Masukเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน
“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว” “ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย “ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมอง เห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’ ‘โห ท่านหิรัญมีลูกสาวสวยขนาดนี้เลยเหรอ’ ‘ดีกรีไม่ธรรมดานะคนนี้ เป็นดาราดังด้วย’ ทุกเสียงที่ได้ยินกำลังกล่าวชื่นชมเธอ แต่เห็ดหอมไม่ได้หันมองใครทั้งนั้น แววตาเรียบนิ่งและใบหน้าสะสวยกำลังกดความมึนตึงซ่อนลึกไม่ให้ปรากฏทางสีหน้า จะมีก็แต่ข้าวทิพย์ที่หันไปส่งยิ้มให้คนเหล่านั้นแทน ร่างบางราวนางแบบเดินไปหาบิดาซึ่งกำลังควงแขนยัยแม่เลี้ยง ยืนคุยอะไรบางอย่างกับคนกลุ่มหนึ่ง เมื่อเห็นเธอท่านก็กวักมือเรียกเข้าไปหาในทันที “น้องเห็ดลูก นี่คุณอาไพรัชเพื่อนป๊า ส่วนนั่นพี่ภาณุ ลูกชายอาไพรัช” ท่านหิรัญแนะนำคนทั้งคู่ให้ลูกสาวรู้จักด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี งานแต่งของตัวเองในวันนี้ทำให้ท่านหิรัญรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง “สวัสดีค่ะคุณอา สวัสดีค่ะคุณภาณุ” เห็ดหอมยกมือไหว้ตามมารยาท ใบหน้าสวยเรียบนิ่งไร้รอยยิ้มจนดูเหมือนคนเย่อหยิ่ง “เรียกพี่ภาณุเฉยๆ ก็ได้ครับ” อีกฝ่ายต่างหากที่ยิ้มหวานจับใจ มองเธอตาเยิ้มเหมือนไม่เคยเจอผู้หญิงมาก่อนเลยในชีวิตนี้ “น้องเห็ดหอมตัวจริงนี่สวยกว่าในทีวีอีกนะครับเนี่ย” คำชมเหล่านี้เห็ดหอมได้ยินมาเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว ทว่าจะเสียมารยาทให้ปะป๊าขายขี้หน้าไม่ได้อีก “ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ” ฝืนยิ้มไปหนึ่งที ตามองร่างสูงในชุดสูทสีขาว วันนี้ปะป๊าของเธอหล่อมาก หล่อเหมือนในรูปแต่งงานที่ถ่ายคู่กับแม่เธอเลย คุณอาไพรัชและพี่ภาณุชวนเห็ดหอมคุยไปเรื่อย ถามเรื่องนั้นเรื่องนี้โดยที่บางคำถามปะป๊าก็จะช่วยตอบ ส่วนยัยดาวไถเงียบปากสนิทคงกำลังทำตัวเป็นอากาศธาตุไม่มีตัวตนเพื่อไม่ให้เธอแผลงฤทธิ์กลางงาน “แล้วน้องเห็ดหอมยังไม่มีแฟนเหรอครับ สวยขนาดนี้” แววตาชายหนุ่มกำลังเฝ้ารอคำตอบด้วยใจจดจ่อ แต่เห็ดหอมยังไม่ทันตอบคำถามนั้น ท่านหิรัญก็ชิงตอบเสียเอง “ยังหรอกภาณุ วันๆ น้องเห็ดทำแต่งาน เดี๋ยวก็อัดรายการ เดี๋ยวก็งานอีเวนต์ จะเอาเวลาไหนไปมี” ที่ปะป๊าพูดเหมือนกำลังพยายามพรีเซนต์เธอให้พี่ภาณุฟังยังไงก็ไม่รู้ “ว่างๆ ภาณุก็ชวนน้องไปทานข้าวบ้างสิ จะได้ทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ไง ดีไหม” ไม่ใช่แค่พรีเซนต์อย่างเดียวแล้วล่ะ แต่กำลังจะหาลูกเขยให้ตัวเองชัดๆ มีอย่างที่ไหนให้ผู้ชายชวนลูกสาวตัวเองออกเดตอ้อมๆ เห็ดหอมทนยอมยืนคุยได้อีกไม่นานก็รีบขอตัวออกมา ดูเหมือนพี่ภาณุจะอยากตามเธอมาด้วย นั่นทำให้เห็ดหอมต้องสับเท้าก้าวเร็วเสียยิ่งกว่าเดิม บอกตามตรงเธอรู้สึกไม่ถูกชะตาผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกเจอ สายตาที่เขามองเธอดูเจ้าชู้และก็แพรวพราวเหมือนพยายามหว่านเสน่ห์ยังไงไม่รู้ แต่ทั้งชีวิตเห็ดหอมเจอผู้ชายหล่อมานักต่อนัก อย่างแก๊งอาคิเรย์ก็มีแต่คนหล่อขั้นเทพ ไหนจะเพื่อนพ้องในวงการแสดงอีก ภูมิต้านทานคนหล่อของเธอจึงทำงานได้ดี “ทั้งสองคนช่วยกันไอ้หมอนั่นไปไกลๆ หน่อย ฉันไม่อยากคุยกับเขา” เห็ดหอมเอ่ยบอกตะวันและข้าวทิพย์ที่ตามประกบติดเธอเป็นบอดีการ์ดส่วนตัวคู่กัน เมื่อได้รับคำสั่งแบบนั้นก็ต้องจัดการให้ทันที ข้าวทิพย์ดูจะหัวไวในเรื่องสร้างสถานการณ์ เธอหมุนตัวกลับแล้วแกล้งเดินสะดุดล้มใส่ภาณุ “อุ๊ย! ขะ…ขอโทษค่ะ ส้นรองเท้ามันไม่ดีแล้วพื้นตรงนี้ก็ลื่น คุณเจ็บตรงไหนมั้ยคะ” “ไม่ครับ ผมไม่เป็นอะไร” ภาณุไม่ได้สนใจผู้หญิงคนอื่นนอกจากเห็ดหอม เขาจึงไม่สนใจผู้หญิงที่เดินชน แต่เพียงคลาดสายตาครู่เดียว ร่างบางของคนที่หมายปองก็หายไปเสียแล้ว ชายหนุ่มกำลังจะเดินไปตามทิศทางที่เห็นเห็ดหอมปรากฏตัวล่าสุดก่อนหายไป ข้าวทิพย์ที่มองออกไม่ยอมให้เขาได้ทำเช่นนั้น เธอใช้ความน่าสงสารเข้าล่อหวังให้ภาณุใจอ่อน “เมื่อกี้น้องเห็ดหอมเดินไปทางไหน นายเห็นหรือเปล่า” เขาไม่แม้แต่จะช่วยพยุงข้าวทิพย์แม้แต่น้อย กลับหันไปถามตะวันแทน และคำตอบที่ได้ก็คือ… “ทางนั้นครับ” ตะวันชี้บอกทาง หากแต่เป็นคนละทางกับที่ยายตัวแสบเพิ่งเดินไป ใจจริงก็ไม่ได้อยากจะช่วยหรอก แต่ความเป็นผู้ชายเหมือนกันก็คงเหมือนผีเห็นผีเลยมองออกว่าไอ้หน้าจืดนี่มันดูหน้าหม้อมากแค่ไหน ครั้นภาณุไปแล้ว ตะวันและข้าวทิพย์ก็ช่วยกันเดินหาเห็ดหอม แต่ด้วยความที่โรงแรมมันใหญ่มาก เนื้อที่ก็กว้างขวางและห้องหับเยอะแยะไปหมด จึงไม่รู้ว่าเห็ดหอมอยู่ที่ไหนกันแน่ “โทร.