Masukข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที
ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจ ตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่” “ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่” “เดี๋ยวพี่ไปส่ง” “ไม่เป็นไรพี่ ข้าวกลับเองได้สบายมาก พี่เข้าห้องพักผ่อนเถอะจ้ะ” “มืดค่ำแล้วจะกลับคนเดียวได้ไง ให้พี่ไปส่งนี่แหละ” ตะวันตัดบท เร่งฝีเท้าก้าวไปข้างหน้าจนขาสั้นๆ ของข้าวทิพย์ต้องเร่งเดินตามให้ทัน เกรงใจอยากปฏิเสธแต่จะทำยังไงได้ในเมื่อพี่เขาพูดมาแบบนั้นแล้ว เงียบจนกระทั่งในลิฟต์ ความอยากรู้เรื่องราวเมื่อสักครู่ที่เป็นสาเหตุทำตะวันหน้าบึ้งก็สะกิดต่อมปากไวให้เอ่ยถามออกไป “เมื่อกี้มีเรื่องอะไรกันเหรอพี่” “ไม่มีอะไรหรอก แค่ยายนั่นเหนื่อยกับงานก็เลยลามไปทะเลาะเรื่องอื่นน่ะ นิสัยเสียแบบนี้ประจำอยู่แล้ว เดี๋ยวเธอก็ชิน” ไม่รู้นี่คือคำปลอบใจหรือแค่ประโยคบอกเล่ากันแน่ ตั้งแต่ข้าวทิพย์มาทำงานให้เห็ดหอมได้สองสัปดาห์กว่าๆ เธอค้นพบว่าดาราสาวคนสวยไม่ถูกชะตากับตะวันอย่างแรง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนหากได้ทะเลาะกันแล้วก็สามารถทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ และทุกครั้งก็จะจบลงที่เจ๊ปิงปองเข้ามาห้าม นั่นถือเป็นอันสงบศึก ข้าวทิพย์จึงไม่เข้าใจเลยว่าถ้าจะเหม็นขี้หน้ากันขนาดนั้น ทำไมถึงยังทำงานร่วมกันอีก ทนเห็นหน้าได้ยังไงทุกวัน หากเธอเป็นเห็ดหอมคงไล่ตะวันออกหรือไม่ถ้าเธอเป็นตะวันก็จะชิงลาออกเสียเองให้มันแล้วๆ ไป ตะวันมาส่งข้าวทิพย์ถึงคอนโด แม้ระยะทางไม่ได้ไกลกันมากกับเพนต์เฮาส์ที่เขาอาศัย แต่เขาก็ห่วงความปลอดภัยเพราะถึงยังไงข้าวทิพย์เป็นผู้หญิง “พี่ตะวันจะกลับเลยมั้ยคะ เอ่อ..คือถ้าพี่ไม่รีบ ข้าวจะชวนไปนั่งพักบนห้อง…” “พี่อยากกลับไปนอนพักแล้วน่ะ เราขึ้นห้องไปเถอะ” ตะวันพูดจาตัดบทโดยไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้เขาแค่เหนื่อยและอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ในห้องของตัวเองมากกว่า “งั้นกลับดีๆ นะพี่ ข้าวไม่รู้หรอกว่าพี่จะยังเครียดกับเรื่องพี่เห็ดหอมหรือเปล่า แต่ข้าวเป็นกำลังใจให้นะ” รอยยิ้มหวานหวังทำให้คนตัวสูงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ตะวันทำเพียงยิ้มรับบางๆ แค่นั้น เครียดกับเรื่องเห็ดหอมเหรอ? แน่นอนว่าใช่อยู่แล้ว จนถึงตอนนี้ยังปวดหัวไม่หาย ครั้งนี้เขากับยายนั่นไม่ได้ทะเลาะกันเรื่องทั่วไปที่สามารถสรรหามาทะเลาะได้ทุกวี่ทุกวัน แต่มันคือเรื่องงานแต่งของพ่อเธอและว่าที่ภรรยาคนใหม่ของพ่อเธอต่างหาก ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่พอเห็ดหอมรู้เรื่องก็พาลหัวเสีย ลั่นวาจาอาละวาดว่าจะไม่มีทางไปร่วมงานนั้นแน่นอน