Masukซูเมิ่งหลานถูกชายหนุ่มดันกายออกจนเซล้มลง เพราะสัญชาตญาณความเป็นหมอในยุคปัจจุบันทำให้นางเองก็ลืมตัวไปชั่วขณะ การรักษาไหนเลยจะแบ่งแยกชายหญิง มีเรือนร่างใดบ้างที่นางไม่เคยเห็น แม้จะเห็นอวัยวะส่วนลับนางก็ยังคิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติ
“ท่านแม่ทัพ บอกดี ๆ ก็ได้นี่เจ้าคะ เหตุใดต้องผลักข้าด้วย” ซูเมิ่งหลานพยุงก้นที่เจ็บแปลบของตนขึ้นมา
ชายหนุ่มแค่นเสียงเย็นเยียบ “ข้าบอกไว้ก่อนอย่าคิดเล่นลูกไม้มอมเมาข้า หากเจ้ารักษามั่ว ๆ อย่าคิดว่าจะมีลมหายใจได้ถึงพรุ่งนี้”
‘ได้พบแม่ทัพเซี่ยพญายมใจเหี้ยมคนนี้แล้วยุ่งยากยิ่งกว่าทำเควสลาสบอสเสียอีก’ ซูเมิ่งหลานบ่นในใจ
“หากท่านไม่เชื่อข้าก็ตามใจ อีกครึ่งชั่วยาม [1] พิษในตัวของท่านจะกำเริบแล้ว ท่านแม่ทัพคงไม่คิดจะใช้ชีวิตทุกค่ำคืนด้วยความทรมานไปตลอดใช่หรือไม่” ไม่ว่าจะอย่างไรนางต้องงัดความรู้ที่มีออกมาให้หมด
แม้ซูเมิ่งหลานจะมาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด แต่ทว่าความรู้ของนางกลับผนวกเข้ากับการแพทย์ยุคโบราณได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้ความสามารถของนางลึกล้ำดั่งอัจฉริยะ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ดี แต่เป็นเช่นนี้นางก็ประหนึ่งหมอเทวดาอย่างแท้จริง
เซี่ยเวยลังเล แต่เมื่อนึกถึงทุกค่ำคืนที่ตนต้องอดทนกับความร้อนสุดขีดสลับเปลี่ยนกับเย็นสุดขั้วแล้ว เขาก็อดยอมรับไม่ได้ว่านางช่างมีฝีมือในการมองอาการอย่างเฉียบขาด ขอเพียงนางไม่ใช่สายลับที่ลอบมาล้วงเอาความลับของเขา เขาก็จะยังสามารถใช้ประโยชน์จากนางได้
“หันหลังไป”
“ท่านอายหรือ จะอายทำไมข้าเป็นหมอนะเจ้าคะ มีเรือนร่างแบบใดบ้างที่ยังไม่เคยเห็น”
ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงดั่งเมฆาพยับลอยเหนือศีรษะ ซูเมิ่งหลานขนลุกเกรียวขึ้นเดี๋ยวนั้น
“ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่มองแล้ว เหตุใดต้องดุเพียงนี้ด้วย”
ไม่ทันหันหลังแขนของนางก็ถูกคว้าไว้จนร่างปลิวไปหยุดที่เบื้องหน้าของเขา ซูเมิ่งหลานแหงนมองคนตัวสูงตาปริบ ๆ
‘โอ้โห เขาสูงมากจริง ๆ พอมองใกล้ ๆ แล้วหล่อเหลาอย่างกับพระเอกซีรีส์ย้อนยุค’
“มองพอหรือยัง ในเมื่อเจ้าไม่ถือ เช่นนั้นก็ช่วยข้าถอด”
ซูเมิ่งหลานหลุดจากภวังค์ แพขนตาหนาขยับไหว “อ้อ…ข้าช่วยท่านเอง”
มือเรียวเริ่มช่วยปลดเสื้อเกราะชั้นแรกออกจากร่างของเขา ทว่าเมื่อเกราะนอกหลุดจากตัว ซูเมิ่งหลานก็แทบแขนพลิก
“เสื้อเกราะของท่านหนักอะไรเช่นนี้เจ้าคะ”
เซี่ยเวยยิ้มมุมปาก “ทำไม… เจ้าบอกเองว่าจะช่วยไม่ใช่หรือ แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้ว อ่อนแอยิ่งนัก”
เขาสำรวจสีหน้าของหญิงสาวด้วยความสงสัย ผิวพรรณของนางไม่ได้หยาบกระด้างเฉกเช่นคราแรกเห็น หนำซ้ำยังงดงามเนียนละเอียดอย่างมาก
