Beranda / รักโบราณ / หมากแค้นพลิกชะตารัก / บทที่ 17 ตื่นแล้วเจ้าค่ะ

Share

บทที่ 17 ตื่นแล้วเจ้าค่ะ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-24 22:03:51

บทที่ 17 ตื่นแล้วเจ้าค่ะ

       จางฟานอวี้มองห้องที่กงอี้เดินนำมาแล้วก็รู้สึกว่าจัดแต่งไว้ได้สวยงามดี นางนั่งลงบนที่นอนก่อนจะสั่งให้กงอี้เตรียมน้ำให้อาบ การเดินทางที่ผ่านมาทำให้ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน ทำได้เพียงแค่เช็ดตัวเท่านั้น เช่นนี้แล้วต่อให้ง่วงจนอยากทิ้งตัวนอนเพียงใดก็ควรจะต้องชำระล้างทุกส่วนให้ดีเสียก่อน

“อาภรณ์ที่คุณหนูนำมาอยู่ที่ใดเจ้าคะ บ่าวจะจัดเตรียมไว้”

“เอ…อันนี้เจ้าลองไปถามคนของญาติผู้พี่ของข้าก็แล้วกัน”

       รอคอยอยู่ครึ่งชั่วยามน้ำอาบและเสื้อผ้าใหม่ก็ถูกจัดหาให้อย่างดี เครื่องหอมถูกนำมาให้เลือกมากมายจนเสียเวลาเพราะฟานอวี้ไม่อาจเลือกกลิ่นได้เสียที กว่าจะอาบเสร็จรวมเวลาก็ปาไปชั่วยามหนึ่งเต็มๆ แต่เมื่อกลิ่นหอมสะอาดดีแล้ว เจ้าตัวก็รู้สึกผ่อนคลายจนสามารถทิ้งตัวลงนอนได้ทันที กงอี้ที่เตรียมของมาทำผมให้แก่คุณหนูจางจึงต้องล่าถอย เพราะคิดว่าหากปลุกขึ้นมาตัวนางคงต้องโทษ 

       สาวใช้จึงจุดกำยานผ่อนคลายเอาไว้ ก่อนจะจัดผ้าห่มให้เข้าที่ และนั่งรออยู่เผื่อว่าฟานอวี้จะตื่นขึ้นมา 

.

.

.

       กงอี้ที่นั่งรอจนเผลอหลับไปด้วย ตกใจตื่นขึ้นมาให้ช่วงหัวค่ำ เพราะเสียเคาะที่หน้าประตู

“นางกินอะไรแล้วหรือยัง” องค์ชายสามที่ประชุมกับเหล่าทั้งวาณิชมาทั้งวันแต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปตัดสินใจให้ทุกคนไปพักผ่อนเสียก่อน

“ยังเจ้าค่ะ คุณหนูอาบน้ำเสร็จก็หลับยาวมาจนถึงตอนนี้ บ่าวไม่กล้าปลุกเจ้าค่ะ” กงอี้ก้มหัวตอบคำถาม พยายามซ่อนอาการว่าตัวนางก็แอบหลับไปเช่นกัน

“เจ้าไปยกอาหารมาให้ข้ากับญาติผู้น้องเถอะ ตั้งไว้ที่โต๊ะหน้าห้องนี่แหละ ไม่ต้องไปไกล เสร็จแล้วเจ้าก็ไปพักได้เลย ค่อยมาดูแลนางต่อช่วงเช้า” 

“เจ้าค่ะนายท่าน” กงอี้พยักหน้ารับคำ เตรียมจะเข้าไปปลุกคุณหนูให้ลุกขึ้นมาทำผมอย่างง่าย เพราะแม้จะเป็นญาติกันก็มิใช่เหมาะสมที่จะเห็นสตรีสยายผม แต่นางกลับถูกเรียกตัวเอาไว้

“เจ้าจะไปไหน”

“ไปทำผมให้คุณหนูเจ้าค่ะ” 

“ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าจัดการเอง” 

