Inicio / รักโบราณ / หมากแค้นพลิกชะตารัก / บทที่ 15 นายท่านแห่งกลุ่มการค้า

Compartir

บทที่ 15 นายท่านแห่งกลุ่มการค้า

last update Fecha de publicación: 2026-03-24 22:03:18

บทที่ 15 นายท่านแห่งกลุ่มการค้า

       การเดินทางบนรถม้าระยะเวลาหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน ในที่สุดคณะขององค์ชายสามก็มาถึงจุดหมาย ช่วงสายของวันมีแสงอ่อนๆ ส่องลอดเข้ามาจากม่านหน้าต่าง 

       จางฟานอวี้มีน้ำตาที่คั่งค้างคลออยู่บนใบหน้า ดวงตาปิดแน่นเริ่มขยับไปมา ด้วยแสงของดวงอาทิตย์ส่องเข้ามารบกวนการหลับนอน

“แม่นางหัวกระเซิง ตื่นได้แล้วหรือไม่” องค์ชายสามเรียกพลางเขย่าตัวฟานอวี้เบาๆ

“อื้อ ไม่เอา ง่วง” สตรีที่ยังอยากนอนอีกสักหน่อย ด้วยการหลับบนรถม้ามิได้สบายมากนัก ต้องนั่งทนให้หัวสั่นหัวคลอน จังหวะที่จะหลับได้ก็ถูกปลุกขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ กว่าจะงีบลงได้สนิทตาก็เป็นยามที่ออกมาจากเขตภูเขาและเข้าสู่ถนนดินเมื่อเริ่มมีบ้านคนหนาแน่นขึ้นแล้วเท่านั้นแหละ

“หากไม่ตื่นเปิ่นหวางจะทิ้งเจ้าไว้บนรถม้า”

“ไม่ได้นะเพคะ!” ฟานอวี้ที่กลัวถูกทิ้งไว้ผู้เดียวโดยไร้ทางไป รีบลืมตาตื่นเด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรงแม้จะยังมึนงง แต่ก็พยายามกะพริบตาถี่ๆ ยกมือน้อยตีแก้มตนเองเบาๆ

“ข้ามีนามว่าอันใดเมื่ออยู่ที่นี่” 

“ถังเจาหลงเพคะ”

“เจ้าค่ะ” องค์ชายสามกล่าวเสียงดุ

“เจ้าค่ะ” ฟานอวี้พูดตามคำย้ำของผู้เป็นองค์ชาย

“ดีมาก ลงไปได้” โจวหลงเฉิงกล่าวจบก็ลงจากรถม้าไปก่อน

       จางฟานอวี้ใช้เวลาอีกครู่หนึ่งตั้งสติตนเองให้มั่น จากนั้นนางก็ก้าวลงไปเองโดยมิได้รอให้ผู้ใดมาประคอง เมื่อลงมาแล้วก็ต้องตกใจไม่น้อยที่มีคนมากมายยื่นรอรับอยู่สองข้างทาง เงยหน้าขึ้นไปก็พบกับป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า ‘กลุ่มการค้าถังหลง’ 

       คนที่ยังงัวเงียยามนี้ ตื่นขึ้นเต็มตา ในหัวมีความคิดมากมายผุดขึ้นมา ประการแรกที่เด่นชัดที่สุดคือกระแสแห่งการรับรู้ว่าองค์ชายสามนั้น คือถังเจาหลงแห่งกลุ่มการค้าถังหลง

นี่มัน…มิใช่คนที่องค์ชายรองแย่งการประมูลท่าเรือพาณิชย์ที่แคว้นโจวเปิดให้ค้ากำไรได้เพียงแห่งเดียวหรือ

       ฟานอวี้เริ่มหันมองรอบข้าง เพราะยามนั้นด้วยความสาระแนอยู่ไม่สุขของตนเองจึงได้รู้ว่าองค์ชายรองมีคนแฝงอยู่ในกลุ่มการค้าถังหลง สืบข้อเสนอการประมูลมาจากกลุ่มการค้า และให้คนของตนยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าเพียงเล็กน้อยให้กับกรมคลัง