ไปก็ไม่รับ ทำอะไรอยู่วะยัยตัวแสบ” ตะวันเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเมื่อเห็นว่าพยายามติดต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ทางฝั่งเห็ดหอม…เมื่อหนีภาณุและคนอื่นๆ มาได้ เธอก็เดินทอดน่องเอื่อยเฉื่อยตามประสา ยังไม่อยากรีบกลับที่พักตามที่ปากบอกคนอื่น ก็แค่อยากมีเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆ คิดทบทวนอารมณ์ด้านลบและความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเองในวันนี้ เห็ดหอมเดินมาเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวว่าเธอเดินมาโผล่อีกฝั่งของโรงแรมซึ่งไกลจากตัวงานพอสมควร เผอิญได้ยินเสียงคนคุยกัน ไม่ได้อยากเสียมารยาทแอบฟังแต่มันก็ได้ยินไปแล้ว “รถคันนั้นเป็นรถฮันนีมูนของท่านหิรัญเชียวนะ แกต้องดูแลให้ดีๆ ด้วยรู้ไหม ก่อนกลับก็ตรวจเช็กอีกทีแล้วค่อยล็อกห้อง” “ครับพี่ พี่จะกลับเลยไหม” “เออสิวะ เมียกูรอกินข้าวเนี่ย กูไปล่ะ มึงก็ดูแลรถท่านให้ดี อย่าให้เสียเรื่องล่ะมึง” “ครับพี่ ไว้ใจผมได้” คำพูดจริงจังเหมือนสีหน้าหนักแน่น แต่คล้อยหลังอีกคนที่กลับออกไปแล้ว ผู้ชายคนนั้นก็ทำตรงกันข้าม “เหี้ยเอ๊ย! มาปวดขี้อะไรตอนนี้วะเนี่ย ห้องน้ำแม่งก็อยู่ไกลฉิบหาย” ตามองรถที่ตัวเองมีหน้าที่ดูแล แต่ท้องไส้ก็เล่นงานกันติดๆ ปั่นป่วนในท้องจนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม “แม่ง..ค่อยกลับมาล็อกห้องก็แล้วกัน” พูดจบก็รีบวิ่งห้อไปทางที่มีห้องน้ำซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลจริงๆ อย่างเจ้าตัวว่า เห็ดหอมเดินออกจากที่ซ่อนหลังแอบฟังอยู่นาน เธอเดินเข้าไปสำรวจดูห้องขนาดใหญ่เหมือนจะเป็นห้องที่เพิ่งสร้างขึ้นคงไว้ใช้ทำอะไรสักอย่าง แต่ตอนนี้ใช้เป็นที่เก็บรถฮันนีมูนของปะป๊าเธอก่อน มันเป็นรถยนต์คลาสสิคคันหรูในตำนาน ในประเทศไทยมีเจ้าของครอบครองแค่ไม่กี่คัน รถคันนี้มีสีขาวราวไข่มุก โดนประดับตกแต่งด้วยสายริบบิ้นและลูกโป่งสวยงาม เห็ดหอมเดินสำรวจจนทั่ว ใครเป็นคนตกแต่งรถคันนี้ให้ปะป๊ากันนะ จะใช้ฮันนีมูนทั้งทีทำไมไม่ทำให้สวยกว่านี้หน่อย ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ ห้อง รอยยิ้มกว้างผุดโผล่บนใบหน้าสวยในทันทีเมื่อคิดว่าสวรรค์ช่างเข้าข้างเธอ กระป๋องสีสองสามอันนอนเอ้งเม้งในกล่องเครื่องมือราวกับรอเวลาคนมาหยิบใช้งานอีกครั้ง เห็ดหอมคิดอย่างนึกสนุก เดี๋ยวเธอจะสวมวิญญาณจิตกรช่วยเปลี่ยนสภาพรถให้ดูดีกว่าเดิมขึ้นมาเอง อย่างน้อยๆ เธอก็เคยได้ศิลปะเกรดสี่ทุกเทอมเลยนะเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