       จบประโยคองค์ชายสามในฐานะนายท่านถังก็เดินเข้าไปในห้องนอนรับรองทันที กงอี้ที่เพิ่งตื่นยังคิดอ่านไม่ได้ฉับไวนักจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นเจ้านายเขย่าปลุกคนหลับถึงเนื้อถึงตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะขู่ว่าหากไม่ตื่นเขาจะจูบจนกว่าคุณหนูฟานอวี้ผู้นั้นจะขาดอากาศหายใจ กงอี้ก็เข้าใจในทันทีว่าผู้ที่จะมาเป็นนายหญิงของหอการค้าถังคือคนที่บ่าวทั้งจวนเกี่ยงกันไม่อยากดูแลผู้นี้ต่างหาก

       สองเท้าเล็กๆ ของบ่าวที่กุมความลับใหญ่รีบเดินไปยังโรงครัวให้จัดเตรียมอาหาร เสร็จงานแล้วนางจะรีบอาบน้ำนอนทันที เพราะหากยังตื่นอยู่คงไม่อาจสงบปากไม่ยอมกล่าววาจาหักหน้าพวกที่ชอบถือว่าตนเองเป็นพวกคุณหนูซูมาข่มคนอื่นแน่

“ป้าจู ข้ามาเบิกอาหารเย็นให้นายท่านถังและญาติผู้น้องของท่านเจ้าค่ะ” กงอี้กลั้นยิ้มเอ่ยปากกับโรงครัว

“แค่สองชุดเท่านั้นหรือ มิใช่ว่าปกตินายท่านจะรับมื้อเย็นกับว่าที่นายหญิงหรอกหรือ” ป้าจูที่คอยเป็นผู้ส่งอาหารให้แก่วาณิชทั้งหลายถามด้วยความไม่มั่นใจนัก

“ครั้งนี้พาญาติผู้น้องมา คงไม่ต้องการให้คุณหนูเบื่อหน่ายก็ได้ ข้าก็ไม่รู้ ทำตามที่นายท่านสั่งเท่านั้น” กงอี้บอกปัด

“นายท่านสั่งหรือคุณหนูญาติผู้น้องนั่นเป็นคนบอกให้เจ้ามาทำเช่นนี้กันแน่ หิ้วท้องรอจนนายท่านเลิกประชุมอย่างกับว่าเป็นนกรู้” บ่าวคนสนิทของซูผิงผิงทำตาขวางแขวะฟานอวี้ที่ไม่ได้อยู่รับรู้เสียด้วยซ้ำ

“ข้าจะโกหกไปด้วยเหตุอันใด คุณหนูเหนื่อยจากการเดินทางหลับอยู่ทั้งวัน มิได้หิ้วท้องรอบุรุษอย่างที่ปากสกปรกของเจ้าพูดมา” กงอี้คิ้วกระตุกแทนคนที่เพิ่งไปรับใช้ได้แค่วันเดียว ด้วยรู้สึกว่าบ่าวในจวนไม่ให้โอกาสคุณหนูผู้นี้แม้แต่น้อย

“หลับทั้งวัน อ๋อ…พวกสตรีในห้องหอไร้สมอง นั่งๆ นอนๆ รอยั่วยวนบุรุษนั่นเอง”

“มากเกินไปแล้ว หากนายท่านมาได้ยินเจ้าถูกลงโทษแน่!” กงอี้ลั่นวาจาด้วยเชื่อเต็มใจว่าฟานอวี้คือหญิงคนรักของเจ้านาย

“ไปฟ้องเสียสิ” บ่าวหญิงยกยิ้มอย่างมีชัย หันไปสั่งจัดอาหารกับป้าจูต่อในทันที “ป้าเอาสองชุด อย่างไรนายท่านถังย่อมต้องมารับอาหารกับว่าที่นายหญิงดังเดิม”

“รอเดี๋ยว ของญาติผู้น้องนายท่านใกล้ได้แล้ว” ป้าจูที่ได้คำสั่งขัดแย้งกันลิบถอนหายใจออกมา ดีนักที่วันนี้นางมีลางสังหรณ์แปลกๆ จึงทำอาหารไว้มากกว่าจำนวนคนเสียหน่อย

“ทำไมป้าจัดสองที่ ข้าก็บอกแล้วว่าอย่างไรก็ต้องมากินกับว่าที่นายหญิง” 