       ท่าเรือทำกำไรนี้ เดิมทีก็เป็นของแคว้น แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงเล็งเห็นว่า หากจะทำให้ท่าเรือที่ห่างไกลและผุพังเกิดการพัฒนา ควรมีท่าเรือที่กลุ่มพ่อค้าบริหารจัดการตนเอง ดึงดูดด้วยการเป็นท่าเรือปลอดภาษี ทำเลย่ำแย่เพราะไม่ติดกับเมืองสำคัญใดๆ ของแคว้น แต่แลกกับการที่สามารถนำสินค้าเข้าแคว้นโจวได้โดยไม่ต้องจ่ายตำลึงใด

       ผ่านไปเพียงหกปีเขตพื้นที่ที่เคยรกร้างกลายเป็นเมืองที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอาศัย มีกิจการมากมายก่อตัวขึ้น เมืองท่าและเมืองเล็กๆ ข้างเคียง เติบโตขยายใหญ่สร้างภาษีทางอ้อมได้มากกว่าที่งดเว้นไปเสียด้วยซ้ำ ท่าเรือไป๋เหมยแห่งนี้กลายเป็นท่าเรือที่โด่งดัง เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสำคัญ

       องค์ชายรองอาศัยความสะดวกสบายที่ผู้อื่นสร้างไว้ให้แล้วขูดรีดเอากำไรค่าเทียบท่า และค่าเช่าแผงร้านค้ามาใช้จ่ายในการผลักดันให้ตนเองได้ขึ้นครองบัลลังก์จนเกินควร เมื่อสูบเลือดจากท่าเรือมาจนหมดก็ทิ้งขว้างให้ผู้อื่นต้องมาเริ่มต้นสร้างใหม่ ครั้งนั้นฟานอวี้พยายามหาแก้ตัวให้องค์ชายรองสารพัด นางอ้างในใจให้มองข้ามเรื่องนี้ไป พยายามเข้าใจว่าองค์ชายจำเป็นต้องทำเพื่อบัลลังก์ แต่แล้วคนคดโกงจะเป็นฮ่องเต้ผู้ทรงธรรมได้อย่างไร ขนาดการบริหารท่าเรือยังปั่นป่วนจนย่อยยับลง

       เพิ่งจะได้รู้ว่าที่แท้แล้วเงินนี้ก็ดึงออกมาจากกระเป๋าคู่แข่งอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าองค์ชายรองรู้เกี่ยวกับตัวตนขององค์ชายสามในฐานะพ่อค้าหรือไม่ ก็นับว่าแข่งแบบไร้ศักดิ์ศรีเกินไป

“นายท่านถังมาได้ถูกจังหวะเวลายิ่ง ยามนี้ใกล้ถึงเวลาประมูลสัญญาท่าเรือสามปีแล้วขอรับ” ชายที่มีดวงตาเหยี่ยวผู้หนึ่งกล่าว

“อืมท่าเรือนี้สำคัญยิ่ง ได้คาดการณ์สิ่งที่กลุ่มอื่นจะเสนอไว้หรือไม่” โจวหลงเฉิงเริ่มต้นคุยสะสางการงานทันที 

“จากที่ไปสืบก็น่าห่วงอยู่”

“อืม คงเริ่มเห็นว่ามีแววทำกำไรได้กันแล้ว”

“คุณหนูท่านนี้ใครกันหรือนายท่านถัง” หนึ่งในพ่อค้าในเครือกลุ่มการค้าถังหลงเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าถังเจาหลงไม่ยอมแนะนำแม่นางที่นั่งมาในรถม้าคันเดียวกันเสียที

“อ้อ จางฟานอวี้เป็นญาติผู้น้องฝ่ายมารดาของข้าเอง ท่านน้าต้องการให้นางได้ออกมาเปิดหูเปิดตาบ้างจึงให้ติดตามมาด้วย” 

       องค์ชายสามที่แนะนำคนก็ดันหลังฟานอวี้ที่ยืนนิ่งไม่สบตาผู้ใดให้ออกมาด้านหน้า ตัวคนถูกแนะนำนั้นคล้ายว่ากำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง

