกขุนนางกังฉินขายชาตินี่เอง”
“พอแล้ว! พูดจาเหิมเกริม เจ้าไม่อยากมีเงาหัวแล้วกระมัง”
“ชิ ไม่พูด ๆ ข้าไม่สนก็ได้ว่าที่นี่จะเป็นอย่างไร ขอแค่หาทางกลับไปโลกเดิมได้ข้าก็สบายตัวแล้ว” ซูเมิ่งหลานเชิดหน้าลอยลม
นางไม่รู้หรอกว่าจะกลับไปได้หรือไม่ บางทีอาจมีประตูข้ามกาลเวลาที่ไหนสักแห่ง หวังว่าร่างของนางจะยังถูกแช่แข็งเอาไว้อย่างดี
“ท่านแม่ทัพ น้ำอุ่นเรียบร้อยแล้วขอรับ” จางเหว่ยองครักษ์คนสนิทอีกนายเอ่ย
“ขอบคุณเจ้ามาก ออกไปก่อนเถอะ”
จางเหว่ยหลุกหลิก เขามองหญิงสาวสลับไปมากับสีหน้าเย็นชาของผู้เป็นนาย “ขอรับ”
“ช้าก่อน”
“ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดจะสั่งเพิ่มขอรับ”
เซี่ยเวยปรายตามองหญิงสาวที่อยู่ห่างออกไป เสียงทุ้มกระซิบเบา “ส่งคนไปสืบเรื่องของหมู่บ้านเหอพ่าน จำไว้ว่าเรื่องนี้ต้องปิดเป็นความลับ”
“เข้าใจแล้วขอรับ”
ไม่นานจางเหว่ยก็จากไป ภายในกระโจมไม่เล็กไม่ใหญ่จึงเหลือเพียงเซี่ยเวยและซูเมิ่งหลานตามลำพัง
“มาเถอะเจ้าค่ะ” ซูเมิ่งหลานสาวเท้าเข้ามาใกล้ชายหนุ่มร่างสูงโดยไม่คิดสิ่งใด นางคว้าสาบเสื้อของเขาหมายจะช่วยอีกฝ่ายเปลื้องเกราะตัวหนาออกจากร่าง
เซี่ยเวยผงะ เขาคว้ามือเล็กไว้อย่างรวดเร็ว “เจ้าคิดทำอะไร”
ซูเมิ่งหลานหน้าถอดสี แรงของชายหนุ่มเมื่อครู่แทบบีบกระดูกนิ้วของนางจนแหลกละเอียด
“โอ๊ย…ท่านคิดจะหักมือข้าหรือ ในเมื่อต้องใช้น้ำรักษาก็ต้องถอดเสื้อผ้าอย่างไรเจ้าคะ”
“ไร้ยางอาย!”
ในที่สุดซูเมิ่งหลานก็ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองสมดังใจ ใครจะคิดว่าที่จริงเซี่ยเวยก็คือลูกชายของ CEO โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ซ้ำยังมีเกือบร้อยสาขาทั่วทั้งประเทศจีน ทว่าการสืบทอดกิจการจากครอบครัวของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างเซี่ยเวยล้วนพยายามมาด้วยความสามารถของตัวเองทั้งสิ้นซูเมิ่งหลานยังคงนึกถึงเรื่องราวชีวิตจากนิยายเรื่องนั้นเสมอ ไม่ว่าจะโลกนิยายหรือโลกใบนี้ เซี่ยเวยก็ยังคงเป็นเซี่ยเวยคนที่เธอรัก ความมุ่งมั่นทะเยอทะยานเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าแม่ทัพเซี่ยคนนั้นไม่ได้จากเธอไปไหน เขาอยู่ตรงหน้าของเธอเสมอ เพียงแค่เปลี่ยนผันภพชาติและยุคสมัยใหม่เท่านั้นมือเรียวเทแป้งเค้กเนื้อละเอียดลงในแม่พิมพ์รูปหัวใจก่อนจะนำไปใส่ยังไมโครเวฟ วันนี้เป็นปีแรกของวันครบรอบแต่งงาน ซูเมิ่งหลานจึงตั้งใจอยากทำเค้กเพื่อเซอร์ไพรส์เขา เดิมวันนี้ควรเป็นวันหยุด แต่เซี่ยเวยถูกเรียกตัวไปเพราะมีงานด่วนเข้ามาแทรก ถึงเป็นอย่างนั้นซูเมิ่งหลานก็เข้าใจเขาชีวิตของหมอจะเอาเวลาที่ไหนมาหยุดพักผ่อน ชีวิตผู้คนสำคัญที่สุด เธอเองก็เป็นหมอจึงเข้าใจสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ที่สุดปิ๊งป่อง…ซูเม