“ข้าจัดสองที่ให้ทั้งคู่นั่นแหละ เมื่อไม่รู้ว่าผู้ใดโกหกข้าก็ต้องปกป้องตัวเอง เกิดเชื่อเจ้าแล้วฝั่งกงอี้เป็นนายท่านสั่งมาจริง ข้าก็ถูกโบยสิ” ป้าจูผู้รู้เอาตัวรอดยิ่งกว่าใครในจวนตอบ นางจะไม่ยอมให้การทะเลาะกันของคนในจวนพาให้คนโรงครัวของนางต้องโชคร้ายแน่

“เสียของสิ้นเปลืองเปล่าๆ ดูสิมาแค่วันเดียวก็ล้างผลาญแล้ว”

       กงอี้กล่าวขอบคุณป้าจูเบาๆ แล้วยกอาหารเย็นสองชุดที่วางเบียดกันบนถาดเดียวแยกออกมา นางแทบจะต้องกัดลิ้นไม่ให้แพร่งพรายความสัมพันธ์ของนายท่านและว่าที่นายหญิงตัวจริง ด้วยกลัวว่าพูดไปจะสะใจแค่ยามนี้ แต่ทำให้คุณหนูลำบากในการปกครองผู้คนในภายหลัง ด้วยลักลอบใกล้ชิดกับนายท่านก่อนคำนับฟ้าดินให้เรียบร้อย กงอี้กลับไปจัดไว้บนโต๊ะหน้าห้องรับรองจนเรียบร้อย จากนั้นก็เดินเข้าไปตามเจ้านายทั้งสอง

“นายท่านถัง คุณหนู อาหารพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” กงอี้ก้มหน้าบอกกล่าว แล้วรีบถอยออกไป แต่แม้จะพยายามไม่มองก็เห็นอยู่ว่าคุณหนูนั่งตักนายท่านถังอยู่ด้วยความชิดใกล้

ก่อนหน้านี้สองก้านธูป

“หากไม่ยอมตื่น ข้าจะจูบจนเจ้าขาดอากาศหายใจ” องค์ชายสามพูดข้างหูฟานอวี้ที่กำลังงัวเงีย

“ไม่เอานะ…ตะ ตื่น ตื่นแล้วเจ้าค่ะ” แพขนตางอนยกขึ้นลงถี่ๆ ตามการกะพริบของเปลือกตากลม

“ตื่นแล้วก็ลืมตาให้มันดีหน่อย” โจวหลงเฉิงดึงเปลือกตาของฟานอวี้ให้เปิดขึ้น นั่นจึงทำให้คนถูกกลั่นแกล้งยอมขยับกายลุกขึ้นมานั่งหน้าบูด

“องค์ชายทำเช่นนี้ไม่ดีเลยเพคะ” ฟานอวี้ตีอกขององค์ชายสามเบาๆ ทีหนึ่ง

“เหตุใดปล่อยผมเช่นนี้ คิดจะยั่วยวนสามีหรือไม่” หลงเฉิงถามเมื่ออีกฝ่ายตื่นดีแล้ว

“ใครจะทำเช่นนั้นกันเพคะ ทีแรกเพียงแต่จะงีบรอให้กงอี้มาทำผมให้ แต่คงเพราะนางวิ่งวุ่นดูแลหม่อมฉันเพียงผู้เดียว กว่าจะเก็บของเสร็จฟานอวี้ก็หลับลึกไปเสียแล้ว อีกอย่างหม่อมฉันไม่มีสามีเสียหน่อย” จางฟานอวี้อธิบายยืดยาว แต่ประโยคสุดท้ายนางกล่าวพึมพำอยู่เพียงผู้เดียว

“พูดใหม่ เจ้ามีหรือไม่มีสามีกันแน่” โจวหลงเฉิงหรี่ตามอง

“ไม่มีเพคะ ไปเรียกใครมาถามก็ต้องตอบตรงกันว่าฟานอวี้ไม่มีสามีเป็นตัวเป็นตน” ฟานอวี้ยู่หน้าอย่างดื้อดึง แทรกตัวลงจากเตียง แต่กลับถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้จนเซล้ม เปิดโอกาสให้องค์ชายสามคว้าตัวฟานอวี้ไปนั่งตัก

“หากเรื่องวันนั้นเจ้าก็แกล้งลืม ส่วนเปิ่นหวางก็จดจำไม่ได้ด้วยฤทธิ์เหล้า เราควรจะต้องทำซ้ำให้จำได้ขึ้นใจดีหรือไม่ ยิ่งเนื้อตัวไม่มีร่องรอยก็แปลว่าเปิ่นหวางข้ามขั้นตอนไปหลายสิ่ง ย่อมหมายความว่าหนึ่งครั้งตามสิทธิ์ยังไม่สมบูรณ์มิใช่หรือ”