“ฟานอวี้?” หลงเฉิงเรียกอีกครั้งเมื่อคนที่สมควรจะต้องกล่าวคารวะผู้อาวุโสกว่าไม่ยอมปริปาก

“เจ้าคะ?” ฟานอวี้เงยหน้ามองกะพริบตาพริบๆ

        โจวหลงเฉิงส่งสายตาให้ฟานอวี้มองรอบกายตนเอง ดวงหน้างามผินมองตามพบว่ามีผู้อาวุโสสี่คนจับจ้องนางมาเป็นตาเดียว

“คารวะผู้อาวุโสทั้งหลายเจ้าค่ะ เดินทางมิได้หยุดพักจึงเหม่อลอยไปบ้าง ขอท่านทั้งหลายอย่าได้ถือสาแม่นางน้อยไม่เป็นประสาผู้นี้เลยนะเจ้าคะ” ฟานอวี้ประสานมือโค้งอย่างนอบน้อม

“ฮ่าๆ อืมน่าเอ็นดูนัก” ชายที่ดูแล้วมีอายุมากที่สุดหัวเราะพลางลูบหนวดเคราของตนเองไปด้วย

“ให้ใครพาญาติผู้น้องของข้าดูหอการค้าให้ทั่ว แล้วจัดห้องพักรับรองที่ติดกับข้าไว้ให้ฟานอวี้ด้วย” หลงเฉิงหันไปสั่งบ่าวหญิงที่ยืนรออยู่ จากนั้นก็หันไปหาสตรีข้างกาย “ดูทั่วแล้วให้กินอาหารที่ห้อง ข้าต้องหารือเรื่องงาน”

“เจ้าค่ะ” ฟานอวี้พยักหน้ารับ รู้ว่าเขาคงไปคุยเรื่องข้อเสนอการประมูลท่าเรือเป็นแน่ 

       นางถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไรให้องค์ชายสามไม่แพ้การประมูล แม้จะรู้ว่ามีไส้ศึกอยู่ภายในกลุ่มการค้า แต่นางไม่รู้เลยว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ใด ชายหรือหญิง ดำขาว อ้วนผอม ไม่มีคำใบ้ใดที่จดจำไว้ได้เลย เรื่องที่เกิดภายในปีแรกของชาติเก่า หากนับเวลาก็ร่วมสิบปีแล้ว จะหลงลืมรายละเอียดปลีกย่อยก็คงมิได้แปลกประหลาด

“ผู้ใดจะรู้ได้กันว่าเรื่องนี้จะมาสำคัญภายหลัง”

“คุณหนูจางว่าอันใดนะเจ้าคะ” บ่าวหญิงผู้เดียวที่เหลืออยู่หน้าหอการค้าเอ่ยถาม

“ไม่มีอันใด” ฟานอวี้ยิ้ม “คนอื่นไปไหนกันหมดเสียแล้ว”

“พอเหล่าท่านพ่อค้าเข้าไปด้านใน บ่าวผู้อื่นก็แยกย้ายกันไปรับใช้เจ้าค่ะ เหลือเพียงบ่าวให้ดูแลคุณหนูตามคำสั่งนายท่านถัง ส่วนคนของนายท่านแยกย้ายกันไปแต่แรกแล้วเจ้าค่ะ” 

“เจ้าจับได้ไม้สั้นสินะ” ฟานอวี้คลี่ยิ้มหัวเราะน้อยๆ

       บ่าวหญิงที่คราแรกคิดว่าคุณหนูผู้นี้จะเป็นดอกบัวขาว ต่อหน้าบุรุษอย่าง ต่อหน้าสตรีอีกอย่าง แต่เมื่อเห็นว่าท่าทางของคุณหนูจางยังเป็นเช่นเดิมก็ทำให้ยิ้มออก 

“บ่าวมาอยู่ที่หอการค้าทีหลังสุด เมื่อมีงานที่ไม่มีผู้ใดอยากทำก็เป็นเช่นนี้ แต่ดูแลคุณหนูน่าจะทำให้บ่าวสบายขึ้นมากกว่าเจ้าค่ะ”

