مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: Davide
last update تاريخ النشر: 2025-10-16 21:47:09

ตอนที่3 เข้ามาเกี่ยวข้อง

เมื่อแยกกับปลายฟ้าภีร์ก็กลับขึ้นมาตรวจคนไข้ที่แผนกหลังจากนั้นก็มานั่งทำงานที่ห้องพักแพทย์ของแผนกอายุรกรรมซึ่งภีร์มีโต๊ะทำงานวางอยู่ที่นี่ด้วย นั่งทำงานไปได้สักพักใบหน้าหวานของญาติคนไข้คนเมื่อเช้าก็ลอยเข้ามาในหัวพานให้นึกถึงอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มขมวดคิ้วเหมือนคนครุ่นคิดเกี่ยวกับผลวินิจฉัยอาการป่วยพ่อของปลายฟ้าและรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างดลใจให้เขาต้องขอดูผลเอกซเรย์อีกครั้ง

“หมอขวัญ คนไข้เตียงหนึ่งหมอให้กลับบ้านแล้วเหรอครับ” ภีร์เอ่ยถามหมอเจ้าของไข้โต๊ะข้าง ๆ ทั้งที่รู้อยู่แล้วเพราะญาติคนไข้นั้นเดินเข้ามาบอกเขาก่อนหน้านั้นแล้ว

“ค่ะ..ให้รับยาแล้วกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านแล้ว มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ผมขอดูผลเอกซเรย์ของคนไข้รายนั้นอีกรอบได้ไหมครับ เมื่อสักครู่ผมยังดูไม่ละเอียดเลยอยากจะดูให้แน่ใจอีกครั้งน่ะครับ”

“ได้ค่ะ นี่ค่ะ” แฟ้มประวัติคนไข้ทั้งหมดถูกส่งให้ภีร์

ภีร์นั่งดูแผ่นฟิล์มเอกซเรย์อีกครั้งอย่างตั้งใจ คิ้วหนาดกดำค่อย ๆ ขมวดเข้าหากันราวคนกำลังใช้ความคิด

“ผมอยากเรียกคนไข้กลับมาตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง รอยแผลที่เกิดมีบางจุดที่มีลักษณะพิเศษ ผมกลัวว่าแผลนั้นอาจจะไม่ใช่แผลที่เกิดจากการอักเสบธรรมดา” เสียงเรียบนิ่งพูดขึ้นเมื่อใช้เวลานั่งดูผลตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งจนสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

“คุณหมอภีร์กำลังจะบอกขวัญว่า แผลนั้นอาจจะเป็นรอยแผลที่เกิดจากอย่างสาเหตุอื่นอย่างนั้นเหรอคะ” เสียงหวานเจือกังวลเอ่ยถามขึ้น

“ครับ จากประสบการณ์ของผม..ผมคิดว่าอาจจะเป็นแบบนั้น” ภีร์ยืนยันสมมติฐานและความเป็นไปได้หนักแน่นจนอีกฝ่ายรีบทำตามที่ภีร์บอกอย่างไม่รอช้า

“ถ้างั้นขวัญจะติดต่อกลับไปหาคนไข้อีกครั้งให้เขาเข้ามาตรวจเพื่อยืนยันผลอีกครั้งนะคะ”

หมอของขวัญติดต่อไปทางครอบครัวของปลายฟ้าอีกครั้ง และแจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้คนไข้และญาติทราบ แม่ของปลายฟ้ายินดีที่จะพาสามีกลับไปตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยครั้งนี้ต้องตรวจด้วยวิธีฉีดสีเข้าไปในกระเพาะและทำการฉายแสงส่องกล้อง

“ไม่ไป ไม่ไป พ่อไม่ได้เป็นอะไรหรอกยัยปลาย หมอเขาก็บอกแล้วว่ามันเป็นอาการของโรคกระเพาะ แล้วตอนนี้อาการปวดก็ดีขึ้นแล้ว จะให้กลับไปโรงพยาบาลอีกทำไม แค่คืนเดียวก็เบื่อจะตายแล้ว” ชายวัยห้าสิบปลาย ๆ กำลังโวยวายเสียงดังลั่นบ้าน