       โจวหลงเฉิงไม่เพียงแต่พูดปากและลมหายใจร้อนๆ ของบุรุษที่เป็นหนุ่มเต็มที่เคล้าคลออยู่บริเวณลำคอขาวผ่อง ปากร้อนๆ กล่าววาจาหว่านล้อมคิดจะตักตวงกำไรจากเนื้อหวาน ทั้งยังพรมจูบอ่อนโยนไปทั่วบริเวณ

“หยุดนะเพคะ” ฟานอวี้ที่เกือบจะเผลอไผลตามความอ่อนหวานที่ได้รับรีบเรียกสติของตนเองกลับคืนมา “ปล่อยฟานอวี้เถิด” นางเงยหน้าสบเข้ากับแววตาที่ฉายชัดว่าปรารถนาในตัวนางเพียงใด แต่หากฟานอวี้โอนอ่อนคำโกหกที่โป้ปดไว้ย่อมถูกจับได้ตั้งแต่ยังไม่มีความผูกพันอื่นมารั้งไว้ไม่ให้เขากำจัดนางไปให้พ้นๆ อย่างง่ายดาย

       สำหรับฟานอวี้แล้ว นางคิดว่าตนเองคงเปรียบเสมือนชิ้นปลามันที่หลงเฉิงต้องการลิ้มลอง นางเองก็มิใช่ว่าไร้ความงาม การละม้ายคล้ายคุณหนูผู้งดงามอันดับหนึ่งถึงเจ็ดแปดส่วนย่อมเป็นข้อบ่งบอกชัดเจน แม้องค์ชายสามจะว่ากล่าวไว้อย่างไร เรื่องนี้ก็หาใช่ข้อครหาต้องมานั่งถกเถียงว่างามหรือไม่ ไหนจะเรื่องที่เขาคิดว่าตนเองไม่อาจจำได้เลยว่าได้เสียกับฟานอวี้แล้ว หากเขาจะสงสัยว่าร่างกายนี้เป็นอย่างไรในมุมเช่นนั้นก็คงไม่ผิดแปลก

       แต่ที่ผิดแปลกเห็นจะเป็นตัวนางเองที่เผลอไปกับสัมผัสของเขา หรือนี่อาจเป็นคำสาปของสตรีที่ผ่านเรื่องเช่นนี้มาจนนับครั้งไม่ถ้วนใช่หรือไม่ ทำให้สัมผัสเพียงนิดก็เพียงพอให้นางจุดติด พร้อมจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบุรุษที่มีเพียงความอ่อนโยนให้เล็กน้อย ตำหนิจากชาติที่ผ่านมาทำลายนางจนหมดสิ้นแล้วหรืออย่างไรกัน

       ฟานอวี้คิดกล่าวโทษตนเองอย่างผิดๆ ตกอยู่ในภวังค์ความคิดตน จนไม่อาจได้ยินเสียงเรียกขององค์ชายสาม น้ำตาสายเล็กไหลลงมาบนแก้มสีแดงเรื่อ ทำให้หลงเฉิงต้องเขย่าเรียกให้มีสติกลับมาในที่สุด

“ฟานอวี้!”

“เพคะ” คนถูกเรียกตอบรับด้วยความมึนงง

“ร้องไห้ทำไมกัน บอกไว้แล้วไม่ใช่หรือว่าหลังจากนี้จะเพียงแค่หยอกเย้า หากเจ้าบอกให้หยุด ข้าก็จะหยุด”

“เพคะ” ฟานอวี้ตอบรับเงียบๆ ไม่อาจบอกออกไปได้ตามความจริง

“แต่เจ้าต้องเลิกพูดว่าข้าไม่ใช่สามีเมื่ออยู่กันตามลำพัง” หลงเฉิงกระชับอ้อมแขนไว้หลวมๆ

“แต่หม่อมฉันมิ…” ฟานอวี้ยังพูดไม่ทันจบ ปากก็ถูกครอบครองเอาไปเป็นเจ้าของจนฟันกระทบริมฝีปากเบาๆ เพราะขยับตัวหนีผิดจังหวะ

