Share

บทที่ 1 ผู้ใดส่งมา

last update publish date: 2026-03-18 19:29:06

บทที่ 1 ผู้ใดส่งมา

       จางฟานอวี้ก้มมองก็เห็นว่าชุดที่ใส่อยู่ขาดเป็นรอยที่ช่วงเอวสูงขึ้นไปถึงใต้หน้าอก ถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดคนเคร่งขรึมพูดจาไม่เข้าหูคนฟัง จึงมีอาการขัดเขินเล็กๆ ออกมาให้เห็น

“ลูกตาเสียบ้านแกสิ ร่างฉันตอนนี้เพิ่งจะสิบแปดย่างสิบเก้าตึงทุกส่วน หน้าตาก็ออกจะน่ารัก ผิวก็ขาวราวหิมะแบบที่ผู้ชายชอบกันไม่ใช่รึไง” 

       โจวหลงเฉิงที่แม้จะห่างออกไปหลายช่วงตัว แต่ก็มิใช่ว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งใด มุมปากถึงกับยกยิ้ม นึกขันว่าคนที่อุตส่าห์ช่วยมานั้นเป็นสตรีประเภทใด จึงได้อวดอ้างสรรพคุณของตนเองต่อบุรุษแปลกหน้า

       เมื่อเห็นว่าหลงเฉิงคงไปหาของอีกสักพักใหญ่ ฟานอวี้จึงแกะเปียของตนเองออก แล้วยืนสะบัดผมไล่น้ำออกกลางแดด หากจะมีฉากผมสยายมัดใจชาย ผมนั้นก็ควรที่จะแห้งสนิทไม่จับตัวเป็นก้อนเสียก่อน

“เจ้าทำอันใด” เสียงสับสนของหลงเฉิงดังขึ้น

       จางฟานอวี้ที่จริงจังกับการสะบัดหัวโยกตัว เหวี่ยงผมขึ้นหน้าขึ้นหลังถึงกับชะงักค้าง “ทำให้ผมแห้ง…” นางตอบช้าๆ หันหลังไปเผชิญหน้ากับโจวหลงเฉิง ด้วยสภาพหัวไม่เป็นทรง

“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจอย่างปลงตกดังขึ้น “เจ้าจะจับข้าให้ได้ใช่หรือไม่ ทั้งใส่อาภรณ์รัดรูป เปิดเผยเนื้อหนัง ปล่อยผมต่อหน้าบุรุษ”

“ใส่ร้ายกันเกินไปแล้ว เห็นว่าท่านเดินหายไป จึงจะอาศัยช่วงนี้ทำให้ผมแห้ง ใครจะคาดคิดเล่าว่าจะกลับมารวดเร็วเช่นนี้ ส่วนเรื่องอาภรณ์ขาด…มันความผิดข้าที่ใดกัน อาภรณ์นี้สำหรับใส่เข้าป่า ข้าอยู่ในป่าก็แต่งตัวเช่นนี้ตามธรรมเนียมบ้านข้า” ฟานอวี้กอดอกไม่พอใจ จำได้ขึ้นใจแล้วว่าเหตุใดชาติก่อนจึงได้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับองค์ชายผู้นี้ “อีกอย่างนะเจ้าคะ หัวฟูขนาดนี้มันปลุกเร้ากำหนัดท่านตรงที่ใด หรือคุณชายผู้นี้มีรสนิยมประหลาดเล่า”

“อ้อจริง ดูเหมือนสตรีไม่สมประดีเช่นนี้ ต่อให้แก้ผ้าก็คงไม่คิดพิศวาส ธรรมเนียมแต่งกายประหลาดเช่นนี้มันที่ใดเล่าจะพาไปส่ง อยากจะเห็นกับตานักว่าสตรีแคว้นใด หาญกล้าใส่อาภรณ์แนบชิดกับรูปร่างไม่เกรงใจเทวดาฟ้าดินเช่นนี้”

“อยากไปให้ตายก็ไม่มีปัญญาไปหรอกเจ้าค่ะ เมืองข้านั้น ห้ามบุรุษและคนคุณธรรมต่ำเข้าไป ข้ามันคนสารเลวจึงร่วงหล่นลงมา” 

“อ้อ เมืองเช่นนั้นไม่เคยได้ยิน แต่เพราะไม่มีบุรุษจึงแต่งตัวตามใจอย่างนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ” ฟานอวี้สางผมไปพลาง “เห็นบีกินี่แล้วจะหนาว” ฟานอวี้พึมพำ

“บิกิ…บีกีนี่ อะไรของเจ้าอีก อาภรณ์ไว้ใส่ไปที่ใดของสตรีบ้านเจ้าเล่า” 

“ได้ยินด้วย?”