คำปฏิเสธและท่าทางดื้อรั้นของคนเป็นพ่อทำให้ปลายฟ้าต้องหนักใจเพราะสายที่ได้รับจากหมอเจ้าของไข้ ที่อ้างถึงนายแพทย์ภีรภัทรศัลยแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลได้สันนิษฐานอาการป่วยพ่อของเธอว่าไม่ปกติ ปัญหาตอนนี้คือพ่อของเธอไม่อยากกลับไปตรวจอีกเพราะเชื่อว่าตัวเองเป็นเพียงโรคกระเพาะ

“ถือว่าปลายขอนะพ่อ เรามีกันแค่สามคนปลายอยากให้พ่อกลับไปตรวจอีกครั้งให้แน่ใจ เพราะคุณหมอเจ้าของไข้แจ้งว่าการตรวจครั้งนี้จะตรวจด้วยวิธีฉีดสีเข้าไปในกระเพาะและทำการส่องกล้องดู โดยจะมีหมอผู้เชี่ยวชาญอีกท่านร่วมประเมินอาการด้วย ถ้าหากว่ากลับไปตรวจครั้งนี้แล้วผลยืนยันออกมาว่าพ่อเป็นเพียงโรคกระเพาะเหมือนเดิม ปลายสัญญาว่าจะไม่บังคับพ่อให้ไปโรงพยาบาลอีก” ดวงตากลมโตตอนนี้เริ่มเอ่อไปด้วยน้ำใส ๆ เสียงหวานปนสะอื้นขอร้องคนเป็นพ่อพร้อมกับนั่งคุกเข่าตรงหน้าแล้วร้องไห้ออกมา เมื่อเห็นน้ำตาของลูกสาวคนเป็นพ่อก็ไม่อาจทนดูได้จึงต้องยอมรับปากออกไปทั้งที่ใจเกลียดการไปโรงพยาบาลเต็มที

วันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล

ปลายฟ้าและคนเป็นแม่พาพ่อของเธอกลับมาที่โรงพยาบาลอีกตามที่หมอนัด เมื่อยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้วพ่อของปลายฟ้าก็ถูกส่งตัวไปกลืนแป้งและส่องกล้องเพื่อตรวจหาความผิดปกติของบาดแผลในกระเพาะอาหารอีกครั้ง และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าผลการตรวจจะออกในช่วงบ่ายขอให้ญาติคนไข้พาคนป่วยไปพักที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยนอกก่อน

ห้องตรวจ นายแพทย์ภีรภัทร

“เชิญคนไข้และญาติเข้าไปพบคุณหมอด้านในเลยค่ะ”

“คุณหมอสวัสดีค่ะ” มือเรียวยกขึ้นไหว้คุณหมอหนุ่มอย่างมีมารยาท รวมถึงหมอเจ้าของเคสอย่างหมอของขวัญด้วย

“สวัสดีครับ ผลตรวจร่างกายคนไข้อย่างละเอียดออกมาแล้วนะครับ”

“ผลจากการกลืนแป้งและเอกซเรย์ดูความผิดปกติของกระเพาะในครั้งนี้อย่างละเอียดออกมาว่าคนไข้เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะที่สามนะครับ แต่ตอนนี้ยังมีโอกาสรักษาให้หายได้เพราะเราตรวจพบแต่เนิ่น ๆ ถ้ารีบรักษาโอกาสรอดก็มากขึ้นไปด้วยครับ” ใบหน้าที่เคร่งขรึมเมื่อดูผลการตรวจแล้วต้องอธิบายให้คนไข้และญาติรับทราบถึงโรคที่กำลังเผชิญอยู่ แม้ภีร์จะลำบากใจที่จะแจ้งผลตรวจแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่

“อะไรนะคะ พ่อฉันเป็นมะเร็งระยะที่สามอย่างนั้นหรือคะ” ปลายฟ้าเอ่ยถามหมอด้วยน้ำเสียงเบาหวิว หญิงสาวผู้ที่พึ่งได้รับข่าวร้ายของผู้เป็นบิดาถึงกับน้ำตาไหลคลอเบ้าและหยดลงอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว

ภีร์จึงหยิบทิชชูยื่นมาตรงหน้าแม้ว่าจะไม่ค่อยถูกชะตากับหญิงสาวเท่าไหร่แต่เวลานี้ก็คงไม่เหมาะนักที่จะไร้น้ำใจ ปลายฟ้ายื่นมือไปรับทิชชูจากคุณหมอหนุ่มเพื่อซับน้ำตาแห่งความโศกเศร้ากับสิ่งที่ได้รับรู้

