공유

บทที่ 13

last update 게시일: 2026-02-26 12:08:30

ก่อนวันงานประลองยุทธเพียงห้าวัน บรรยากาศในเมืองกลับตึงเครียดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ตระกูลหยางในฐานะหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มีศิษย์เข้าร่วมประลองหลายคน ย่อมถูกจับตามองจากผู้คนในยุทธภพ แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเงามืดจะกล้าลอบเข้ามาถึงจวนประมุขโดยตรง

คืนนั้นท้องฟ้ามืดสนิทเมฆหนาทึบปิดบังแสงจันทร์ สายลมพัดเอื่อยราวกับกำลังซ่อนเสียงบางอย่าง ยามสามเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังขึ้นจากเรือนหลัก ก่อนที่เสียงเตือนภัยจะทันดังเต็มที่ เงาดำสายหนึ่งก็ทะยานข้ามหลังคาเข้าไปในเรือนของท่านเจ้าสำนักหยางฟานไฉ

ภายในห้องท่านประมุขกำลังนั่งอ่านรายงานเกี่ยวกับการจัดเตรียมคนเข้าร่วมงานประลอง ดวงตาเฉียบคมของเขาสะท้อนแสงตะเกียงอย่างสงบนิ่ง ทันใดนั้นเปลวไฟตะเกียงสั่นไหว

“ใคร!” 

เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมแรงลมปราณที่แผ่ออกทันที หน้าต่างถูกผลักเปิดอย่างรุนแรง เงาดำพุ่งเข้ามาพร้อมกระบี่สั้นสีดำสนิท ปลายกระบี่สะท้อนแสงวาบด้วยพิษสีม่วงอ่อน การโจมตีรวดเร็วเกินกว่าสายตาคนธรรมดาจะตามทัน

แต่หยางฟานไฉมิใช่คนธรรมดาเขายกแขนเสื้อขึ้นสะบัด ลมปราณหนาแน่นปะทะกระบี่เสียงดังสนั่น กระบี่เบี่ยงออกเพียงเล็กน้อย แต่แรงกระแทกยังทำให้โต๊ะไม้ด้านหลังแตกเป็นเสี่ยง คนร้ายมิได้ลังเลหมุนกายต่อเนื่อง กระบี่แปรเปลี่ยนเป็นเงาพร่า โจมตีสามจุดสำคัญพร้อมกัน ท่านประมุขถอยเพียงก้าวเดียว ใช้ฝ่ามือรับอย่างแม่นยำ เสียงพลังปะทะกันดังก้องในห้อง

ในพริบตาเดียวทั้งสองแลกกระบวนท่าเกินสิบกระบวน เสียงยามด้านนอกเริ่มดังขึ้น ศิษย์ในจวนรีบวิ่งมาทางเรือนหลัก คนร้ายเห็นสถานการณ์ไม่เป็นใจ จึงถอยหลังครึ่งก้าวก่อนจะสะบัดผงควันดำใส่พื้น หมอกดำฟุ้งกระจาย กลิ่นฉุนแสบจมูก

“หยุดมัน! อย่าให้หนีไปได้” 

เสียงศิษย์ตะโกนบอกให้ทุกคนในจวนช่วยกันหยุดคนร้าย แต่เมื่อควันจางลงเงาดำก็หายไปแล้ว เหลือเพียงหน้าต่างที่เปิดอ้า และรอยกระบี่ฝังลึกในเสาไม้

ท่านประมุขยืนสงบนิ่งสีหน้าเย็นเฉียบ แต่ในดวงตามีประกายครุ่นคิด ก่อนจะหลบหนีคนร้ายได้ทิ้งคำพูดไว้ เสียงแหบต่ำดังลอดผ่านหมอกควัน

“อีกไม่นาน…ตระกูลหยางจะสูญสิ้น บุตรชายบุตรสาวของเจ้า ร่วมไปถึงคนอื่นในตระกูลหยางต้องตาย”

คำพูดนั้นก้องอยู่ในใจผู้ที่ได้ยินทุกคน เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศในจวนหนักอึ้ง พี่ชายทั้งสี่ของรุ่ยหลินถูกเรียกเข้าประชุมพร้อมหัวหน้าผู้คุมศิษย์ สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียด หยางห่าวตงกล่าวเสียงหนักแน่น 

“ท่านพ่อ เราควรเพิ่มการลาดตระเวนรอบจวน และย้ายท่านไปพักเรือนในชั้นในชั่วคราว”

