Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2026-02-25 22:16:22

ในห้วงนั้นเองคุณหนูหยางรุ่ยหลินในฝันรับรู้ทุกความเจ็บปวดราวกับเป็นของตนเอง ความอับอาย ความโดดเดี่ยว และความรู้สึกไร้ค่าไหลทะลักเข้ามาอย่างรุนแรง ราวกับร่างนี้เคยยืนอยู่ ณ จุดนั้นจริง ๆ

เสียงหัวเราะค่อย ๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงเด็กหญิงที่นั่งทรุดอยู่ข้างกำแพง มือเล็กกำชายเสื้อแน่น หยดน้ำตาตกกระทบพื้นหินทีละหยด

“สักวันหนึ่ง…ข้าจะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำอีก…”

ภาพทุกอย่างพลันแตกสลายราวกระจก คุณหนูหยางรุ่ยหลินสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจหอบแรง หัวใจเต้นถี่ราวจะทะลุออกมานอกอก เหงื่อเย็นซึมทั่วแผ่นหลัง แม้ห้องนอนจะเงียบสงบ แต่ความรู้สึกในฝันยังชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่

นางยกมือแตะหน้าผากตนเองอย่างช้า ๆ คล้ายยังรับรู้ถึงแรงกระแทกนั้น ความฝันหรือคือความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม คำถามนั้นลอยอยู่ในความมืด พร้อมกับความจริงที่เริ่มปรากฏชัดสำนักสราญรมย์มิใช่เพียงสถานที่แห่งเกียรติยศของตระกูลหยาง หากยังเป็นสถานที่ที่เคยฝังรอยแผลลึกไว้ในหัวใจของเด็กหญิงคนหนึ่ง และบัดนี้ความทรงจำนั้นกำลังตื่นขึ้นอีกครั้ง

วันรุ่งขึ้นหลังจากตื่นจากฝันอันหนักหน่วง คุณหนูหยางรุ่ยหลินรู้สึกว่าหัวใจของตนมิอาจนิ่งเฉยได้อีก ความทรงจำในฝันยังคงชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ความเจ็บปวดในวัยเยาว์ของเจ้าของร่างเดิมมิใช่สิ่งที่นางจะปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ

หลังรับประทานอาหารเช้า นางอ้างกับสาวใช้ว่าต้องการออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อลดอาการปวดศีรษะ จึงเดินลึกเข้าไปทางป่าหลังจวน ซึ่งปกติไม่ค่อยมีผู้ใดเข้าไปนัก เส้นทางคดเคี้ยวผ่านพุ่มไม้เตี้ยและต้นสนสูงใหญ่ เสียงนกร้องแว่วเป็นระยะ แสงแดดยามสายส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นลำ ๆ ดูสงบและปลอดภัย

ยิ่งเดินลึกเข้าไปกลิ่นดินชื้นและกลิ่นใบไม้สดยิ่งชัดเจน จนกระทั่งสายตานางสะดุดกับพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งเบื้องหน้า ที่นั่นคือดงกล้วยขนาดใหญ่ ต้นกล้วยเรียงตัวหนาแน่น ลำต้นอวบสูงพอประมาณ ใบกว้างแผ่เป็นร่มเงา พื้นดินนุ่มแน่น ไม่เป็นโคลนเกินไป และไม่แข็งกระด้างเกินไปเช่นกัน สถานที่นี้เงียบสงบ ล้อมรอบด้วยพุ่มไม้หนาแน่นจากภายนอก มองจากจวนแทบไม่เห็นร่องรอย 

“ที่นี่…เหมาะนัก”

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาโดยไม่ต้องไตร่ตรองมากนัก ดงกล้วยเช่นนี้เหมาะสำหรับการฝึกกำลังแขนและแรงหมัด ลำต้นกล้วยแม้ดูอ่อนนุ่ม แต่ภายในมีเส้นใยเหนียวแน่น รับแรงกระแทกได้ดีและไม่ทำให้มือบาดเจ็บจนเกินไป หากต้องการรื้อฟื้นวิชามวยที่เคยฝึกในชาติก่อน สถานที่แห่งนี้เหมาะสมยิ่ง ทั้งวันนางเก็บความคิดนี้ไว้ในใจรอจนค่ำคืนมาเยือน