“ข้าอาจจะเรื่องมากก็ได้” ฟานอวี้แสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่นานก็หลุดยิ้มออกมาเองเมื่อเห็นบ่าวหญิงที่รอนำทางมีสีหน้าซีดเซียว

“อย่าทำหน้าตาเยี่ยงนั้น ข้าไม่ชมชอบทำให้ผู้ใดทุกข์ร้อนโดยไม่มีเหตุ นั่นหมายรวมถึงตัวข้าเองก็เช่นกัน ภายในใจจะมีเรื่องเจ็บช้ำเพียงใดก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวขมขื่น ขี้โมโห หรืออมทุกข์ เพราะตัวข้าไม่สมควรต้องเจ็บช้ำจมอยู่กับความทรมานแม้แต่เศษเสี้ยวลมหายใจเดียว”

       จางฟานอวี้ยิ้มบางออกมาอย่างไม่จริงใจนัก ตัวนางที่ได้เกิดใหม่พยายามอย่างหนักในทุกลมหายใจไม่ให้ตัวเองนั่งตรอมใจกับโชคชะตาที่ผ่านมา นางกลัวว่าหากวันหนึ่งยอมให้เพลิงแค้นเข้าครอบงำจนเปลี่ยนตัวตนไป มันอาจทำให้ตนเองถูกเผาไหม้ด้วยไฟนั้นก่อนที่จะได้ชำระความกับผู้ที่สมควรเจ็บปวดไปเสียก่อน

“บ่าวโง่เขลาไม่อาจเข้าใจได้ว่าคุณหนูจางกำลังหมายถึงสิ่งใด แต่บ่าวขอให้คุณหนูพบพานแต่ความสุข คุณหนูตามบ่าวมาเถิดจวนรับรองหลังหอการค้างดงามหาตัวจับยากอย่างแท้จริงเจ้าค่ะ”

“นำทางไปเถิด” 

       สองเท้าขยับตามบ่าวหญิงที่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามผ่านประตูใหญ่เข้าไป โถงของหอการค้ามีสินค้าของพ่อค้าแต่ละคนจัดแสดงให้เห็นงดงามเด่นชัด เมื่อเลยเข้าไปถึงด้านหลังจึงจะเป็นจวนขนาดใหญ่ ที่ทำไว้ให้พ่อค้าแต่ละคนสามารถเข้าพักเมื่อมาที่หอการค้า 

“เพิ่งรู้ว่ากลุ่มการค้าถังหลงมีจวนใหญ่เช่นนี้ด้วย” ฟานอวี้หันมองจวนทั้งสามที่หันเข้าหากันทำให้ตรงกลางมีพื้นที่สวน และมีการก่อห้องสำหรับหารือไว้ตรงกลาง เมื่อมองลองไปก็เห็นว่าเหล่าวาณิชทั้งห้ากำลังถกกันท่ามกลางกองกระดาษบนโต๊ะกลม “แล้วมีท่านวาณิชคนใดอยู่ประจำที่นี่หรือไม่”

“ที่นี่เป็นที่ตั้งหลัก จึงใหญ่โตเป็นพิเศษเจ้าค่ะ มีเพียงนายท่านถังที่จะมาอยู่ระยะยาวบ้าง แต่พ่อค้าท่านอื่นจะมาเฉพาะช่วง ด้วยทำการค้าเป็นหลักอยู่เมืองอื่น นายท่านถังรวมวาณิชที่ทำการค้าอยู่คนละพื้นที่มาตั้งเป็นกลุ่มการค้านี้เจ้าค่ะ”

“เข้าใจแล้ว” ฟานอวี้พยักหน้า

“คนเก่าแก่บอกกันว่าแรกเริ่มมีแค่นายท่านถังผู้เดียว แต่เพราะต้องการให้มีเส้นทางกระจายสินค้าที่มาเทียบท่าเรือจึงได้เริ่มขยายเครือข่ายชักชวนวาณิชในเขตอื่นมาจนครอบคลุมทั่วแคว้นเจ้าค่ะ”