“ผู้ใดก็ต้องได้ยิน หากไม่ได้หูพิการ หรือหูตึงจนไม่ได้ยินคนเดินกลับมาจนอวดผมต่อหน้าบุรุษแบบเจ้า”

“ถ้ามันลำบากมากก็ลืมไปเสียเถอะเจ้าค่ะ ตรงนี้มีแค่สองคนข้าไม่พูด ท่านไม่พูด ก็เสมือนไม่มีอันใดเกิดขึ้น” ฟานอวี้ไม่เถียงกับองค์ชายสามอีก และเริ่มสะบัดผมต่อ เพราะอย่างไรเขาก็เห็นความประหลาดของนางไปแล้ว หมดประโยชน์ที่จะแสดงต่อไป

“สตรีบ้านเจ้าปล่อยตัวง่ายดายนัก เห็นทีต้องนำมาอบรมใหม่” หลงเฉิงที่อ้าปากค้างด้วยสตรีตรงหน้ากล้า หันไปก้มๆ เงยๆ ไม่สนใจเขาจึงนึกฉุน “ไม่มีบุรุษแต่มีคำไว้เรียกขาน รู้ดีว่าห้ามบุรุษเห็นตอนปล่อยผม เจ้าแต่งเรื่องก็ต้องแสดงงิ้วให้สอดรับด้วย ข้าจะให้โอกาสเจ้าโกหกใหม่อีกครั้ง”

“อยากให้ความจริงเป็นอย่างไรก็แต่งเรื่องเอาเองสิเจ้าคะ บอกแล้วไม่เชื่อก็ไม่ใช่ปัญหาอันใดของข้า” 

“เหตุใดเถียงไม่รู้ความเช่นนี้ ทำดีๆ หน่อย เจ้าเป็นสตรีนะ!”

“…” ฟานอวี้ทำทีว่าไม่ได้ยิน สะบัดหัวต่อในใจร้องเพลงจังหวะเร้าใจไปด้วย 

“นี่! ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ! แม่นาง แม่นางหูตึง!” หลงเฉิงที่ทนไม่ไหวเข้าไปตะโกนใส่หูฟานอวี้ส่งท้าย “แม่นางใจง่าย!”

ปัก! จังหวะนั้นฟานอวี้กำลังสะบัดขึ้นศีรษะจึงกระแทกเข้าที่คางของหลงเฉิงเต็มแรง

“โอ๊ย! คางข้า”

“โอ๊ย! หัวๆๆๆ หัวข้า หูด้วย หูจะแตก ตะโกนมาได้” ฟานอวี้ร้องด่าทันที แต่ในจังหวะที่จะวิ่งเข้าไปทุบซ้ำ สายตาพลันเหลือบไปเห็นแสงวิบวับจากแนวต้นไม้ 

“หลงเฉิง! ระวัง!”

       จางฟานอวี้ผลักโจวหลงเฉิงที่กุมคางของตนเองอยู่ให้ออกไปพ้นทาง จึงทำให้ตัวนางไม่อาจหลบออกจากระยะธนูได้ทันท่วงที หัวไหล่ถูกมุมแหลมของธนูดอกนั้นบาดเข้าจนได้เลือด 

       โจวหลงเฉิงปามีดสั้นออกไปปักเข้ากึ่งกลางใจของคนร้ายลอบสังหารได้พอดิบพอดี แต่มีดอีกเล่มหนึ่งกลับถูกยกจ่อเข้าที่คอของฟานอวี้ที่หมอบกุมแผลอยู่กับพื้น

“ท่าน…ท่านทำอันใด”

“เจ้ารู้นามข้าได้อย่างไร”

“ข้า…!?” จางฟานอวี้รู้ตัวดีว่าทำผิดพลาดครั้งใหญ่ จนมาถึงตอนนี้เขาและนางต่างยังไม่มีผู้ใดแนะนำชื่อเสียงเรียงนามให้กันฟัง

“นางนกต่อ! เกิดเปลี่ยนใจภายหลัง หรือนี่เป็นแผนระยะยาวของเจ้ากันแน่!” เขากดมีดลงไปจนมีเลือดซึมออกมาเป็นจุดเล็กๆ