เมื่อทุกคนในจวนหลับใหล คุณหนูหยางรุ่ยหลินเปลี่ยนเป็นชุดเรียบง่ายสีเข้ม แอบออกทางประตูเล็กด้านหลังอย่างเงียบเชียบ แสงจันทร์สาดส่องเป็นทางสีเงินบนพื้นดิน ลมกลางคืนพัดเย็นสบาย กลบเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของนาง

เมื่อมาถึงดงกล้วยเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ คล้ายเสียงกระซิบต้อนรับ นางยืนกลางพื้นที่โล่ง หลับตา สูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ร่างกายนี้แม้บอบบางตามฐานะคุณหนู แต่ภายในกลับมีความทรงจำของการฝึกหนักฝังอยู่ นางยกมือขึ้นตั้งท่า หมุนข้อมือช้า ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ จากนั้นก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า น้ำหนักตัวถ่ายลงครึ่งหนึ่งหมัดแรกพุ่งออกไปอย่างระมัดระวัง

เสียงหมัดกระทบลำต้นกล้วยดังแผ่ว ๆ แรงสะท้อนกลับทำให้ข้อมือชานิดหน่อย แต่มิได้เจ็บจนทนไม่ได้ หมัดที่สอง สาม และสี่ ตามมาอย่างต่อเนื่อง จังหวะแรกยังไม่มั่นคงนัก การทรงตัวของร่างนี้ยังไม่คุ้นชินกับการออกแรงเช่นนี้ แต่ยิ่งเคลื่อนไหว ความทรงจำของกล้ามเนื้อก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้น

ใบกล้วยสั่นไหว เสียงกระทบดังขึ้นหนักแน่นกว่าเดิม เหงื่อเริ่มซึมตามหน้าผาก ลมหายใจถี่ขึ้น แต่ดวงตาของนางกลับทอประกายมุ่งมั่นภาพในฝันเมื่อคืนผุดขึ้นมาอีกครั้งเด็กหญิงที่ถูกผลักล้ม ถูกหัวเราะเยาะ ถูกเหยียบย่ำ หมัดของนางหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ปึก!

“ครั้งนี้…ข้าจะไม่อ่อนแออีกแล้ว” 

จากหมัดเปลี่ยนเป็นศอก จากศอกเปลี่ยนเป็นเข่า นางฝึกการเคลื่อนไหวพื้นฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ร่างกายเริ่มปวดล้าแต่ใจกลับยิ่งแน่วแน่ การฝึกในคืนนี้มิใช่เพียงเพื่อเรียกคืนวิชามวย หากเป็นการยืนยันกับตนเองว่า นางจะไม่ปล่อยให้ความทรงจำในอดีตควบคุมชีวิตอีกต่อไป

“พรุ่งนี้…ข้าจะมาอีก”

เสียงใบกล้วยไหวตอบรับเบา ๆ ใต้แสงจันทร์ และนับจากคืนนั้ ดงกล้วยลับหลังจวนก็กลายเป็นสถานที่แห่งความลับ เป็นที่ซึ่งคุณหนูหยางรุ่ยหลินค่อย ๆ หลอมรวมความทรงจำในอดีตเข้ากับความมุ่งมั่นในปัจจุบัน ฝึกฝนทั้งกายและใจให้แข็งแกร่งขึ้น เพราะวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่สำนักสราญรมย์อีกครั้ง นางจะไม่ใช่เด็กหญิงที่นั่งก้มหน้ารับความเจ็บปวดอีกต่อไป แต่จะเป็นผู้ที่ยืนหยัดได้ด้วยสองหมัดของตนเอง

แสงจันทร์คืนนี้สว่างกว่าทุกคืน เงาของใบกล้วยทอดยาวบนพื้นดินเป็นลวดลายสลับซับซ้อน คุณหนูหยางรุ่ยหลินยังคงฝึกหมัดอย่างตั้งใจ ลมหายใจของนางสม่ำเสมอ แม้แขนจะเริ่มล้าแต่แววตายังคงแน่วแน่

เสียงหมัดกระทบลำต้นกล้วยดังสะท้อนในความเงียบ ทว่านางไม่รู้เลยว่าห่างออกไปไม่ไกลนัก หลังพุ่มไม้หนาทึบ มีเงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่

บุรุษผู้นั้นสวมชุดสีเข้มกลืนไปกับเงามืดของราตรี เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่หมัดแรกที่นางปล่อยออกมา เดิมทีเขาเพียงผ่านมาสำรวจพื้นที่รอบจวนตามหน้าที่ แต่กลับได้ยินเสียงผิดปกติจากดงกล้วย จึงแอบเข้ามาดูสิ่งที่เห็นทำให้เขานิ่งงัน