หยางห่าวฟางขมวดคิ้วก่อนที่จะพูดขึ้น

“กระบวนท่าของคนร้ายไม่ใช่วิชาธรรมดา ข้าสัมผัสกลิ่นพิษบางอย่างในห้องเมื่อคืน”

ห่าวอันนิ่งเงียบแต่สายตาคมกริบ หยางห่าวหมิงกำหมัดแน่น 

“กล้ามาท้าทายถึงจวนเรา…มันต้องมีผู้หนุนหลัง”

ท่านประมุขฟังทุกคนโดยไม่แทรก ก่อนจะกล่าวช้า ๆ 

“เขาไม่ได้มาเพื่อทดสอบกำลัง เขามาเพื่อสังหาร”

ประโยคสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งหนัก รุ่ยหลินยืนอยู่ด้านนอกห้องประชุม นางมิได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม แต่ลมปราณที่เพิ่งปลุกได้ทำให้นางสัมผัสอารมณ์ภายในห้องได้บางส่วน ความกังวล ความโกรธและความไม่แน่ใจ คำถามเดียวผุดขึ้นในใจทุกคน พวกเขาไปขัดผลประโยชน์ของตระกูลใด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลหยางมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการค้าอาวุธ การฝึกศิษย์ และความสัมพันธ์กับสำนักต่าง ๆ ในยุทธภพ การเติบโตย่อมสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว มีคนเอ่ยชื่อ “ตระกูลเย่” ขึ้นมาเบา ๆ เพราะช่วงหลังมีข้อขัดแย้งด้านเส้นทางการค้า บางคนสงสัย “สำนักหมื่นพิษ” เพราะลักษณะพิษบนกระบี่คล้ายกัน

แต่ไม่มีหลักฐานใดชัดเจน รุ่ยหลินกลับไปยังดงกล้วยในคืนนั้น จี้หยกยังคงซ่อนอยู่กับนาง เหตุการณ์เมื่อคืนทำให้นางนึกถึงเงาดำที่แอบดูนางฝึก จะเป็นคนเดียวกันหรือไม่ นางนั่งสมาธิปล่อยลมปราณแผ่ออกอย่างระมัดระวัง คืนนี้บรรยากาศรอบจวนเต็มไปด้วยยามเฝ้าเข้มงวด คลื่นพลังของศิษย์กระจายอยู่ทั่ว แต่ท่ามกลางคลื่นเหล่านั้น นางพยายามค้นหาคลื่นที่คุ้นเคยแต่กลับไม่มี หรืออีกฝ่ายจะรู้ตัวแล้วว่าถูกจับสังเกต หรือเหตุลอบสังหารครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเขา

หลายความคิดพุ่งชนกันในหัวรุ่ยหลิน หากศัตรูตั้งใจจะทำลายตระกูลให้สิ้นจริง งานประลองยุทธที่กำลังจะมาถึงอาจกลายเป็นเวทีอันตราย การรวมตัวของยอดฝีมือจากทั่วสารทิศคือโอกาสทองสำหรับผู้ที่คิดร้าย

สามวันถัดมาจวนหยางเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ศิษย์ผลัดเปลี่ยนเฝ้ายามตลอดคืน กำแพงชั้นนอกถูกเสริมด้วยกับดัก ทว่าเงามืดในใจผู้คนยังไม่จาง แม่บ้านและคนงานกระซิบกระซาบกันเงียบ ๆ เด็กเล็กถูกสั่งให้อยู่แต่ในเรือน แม้ท่านประมุขจะแสดงท่าทีสงบ แต่รุ่ยหลินสัมผัสได้ว่าเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ครุ่นคิดอยู่ลำพัง คืนที่สี่ก่อนงานประลองฝนโปรยบาง ๆ ทั่วจวน รุ่ยหลินยืนมองสายฝนจากหน้าต่าง ความรู้สึกบางอย่างกดทับในอก หากศัตรูลงมืออีกครั้งเป้าหมายอาจไม่ใช่เพียงท่านประมุข อาจเป็นพี่ชายของนางหรือแม้แต่นางเอง นางล้วงจี้หยกออกมาดูใต้แสงเทียน หยกยังคงอุ่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับลมปราณของนาง

“เจ้าจะรู้เรื่องนี้หรือไม่…” 