“ทางเราจะรักษาให้เต็มที่ ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือทำจิตใจให้สบายอย่าเครียดทั้งตัวคนไข้แล้วก็ญาติด้วยนะครับ แล้วเดี๋ยวทางคุณหมอขวัญจะแจ้งเกี่ยวกับแนวทางการรักษาให้ทราบอีกครั้ง” เมื่อเห็นว่าปลายฟ้าเริ่มสงบลงจากอาการร้องไห้ภีร์จึงพูดต่อเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

“แล้วฉันต้องทำยังไงต่อไปคะเกี่ยวกับการรักษาอาการของคุณพ่อ” ปลายฟ้าถามหมอโดยไม่ได้เจาะจงว่าเป็นหมอคนไหนเพราะตอนนี้เธอห่วงอาการของพ่อเธอมากกว่า

“เนื่องจากผลการตรวจอย่างละเอียดพึ่งออกมา หมอคงต้องขอเอาผลไปประชุมกับทีมแพทย์ก่อนว่าจะรักษาด้วยการทำคีโมหรือว่าผ่าตัดที่จะเป็นผลดีต่อตัวคนไข้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว วันพรุ่งนี้หมอจะแจ้งทางญาติอีกทีนะคะว่าเราจะใช้แนวทางการรักษาด้วยวิธีไหน” แพทย์เจ้าของไข้บอกถึงแนวทางการรักษาที่วางไว้คร่าว ๆ ให้กับปลายฟ้าและแม่ของเธอให้ทราบ ตอนนี้ปลายฟ้าจิตใจแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกคำบอกเล่าของหมอขวัญปลายฟ้าต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะดึงสติกลับมาฟังให้มากที่สุด

“คืนนี้คนไข้ก็คงต้องเริ่มนอนที่โรงพยาบาลอีกครั้งนะคะเพราะหากว่าทางทีมแพทย์ได้ข้อสรุปยังไงคนไข้จะได้เตรียมตัวอย่างถูกวิธีเพื่อเข้ารับการรักษา”

“ญาติไม่ต้องห่วงนะคะทางโรงพยาบาลมีหมอฝีมือดีที่พร้อมดูแลคนไข้อย่างเต็มความสามารถค่ะโดยเฉพาะหมอภีร์ คนไข้ถือว่าโชคดีมากนะคะที่หมอภีร์มองเห็นถึงความผิดปกติได้เร็วจึงรีบเรียกกลับมาตรวจซ้ำ หมอภีร์เป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งของที่นี่ค่ะ ญาติคนไข้วางใจได้ค่ะว่าอาการของคุณธิตินั้นต้องรักษาหายอย่างแน่นอนค่ะ”

หมอของขวัญให้กำลังใจปลายฟ้าเหมือนกับให้กำลังใจคนไข้ทุกคน ถึงจะเจอกับสีหน้าและแววตาน่าสงสารแบบนี้ทุกวันแต่มันก็ไม่ทำให้เคยชินสักที และเธอก็ทำได้เพียงการให้กำลังคนไข้และญาติ และใช้ความสามารถที่เรียนมาทั้งหมดรักษาคนไข้ให้ดีที่สุด

“ขอบคุณนะคะ” ปลายฟ้าหันไปยกมือไหว้ภีร์และหันมาไหว้หมอขวัญ

การพูดคุยกับญาติคนไข้เบื้องต้นเสร็จเรียบร้อยแพทย์หญิงของขวัญจึงขอตัวไปร่วมปรึกษากับทีมแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการรักษาต่อไป ส่วนแม่ของปลายฟ้าก็ขอตัวไปหาสามีที่กำลังนอนอยู่ที่ห้องผู้ป่วย

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” เมื่อห้องพักแพทย์ตอนนี้เหลือเพียงภีร์และปลายฟ้าและหญิงสาวก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเกี่ยวกับอาการคนเป็นพ่อเพิ่มเติมภีร์จึงขอตัวเตรียมเดินออกจากห้อง

“เอ่อ คุณหมอคะแล้วคุณจะเป็นคนผ่าตัดให้พ่อฉันหรือเปล่าคะ” เท้ายาวหยุดชะงักทันทีขณะที่กำลังก้าวเท้าเดินออกจากห้อง