คุณหนูแห่งตระกูลหยาง ผู้ควรนั่งอ่านตำราหรือปักผ้าในเรือน กลับกำลังฝึกมวยอย่างจริงจัง ท่วงท่าของนางมิใช่มือสมัครเล่น แม้บางจังหวะยังขาดความลื่นไหล แต่พื้นฐานมั่นคง แรงหมัดส่งจากสะโพกอย่างถูกต้อง

ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยคล้ายกำลังประเมิน เมื่อรุ่ยหลินหมุนตัวเตะเฉียงใส่ลำต้นกล้วย ใบไม้สั่นไหวร่วงกราว เสียงกระทบหนักแน่นเกินกว่าหญิงบอบบางทั่วไปจะทำได้ มุมปากของผู้แอบมองยกขึ้นบาง ๆ อย่างไม่รู้ตัว

“น่าสนใจ…” 

เขาพึมพำเบา ๆ สายตาของเขามิได้มีเจตนาร้าย หากเต็มไปด้วยความสงสัยและครุ่นคิด เหตุใดคุณหนูผู้สูงศักดิ์จึงต้องมาฝึกมวยกลางดึกอย่างลับ ๆ และเหตุใดแววตาของนางจึงเหมือนคนที่กำลังต่อสู้กับบางสิ่งในใจ

เมื่อเห็นว่านางเริ่มเหนื่อย เขาจึงถอยหลังอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหายไปในความมืดราวไม่เคยมีตัวตน ทิ้งไว้เพียงความลับอีกหนึ่งชั้นในดงกล้วยแห่งนี้ และรุ่ยหลินยังคงไม่รู้เลยว่า การฝึกของนางได้มีพยานเงียบงันเพิ่มขึ้นแล้วหนึ่งคน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 68

    ยามเย็นบนเกาะดอกท้อช่างงดงามราวความฝัน แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดผ่านแนวต้นท้อ กลีบดอกสีชมพูปลิวล่องไปตามสายลม บรรยากาศสงบงดงามจนผู้คนบนเกาะต่างพากันหลงใหลแต่ในความงดงามนั้นสวีอี้เฉินกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ดวงตาคมนิ่งของเขามองไปยังศาลาริมน้ำไม่ไกล ตรงนั้นรุ่ยหลินกำลังหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะหวานใสดังขึ้นเป็นระยะ ขณะพูดคุยกับเสียนเฟิง หลานชายของเจ้าเกาะดอกท้อ“คุณหนูรุ่ยหลิน ท่านลองชิมชาดอกท้อนี่ดู ข้าชงเอง”เสียนเฟิงยิ้มอ่อนโยน พลางรินชาให้นางด้วยตัวเอง รุ่ยหลินรับถ้วยชามาอย่างเกรงใจ ก่อนยิ้มบาง ๆ“ขอบคุณท่านมาก”รอยยิ้มของนางอ่อนหวานและงดงามจนแม้แต่สายลมยังเหมือนหยุดนิ่ง แต่ยิ่งเห็นเช่นนั้นสวีอี้เฉินก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ โดยเฉพาะสายตาของเสียนเฟิงที่มองรุ่ยหลินอย่างชัดเจนเกินไป เขาไม่ใช่คนโง่ย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และนั่นทำให้บางอย่างในใจของเขาค่อย ๆ ปั่นป่วนขึ้นทีละน้อย“ศิษย์พี่”เสียงของรุ่ยหลินดังขึ้นเมื่อหันมาเห็นเขา ใบหน้างดงามของนางพลันมีรอยยิ้มทันที รอยยิ้มที่ต่างจากตอนอยู่กับเสียนเฟิง อ่อนโยนกว่า สดใสกว่า และนั่นกลับทำให้สวีอี้เฉินใจเต้นแรงขึ้นอีก เ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 67