“ไม่นะ ท่านอย่าทิ้งข้าไป!”เปลือกตาที่ปิดสนิทมานานปรือขึ้นด้วยความรวดเร็ว ทว่ากลับต้องปิดฉับลงอีกครั้งเมื่อแสงที่ส่องลงมากระทบเข้าม่านตาจนรู้สึกแสบซูเมิ่งหลานค่อย ๆ กลอกดวงตาท่ามกลางความมืดมิด นอกจากเสียงหายใจที่กำลังเต้นระรัวถี่กลับมีเสียงฝีเท้าไม่หนักไม่เบาเดินใกล้เข้ามา“รู้สึกตัวแล้วเหรอ”เสียงทุ้มที่ดังแนบหูเล็ก ทำให้ตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ปรือขึ้นเล็กน้อย‘เสียงของเขาใช่หรือไม่ ปวดหัวจัง’ซูเมิ่งหลานขยับเปลือกตาเพื่อให้สามารถปรับเข้ากับแสงของบรรยากาศ ภาพตรงหน้าไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอเดาออกว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสีขาวโพลน‘หรือคราวนี้เราจะตายไปแล้วจริง ๆ ครั้งก่อนดีใจเป็นเหตุให้หัวใจวาย มาครั้งนี้ก็เสียใจจนหัวใจวายหรือ’ซูเมิ่งหลานตัดพ้อ นึกไม่ถึงว่าตนนั้นช่างอาภัพนัก“ไม่ต้องรีบ หลับมานานก็เลยไม่ชินกับแสง”ซูเมิ่งหลานชะงัก ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีลังเล “ครั้งนี้ฉันตายแล้วจริง ๆ ใช่ไหม”เสียงทุ้มหัวเราะอยู่ในลำคอ “ยัง คุณยังไม่ตาย”ซูเมิ่งหลานกะพริบตาอีกสองสามหนก็รู้สึกว่ามองทุกอย่างได้ชัด
สุ่ยตัวตัวกระโจนลงจากหลังม้าแล้วปรี่เข้าไปประคองซูเมิ่งหลานออกมา“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”ซูเมิ่งหลานส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เขา…” หญิงสาวเหลียวมองไปยังลานประลองอันดุเดือด แววตาของนางระริกไหวด้วยความเป็นกังวล“พี่หญิงเมิ่งหลานท่านต้องเชื่อใจท่านพี่เซี่ยนะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าเขาต้องเอาชนะได้แน่” สุ่ยตัวตัวปลอบ“ข้าเชื่อใจเขา แต่เจียงสวินอ๋องผู้นั้นดูกระบวนท่าของเขาออกทั้งหมด ข้ากลัวว่า…”สุ่ยตัวตัวรีบตะครุบปาก “ข้าเคยเห็นท่านพี่เซี่ยออกรบมามาก เขาต้องชนะแน่นอน”ซูเมิ่งหลานพยักหน้าหงึกหงัก แต่ก็มิอาจคลายความกังวลได้อยู่ดีการประลองกระบี่ผ่านไปนับร้อยกระบวนท่า แม้ร่างกายของเซี่ยเวยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทว่าเขากลับไม่มีอาการเหนื่อยล้าเผยออกมาให้เห็น“เจ้าเก่งมากศิษย์รัก”เซี่ยเวยตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ น้ำเสียงและแววตาของเจียงสวินอ๋องกำลังกระตุ้นความทรงจำบางอย่างของเขา ทันทีที่คมของกระบี่ประสานกันอีกครั้ง เซี่ยเวยก็ถึงกับตกตะลึง“ท่านคืออาจารย์ของข้าอย่างนั้นหรือ”“ศิษย์รัก ที่แท้สายตาของเจ้าก็มิได้มีปัญหา”
ร่างสูงทะยานไปยืนที่เบื้องหน้าเหล่าชายฉกรรจ์นับสิบ ดาบจ้านลู่ในมือชี้เข้าหาศัตรูด้วยความดุดัน“ใครอยากไปเกิดใหม่คนแรกก็เข้ามา”ใบหน้าหล่อเหลายังคงสงบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กล่าวออกมากลับทำให้ผู้คนขนลุกเกรียวเสียวแปลบไปทั่วสันหลังชายร่างกำยำพร้อมใจกันถอยกรูด เขามองตากันหลุกหลิก แต่แล้วก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งโพล่ง“โจรกบฏตระกูลเซี่ย ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก เจ้ามันก็แค่ตัวคนเดียว เก่งกาจอย่างไรก็คงมิอาจล้มพวกข้าได้หมดกระมัง วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้าจนตัวตาย”เซี่ยเวยเลิกคิ้วหนึ่งฝั่ง “โจรกบฎตระกูลเซี่ย?”“เจ้ายังมาทำไขสือ เป็นเพราะบิดาของเจ้าทรยศ พวกเราและเหล่าพี่น้องจึงต้องอยู่กันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ น่าเสียดาย แม้เจ้าถูกทรมานแต่เกิดก็ยังไม่ตายเสียที วันนี้ไม่ว่าชื่อเสียงบรรดาศักดิ์ เจ้าต้องคืนแก่พวกเราทั้งหมด”เซี่ยเวยปรายตามองเหล่าชายร่างสูงทีละคน ก่อนจะหยุดสายตาลงบนร่างของเซี่ยเจิง“ท่านลุง แสร้งเป็นเทพพรางเป็นผีมานานท่านไม่เบื่อบ้างหรือ”เซี่ยเจิงหน้ากระตุก ทว่าชั่วพริบตาเขาก็หัวเราะเสียงสะท้าน จากปลิงแก่อืดอาดงุ่นง่าน ก็แปลงโ
ณ โถงรับรอง จวนแม่ทัพ“สตรีผู้นี้เป็นปีศาจ นางเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลานชายของข้าล้มป่วย”นักพรตวัยกลางคนกวาดตามองซูเมิ่งหลานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาเอ่ย “บนร่างของนางมีกลิ่นอายวิญญาณชั่วร้าย ต้องจัดทำพิธีชำระบาป”ซูเมิ่งหลานแค่นเสียง นางคิดไว้ไม่มีผิด ปลิงแก่ผู้นี้กำลังจ้างวานนักพรตจอมปลอมมาเล่นปาหี่ ว่าก็ว่าเถิด ถึงแม้ซูเมิ่งหลานเป็นวิญญาณจากต่างยุค แต่นางก็มิใช่วิญญาณชั่วร้ายอีกอย่างนางเป็นหมอจากยุคสองพันเชียว หมอที่สร้างคุณประโยชน์มากมาย ไม่มองนางเป็นจิตวิญญาณแห่งเซียนก็ช่าง แต่ไฉนต้องมาสาดโคลนว่านางคือวิญญาณแห่งความชั่วร้ายด้วย ข้อกล่าวหาเช่นนี้ซูเมิ่งหลานรับไม่ได้“ข้าว่าก่อนชำระบาปให้แก่ตัวข้า มิสู้นักพรตหัวใสเช่นพวกท่านลองผลัดกันส่องเงาตนบนศีรษะอีกฝ่ายดูก่อนดีหรือไม่ บางทีอาจจะเห็นตราบาปประทับอยู่ก็ได้” ซูเมิ่งหลานลอยหน้าเอ่ยยู่หลงและจางเหว่ยที่ยืนดูไม่ห่างต่างขำพรืด คำพูดของซูเมิ่งหลานแม้ไม่ได้ต่อว่าด่าทอ แต่กลับแสบสันจนคนฟังยังรู้สึกคันไปทั้งตัวเซี่ยเจิงตัวสั่นเทา “ปากดีจริง ๆ คอยดูเถอะวิญญาณปีศาจชั่ว ข้าจะขับไล่ออกไปให้ห