“รวมคนเพราะต้องการดึงดูดให้มีเรือมาเทียบท่านี่เอง”

“คุณหนูจางไปห้องพักรับรองเลยดีหรือไม่ นอนเอาแรงเสียหนึ่งตื่น” บ่าวหญิงค้อมหัวถามอย่างนอบน้อม

“เอาสิ จะ-” ฟานอวี้ที่กำลังจะถามชื่อของบ่าวหญิงที่มาดูแลนาง ต้องหยุดพูดไปเสียก่อน เพราะเห็นสตรีดวงหน้างดงามผุดผาดผู้หนึ่งที่นางคุ้นตาอย่างประหลาด “นั่นผู้ใดกัน”

“นั่น…”

“บ่าวไม่ยอมนะเจ้าคะ!” เสียงตวาดแว๊ดดังขึ้นขัดคำตอบของคนที่กำลังจะตอบคำถามให้จางฟานอวี้คลายความสงสัย

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกร

    บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกรหลังสงครามยุติตามการลงนามของโจวหลงเฉิงในฐานะฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เขาไม่ได้คิดถึงการขยายแผ่นดินก่อนสิ่งใด แต่คิดถึงการทำให้แผ่นดินที่มีอยู่กลับมาแข็งแรงดังเดิม เมืองชายแดนที่พังทลายได้รับการฟื้นฟู ถนนหนทาง คูคลอง สะพาน ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว กรมโยธาถูกส่งออกไปทุกทิศที่สำคัญคือไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มจากชาวบ้าน เหมืองทองตามแผนที่ในมิติของฟานอวี้ถูกขุดมาใช้เพียงสองแห่ง ส่วนที่เหลืองทั้งฟานอวี้และหลงเฉิงตกลงว่าจะไม่แตะต้องหรือโลภมากไปเอามา เพราะเพียงเท่านี้รายได้จากทองคำมากพอจะซ่อมบ้านเมือง สร้างยุ้งฉาง สำนักศึกษา และสถานพยาบาล ทำให้ผู้คนมีงานทำ มีข้าวกิน และเริ่มยิ้มได้อีกครั้งหลา

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีก

    บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีกขณะเดียวกันคณะทูตจากแคว้นโม่เองกำลังเดินทางขอมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นโจว จุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาสงบศึก แต่โจวหลงเฉิงจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นอีกประการหนึ่งหลงเฉิงเห็นแล้วว่ากองทัพของแคว้นโจวที่นำด้วยปืนใหญ่และระเบิดสามารถเอาชนะแคว้นศัตรูได้ไม่ยากเย็น และแสนยานุภาพจากการทำลายทัพใหญ่ของแคว้นโม่ก็เพียงพอที่จะทำให้แคว้นอื่นไม่กล้าคิดพิเรนทร์ในช่วงเวลานี้ในช่วงเดียวกันนี้แคว้นเปาที่นำโดยจวิ๋นอ๋องก็นำคณะทูตมาหวังว่าเงื่อนไขที่เคยตกลงร่วมกันในรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะยังคงไว้ตามเดิม เพราะหากแคว้นโจวคิดจะทำให้แคว้นเปายอมเป็นแคว้นบรรณาการก็คงไม่ยากเกินไปนัก