    เกาะดอกท้อในยามสายงดงามราวภาพวาด กลีบดอกท้อสีชมพูปลิวตามสายลม บางเบาเหมือนความฝัน เสียงหัวเราะของเหล่าจอมยุทธ์และผู้มาเยือนดังสลับกับเสียงกลองประลองที่ดังก้องจากลานกลางเกาะ รุ่ยหลินเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่…สวยกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”สวีอี้เฉินเดินอยู่ข้าง ๆ สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตากลับกวาดมองรอบด้านอย่างระมัดระวัง“ยิ่งสวย…ก็ยิ่งมีอะไรซ่อนอยู่มาก”“เจ้าพูดเหมือนทุกที่อันตรายหมดเลย” นางหัวเราะ“มันก็เป็นอย่างนั้น”รุ่ยหลินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหยุดเมื่อได้ยินเสียงหนึ่ง“คุณหนูผู้นั้น…”เสียงนั้นนุ่มแต่ชัดเจนนางหันไปมอง ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เขาสวมชุดสีขาวสะอาดตา ผมยาวถูกรวบอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาและแฝงรอยยิ้มอบอุ่น แววตาของเขาจ้องมาที่นางโดยตรง“เรียกข้าหรือ” รุ่ยหลินถามชายหนุ่มก้าวเข้ามาเล็กน้อย ก่อนจะยกมือคำนับอย่างสุภาพ“ขออภัยที่เสียมารยาท ข้าเพียงรู้สึกว่าคุณหนู…ไม่เหมือนผู้ใดในที่นี้”คำพูดนั้นทำให้นางชะงัก“ข้า” นางยกคิ้ว “ข้าก็แค่คนเดินทางธรรมดา”เขายิ้ม “คนธรรมดา…คงไม่มีสายตาเช่นนั้น”สวีอี้เฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองชายหนุ่มนิ่ง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 66

    ข่าวลือเรื่อง “งานประลองยุทธประจำปีของเกาะดอกท้อ” แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลินอันอย่างรวดเร็วราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในโรงเตี๊ยมที่รุ่ยหลินและสวีอี้เฉินพักอยู่ เสียงพูดคุยของเหล่าจอมยุทธ์ดังไม่ขาดสาย“ปีนี้เกาะดอกท้อจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี!”“ได้ยินว่ามีของรางวัลเป็นอาวุธโบราณ!”“ไม่ใช่แค่นั้น…มีคนลือว่าจะมีจอมยุทธ์ลึกลับปรากฏตัวด้วย!”คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูรุ่ยหลินอย่างไม่ตั้งใจ นางวางถ้วยชาลง ดวงตาเป็นประกายทันที“เกาะดอกท้อ…”สวีอี้เฉินนั่งอยู่ตรงข้าม ยังคงสงบนิ่ง แต่ก็ไม่ได้พลาดคำสนทนา“เจ้าสนใจ” เขาถาม“แน่นอน!” นางตอบทันที “งานประลองยุทธนะ! ต้องมีคนเก่ง ๆ มากมาย”“และอันตรายมากมายด้วย” เขาเสริมรุ่ยหลินยิ้ม “เจ้าพูดแบบนี้ทุกครั้ง”“เพราะมันจริง”นางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย“แต่เจ้าก็จะไป…ใช่ไหม”เขามองนาง สายตานั้นนิ่ง…แต่ลึก“เจ้าจะไป”“ไป!” นางพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่สวีอี้เฉินจะถอนหายใจเบา ๆ“งั้น…เราก็ไป”รอยยิ้มของรุ่ยหลินกว้างขึ้นทันทีสองวันต่อมาทั้งสองเตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองหลินอัน เช้าวันนั้นฟ้ายัง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 65

    หลังจากเหตุการณ์คัมภีร์วัดมังกรฟ้าสงบลง เมืองหลินอันก็กลับคืนสู่ความคึกคักเช่นเดิม ผู้คนเดินขวักไขว่ตามถนนสายหลัก เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย กลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่ว แต่ท่ามกลางความมีชีวิตชีวานั้นในใจของรุ่ยหลินกลับเริ่มมีบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างเงียบงันเช้าวันหนึ่งรุ่ยหลินนั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องพัก มองผู้คนด้านล่างที่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ แต่สายตาของนางไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพนั้นจริง ๆ“เหม่ออะไรอยู่”เสียงของสวีอี้เฉินดังขึ้นจากด้านหลัง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้ม “ไม่มีอะไร”เขาเดินเข้ามา วางถ้วยชาไว้ข้าง ๆ นาง“เจ้าช่วงนี้เงียบไป”“ข้า” นางยกคิ้ว “ก็เหมือนเดิม”“ไม่เหมือน”คำตอบนั้นสั้นแต่ตรงรุ่ยหลินหัวเราะเบา ๆ “เจ้าสังเกตเก่งขึ้นนะ”“ข้าเป็นแบบนี้อยู่แล้ว”นางไม่ตอบเพียงรับถ้วยชาขึ้นมาดื่ม แต่หัวใจของนางกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีเหตุผลหลังจากนั้นทั้งสองออกไปเดินในเมืองเหมือนเคย ถนนหลินอันยังคงงดงามผู้คนยังคงคึกคัก แต่สำหรับรุ่ยหลินทุกอย่างดูชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ สวีอี้เฉินยังคงเหมือนเดิมสงบ เย็นชา พูดน้อย แต่ยิ่งนางอยู่ใกล้เขามากเท่าไร นางย