เซี่ยเวยหมดสติเพราะพิษกำเริบไปถึงครึ่งเดือน ซูเมิ่งหลานก็พยายามทำทุกทางตามที่ตำราบอกเพื่อถอนพิษให้กับเขา หากแต่วิธีการที่ระบุไว้นั้นทั้งซับซ้อนและชวนปวดหัวตำราเล่มแรกที่นางกับเซี่ยเวยพบในตอนแรกระบุคำว่าเสพสมทุกข์สุข หลอมรวมหยินหยาง ความหมายของมันไม่เท่ากับเขาต้องทำเรื่องอย่างว่าหรือ ในตอนนั้นซูเมิ่งหลานลำบากใจมากไม่รู้ควรช่วยเขาอย่างไร วิธีการกำกวมเช่นนี้แม้แต่ตำราพิสดารยังช่วยไม่ได้อีกอย่างนางก็ไม่มั่นใจว่านี่นับเป็นการถอนรากถอนโคนพิษบุปผาเลือนรักได้จริงหรือไม่ อาจมีใครอุตริคิดเล่นพิเรนทร์เพื่อใช้ปั่นหัวคนที่ถูกพิษอยู่ก็เป็นได้ เผลอ ๆ ยิ่งตื่นเต้นมากเข้าก็ยิ่งกระตุ้นพิษข้างในหัวใจให้กำเริบหนักไม่นานหลังจากถูลี่อ๋องนำตำราอีกเล่มมามอบให้นาง ซูเมิ่งหลานก็ราวกับพบแสงที่เจิดจรัสวางอยู่ตรงหน้า วิธีการแรกนางจึงตัดทิ้งโดยไม่ลังเลอันที่จริงยามนี้ซูเมิ่งหลานไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าแทรกเรื่องชวนปวดหัวของเขาก็ได้ นางสามารถปัดก้นหนีแล้วไปใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองได้ตามอำเภอใจ ถึงอย่างไรทุกอย่างก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจแล้วเพียงแต่ไม่ทราบเมื่อใดที่นางเองก็เพิ
จางเหว่ยและยู่หลงวิ่งพรวดเข้ามา“นี่เกิดอะไรขึ้น เหตุใดไปนอนกันตรงนั้น” ยู่หลงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจางเหว่ยสติหลุดไปแล้ว“ยืนบื้ออะไร มาลากแม่ทัพของพวกท่านออกไปจากตัวข้าก่อน”องครักษ์ทั้งสองได้สติ เขารุดเข้ามาเพื่อช่วยพยุงร่างเซี่ยเวย แต่แล้วก็ต่างต้องชักมือกลับเพราะคว
ซูเมิ่งหลานจมลงไปใต้อ่างจนมิดหัว ทั้งยังโดนบุรุษร่างกำยำหล่นทับซ้ำจนนางแทบกลืนน้ำขาดอากาศตายเซี่ยเวยตกใจหน้าเปลี่ยนสี เขารีบดึงคนใต้ร่างขึ้นมา แต่ทว่าไม่ทันระวัง ศีรษะของนางจึงกระแทกปลายคางของเขาจนฟันกระทบเลือดกบปากความเจ็บแปลบเหนือศีรษะถูกลืม ซูเมิ่งหลานเร่งสูดลมหายใจเข้าเต
ซูเมิ่งหลานถูกชายหนุ่มดันกายออกจนเซล้มลง เพราะสัญชาตญาณความเป็นหมอในยุคปัจจุบันทำให้นางเองก็ลืมตัวไปชั่วขณะ การรักษาไหนเลยจะแบ่งแยกชายหญิง มีเรือนร่างใดบ้างที่นางไม่เคยเห็น แม้จะเห็นอวัยวะส่วนลับนางก็ยังคิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติ“ท่านแม่ทัพ บอกดี ๆ ก็ได้นี่เจ้าคะ เหตุใดต้องผลักข้าด้วย” ซูเม
ดวงตาของสุ่ยตัวตัววาววับ เซี่ยเวยออกรบตั้งแต่อายุสิบสี่ เป็นแม่ทัพในวัยสิบแปด เขาไม่เคยหาความสำราญกับเรือนร่างสตรีหรือชมชอบหญิงสาวคนใดเลยสักรายหากหมอหญิงที่งดงามตรงหน้านางผู้นี้สามารถสั่นคลอนน้ำแข็งในใจของพี่ชายได้เพียงน้อยนิด นางก็ยินดีจะลองดูเพื่อลบคำสบประมาทของผู้คน ไม่เช่นนั้นแล้วผู้อ