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 83 ไม่คู่ควร

    บทที่ 83 ไม่คู่ควร“ตกลงแล้วเมื่อใดตงฟูจะกลับมาเมืองหลวงเพคะ” โจวฮุ่ยฟางเฟยที่เพิ่งจะยอมออกมาจากตำหนักน้ำค้างของมารดาเอ่ยถามพี่ชาย คืนนั้นที่เสิ่นม่านหนิง น้องชายที่ยังเป็นทารก และฟานอวี้ถูกนำตัวไป แม้ฟางเฟยจะไม่ถูกทำร้ายทางกายมากมายแต่กบฏกลุ่มนั้นสร้างแผลใจใหญ่เอาไว้ สายตาที่กบฏทั้งสองมองมาหยาบคายติดตาจนไม่อาจลืมเลือนโชคดีที่นางคิดอ่านได้รวดเร็วโกหกออกไปว่ากำลังตั้งครรภ์ จึงไม่ถูกทำลายศักดิ์ศรี เต๋อเฟยใช้โอกาสที่กบฏผู้นั้นกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เสนอตัวให้พวกเขาทำกับนางอย่างที่คิดจะทำกับบุตรสาวแทน แม้เสิ่นว่านจูจะมีอายุ แต่ความงามไม่อ่อนด้อย และหากเทียบกันแล้วอาจงดงามกว่าองค์หญิงห้าเสียด้วยซ้ำผู้เป็นมารดารอให้บุรุษน่าตายเข้าใกล้ แล้วปักปิ่นพิษที่ซ่อนไว้กับต

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 82 ไฟลาม

    บทที่ 82 ไฟลามจางเมิ่งฟานอวี้ถูกยื้อชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ บาดแผลจากระเบิดไม่ได้น่าเป็นห่วงนัก นางเพียงแค่มีแผลภายนอกและอาการฟกช้ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือครรภ์นี้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งยังไม่แข็งแรงด้วยยาห้ามครรภ์ที่เคยดื่มเมื่อครั้งที่หมอหานเข้าใจผิด“หนทางที่ดีที่สุดคือการให้พระชายานอนนิ่งๆ จนกว่าครรภ์จะแข็งแรง”“เมื่อใดหลานข้าจึงจะฟื้นกันหมอหาน” โม่ซินอี๋ถูกรับตัวเข้าวังมาเมื่อสามารถจัดการให้อยู่ในความสงบได้แล้ว“ย่อมขึ้นอยู่กับเง็กเซียนแล้วฮูหยินผู้เฒ่า แม้ผู้คนจะเชื่อว่าตัวข้าเป็นหมอเทวดา แต่ในท้ายที่สุดข้าก็เป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่ง ไม่มีสิ่งใดที่ข้าอาจหาญทำได้มากกว่านี้แล้ว”&

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้น

    บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้นหนึ่งก้านธูปก่อนวังหลวงถูกล้อมเอาไว้ กลองตีดังสนั่นเป็นสัญญาณการรบดังตั้งแต่ยามอิ๋น ปลุกคนทั้งวังหน้าและวังหลังให้ตื่นตัวอย่างพร้อมเพรียง“เสด็จแม่!” โจวฮุ่ยฟางเฟยตื่นขึ้นเป็นคนแรกรีบหันไปเขย่ากายผู้เป็นมารดาเจ้านายฝ่ายหญิงทั้งสี่ตัดสินใจนอนรวมในห้องเดียวกัน เผื่อไว้ว่าวันหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะไม่พลัดหลงไปจากกัน เมื่อทยอยตื่นกันแล้วจางเมิ่งฟานอวี้ที่ท้องอ่อนๆ อยู่ หันมองเสิ่นเจี๋ยอวี๋หลานสาวของแม่สามีด้วยความเห็นใจ คนที่ทุกข์ใจจนปวดร้าวเห็นทีจะเป็นม่านหนิง หากว่าโจวซ่งหลงสังหารองค์ชายน้อยขึ้นมา คนที่อดหลับอดนอนดูแลคงใจสลาย“เราคาดการณ์เรื่องนี้กันไว้แล้ว อย่าได้