นางพึมพำกับวัตถุไร้เสียง ในความมืดเงาสะท้อนในหยกดูเหมือนหมอกที่เคลื่อนไหวช้า ๆ ห้าวันก่อนงานประลองเวลาสั้นเกินกว่าจะคลี่คลายปริศนา แต่ยาวพอให้ศัตรูวางแผนซ้ำ และคำพูดของคนร้ายยังดังก้องในความทรงจำของทุกคน

“จะทำลายตระกูลหยางจะสูญสิ้น”

มันมิใช่คำขู่ลอย ๆ มันคือคำประกาศสงครามเงียบ ที่อาจปะทุขึ้นในวันซึ่งผู้คนทั้งยุทธภพจับตามองเวทีเดียวกัน รุ่ยหลินกำหมัดแน่น ความมุ่งมั่นฉายชัดในดวงตา ไม่ว่าเบื้องหลังจะเป็นตระกูลใด ไม่ว่าเกมการเมืองในยุทธภพจะซับซ้อนเพียงใด นางจะไม่ยอมให้ใครทำลายบ้านของตน และบางทีพลังลมปราณที่เพิ่งตื่นขึ้นในร่างของนาง อาจเป็นไพ่ใบหนึ่งที่ศัตรูคาดไม่ถึงเลยก็เป็นได้

“ไม่ว่าใครที่คิดจะมาทำลายตระกูลหยาง ข้าจะช่วยทุกคนให้ปลอดภับเอง... ไม่ต้องห่วงนะรุ่ยหลินท่านพ่อท่านแม่ และพี่ชายทั้งสี่ของเจ้าต้องปลอดภัย จะดูแลพวกเขาแทนเจ้าเอง... เพื่อตอบแทนที่ข้าเข้ามาอยู่ในร่างของเจ้า”

ถึงแม้ปัญหาจะเข้ามามากมายทำให้รุ่ยหลินคิดมาก แต่เขาตั้งใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตแทนรุ่ยหลินตัวจริงให้มีความสุข เพื่อที่ดวงวิญญาณของนางจะได้เป็นห่วง 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 68

    ยามเย็นบนเกาะดอกท้อช่างงดงามราวความฝัน แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดผ่านแนวต้นท้อ กลีบดอกสีชมพูปลิวล่องไปตามสายลม บรรยากาศสงบงดงามจนผู้คนบนเกาะต่างพากันหลงใหลแต่ในความงดงามนั้นสวีอี้เฉินกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ดวงตาคมนิ่งของเขามองไปยังศาลาริมน้ำไม่ไกล ตรงนั้นรุ่ยหลินกำลังหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะหวานใสดังขึ้นเป็นระยะ ขณะพูดคุยกับเสียนเฟิง หลานชายของเจ้าเกาะดอกท้อ“คุณหนูรุ่ยหลิน ท่านลองชิมชาดอกท้อนี่ดู ข้าชงเอง”เสียนเฟิงยิ้มอ่อนโยน พลางรินชาให้นางด้วยตัวเอง รุ่ยหลินรับถ้วยชามาอย่างเกรงใจ ก่อนยิ้มบาง ๆ“ขอบคุณท่านมาก”รอยยิ้มของนางอ่อนหวานและงดงามจนแม้แต่สายลมยังเหมือนหยุดนิ่ง แต่ยิ่งเห็นเช่นนั้นสวีอี้เฉินก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ โดยเฉพาะสายตาของเสียนเฟิงที่มองรุ่ยหลินอย่างชัดเจนเกินไป เขาไม่ใช่คนโง่ย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และนั่นทำให้บางอย่างในใจของเขาค่อย ๆ ปั่นป่วนขึ้นทีละน้อย“ศิษย์พี่”เสียงของรุ่ยหลินดังขึ้นเมื่อหันมาเห็นเขา ใบหน้างดงามของนางพลันมีรอยยิ้มทันที รอยยิ้มที่ต่างจากตอนอยู่กับเสียนเฟิง อ่อนโยนกว่า สดใสกว่า และนั่นกลับทำให้สวีอี้เฉินใจเต้นแรงขึ้นอีก เ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 67