       โจวหลงเฉิงกดเก็บคำโต้เถียงของสตรีเอาไว้ให้อู้อี้ในลำคอ มือหนาตรึงท้ายทอยสวยเอาไว้ แรงบดจูบยิ่งโหมรุนแรงขึ้น เมื่อรู้สึกได้ถึงมือเล็กๆ เคลื่อนมาจับไว้บนบ่า เสียงที่ฟังแล้วปั่นป่วนอยู่ในท้องดังออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็หยุดลงอย่างกะทันหัน เพราะคนตัวโตถอนจูบออกไปเสียก่อน

“อื้อ…หลงเฉิง” ฟานอวี้พึมพำเรียกออกมาฟังแล้วดูยั่วยวน

“หากไม่ต้องการให้เลยเถิด จงสั่งให้เปิ่นหวางหยุด” องค์ชายสามกล่าวทั้งที่ยังจับจ้องที่ปากฉ่ำไม่วางตา

“ยะ..หยุด…เพคะ” ฟานอวี้กล่าวจบก็ถูกปล่อยมือออกจากท้ายทอยให้เป็นอิสระ 

       โจวหลงเฉิงเกยคางไว้บนไหล่ของสตรีที่ก่อกวนความคิดของเขาจนน่ารำคาญ หากทำให้นางยอมอุ่นเตียงได้ ไม่แน่ว่าความสงสัยจนหมกมุ่นครั้งนี้อาจเจือจางลงบ้าง ยามนี้เขาคงทำได้เพียงตะล่อมให้ฟานอวี้เคยชินกับสัมผัสของตนไปเสียก่อน วันหนึ่งแม่นางที่ยังหาที่มาไม่ได้ อาจจะยินยอมพร้อมใจด้วยตนเอง และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กงอี้เดินเข้ามาแจ้งว่าอาหารพร้อมแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกร

    บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกรหลังสงครามยุติตามการลงนามของโจวหลงเฉิงในฐานะฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เขาไม่ได้คิดถึงการขยายแผ่นดินก่อนสิ่งใด แต่คิดถึงการทำให้แผ่นดินที่มีอยู่กลับมาแข็งแรงดังเดิม เมืองชายแดนที่พังทลายได้รับการฟื้นฟู ถนนหนทาง คูคลอง สะพาน ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว กรมโยธาถูกส่งออกไปทุกทิศที่สำคัญคือไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มจากชาวบ้าน เหมืองทองตามแผนที่ในมิติของฟานอวี้ถูกขุดมาใช้เพียงสองแห่ง ส่วนที่เหลืองทั้งฟานอวี้และหลงเฉิงตกลงว่าจะไม่แตะต้องหรือโลภมากไปเอามา เพราะเพียงเท่านี้รายได้จากทองคำมากพอจะซ่อมบ้านเมือง สร้างยุ้งฉาง สำนักศึกษา และสถานพยาบาล ทำให้ผู้คนมีงานทำ มีข้าวกิน และเริ่มยิ้มได้อีกครั้งหลา

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีก

    บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีกขณะเดียวกันคณะทูตจากแคว้นโม่เองกำลังเดินทางขอมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นโจว จุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาสงบศึก แต่โจวหลงเฉิงจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นอีกประการหนึ่งหลงเฉิงเห็นแล้วว่ากองทัพของแคว้นโจวที่นำด้วยปืนใหญ่และระเบิดสามารถเอาชนะแคว้นศัตรูได้ไม่ยากเย็น และแสนยานุภาพจากการทำลายทัพใหญ่ของแคว้นโม่ก็เพียงพอที่จะทำให้แคว้นอื่นไม่กล้าคิดพิเรนทร์ในช่วงเวลานี้ในช่วงเดียวกันนี้แคว้นเปาที่นำโดยจวิ๋นอ๋องก็นำคณะทูตมาหวังว่าเงื่อนไขที่เคยตกลงร่วมกันในรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะยังคงไว้ตามเดิม เพราะหากแคว้นโจวคิดจะทำให้แคว้นเปายอมเป็นแคว้นบรรณาการก็คงไม่ยากเกินไปนัก