“ผมยังให้คำตอบตอนนี้ไม่ได้ครับเพราะผมไม่ได้เป็นคนจัดสรรทีมแพทย์ ญาติต้องรอหมอเจ้าของไข้แจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ” เสียงเรียบนิ่งพูดขึ้นทั้งที่ยืนหันหลังให้หญิงสาวอยู่ เมื่อพูดจบเท้ายาวก็สาวเท้าเดินจากไปทันทีโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเจ้าของคำถามที่ตอนนี้ยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ในห้องเงียบ ๆ คนเดียว

“ค่ะฉันภาวนาให้เป็นคุณนะคะ..ที่จะผ่าตัดให้พ่อฉัน” เสียงพึมพำคล้ายคนละเมอพูดขึ้นก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูสีขาวจากกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาซับน้ำสีใสที่ไหลออกมาบริเวณหางตา

ห้องอาหารของโรงพยาบาล

“อเมริกาโน่ร้อนเหมือนเดิมครับ” ภีร์เดินไปหยุดหน้าร้านกาแฟแบรนด์ดังแล้วสั่งกาแฟของตนเองเหมือนเช่นทุกวันก่อนจะจ่ายเงินแล้วรับกาแฟเดินไปหาที่นั่ง ภาพหญิงสาวที่นั่งร้องไห้เมื่อได้ทราบผลป่วยของผู้เป็นพ่อในความคิดของภีร์ช่างเป็นคนละคนกับผู้หญิงที่ยืนกอดกับผู้ชายอยู่ที่หน้าโรงเรียนเมื่อหลายวันก่อน เมื่อนึกถึงภาพวันนั้นภีร์ก็แค่นยิ้มเบา ๆ แล้วส่ายหัวกับมารยาของผู้หญิงที่พึ่งเดินจากมา

“นั่งคิดอะไรมีเคสยากเหรอวะ” สีหน้าจริงจังของภีร์ทำให้ภาคย์เป็นฝ่ายทักขึ้นก่อน

“เปล่า” เสียงเรียบตอบกลับทั้งที่คิ้วทั้งสองข้างแทบผูกกันเป็นโบว

“แต่ท่าทางมึงบอกว่ามี” ภาคย์ย้ำขึ้นอีกรอบ

พรู่!! เสียงถอนหายใจเบา ๆ ออกจากปากศัลยแพทย์หนุ่ม

“มันก็มีบ้างแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแค่หงุดหงิด” ภีร์ตอบออกไปตามความจริงเพราะเรื่องที่รบกวนจิตใจของเขาอยู่ตอนนี้นั้นไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นเรื่องอื่น

“เห็นว่าวันนี้ตรวจเจอมะเร็งเคสใหม่ ทางแผนกอายุรกรรมนัดประชุมกันให้วุ่น เห็นบอกว่าเป็นเคสพิเศษเพราะไม่เคยเจอลักษณะนี้” ภาคย์ที่พึ่งได้รับรายงานก่อนหน้าไม่กี่นาทีและนี่เป็นสาเหตุที่เขาเดินมาที่ห้องอาหาร

“อืม”

“แล้วเป็นไงตอนนี้เคสนี้”

“พึ่งแจ้งญาติคนไข้เมื่อกี้ว่าเป็นมะเร็ง ก็คงต้องผ่าตัด” ภีร์พูดไปตามผลการตรวจและวิเคราะห์เบื้องต้นแล้วว่ายังไงก็ต้องผ่าตัดเนื้อร้ายออกเพราะการทำคีโมอาจไม่สามารถฆ่าเชื้อร้ายได้หมดและทันเวลาก่อนที่จะลุกลามไปอวัยวะอื่น

“ได้ข่าวว่าเป็นพ่อของครูมินนี่ด้วยนี่”

“ใช่” ภีร์ละสายตาจากแก้วกาแฟตรงหน้าแหงนหน้ามองเพื่อนเพราะรู้วัตถุประสงค์ที่เพื่อนตนมานั่งอยู่ที่นี่เวลานี้

“มึงจะเป็นคนผ่าเองหรือเปล่า” เป็นไปตามคาดเสียงทุ้มของภาคย์เอ่ยถามขึ้น

“ถึงกูไม่ผ่าหมอคนอื่นก็มีเยอะแยะ” คำปฏิเสธทางอ้อมของภีร์ทำให้ภาคย์ถึงกับมีคำถามขึ้นในหัว