    เกาะดอกท้อในยามสายงดงามราวภาพวาด กลีบดอกท้อสีชมพูปลิวตามสายลม บางเบาเหมือนความฝัน เสียงหัวเราะของเหล่าจอมยุทธ์และผู้มาเยือนดังสลับกับเสียงกลองประลองที่ดังก้องจากลานกลางเกาะ รุ่ยหลินเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่…สวยกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”สวีอี้เฉินเดินอยู่ข้าง ๆ สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตากลับกวาดมองรอบด้านอย่างระมัดระวัง“ยิ่งสวย…ก็ยิ่งมีอะไรซ่อนอยู่มาก”“เจ้าพูดเหมือนทุกที่อันตรายหมดเลย” นางหัวเราะ“มันก็เป็นอย่างนั้น”รุ่ยหลินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหยุดเมื่อได้ยินเสียงหนึ่ง“คุณหนูผู้นั้น…”เสียงนั้นนุ่มแต่ชัดเจนนางหันไปมอง ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เขาสวมชุดสีขาวสะอาดตา ผมยาวถูกรวบอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาและแฝงรอยยิ้มอบอุ่น แววตาของเขาจ้องมาที่นางโดยตรง“เรียกข้าหรือ” รุ่ยหลินถามชายหนุ่มก้าวเข้ามาเล็กน้อย ก่อนจะยกมือคำนับอย่างสุภาพ“ขออภัยที่เสียมารยาท ข้าเพียงรู้สึกว่าคุณหนู…ไม่เหมือนผู้ใดในที่นี้”คำพูดนั้นทำให้นางชะงัก“ข้า” นางยกคิ้ว “ข้าก็แค่คนเดินทางธรรมดา”เขายิ้ม “คนธรรมดา…คงไม่มีสายตาเช่นนั้น”สวีอี้เฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองชายหนุ่มนิ่ง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 66

    ข่าวลือเรื่อง “งานประลองยุทธประจำปีของเกาะดอกท้อ” แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลินอันอย่างรวดเร็วราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในโรงเตี๊ยมที่รุ่ยหลินและสวีอี้เฉินพักอยู่ เสียงพูดคุยของเหล่าจอมยุทธ์ดังไม่ขาดสาย“ปีนี้เกาะดอกท้อจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี!”“ได้ยินว่ามีของรางวัลเป็นอาวุธโบราณ!”“ไม่ใช่แค่นั้น…มีคนลือว่าจะมีจอมยุทธ์ลึกลับปรากฏตัวด้วย!”คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูรุ่ยหลินอย่างไม่ตั้งใจ นางวางถ้วยชาลง ดวงตาเป็นประกายทันที“เกาะดอกท้อ…”สวีอี้เฉินนั่งอยู่ตรงข้าม ยังคงสงบนิ่ง แต่ก็ไม่ได้พลาดคำสนทนา“เจ้าสนใจ” เขาถาม“แน่นอน!” นางตอบทันที “งานประลองยุทธนะ! ต้องมีคนเก่ง ๆ มากมาย”“และอันตรายมากมายด้วย” เขาเสริมรุ่ยหลินยิ้ม “เจ้าพูดแบบนี้ทุกครั้ง”“เพราะมันจริง”นางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย“แต่เจ้าก็จะไป…ใช่ไหม”เขามองนาง สายตานั้นนิ่ง…แต่ลึก“เจ้าจะไป”“ไป!” นางพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่สวีอี้เฉินจะถอนหายใจเบา ๆ“งั้น…เราก็ไป”รอยยิ้มของรุ่ยหลินกว้างขึ้นทันทีสองวันต่อมาทั้งสองเตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองหลินอัน เช้าวันนั้นฟ้ายัง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 65

    หลังจากเหตุการณ์คัมภีร์วัดมังกรฟ้าสงบลง เมืองหลินอันก็กลับคืนสู่ความคึกคักเช่นเดิม ผู้คนเดินขวักไขว่ตามถนนสายหลัก เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย กลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่ว แต่ท่ามกลางความมีชีวิตชีวานั้นในใจของรุ่ยหลินกลับเริ่มมีบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างเงียบงันเช้าวันหนึ่งรุ่ยหลินนั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องพัก มองผู้คนด้านล่างที่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ แต่สายตาของนางไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพนั้นจริง ๆ“เหม่ออะไรอยู่”เสียงของสวีอี้เฉินดังขึ้นจากด้านหลัง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้ม “ไม่มีอะไร”เขาเดินเข้ามา วางถ้วยชาไว้ข้าง ๆ นาง“เจ้าช่วงนี้เงียบไป”“ข้า” นางยกคิ้ว “ก็เหมือนเดิม”“ไม่เหมือน”คำตอบนั้นสั้นแต่ตรงรุ่ยหลินหัวเราะเบา ๆ “เจ้าสังเกตเก่งขึ้นนะ”“ข้าเป็นแบบนี้อยู่แล้ว”นางไม่ตอบเพียงรับถ้วยชาขึ้นมาดื่ม แต่หัวใจของนางกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีเหตุผลหลังจากนั้นทั้งสองออกไปเดินในเมืองเหมือนเคย ถนนหลินอันยังคงงดงามผู้คนยังคงคึกคัก แต่สำหรับรุ่ยหลินทุกอย่างดูชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ สวีอี้เฉินยังคงเหมือนเดิมสงบ เย็นชา พูดน้อย แต่ยิ่งนางอยู่ใกล้เขามากเท่าไร นางย

