Masuk“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ
“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน นั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว “เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต้องรายงานให้อาเธอรู้ทุกเรื่อง แล้วสุดท้ายเธอก็โดนบ่นโดนดุ คิดดูสิคนแบบนี้มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะ “อย่างฉันไม่เรียกขี้ฟ้อง เขาเรียกบอกเล่าตามความจริงต่างหาก คนที่นิสัยเสีย ขี้ดื้อ เอาแต่ใจ ไม่เคยสนความรู้สึกใครแบบเธอต่างหากที่แย่ยิ่งกว่า” โดนชี้หน้าด่าแบบนั้นจากที่เห็ดหอมจะยอมเดินออกจากห้องดีๆ อาการปรี๊ดแตกก็ทำให้คนตัวเล็กปากคอสั่นเพราะความโกรธ “ไอ้บ้าตะวัน! แกด่าฉันเหรอ” “เออ! แต่จะคิดว่าเป็นคำชมก็แล้วแต่” ตวาดใส่เจอตวาดกลับ ดูซิว่าใครแม่งจะแก้วหูแตกก่อนกัน ตะวันหันหลังคิดจะกลับไปนอนต่อ มันสมควรหรือไงที่เขาต้องแหกขี้ตาตื่นมาทะเลาะกับยายบ้านี่ให้เสียสุขภาพจิต ทว่าเขาดันต้องมาปวดหัวมากกว่าเดิมเมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมจบง่ายๆ “โอ๊ย! แม่ง ทำอะไรของเธอวะเนี่ย” เผลอแป๊บเดียวเห็ดหอมกระโดดขี่หลังเกาะแน่นเป็นตุ๊กแกเกาะผนังห้อง ไม่พอแค่นั้นยังปากเล็กๆ ของเธอที่ซ่อนฟันขาวคมงับกัดใบหูเขาเต็มแรง แล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าหมาบ้าได้ไง “เจ็บนะโว๊ย! ยัยบ้านี่! ทำอะไรของเธอวะ” ตะวันพยายามสะบัดตัวเพื่อสลัดเห็ดหอมออกไป แต่เธอก็ยิ่งเกาะรัดลำคอเขาแน่นกว่าเดิม วิธีเดียวที่คิดได้ในตอนนี้คือ… ตุ้บ! “อ๊ะ!” เขาเดินเข้าห้องแล้วจึงทุ่มตัวหงายหลังทับคนตัวเล็กเต็มๆ นั่นแหละเห็ดหอมที่ทั้งเจ็บและจุกถึงจะยอมปล่อยได้สักที ทว่าตะวันก็เหมือนจะลืมตัว ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้าหาร่างบางที่นอนแผ่หลา ปีนขึ้นคร่อมพร้อมจับกดข้อมือเล็กไม่ให้ดิ้นหนี “นี่เจ็บนะ! จะทำอะไรของแก” ยอมรับว่าตกใจแต่ความปากดียังมีอยู่ เห็ดหอมตะคอกถามพร้อมพยายามสะบัดตัวดีดดิ้นเหมือนนางเอกละครที่กำลังจะโดนพระเอกปู้ยี่ปู้ยำ “ทีตัวเองทำคนอื่นก่อนไม่คิด พอโดนทำคืนบ้างก็อย่าโวยวายดิ” ตะวันยื่นหน้าเข้ามาพูดใกล้มาก แล้วเห็ดหอมก็เพิ่งจะได้สติว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ใส่เสื้อ คงชอบถอดเสื้อตอนนอนเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ สายตาไม่รักดีแทนที่มันจะโฟกัสแค่หน้าไอ้เด็กนี่ แต่ดันเหลือบไปเห็นหัวนมอมชมพูของเขา สติสตังของเธอแทบกระเจิดกระเจิงจนต้องสูดลมหายใจแรงๆ เรียกเอามันกลับคืนมา “ละ…ลุกออกไป!” “เสียงสั่นเชียว กลัวเหรอ” เหมือนอีกฝ่ายจะรู้อาการของเธอถึงได้ยิ้มถามราวกับตั้งใจปั่นประสาท ใบหน้าที่ค่อยๆ โน้มลงต่ำทำใจเธอเต้นตึกตักไม่สู้ดี เผลอหลับตาปี๋ตอนปลายจมูกเราชนกัน “ทีแบบนี้ทำมาเป็นกลัว ตอนยั่วฉันครั้งก่อนลืมไปหมดแล้วสิ” เสียงพูดที่ดังใกล้หูมากๆ ทำให้เธอต้องค่อยๆ ลืมตาขึ้นในขณะกลั้นหายใจอยู่ด้วย ใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์ของตะวันประจันหน้าสบตาเธอนิ่ง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นราวกับจะสะกดเธอไม่ให้หลบหน้าไปมองอย่างอื่นได้ “ใครบอกว่าฉันกลัว! ฉันก็แค่หมดอารมณ์ที่จะยั่วแกแล้วก็แค่นั้นแหละ” เธอใช้คำว่าหมดอารมณ์ทั้งที่เขาออกจะหล่อเหลาขนาดนี้? ตะวันดันลิ้นใส่กระพุ้งแก้มก่อนจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ยิ่งได้อยู่ใกล้และสัมผัสเนื้อตัวนุ่มนิ่มของเห็ดหอม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำเขาเสียอาการและวอกแวกไม่น้อยเหมือนกัน ตัวเธอหอมมาก กลิ่นหอมที่เตะจมูกทุกครั้งเหมือนอยู่ในทุ่งดอกไม้ แค่กลิ่นก็ยังทำเขาเคลิบเคลิ้มจนต้องเรียกสติตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเรียกเท่าไรก็ไม่ได้ผล สติเขาหลุดไปนู่นแล้ว “งั้นฉันช่วยปลุกอารมณ์ให้ดีไหม..” “ตะวัน..อื้อออ!” ริมฝีปากร้อนฉ่าทาบทับกลีบปากบางแสนนุ่มนิ่ม บดเคล้าร้อนแรงตั้งแต่เริ่มไม่มีคำว่าเนิบนาบนุ่มนวลอะไรทั้งนั้น จากที่คิดว่าจะไม่จูบก็จูบเข้าจนได้ คิดว่าห้ามใจตัวเองไหวแต่ตอนนี้มันชักจะไม่ใช่อีกแล้ว แทนที่เห็ดหอมควรรักนวลสงวนตัว ผลักร่างตะวันออกหรือดีดดิ้นทุบตีเขาหน่อย แต่นี่เธอกลับทำตรงกันข้ามด้วยการเกี่ยวโน้มลำคอแกร่งและจูบโต้ตอบเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ เสียงดูดลิ้นเคล้าหยาดน้ำลายดังขึ้นอย่างร้อนแรง เรียวปากอวบอิ่มแทบจะโดนตะวันกลืนกินเข้าไป เขาดูโหยหาสิ่งนี้มากกว่าที่เธอคิดเสียอีก ราวกับว่าเขารอเวลานี้มานานแล้ว เรียวลิ้นอุ่นสอดสำรวจไปทั่วโพรงปากเล็ก ผลัดกันชิมรสชาติหวานล้ำของอีกฝ่าย ไม่รู้ของขาดมานานหรือติดใจจนถึงตอนนี้ก็ยังผละริมฝีปากออกมาไม่ได้ มันทั้งนุ่ม ทั้งหวาน ดีไปหมด… “อึก..อือออ~” จูบที่แทบจะพรากลมหายใจเธอไปด้วย เห็ดหอมจ้องริมฝีปากสีแดงก่ำของตะวันที่เพิ่งจะจูบเธออย่างร้อนแรงไปเมื่อครู่ ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา แค่ตาจ้องตา ใบหน้าหล่อเหลาก็ซุกไซ้ลำคอขาวหอมกรุ่นราวคนตายอดตายอยาก ลืมสิ้นความง่วงก่อนหน้ามีแต่ความอยากเข้าครอบงำต้องการปลดปล่อย ก็บอกแล้วไง…เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะต้องทน ในเมื่อมีเนื้อชิ้นหวานล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า ใครบ้างจะไม่อยากลิ้มลอง “อื้อออ~ ตะวัน” เสียงครางหวานๆ คือเชื้อเพลิงสุมไฟในตัวตะวัน ลุกแล้วก็ยากจะดับลงได้ “ตอนนี้มีอารมณ์แล้วสินะ” “อะ…ไอ้บ้า อื้อออ~” “ตัวหอมจังวะ” ขนาดเพิ่งตื่นยังตัวหอมขนาดนี้ แล้วถ้าอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ จะขนาดไหน เขาอดจินตนาการไม่ได้เลย “อื้มมม นายก็ตัวหอมเหมือนกัน อ๊ะ..” “ยั่วเหรอ ยั่วแบบนี้รู้ไหมจะโดนอะไร” ริมฝีปากหนางับเข้าที่ซอกคอเบาๆ พยายามไม่ทิ้งรอยเอาไว้เพราะร่างกายคนตัวเล็กยังต้องใช้ทำงานต่อ นัยน์ตาสีหวานจ้องเขานิ่ง แต่ดูแล้วทำไมเหมือนเธอจงใจยั่วยิ่งกว่าเดิมกันนะ “โดนอะไรเหรอ” อ่า..พูดเสร็จแล้วกัดปากแบบนั้นคืออะไร แบบนี้มันเปิดทางให้เลยไม่ใช่เหรอ “อยากรู้ก็ให้ฉันถอดกางเกงดิ กล้าปะล่ะ” “อย่ามาท้าคนอย่างฉัน” “ไม่ได้ท้า ฉันเอาจริง ถ้าอยากรู้ว่ายั่วฉันมากๆ แล้วจะโดนอะไรก็ถอดกางเกงออกแล้วอ้าขาให้กว้างๆ เดี๋ยวฉันจะทำให้ดูเอง” ไม่เคยคิดว่าตะวันอันตรายมากเท่านี้มาก่อนก็วันนี้แหละ ไอ้เด็กนี่มันโคตรตอบโจทย์เธอเลยเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