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 80 บุกวังหลวง

    บทที่ 80 บุกวังหลวงยามเมื่อมีสงครามระหว่างแคว้นคล้ายว่าคนทุกฝ่ายคล้ายว่าจะเงียบหายตึงเครียดกันจนความรู้สึกไม่มั่นคงแผ่กระจายไปทั่วแคว้น เมืองหลวงที่เคยคึกคักก็กลายเป็นดั่งเมืองร้าง มีเพียงร้านถ่านร้านข้าวสารที่ยังขายของกันได้เพราะเป็นสิ่งจำเป็น จะมีเรื่องเอะอะเดียวก็เพียงขบวนของชินอ๋องที่มุ่งหน้าไปยังแดนตะวันตกอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรเมื่อหลายวันก่อน ชาวบ้านไปส่งขบวนแน่นหนาจนแทบเดินแทรกไม่ได้ ด้วยเป็นสงครามใหญ่ แม้ไม่อาจร่วมรบแต่ชาวบ้านก็ต้องการมีส่วน เสบียงแห้งมากมายถูกยัดเยียดให้ขบวนขององค์ชายสามซูผิงผิงเองก็อยู่ท่ามกลางชาวบ้านเช่นกัน นางถูกส่งมาสอดส่องความเป็นไปของเป้าหมายสำคัญทั้งหลาย ครั้งก่อนนางหนีทหารที่ติดตามตัวมาจากวังสามแทบไม่ทัน แต่ครั้งนี้นางแทรกตัวอยู่กับฝูงชน หากจะกลืนหายไปย่อมง่ายดายกว่า เมื่อดูจนพอแล้วจะค่อยๆ หลบ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 21 ข้าไม่ได้ทำ

    บทที่ 21 ข้าไม่ได้ทำ“ตระกูลซู…ขุนนางในเมืองรองขั้นเจ็ดหรือแปด ข้าพอจะกล่าวถูกหรือไม่” ฟานอวี้ถามกงอี้ออกไปเบาๆ“เจ้าค่ะคุณหนู นางคือคุณหนูซูผิงผิง” กงอี้กระซิบบอก“ที่แท้ก็เป็นเจ้า หมายความว่าอันใด นายท่านก็กล่าวถึงข้าให้ฟังบ้างใช่หรือไม่ หึ รู้แล้วสินะว่าตัวข้าน่ะสำคัญเพียงใด!” ซูผิงผิงตะค

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 20 เจอตัวหนอน

    บทที่ 20 เจอตัวหนอน บ่าวหญิงที่ตั้งใจจะนำอาหารที่บ่าวกินกันมาให้ฟานอวี้กินยามเช้าไม่ต้องเล่นลูกไม้อันใดเลย ด้วยป้าจูไม่อยู่กำกับดูแลครัว ด้วยต้องออกไปเลือกวัตถุดิบจากท่าเรือมาจัดงานเลี้ยงภายในของจวนหอการค้า จึงทำให้เป็นบ่าวอีกชุดมาดูแลอาหารทดแทน คนเหล่านั้นเป็นพวกพ้องที่ภักดีต่อคุณหนู

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 19 นายท่านถังไม่ควรเข้าห้องคุณหนู

    บทที่ 19 นายท่านถังไม่ควรเข้าห้องคุณหนู“อิ่มแล้วหรือไม่เพคะ” ฟานอวี้ที่ถูกปล่อยให้มานั่งรอองค์ชายสามกินอาหารบ้าง เอ่ยถามก่อนที่จะต้องปิดปากหาว“อย่าเพิ่งง่วง กินอิ่มไปไม่นาน นอนทันทีจะไม่ดี”“คืนเดียวไม่เป็นกรดไหลย้อนหรอกหน่า ง่วงจะตายอยู่แล้วเพคะ” ฟานอวี้บ่นอุบ ที่จริงหากไม่ถูกสั่งให้นั่งอยู่เฉยๆ

  • หมากแค้นพลิกชะตารัก   บทที่ 18 คนสอดรู้มิได้มีเพียงหนึ่ง

    บทที่ 18 คนสอดรู้มิได้มีเพียงหนึ่ง“ปล่อยนะเจ้าคะ ท้องข้ามันร้องหิวข้าวแล้ว น่าอายจะตาย” ฟานอวี้ที่เห็นว่ามีคนมาก็เปลี่ยนวิธีการพูดให้เหมาะสมกับการปลอมตัวขององค์ชายทันที“อาย? เพราะท้องร้อง? ไม่ใช่ว่าอายที่บ่าวเห็นว่าท่าทางยามนี้ว่าเป็นเช่นไรหรอกหรือ” หลงเฉิงเย้า “แต่-”“ชู่…” หลงเฉิงส่ายหน้าไม่ใ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status