เซี่ยเวยกลืนน้ำลายจนลำคอขยับ เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง หากนางเป็นสายลับที่ถูกฝึกฝนมาจริง แค่เสื้อเกราะไม่ถึงยี่สิบจิน [2] น่าจะต้องถืออย่างสบายไม่ใช่หรือ ดูเหมือนเขาจะหวาดระแวงมากจนเกินไป แต่ก็ประมาทมิได้ เพราะสตรียิ่งงดงามก็ยิ่งอันตราย
ซูเมิ่งหลานยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ถ้ารู้แต่แรกว่าชุดนักรบถอดยุ่งยากซ้ำยังหนักเช่นนี้ นางจะไม่มีทางยื่นมือเข้ามาช่วยเด็ดขาด รู้หรือไม่ว่ามือของนางล้ำค่าเพียงใด ก่อนหน้าก็ถูกเขาบีบจนกระดูกแทบหัก มาบัดนี้เสื้อเกราะเขายังทำพิษนางอีก อย่างนี้แล้วจะมีแรงใดมาฝังเข็มรักษา
“อ๊ะ ไม่ออก ทำไมชุดนักรบโบราณยุ่งยากขนาดนี้เนี่ย” ซูเมิ่งหลานบ่นกระปอดกระแปด
ไม่ว่าดึงอย่างไรเข็มขัดของชายหนุ่มก็ไม่หลุดเสียที แม่ทัพเซี่ยผู้นี้ก็เหลือเกิน เห็นได้ชัดว่านางไม่ชำนาญเขายังยืนแข็งทื่อเป็นหินผา นางบอกจะช่วยก็ใช่ว่าเขาต้องทำตัวเป็นง่อยเสียหน่อย
“นี่ ท่านแม่ทัพ ท่านช่วย…”
ทันทีที่นางแหงนหน้าขึ้นไปปลายจมูกดันเผลอไปแตะปลายคางอีกฝ่าย
ทั้งสองตื่นตะลึงจนไม่มีใครกล้าขยับ ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นกะทันหัน หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระโจนออกมาจากอก
“ข้าทำเอง” เซี่ยเวยได้สติ
“เจ้าค่ะ” ซูเมิ่งหลานรีบดึงมือกลับ
แต่เพราะชายเสื้อของนางดันติดอยู่กับเข็มขัดของเขา ซูเมิ่งหลานตกใจตาเบิกโพลง นางกำลังจะหงายหลังลงอ่างน้ำแล้ว เซี่ยเวยรีบคว้าแขนเล็กเอาไว้ด้วยความตื่นตระหนก
หากแต่ทั้งสองไม่ทันตั้งตัว ทำให้โถมน้ำหนักมาข้างหน้ามากเกินไป ไม่ใช่แค่ซูเมิ่งหลานที่หงายท้องลงอ่างไปผู้เดียว นางยังลากคนตรงหน้าลงมาพร้อมกันอีกด้วย
ตู้ม!
^"ครึ่งชั่วยาม" หมายถึง ระยะเวลา 1 ชั่วโมง โดยอ้างอิงจากการนับเวลาแบบจีนโบราณ ซึ่งแบ่งเวลา 24 ชั่วโมง ออกเป็น 12 ชั่วยาม (1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง)
^จิน (Jin - 斤) คือมาตราชั่งน้ำหนักดั้งเดิมของจีน ซึ่งปัจจุบันในจีนแผ่นดินใหญ่ถูกกำหนดให้มีค่าเท่ากับ 500 กรัม (หรือ 0.5 กิโลกรัม)
ในที่สุดซูเมิ่งหลานก็ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองสมดังใจ ใครจะคิดว่าที่จริงเซี่ยเวยก็คือลูกชายของ CEO โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ซ้ำยังมีเกือบร้อยสาขาทั่วทั้งประเทศจีน ทว่าการสืบทอดกิจการจากครอบครัวของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างเซี่ยเวยล้วนพยายามมาด้วยความสามารถของตัวเองทั้งสิ้นซูเมิ่งหลานยังคงนึกถึงเรื่องราวชีวิตจากนิยายเรื่องนั้นเสมอ ไม่ว่าจะโลกนิยายหรือโลกใบนี้ เซี่ยเวยก็ยังคงเป็นเซี่ยเวยคนที่เธอรัก ความมุ่งมั่นทะเยอทะยานเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าแม่ทัพเซี่ยคนนั้นไม่ได้จากเธอไปไหน เขาอยู่ตรงหน้าของเธอเสมอ เพียงแค่เปลี่ยนผันภพชาติและยุคสมัยใหม่เท่านั้นมือเรียวเทแป้งเค้กเนื้อละเอียดลงในแม่พิมพ์รูปหัวใจก่อนจะนำไปใส่ยังไมโครเวฟ วันนี้เป็นปีแรกของวันครบรอบแต่งงาน ซูเมิ่งหลานจึงตั้งใจอยากทำเค้กเพื่อเซอร์ไพรส์เขา เดิมวันนี้ควรเป็นวันหยุด แต่เซี่ยเวยถูกเรียกตัวไปเพราะมีงานด่วนเข้ามาแทรก ถึงเป็นอย่างนั้นซูเมิ่งหลานก็เข้าใจเขาชีวิตของหมอจะเอาเวลาที่ไหนมาหยุดพักผ่อน ชีวิตผู้คนสำคัญที่สุด เธอเองก็เป็นหมอจึงเข้าใจสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ที่สุดปิ๊งป่อง…ซูเม
“ไม่นะ ท่านอย่าทิ้งข้าไป!”เปลือกตาที่ปิดสนิทมานานปรือขึ้นด้วยความรวดเร็ว ทว่ากลับต้องปิดฉับลงอีกครั้งเมื่อแสงที่ส่องลงมากระทบเข้าม่านตาจนรู้สึกแสบซูเมิ่งหลานค่อย ๆ กลอกดวงตาท่ามกลางความมืดมิด นอกจากเสียงหายใจที่กำลังเต้นระรัวถี่กลับมีเสียงฝีเท้าไม่หนักไม่เบาเดินใกล้เข้ามา“รู้สึกตัวแล้วเหรอ”เสียงทุ้มที่ดังแนบหูเล็ก ทำให้ตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ปรือขึ้นเล็กน้อย‘เสียงของเขาใช่หรือไม่ ปวดหัวจัง’ซูเมิ่งหลานขยับเปลือกตาเพื่อให้สามารถปรับเข้ากับแสงของบรรยากาศ ภาพตรงหน้าไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอเดาออกว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสีขาวโพลน‘หรือคราวนี้เราจะตายไปแล้วจริง ๆ ครั้งก่อนดีใจเป็นเหตุให้หัวใจวาย มาครั้งนี้ก็เสียใจจนหัวใจวายหรือ’ซูเมิ่งหลานตัดพ้อ นึกไม่ถึงว่าตนนั้นช่างอาภัพนัก“ไม่ต้องรีบ หลับมานานก็เลยไม่ชินกับแสง”ซูเมิ่งหลานชะงัก ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีลังเล “ครั้งนี้ฉันตายแล้วจริง ๆ ใช่ไหม”เสียงทุ้มหัวเราะอยู่ในลำคอ “ยัง คุณยังไม่ตาย”ซูเมิ่งหลานกะพริบตาอีกสองสามหนก็รู้สึกว่ามองทุกอย่างได้ชัด
สุ่ยตัวตัวกระโจนลงจากหลังม้าแล้วปรี่เข้าไปประคองซูเมิ่งหลานออกมา“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”ซูเมิ่งหลานส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เขา…” หญิงสาวเหลียวมองไปยังลานประลองอันดุเดือด แววตาของนางระริกไหวด้วยความเป็นกังวล“พี่หญิงเมิ่งหลานท่านต้องเชื่อใจท่านพี่เซี่ยนะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าเขาต้องเอาชนะได้แน่” สุ่ยตัวตัวปลอบ“ข้าเชื่อใจเขา แต่เจียงสวินอ๋องผู้นั้นดูกระบวนท่าของเขาออกทั้งหมด ข้ากลัวว่า…”สุ่ยตัวตัวรีบตะครุบปาก “ข้าเคยเห็นท่านพี่เซี่ยออกรบมามาก เขาต้องชนะแน่นอน”ซูเมิ่งหลานพยักหน้าหงึกหงัก แต่ก็มิอาจคลายความกังวลได้อยู่ดีการประลองกระบี่ผ่านไปนับร้อยกระบวนท่า แม้ร่างกายของเซี่ยเวยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทว่าเขากลับไม่มีอาการเหนื่อยล้าเผยออกมาให้เห็น“เจ้าเก่งมากศิษย์รัก”เซี่ยเวยตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ น้ำเสียงและแววตาของเจียงสวินอ๋องกำลังกระตุ้นความทรงจำบางอย่างของเขา ทันทีที่คมของกระบี่ประสานกันอีกครั้ง เซี่ยเวยก็ถึงกับตกตะลึง“ท่านคืออาจารย์ของข้าอย่างนั้นหรือ”“ศิษย์รัก ที่แท้สายตาของเจ้าก็มิได้มีปัญหา”