“มึงมีอะไรส่วนตัวที่อยากบอกกูไหมไอ้ภีร์” ภาคย์หรี่ตามองเพื่อนอย่างสงสัยในท่าที

“ไม่มี” ภีร์ตอบกลับเสียงเรียบ สายตาหลุบมองแก้วในมือ ยกขึ้นกระดกทีเดียวจนหมดแก้ว

“หึ! มึงมีพิรุธไอ้ภีร์”

“กูบอกไม่มีก็คือไม่มี แล้วมึงว่างหรือไงมานั่งจับผิดกูอยู่นี่”

“เออ..ไม่มีก็ไม่มีแล้วตอนนี้มึงมีเคสอะไรด่วนอีกไหม ถ้าไม่มีขึ้นไปข้างบนดูงานวิจัยกันหน่อยไหม” เมื่อภีร์ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรภาคย์ก็ไม่อยากเซ้าซี้แม้จะเห็นว่าท่าทางของภีร์ดูแปลก ๆ แต่ภาคย์ก็รู้นิสัยเพื่อนดีว่าถ้าถึงที่สุดคงพูดออกมาเอง ภาคย์จึงชวนภีร์ไปดูเอกสารงานวิจัยในห้องพักแพทย์ส่วนตัวที่ภาคย์ ภีร์ และเวย์ทำร่วมกัน

“อืม เดี๋ยวไปแล้วไอ้เวย์ล่ะ”

“เดี๋ยวมันตามไปมันกำลังเสร็จจากห้องผ่าตัด งั้นกูขึ้นไปรอพวกมึงก่อนนะ” ภาคย์พูดเสร็จก็เดินนำภีร์ออกไปจากห้องอาหาร ภีร์จึงยกกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้งก่อนจะเดินตามเพื่อนออกไป ระหว่างที่กำลังมุ่งหน้ากลับไปเอาของที่แผนกภีร์ก็เจอกับปลายฟ้าอีกครั้งที่กำลังยืนกดซื้อน้ำจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติ ภีร์คิดจะเดินเลี่ยงไปอีกทางเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับหญิงสาว แต่ปลายฟ้าหันกลับมาเจอกับภีร์พอดีหญิงสาวจึงส่งยิ้มไปให้คุณหมอหนุ่มแต่รอยยิ้มหวานที่เจือไปด้วยความเศร้านั้นกลับถูกหมอหนุ่มทำเมินเหมือนมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านไปเหมือนกับว่าเจ้าของรอยยิ้มนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 58

    “จริงเหรอคะ” ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขภีร์เองก็พลอยมีความสุขไปด้วย“ครับ เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนเดี๋ยวอีกหนึ่งชั่วโมงพวกเขาก็คงเดินทางมาถึง” มือหนาโอบรอบเอวคอดประคองเดินเข้าไปในบ้าน“แล้วอาหารกับพวกเครื่องดื่มล่ะคะ คุณเตรียมหมดแล้วเหรอ”“ผมสั่งมาหมดแล้วครับ อีกครึ่งชั่วโมงพวกเขาจะเอามาส่ง

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 57

    สามเดือนถัดมาวันนี้เป็นวันที่ปลายฟ้าต้องขึ้นแสดงคอนเสิร์ตในงานเทศกาลดนตรีนานาชาติของเยอรมันหลังจากที่ฝึกซ้อมกันมาหลายเดือน“ตื่นเต้นเหรอครับ” ปลายฟ้าที่นั่งกุมมือตัวเองแน่นตลอดตั้งแต่ออกจากบ้านจนตอนนี้มาถึงสถานที่จัดงาน ภีร์ที่จอดรถสนิทจึงหันมาเอ่ยถามขึ้น“นิดหน่อยค่ะ ฉันกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีพอ”

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 56

    ตอนที่ 33 ขอบคุณที่เกิดมา“อือ..อื้อ” สิ้นเสียงคำตอบภีร์ก็กระโจนใส่ร่างบางราวเสือเจอเนื้อชิ้นโปรดที่ยืนเฝ้าอยู่เนิ่นนาน บัดนี้ถึงเวลาเจ้าของชิ้นเนื้ออนุญาตให้ลิ้มรสได้จึงไม่รีรอที่จะเขมือบเข้าปากภีร์จัดการถอดชุดนอนปลายฟ้าจนเธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ก่อนจะหันกลับมาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองพลางซุกคล