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 64

    รุ่งอรุณของวันที่สามหลังเหตุคัมภีร์หายไป วัดมังกรฟ้ายังคงปกคลุมด้วยความตึงเครียด แม้หมอกเช้าจะลอยบางเบาเหนือยอดสนเหมือนทุกวัน แต่ในใจของผู้คนกลับหนักอึ้งราวมีเงามืดทับอยู่ในลานหินด้านหลังหอคัมภีร์ รุ่ยหลินยืนกอดอกสีหน้าครุ่นคิด ข้างกายนางคือสวีอี้เฉินที่กำลังก้มมองรอยฝุ่นบนพื้นอย่างละเอียด“เขาหนีไปทางนี้” เขาพูดเบา ๆรุ่ยหลินพยักหน้า “รอยเท้าเบาแบบนั้น…ไม่ใช่จะปลอมได้ง่าย”“และผงสีดำที่เขาใช้” สวีอี้เฉินหยิบเศษผงขึ้นมา “น่าจะเป็นยาพิษชนิดหนึ่งของพรรคมารหมื่นพิษ”“แสดงว่า…เขาต้องมีที่พักหรือฐานลับใกล้ ๆ เมือง” รุ่ยหลินกล่าวสวีอี้เฉินลุกขึ้น “และเขาไม่มีทางหนีไปไกลพร้อมคัมภีร์สองเล่ม”ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด พวกเขาต่างเข้าใจต้องลงมือทันทีไม่นานทั้งสองก็ออกจากวัดมังกรฟ้า มุ่งหน้าลงสู่เมืองหลินอันถนนยังคงคึกคัก แต่สำหรับพวกเขาทุกอย่างดูช้าลง สายตาของสวีอี้เฉินกวาดมองผู้คนอย่างระมัดระวัง“เจ้าคิดว่าเขาจะซ่อนตัวที่ไหน” รุ่ยหลินถาม“ที่ที่ไม่มีใครสงสัย” เขาตอบ “หรือไม่ก็…ที่ที่คนไม่กล้าเข้าใกล้”รุ่ยหลินคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูด “ตลาดสมุนไพร”“เพราะอะไร”“พรรคมารหมื่นพิษใช้พิษเ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 63

    หมอกยามเช้ายังไม่ทันจางหายจากลานหินของวัดมังกรฟ้า เมืองหลินอัน ความตึงเครียดก็ปกคลุมไปทั่วทุกอณูของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้หลังจากการตรวจค้นตลอดทั้งคืน เบาะแสที่กระจัดกระจายเริ่มถูกร้อยเรียงเข้าหากันทีละน้อย ราวกับเงาของความจริงที่ค่อย ๆ เผยตัวจากความมืดภายในหอคัมภีร์พระอาวุโสและผู้ดูแลวัดต่างรวมตัวกัน สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รุ่ยหลินยืนอยู่ด้านหนึ่ง มือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว สวีอี้เฉินยืนข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเฉียบคม“ตรวจสอบคนในทั้งหมดแล้วหรือยัง” สวีอี้เฉินเอ่ยพระชราที่เป็นผู้ดูแลวัดพยักหน้า “ตรวจแล้ว…แต่ไม่มีใครผิดปกติ”“ไม่มีใครผิดปกติ…นั่นแหละผิดปกติที่สุด” รุ่ยหลินพูดเบา ๆคำพูดนั้นทำให้หลายคนชะงักในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก“พบแล้ว!”ทุกคนหันไปมองมีพระหนุ่มรูปหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา หายใจหอบ “มีคน…พยายามหนีออกจากวัดเมื่อคืน แต่ถูกขวางไว้ทัน”“ใคร” พระอาวุโสถามทันที“เป็น…ศิษย์ดูแลหอคัมภีร์”บรรยากาศเงียบงันในพริบตาไม่นาน ชายคนหนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาสวมชุดพระเช่นเดียวกับคนอื่น ใบหน้าธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่สายตาเย็นชาอย่

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status