ร่างสูงทะยานไปยืนที่เบื้องหน้าเหล่าชายฉกรรจ์นับสิบ ดาบจ้านลู่ในมือชี้เข้าหาศัตรูด้วยความดุดัน“ใครอยากไปเกิดใหม่คนแรกก็เข้ามา”ใบหน้าหล่อเหลายังคงสงบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กล่าวออกมากลับทำให้ผู้คนขนลุกเกรียวเสียวแปลบไปทั่วสันหลังชายร่างกำยำพร้อมใจกันถอยกรูด เขามองตากันหลุกหลิก แต่แล้วก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งโพล่ง“โจรกบฏตระกูลเซี่ย ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก เจ้ามันก็แค่ตัวคนเดียว เก่งกาจอย่างไรก็คงมิอาจล้มพวกข้าได้หมดกระมัง วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้าจนตัวตาย”เซี่ยเวยเลิกคิ้วหนึ่งฝั่ง “โจรกบฎตระกูลเซี่ย?”“เจ้ายังมาทำไขสือ เป็นเพราะบิดาของเจ้าทรยศ พวกเราและเหล่าพี่น้องจึงต้องอยู่กันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ น่าเสียดาย แม้เจ้าถูกทรมานแต่เกิดก็ยังไม่ตายเสียที วันนี้ไม่ว่าชื่อเสียงบรรดาศักดิ์ เจ้าต้องคืนแก่พวกเราทั้งหมด”เซี่ยเวยปรายตามองเหล่าชายร่างสูงทีละคน ก่อนจะหยุดสายตาลงบนร่างของเซี่ยเจิง“ท่านลุง แสร้งเป็นเทพพรางเป็นผีมานานท่านไม่เบื่อบ้างหรือ”เซี่ยเจิงหน้ากระตุก ทว่าชั่วพริบตาเขาก็หัวเราะเสียงสะท้าน จากปลิงแก่อืดอาดงุ่นง่าน ก็แปลงโ
ณ โถงรับรอง จวนแม่ทัพ“สตรีผู้นี้เป็นปีศาจ นางเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลานชายของข้าล้มป่วย”นักพรตวัยกลางคนกวาดตามองซูเมิ่งหลานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาเอ่ย “บนร่างของนางมีกลิ่นอายวิญญาณชั่วร้าย ต้องจัดทำพิธีชำระบาป”ซูเมิ่งหลานแค่นเสียง นางคิดไว้ไม่มีผิด ปลิงแก่ผู้นี้กำลังจ้างวานนักพรตจอมปลอมมาเล่นปาหี่ ว่าก็ว่าเถิด ถึงแม้ซูเมิ่งหลานเป็นวิญญาณจากต่างยุค แต่นางก็มิใช่วิญญาณชั่วร้ายอีกอย่างนางเป็นหมอจากยุคสองพันเชียว หมอที่สร้างคุณประโยชน์มากมาย ไม่มองนางเป็นจิตวิญญาณแห่งเซียนก็ช่าง แต่ไฉนต้องมาสาดโคลนว่านางคือวิญญาณแห่งความชั่วร้ายด้วย ข้อกล่าวหาเช่นนี้ซูเมิ่งหลานรับไม่ได้“ข้าว่าก่อนชำระบาปให้แก่ตัวข้า มิสู้นักพรตหัวใสเช่นพวกท่านลองผลัดกันส่องเงาตนบนศีรษะอีกฝ่ายดูก่อนดีหรือไม่ บางทีอาจจะเห็นตราบาปประทับอยู่ก็ได้” ซูเมิ่งหลานลอยหน้าเอ่ยยู่หลงและจางเหว่ยที่ยืนดูไม่ห่างต่างขำพรืด คำพูดของซูเมิ่งหลานแม้ไม่ได้ต่อว่าด่าทอ แต่กลับแสบสันจนคนฟังยังรู้สึกคันไปทั้งตัวเซี่ยเจิงตัวสั่นเทา “ปากดีจริง ๆ คอยดูเถอะวิญญาณปีศาจชั่ว ข้าจะขับไล่ออกไปให้ห