“ไม่นะเจ้าคะ ไม่ใช่เช่นนั้น โอ๊ย!” ฟานอวี้เจ็บปวดจนน้ำตาไหลริน แผลที่ถูกลูกธนูนั้นแสบร้อนขึ้นมาเหมือนถูกไฟเผา “แสบ! โอ๊ย”

“ไม่รู้ว่าธนูของกบฏมีพิษหรือจึงได้กล้าเสี่ยงเอาตัวเข้าไปรับสร้างบุญคุณ” โจวหลงเฉิง ที่เห็นว่าไม่จำเป็นต้องขู่ฆ่าจึงวางมีดสั้นลง เขากระชากเสื้อคลุมออก ก็เห็นว่าพิษนั้นคือพิษร้ายแรงอย่างที่คาดไว้ รอบปากแผลที่เล็กเพียงนิดเดียวกำลังเดือดพล่านด้วยความร้อนจากพิษที่ทำปฏิกิริยากับเนื้อมนุษย์

“เจ้าเป็นคนของผู้ใด พูดมา!”

“ข้า…”

“แม่นางผู้ปากกล้าเมื่อครู่ไปที่ใดเสียแล้วเล่า!” หลงเฉิงเริ่มกดปลายมีดลงลึกขึ้นอีก

       จางฟานอวี้เจ็บจนมือเกร็งเล็บจิกเข้าที่แขนของหลงเฉิงอย่างแรง พยายามแข็งใจกล่าวคำตอบที่ฟังแล้วไม่ใช่การตั้งใจกวนประสาทอีกฝ่ายอย่างที่ผ่านๆ มา “ข้าได้ยินคน…เรียก ยามที่อยู่บนม้า หาได้เป็น…กบฏไม่ คนที่ขี่ม้าตาม เรียก…ท่าน เช่นนั้น”

“ข้าไม่ได้ยินผู้ใดเรียกสักครั้งเดียว”

“เรื่องนี้ไม่โกหก ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านตาย” ฟานอวี้จ้องมองไปในดวงตาของหลงเฉิง นางเริ่มมีสีหน้าซีดลง 

“ช่วยฟานอวี้ด้วย พิษนี้เจ็บเหลือเกิน” พูดจบสติสัมปชัญญะค่อยๆ เลือนไป

       โจวหลงเฉิงที่แม้จะไม่แน่ใจนักว่านางผู้นี้กล่าววาจาตามจริงหรือไม่ แต่คำที่บอกว่าไม่ต้องการให้เขาตายนั้น เขาเชื่อสนิทใจ ทั้งการปล่อยให้คนตายโดยที่ยังมิได้พิสูจน์ความผิดก็หาใช่วิสัยของเขา แม่นางนามว่าฟานอวี้จึงถูกแบกขึ้นหลัง เพื่อไปหายาถอนพิษจากร่างของนักฆ่าให้ทันท่วงที

       โชคยังดีที่พลธนูลอบสังหารผู้นี้มียาอยู่ครบถ้วน และแผลมิได้ใหญ่จนน่าหวาดหวั่นจึงสามารถทาแผลได้โดยไม่ต้องพึ่งพายากินควบคู่เหมือนอย่างทั่วไป แต่เมื่อมีนักฆ่าย่อมหมายความว่าจุดนี้ไม่ปลอดภัย และเขาจำเป็นต้องหนีเสียแล้ว ผ้าคลุมชั้นนอกที่เคยให้แม่นางแปลกหน้าสวมกันโป๊ จึงต้องนำมาผูกร่างนางติดกับตัวเขาไว้ ไม่ให้เขาต้องเสียเวลาคอยจับร่างนี้ไม่ให้หงายหลังลงไประหว่างหาทางหลบในป่า

“แม่นางฟานอวี้ เจ้าอย่าใจเสาะตายไปก่อนเสียเล่า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกร

    บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกรหลังสงครามยุติตามการลงนามของโจวหลงเฉิงในฐานะฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เขาไม่ได้คิดถึงการขยายแผ่นดินก่อนสิ่งใด แต่คิดถึงการทำให้แผ่นดินที่มีอยู่กลับมาแข็งแรงดังเดิม เมืองชายแดนที่พังทลายได้รับการฟื้นฟู ถนนหนทาง คูคลอง สะพาน ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว กรมโยธาถูกส่งออกไปทุกทิศที่สำคัญคือไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มจากชาวบ้าน เหมืองทองตามแผนที่ในมิติของฟานอวี้ถูกขุดมาใช้เพียงสองแห่ง ส่วนที่เหลืองทั้งฟานอวี้และหลงเฉิงตกลงว่าจะไม่แตะต้องหรือโลภมากไปเอามา เพราะเพียงเท่านี้รายได้จากทองคำมากพอจะซ่อมบ้านเมือง สร้างยุ้งฉาง สำนักศึกษา และสถานพยาบาล ทำให้ผู้คนมีงานทำ มีข้าวกิน และเริ่มยิ้มได้อีกครั้งหลา

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีก

    บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีกขณะเดียวกันคณะทูตจากแคว้นโม่เองกำลังเดินทางขอมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นโจว จุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาสงบศึก แต่โจวหลงเฉิงจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นอีกประการหนึ่งหลงเฉิงเห็นแล้วว่ากองทัพของแคว้นโจวที่นำด้วยปืนใหญ่และระเบิดสามารถเอาชนะแคว้นศัตรูได้ไม่ยากเย็น และแสนยานุภาพจากการทำลายทัพใหญ่ของแคว้นโม่ก็เพียงพอที่จะทำให้แคว้นอื่นไม่กล้าคิดพิเรนทร์ในช่วงเวลานี้ในช่วงเดียวกันนี้แคว้นเปาที่นำโดยจวิ๋นอ๋องก็นำคณะทูตมาหวังว่าเงื่อนไขที่เคยตกลงร่วมกันในรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะยังคงไว้ตามเดิม เพราะหากแคว้นโจวคิดจะทำให้แคว้นเปายอมเป็นแคว้นบรรณาการก็คงไม่ยากเกินไปนัก

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 83 ไม่คู่ควร

    บทที่ 83 ไม่คู่ควร“ตกลงแล้วเมื่อใดตงฟูจะกลับมาเมืองหลวงเพคะ” โจวฮุ่ยฟางเฟยที่เพิ่งจะยอมออกมาจากตำหนักน้ำค้างของมารดาเอ่ยถามพี่ชาย คืนนั้นที่เสิ่นม่านหนิง น้องชายที่ยังเป็นทารก และฟานอวี้ถูกนำตัวไป แม้ฟางเฟยจะไม่ถูกทำร้ายทางกายมากมายแต่กบฏกลุ่มนั้นสร้างแผลใจใหญ่เอาไว้ สายตาที่กบฏทั้งสองมองมาหยาบคายติดตาจนไม่อาจลืมเลือนโชคดีที่นางคิดอ่านได้รวดเร็วโกหกออกไปว่ากำลังตั้งครรภ์ จึงไม่ถูกทำลายศักดิ์ศรี เต๋อเฟยใช้โอกาสที่กบฏผู้นั้นกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เสนอตัวให้พวกเขาทำกับนางอย่างที่คิดจะทำกับบุตรสาวแทน แม้เสิ่นว่านจูจะมีอายุ แต่ความงามไม่อ่อนด้อย และหากเทียบกันแล้วอาจงดงามกว่าองค์หญิงห้าเสียด้วยซ้ำผู้เป็นมารดารอให้บุรุษน่าตายเข้าใกล้ แล้วปักปิ่นพิษที่ซ่อนไว้กับต

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 82 ไฟลาม

    บทที่ 82 ไฟลามจางเมิ่งฟานอวี้ถูกยื้อชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ บาดแผลจากระเบิดไม่ได้น่าเป็นห่วงนัก นางเพียงแค่มีแผลภายนอกและอาการฟกช้ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือครรภ์นี้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งยังไม่แข็งแรงด้วยยาห้ามครรภ์ที่เคยดื่มเมื่อครั้งที่หมอหานเข้าใจผิด“หนทางที่ดีที่สุดคือการให้พระชายานอนนิ่งๆ จนกว่าครรภ์จะแข็งแรง”“เมื่อใดหลานข้าจึงจะฟื้นกันหมอหาน” โม่ซินอี๋ถูกรับตัวเข้าวังมาเมื่อสามารถจัดการให้อยู่ในความสงบได้แล้ว“ย่อมขึ้นอยู่กับเง็กเซียนแล้วฮูหยินผู้เฒ่า แม้ผู้คนจะเชื่อว่าตัวข้าเป็นหมอเทวดา แต่ในท้ายที่สุดข้าก็เป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่ง ไม่มีสิ่งใดที่ข้าอาจหาญทำได้มากกว่านี้แล้ว”&