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 64

    รุ่งอรุณของวันที่สามหลังเหตุคัมภีร์หายไป วัดมังกรฟ้ายังคงปกคลุมด้วยความตึงเครียด แม้หมอกเช้าจะลอยบางเบาเหนือยอดสนเหมือนทุกวัน แต่ในใจของผู้คนกลับหนักอึ้งราวมีเงามืดทับอยู่ในลานหินด้านหลังหอคัมภีร์ รุ่ยหลินยืนกอดอกสีหน้าครุ่นคิด ข้างกายนางคือสวีอี้เฉินที่กำลังก้มมองรอยฝุ่นบนพื้นอย่างละเอียด“เขาหนีไปทางนี้” เขาพูดเบา ๆรุ่ยหลินพยักหน้า “รอยเท้าเบาแบบนั้น…ไม่ใช่จะปลอมได้ง่าย”“และผงสีดำที่เขาใช้” สวีอี้เฉินหยิบเศษผงขึ้นมา “น่าจะเป็นยาพิษชนิดหนึ่งของพรรคมารหมื่นพิษ”“แสดงว่า…เขาต้องมีที่พักหรือฐานลับใกล้ ๆ เมือง” รุ่ยหลินกล่าวสวีอี้เฉินลุกขึ้น “และเขาไม่มีทางหนีไปไกลพร้อมคัมภีร์สองเล่ม”ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด พวกเขาต่างเข้าใจต้องลงมือทันทีไม่นานทั้งสองก็ออกจากวัดมังกรฟ้า มุ่งหน้าลงสู่เมืองหลินอันถนนยังคงคึกคัก แต่สำหรับพวกเขาทุกอย่างดูช้าลง สายตาของสวีอี้เฉินกวาดมองผู้คนอย่างระมัดระวัง“เจ้าคิดว่าเขาจะซ่อนตัวที่ไหน” รุ่ยหลินถาม“ที่ที่ไม่มีใครสงสัย” เขาตอบ “หรือไม่ก็…ที่ที่คนไม่กล้าเข้าใกล้”รุ่ยหลินคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูด “ตลาดสมุนไพร”“เพราะอะไร”“พรรคมารหมื่นพิษใช้พิษเ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 63

    หมอกยามเช้ายังไม่ทันจางหายจากลานหินของวัดมังกรฟ้า เมืองหลินอัน ความตึงเครียดก็ปกคลุมไปทั่วทุกอณูของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้หลังจากการตรวจค้นตลอดทั้งคืน เบาะแสที่กระจัดกระจายเริ่มถูกร้อยเรียงเข้าหากันทีละน้อย ราวกับเงาของความจริงที่ค่อย ๆ เผยตัวจากความมืดภายในหอคัมภีร์พระอาวุโสและผู้ดูแลวัดต่างรวมตัวกัน สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รุ่ยหลินยืนอยู่ด้านหนึ่ง มือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว สวีอี้เฉินยืนข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเฉียบคม“ตรวจสอบคนในทั้งหมดแล้วหรือยัง” สวีอี้เฉินเอ่ยพระชราที่เป็นผู้ดูแลวัดพยักหน้า “ตรวจแล้ว…แต่ไม่มีใครผิดปกติ”“ไม่มีใครผิดปกติ…นั่นแหละผิดปกติที่สุด” รุ่ยหลินพูดเบา ๆคำพูดนั้นทำให้หลายคนชะงักในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก“พบแล้ว!”ทุกคนหันไปมองมีพระหนุ่มรูปหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา หายใจหอบ “มีคน…พยายามหนีออกจากวัดเมื่อคืน แต่ถูกขวางไว้ทัน”“ใคร” พระอาวุโสถามทันที“เป็น…ศิษย์ดูแลหอคัมภีร์”บรรยากาศเงียบงันในพริบตาไม่นาน ชายคนหนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาสวมชุดพระเช่นเดียวกับคนอื่น ใบหน้าธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่สายตาเย็นชาอย่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status