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 55

    “ขยับเข้ามาอีกก็ได้ เดี๋ยวคุณก็ตกเตียงหรอก” ร่างบางที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนอนชิดขอบเตียงอีกด้าน เว้นระยะห่างจากภีร์ไกลพอสมควร“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกฟ้า..ถ้าคุณไม่ยินยอม อากาศหนาวนอนใกล้กันอุ่นจะตาย..มา”“อ๊ะ!” ปลายฟ้าร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาดึงเธอเข้ามากอด ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงสิบเซน“หายกลัวหรือย

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 54

    ตอนที่32 เรื่องเล่าหลอกเด็กมื้อค่ำบรรยากาศที่เงียบสงัดยามค่ำคืนพระอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปและมีแสงไฟหลากสีสว่างขึ้นแทน บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันต่างกำลังมีความสุขกับครอบครัวในมื้อค่ำ ภีร์และปลายฟ้านั่งทานอาหารที่ช่วยทำขึ้นมาอย่างมีความสุข“คุณกลัวผีไหม” อยู่ ๆ ภีร์ก็ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าปลายฟ้านั้

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 53

    “เห็นนั่งชมวิวเงียบ ๆ ช่างสังเกตเหมือนกันนะเนี่ย แล้วชอบไหมครับ”“ชอบค่ะ บรรยากาศดีมากเลยนะคะ”สองวันต่อมาเช้าวันจันทร์ที่สดใสกับอุณหภูมิ 13 องศา ปลายฟ้าตื่นแต่เช้ามืดมาเตรียมอาหารเช้าสำหรับเธอและภีร์เล่นเคย วันนี้เป็นวันที่สามที่ทั้งสองเดินทางมาเยอรมันและวันนี้เป็นวันแรกที่ทั้งสองต้องเริ่มไปทำหน้า

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 41

    “คำขอโทษภาษากาย มะ..มันยังไงเหรอคะ” สัญชาตญาณบอกปลายฟ้า ว่าเธอกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ“คุณรู้ปลายฟ้า ว่าผมหมายถึงอะไร แต่คุณจะไม่ทำก็ได้นะ” คนที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่ายังคงพูดเรียบ ๆ เหมือนกับว่าไม่ได้สนใจว่าคนบนตักจะทำในสิ่งที่ตนเองต้องการหรือไม่ ทั้งที่ภายในใจตอนนี้ตื่นเต้นอย่างหนักเพราะกำล

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 40

    ตอนที่ 25 รับคำขอโทษเป็นภาษากาย“หมอภีร์ ปล่อยฉันก่อนค่ะ” ปลายฟ้าพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งที่ตอนนี้เริ่มรัดเอวเธอแน่นขึ้น“อยู่นิ่ง ๆ ผมขออยู่แบบนี้สักพัก” ใบหน้าคมที่แนบอยู่กับกลุ่มผมและสูดดมความหอมเข้าเต็มปอด“คุณหมอก็ปล่อยฉันก่อนสิฉันตัวหนักนะคะ” ปลายฟ้าที่ยังไม่คุ้นกับการถูกผู้ชาย

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 39

    “ขอบคุณครับ” ร่างสูงบอกพยาบาลก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปยังห้องทำงานของตัวเองภีร์เปิดประตูเข้ามาก็เจอกับปลายฟ้าที่ฟุบหลับเอียงข้างพิงพนักโซฟา ในมือยังถือหนังสืองานวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งอยู่พร้อมกับเหลือบไปเห็นกล่องอาหารวางซ้อนกันอยู่สองกล่องในสภาพสมบูรณ์ทุกกล่องบ่งบอกว่าหญิงสาวตรงหน้ายังไม่ได้ทานอะไร เ

  • หมอในฝัน (หมอภีร์)   บทที่ 38

    ตอนที่ 24 ง้อปลายฟ้านั่งทานข้าวกับหนุ่มหล่อท่าทางสนิทสนม ทานไปหัวเราะไปบางครั้งมีตักอาหารให้กันด้วย ภีร์ที่แอบนั่งมองอยู่โต๊ะข้าง ๆ เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างความตั้งใจที่จะมาเซอร์ไพรส์ปลายฟ้าบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความโกรธจนความรู้สึกดี ๆ ก่อนหน้านี้หายไปจนเกือบหมด ภีร์นั่งมองปลายฟ้าและชายหนุ่มที่มาด้วยกัน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status