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้น

    บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้นหนึ่งก้านธูปก่อนวังหลวงถูกล้อมเอาไว้ กลองตีดังสนั่นเป็นสัญญาณการรบดังตั้งแต่ยามอิ๋น ปลุกคนทั้งวังหน้าและวังหลังให้ตื่นตัวอย่างพร้อมเพรียง“เสด็จแม่!” โจวฮุ่ยฟางเฟยตื่นขึ้นเป็นคนแรกรีบหันไปเขย่ากายผู้เป็นมารดาเจ้านายฝ่ายหญิงทั้งสี่ตัดสินใจนอนรวมในห้องเดียวกัน เผื่อไว้ว่าวันหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะไม่พลัดหลงไปจากกัน เมื่อทยอยตื่นกันแล้วจางเมิ่งฟานอวี้ที่ท้องอ่อนๆ อยู่ หันมองเสิ่นเจี๋ยอวี๋หลานสาวของแม่สามีด้วยความเห็นใจ คนที่ทุกข์ใจจนปวดร้าวเห็นทีจะเป็นม่านหนิง หากว่าโจวซ่งหลงสังหารองค์ชายน้อยขึ้นมา คนที่อดหลับอดนอนดูแลคงใจสลาย“เราคาดการณ์เรื่องนี้กันไว้แล้ว อย่าได้

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 80 บุกวังหลวง

    บทที่ 80 บุกวังหลวงยามเมื่อมีสงครามระหว่างแคว้นคล้ายว่าคนทุกฝ่ายคล้ายว่าจะเงียบหายตึงเครียดกันจนความรู้สึกไม่มั่นคงแผ่กระจายไปทั่วแคว้น เมืองหลวงที่เคยคึกคักก็กลายเป็นดั่งเมืองร้าง มีเพียงร้านถ่านร้านข้าวสารที่ยังขายของกันได้เพราะเป็นสิ่งจำเป็น จะมีเรื่องเอะอะเดียวก็เพียงขบวนของชินอ๋องที่มุ่งหน้าไปยังแดนตะวันตกอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรเมื่อหลายวันก่อน ชาวบ้านไปส่งขบวนแน่นหนาจนแทบเดินแทรกไม่ได้ ด้วยเป็นสงครามใหญ่ แม้ไม่อาจร่วมรบแต่ชาวบ้านก็ต้องการมีส่วน เสบียงแห้งมากมายถูกยัดเยียดให้ขบวนขององค์ชายสามซูผิงผิงเองก็อยู่ท่ามกลางชาวบ้านเช่นกัน นางถูกส่งมาสอดส่องความเป็นไปของเป้าหมายสำคัญทั้งหลาย ครั้งก่อนนางหนีทหารที่ติดตามตัวมาจากวังสามแทบไม่ทัน แต่ครั้งนี้นางแทรกตัวอยู่กับฝูงชน หากจะกลืนหายไปย่อมง่ายดายกว่า เมื่อดูจนพอแล้วจะค่อยๆ หลบ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 67 ชินอ๋องใจร้าย

    บทที่ 67 ชินอ๋องใจร้ายจางเมิ่งฟานอวี้เป็นลมหมดสติไปก่อนที่จะได้เห็นว่าชินอ๋อง นำตัวหมอหลวงกลับมาที่จวนจางสายหลัก แต่ทว่าหมอหลวงก็ไม่อาจช่วยเหลือจ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 58 เลือกทางใด

    บทที่ 58 เลือกทางใด“ไม่เป็นอันใด พวกจ้าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และข้าอยากแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าคำนินทาทำอันใดข้าไม่ได้” หลี่ม่านม่านตอบด้วยดวงตามุ่งมั่นมั่นคง เรียกให้ผู้ใหญ่โดยร

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 55 งามหรือไม่

    บทที่ 55 งามหรือไม่ในที่สุดชินอ๋องโจวหลงเฉิงก็สะสางทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งงานภายในของกองทัพ และการตั้งเหมืองเองก็พร้อมที่จะเริ่มการหยกส่งเข้

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 38 จวนจางสายรอง

    บทที่ 38 จวนจางสายรองรถม้าที่ติดป้ายสัญลักษณ์ของวังองค์ชายสามในเมืองหลวงแล่นมาจอดหน้าจวนเล็กๆ ที่จางหวนกงซื้อไว้ให้ฮูหยินอยู่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status