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 83 ไม่คู่ควร

    บทที่ 83 ไม่คู่ควร“ตกลงแล้วเมื่อใดตงฟูจะกลับมาเมืองหลวงเพคะ” โจวฮุ่ยฟางเฟยที่เพิ่งจะยอมออกมาจากตำหนักน้ำค้างของมารดาเอ่ยถามพี่ชาย คืนนั้นที่เสิ่นม่านหนิง น้องชายที่ยังเป็นทารก และฟานอวี้ถูกนำตัวไป แม้ฟางเฟยจะไม่ถูกทำร้ายทางกายมากมายแต่กบฏกลุ่มนั้นสร้างแผลใจใหญ่เอาไว้ สายตาที่กบฏทั้งสองมองมาหยาบคายติดตาจนไม่อาจลืมเลือนโชคดีที่นางคิดอ่านได้รวดเร็วโกหกออกไปว่ากำลังตั้งครรภ์ จึงไม่ถูกทำลายศักดิ์ศรี เต๋อเฟยใช้โอกาสที่กบฏผู้นั้นกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เสนอตัวให้พวกเขาทำกับนางอย่างที่คิดจะทำกับบุตรสาวแทน แม้เสิ่นว่านจูจะมีอายุ แต่ความงามไม่อ่อนด้อย และหากเทียบกันแล้วอาจงดงามกว่าองค์หญิงห้าเสียด้วยซ้ำผู้เป็นมารดารอให้บุรุษน่าตายเข้าใกล้ แล้วปักปิ่นพิษที่ซ่อนไว้กับต

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 82 ไฟลาม

    บทที่ 82 ไฟลามจางเมิ่งฟานอวี้ถูกยื้อชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ บาดแผลจากระเบิดไม่ได้น่าเป็นห่วงนัก นางเพียงแค่มีแผลภายนอกและอาการฟกช้ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือครรภ์นี้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งยังไม่แข็งแรงด้วยยาห้ามครรภ์ที่เคยดื่มเมื่อครั้งที่หมอหานเข้าใจผิด“หนทางที่ดีที่สุดคือการให้พระชายานอนนิ่งๆ จนกว่าครรภ์จะแข็งแรง”“เมื่อใดหลานข้าจึงจะฟื้นกันหมอหาน” โม่ซินอี๋ถูกรับตัวเข้าวังมาเมื่อสามารถจัดการให้อยู่ในความสงบได้แล้ว“ย่อมขึ้นอยู่กับเง็กเซียนแล้วฮูหยินผู้เฒ่า แม้ผู้คนจะเชื่อว่าตัวข้าเป็นหมอเทวดา แต่ในท้ายที่สุดข้าก็เป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่ง ไม่มีสิ่งใดที่ข้าอาจหาญทำได้มากกว่านี้แล้ว”&

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้น

    บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้นหนึ่งก้านธูปก่อนวังหลวงถูกล้อมเอาไว้ กลองตีดังสนั่นเป็นสัญญาณการรบดังตั้งแต่ยามอิ๋น ปลุกคนทั้งวังหน้าและวังหลังให้ตื่นตัวอย่างพร้อมเพรียง“เสด็จแม่!” โจวฮุ่ยฟางเฟยตื่นขึ้นเป็นคนแรกรีบหันไปเขย่ากายผู้เป็นมารดาเจ้านายฝ่ายหญิงทั้งสี่ตัดสินใจนอนรวมในห้องเดียวกัน เผื่อไว้ว่าวันหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะไม่พลัดหลงไปจากกัน เมื่อทยอยตื่นกันแล้วจางเมิ่งฟานอวี้ที่ท้องอ่อนๆ อยู่ หันมองเสิ่นเจี๋ยอวี๋หลานสาวของแม่สามีด้วยความเห็นใจ คนที่ทุกข์ใจจนปวดร้าวเห็นทีจะเป็นม่านหนิง หากว่าโจวซ่งหลงสังหารองค์ชายน้อยขึ้นมา คนที่อดหลับอดนอนดูแลคงใจสลาย“เราคาดการณ์เรื่องนี้กันไว้แล้ว อย่าได้