เซี่ยเวยหมดสติเพราะพิษกำเริบไปถึงครึ่งเดือน ซูเมิ่งหลานก็พยายามทำทุกทางตามที่ตำราบอกเพื่อถอนพิษให้กับเขา หากแต่วิธีการที่ระบุไว้นั้นทั้งซับซ้อนและชวนปวดหัวตำราเล่มแรกที่นางกับเซี่ยเวยพบในตอนแรกระบุคำว่าเสพสมทุกข์สุข หลอมรวมหยินหยาง ความหมายของมันไม่เท่ากับเขาต้องทำเรื่องอย่างว่าหรือ ในตอนนั้นซูเมิ่งหลานลำบากใจมากไม่รู้ควรช่วยเขาอย่างไร วิธีการกำกวมเช่นนี้แม้แต่ตำราพิสดารยังช่วยไม่ได้อีกอย่างนางก็ไม่มั่นใจว่านี่นับเป็นการถอนรากถอนโคนพิษบุปผาเลือนรักได้จริงหรือไม่ อาจมีใครอุตริคิดเล่นพิเรนทร์เพื่อใช้ปั่นหัวคนที่ถูกพิษอยู่ก็เป็นได้ เผลอ ๆ ยิ่งตื่นเต้นมากเข้าก็ยิ่งกระตุ้นพิษข้างในหัวใจให้กำเริบหนักไม่นานหลังจากถูลี่อ๋องนำตำราอีกเล่มมามอบให้นาง ซูเมิ่งหลานก็ราวกับพบแสงที่เจิดจรัสวางอยู่ตรงหน้า วิธีการแรกนางจึงตัดทิ้งโดยไม่ลังเลอันที่จริงยามนี้ซูเมิ่งหลานไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าแทรกเรื่องชวนปวดหัวของเขาก็ได้ นางสามารถปัดก้นหนีแล้วไปใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองได้ตามอำเภอใจ ถึงอย่างไรทุกอย่างก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจแล้วเพียงแต่ไม่ทราบเมื่อใดที่นางเองก็เพิ
สตรีร่างบอบบางสาวเท้าเข้ามายืนเบื้องหน้าซูเมิ่งหลานพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร “มาเถอะพี่หญิง ข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง”“พี่หญิง นี่เรียกข้าหรือ” ซูเมิ่งหลานกะพริบตาถี่“ไม่อย่างนั้นล่ะ”ซูเมิ่งหลานกวาดตามองเหล่าทหารที่ยืนคุม จากนั้นย้ายสายตามายังหญิงสาว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะคาดเดาความ
เขาเดินมาหยุดเบื้องหน้าซูเมิ่งหลาน ก่อนจะย้ายไปยังปลายนิ้วทั้งห้าซูเมิ่งหลานใจเต้นระรัว ‘เขาคิดจะเสียบเข็มเข้านิ้วของข้า นั่นมันทรมานกว่าห้าม้าแยกร่างเสียอีก’“ท่านแม่ทัพ ช้าก่อน ๆ”เขาหยุดมือลงเดี๋ยวนั้น “ยอมสารภาพแล้วหรือ”ซูเมิ่งหลานพยักหน้าหงึกหงัก“เช่นนั้นว่ามา หากเจ้าโกหกแม้เพียงครึ่งคำ ข้า
“ลากตัวออกมา!” เสียงทุ้มตวาดดังซูเมิ่งหลานและเสี่ยวเป้ยสะดุ้งโหยง หญิงสาวรีบคลานออกมาจากที่ซ่อน ดาบปลายแหลมจ่อไปยังลำคอระหงเดี๋ยวนั้น“พูดมา เจ้าเป็นใคร”ซูเมิ่งหลานตัวสั่นสะท้าน ตั้งแต่เป็นประชากรของที่นี่ นางก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของแม่ทัพหนุ่มผู้หนึ่ง สมญานามของเขาก็คือพญายมเซี่ยแห่งเป่ยเปียน ว
ซูเมิ่งหลานข้ามภพมาติดอยู่ในยุคโบราณครบหนึ่งปีแล้ว จากแพทย์หญิงวัยยี่สิบห้าที่ดีใจเกินเหตุเพราะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งจนหัวใจหยุดเต้น จิตวิญญาณจึงมาสวมอยู่ในร่างเด็กสาวอายุสิบแปดที่กำพร้าพ่อแม่ซ้ำยังขาดสารอาหารจนตายตอนลืมตาตื่นเรี่ยวแรงมัดไก่ก็ยังไม่เหลือ โชคดีที่ซูเมิ่งหลานถนัดวิชาแพทย์ ทำให้ห