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 80 บุกวังหลวง

    บทที่ 80 บุกวังหลวงยามเมื่อมีสงครามระหว่างแคว้นคล้ายว่าคนทุกฝ่ายคล้ายว่าจะเงียบหายตึงเครียดกันจนความรู้สึกไม่มั่นคงแผ่กระจายไปทั่วแคว้น เมืองหลวงที่เคยคึกคักก็กลายเป็นดั่งเมืองร้าง มีเพียงร้านถ่านร้านข้าวสารที่ยังขายของกันได้เพราะเป็นสิ่งจำเป็น จะมีเรื่องเอะอะเดียวก็เพียงขบวนของชินอ๋องที่มุ่งหน้าไปยังแดนตะวันตกอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรเมื่อหลายวันก่อน ชาวบ้านไปส่งขบวนแน่นหนาจนแทบเดินแทรกไม่ได้ ด้วยเป็นสงครามใหญ่ แม้ไม่อาจร่วมรบแต่ชาวบ้านก็ต้องการมีส่วน เสบียงแห้งมากมายถูกยัดเยียดให้ขบวนขององค์ชายสามซูผิงผิงเองก็อยู่ท่ามกลางชาวบ้านเช่นกัน นางถูกส่งมาสอดส่องความเป็นไปของเป้าหมายสำคัญทั้งหลาย ครั้งก่อนนางหนีทหารที่ติดตามตัวมาจากวังสามแทบไม่ทัน แต่ครั้งนี้นางแทรกตัวอยู่กับฝูงชน หากจะกลืนหายไปย่อมง่ายดายกว่า เมื่อดูจนพอแล้วจะค่อยๆ หลบ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 19 นายท่านถังไม่ควรเข้าห้องคุณหนู

    บทที่ 19 นายท่านถังไม่ควรเข้าห้องคุณหนู“อิ่มแล้วหรือไม่เพคะ” ฟานอวี้ที่ถูกปล่อยให้มานั่งรอองค์ชายสามกินอาหารบ้าง เอ่ยถามก่อนที่จะต้องปิดปากหาว“อย่าเพิ่งง่วง กินอิ่มไปไม่นาน นอนทันทีจะไม่ดี”“คืนเดียวไม่เป็นกรดไหลย้อนหรอกหน่า ง่วงจะตายอยู่แล้วเพคะ” ฟานอวี้บ่นอุบ ที่จริงหากไม่ถูกสั่งให้นั่งอยู่เฉยๆ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 18 คนสอดรู้มิได้มีเพียงหนึ่ง

    บทที่ 18 คนสอดรู้มิได้มีเพียงหนึ่ง“ปล่อยนะเจ้าคะ ท้องข้ามันร้องหิวข้าวแล้ว น่าอายจะตาย” ฟานอวี้ที่เห็นว่ามีคนมาก็เปลี่ยนวิธีการพูดให้เหมาะสมกับการปลอมตัวขององค์ชายทันที“อาย? เพราะท้องร้อง? ไม่ใช่ว่าอายที่บ่าวเห็นว่าท่าทางยามนี้ว่าเป็นเช่นไรหรอกหรือ” หลงเฉิงเย้า “แต่-”“ชู่…” หลงเฉิงส่ายหน้าไม่ใ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 16 ว่าที่นายหญิง

    บทที่ 16 ว่าที่นายหญิง“มีเรื่องอันใดกัน” สตรีใบหน้าผุดผาดยืนสง่าในอาภรณ์สีชมพูเข้ม ใบหน้าแต่งแต้มสีฉูดฉาด แต่กลับไม่ได้ดูเหมือนนางเอกงิ้วอย่างที่ควรเป็น เพราะเจ้าตัวมีเครื่องหน้าจัดจ้านจึงทำให้ออกมาพอดีกัน ผมที่ลงน้ำมันจนเงาวับทุกเส้นเรียงตัวงดงาม ต่างจากฟานอวี้ที่เพิ่งเดินทางไกลมาลิบลับ“บ่าวมีเร

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 15 นายท่านแห่งกลุ่มการค้า

    บทที่ 15 นายท่านแห่งกลุ่มการค้า การเดินทางบนรถม้าระยะเวลาหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน ในที่สุดคณะขององค์ชายสามก็มาถึงจุดหมาย ช่วงสายของวันมีแสงอ่อนๆ ส่องลอดเข้ามาจากม่านหน้าต่าง จางฟานอวี้มีน้ำตาที่คั่งค้างคลออยู่บนใบหน้า ดวงตาปิดแน่นเริ่มขยับไปมา ด้วยแสงของดวงอาทิตย์ส่องเข้ามารบกวนการหลับ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status