ไม่ว่าเจ๊ปิงปองจะพูดจาเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ยังได้คำตอบเดิม คือไม่! ไม่! และก็ไม่! แม่งโคตรจะดื้อ จนเขาต้องออกโรงเอง พูดดีก็แล้ว พูดขู่ก็แล้ว ยายนั่นยังไม่เลิกนิสัยกบฏ เลยได้ทะเลาะกันจนเจ๊ปิงปองต้องเข้ามาห้ามตามอีหรอบเดิม ตอนนี้เขาถึงได้ปวดหัวว่าจะทำยังไงดีให้เห็ดหอมยอมไปงานแต่งพ่อตัวเอง บางทีเขาอาจจะต้องลองคุยกับเฮียคิเรย์ ตะวันเดินทางมาที่ย่านท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีผู้คนหนาตา รถหรูจอดดับเครื่องสนิทหน้าร้านสักซึ่งด้านในยังตกแต่งไม่เสร็จ เขามองความคืบหน้าด้านในแล้วยิ้มออกมา มันคือร้านสักของเขาเอง ตั้งแต่ตกลงยอมเป็นบอดีการ์ดให้เห็ดหอมเพื่อแลกกับร้านสักร้านนี้ที่เฮียคิเรย์สัญญาว่าจะจัดการให้ ในที่สุดก็ได้มันมาครอบครอง ไม่รู้เฮียคิเรย์ใช้วิธีไหน เจ้าของคนเก่าถึงยอมเซ้งขายให้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาเทียวตามตื๊อตามจีบให้เจ้าของร้านยอมใจอ่อนมาตลอด ทว่าไม่สำเร็จ แต่พอเป็นเฮียคิเรย์กลับได้มันมาง่ายๆ “มาแล้วเหรอมึง เป็นไง ถูกใจมึงปะ” เฮียคิเรย์เดินออกมาจากด้านในพร้อมเพื่อนอีกสองคนคือเฮียพายัพและเฮียมาร์คัส ส่วนเฮียคนอื่นๆ ก็คงอยู่กับเมีย โดยเฉพาะเฮียทะเล รายนั้นคงวุ่นกับเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้เหมือนกัน จึงแทบไม่ออกจากเกาะเลย “อื้อ โคตรสวยเหมือนที่คิดเลยว่ะเฮีย ของจริงสวยกว่าในรูปอีก” ตะวันกวาดตามองทั่วร้านด้วยความชื่นชม หัวใจพองฟูสูบฉีดความตื่นเต้นเมื่อคิดว่าหากหมดภาระหน้าที่ดูแลยัยคุณหนูเอาแต่ใจแล้ว ต่อไปเขาจะได้มาทำงานที่ตัวเองรักสักที “แล้วมึงมีธุระอะไรจะคุยกับกูวะ” เฮียคิเรย์นั่งลงก่อนจะโยนเบียร์เย็นๆ ให้เขาหนึ่งกระป๋อง ตะวันรับได้แม่นยำ เปิดกระป๋องเบียร์ชนกับพวกเฮียแล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง “หลานกูทำมึงปวดหัวขนาดนั้นเลย?” เฮียคิเรย์เอ่ยติดตลก ก็คงรู้นิสัยของหลานสาวตัวเองดีว่าโคตรจะม้าพยศแค่ไหน “ผมทำสุดความสามารถแล้วนะเฮียแต่ยัยนั่นยืนกรานว่ายังไงก็ไม่ไป ผมว่าเรื่องนี้เฮียต้องลุยเองแล้วแหละ” “เออ เดี๋ยวกูกล่อมน้องเห็ดเอง” คงได้พูดกันปากเปียกปากแฉะ แค่คิดก็ปวดหัวแล้วเหมือนกัน ตะวันนั่งคุยสารทุกข์สุขดิบกับพวกเฮียที่ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าคำถามไปที่เรื่องเห็ดหอม เขาก็บอกเล่าตามความจริง มีแค่เรื่องคืนนั้นที่เราสองคนเมาจนเผลอทำเรื่องงามหน้าขึ้น เขาไม่ได้ปริปากเล่าออกไป กลัวจะโดนส้นตีนเฮียคิเรย์ประทับหน้าเข้าให้น่ะสิ ส่วนมาร์คัสว่าที่พี่เขย ตะวันก็ถามไถ่เรื่องพี่สาวเพราะจริงใจย้ายไปอยู่บ้านมาร์คัสได้หลายเดือนแล้ว ทำให้ที่บ้านหลังเก่าซึ่งเคยมีเขา น้องสาวฝาแฝดอย่างจันทร์เจ้าและพี่สาวก็คือจริงใจ ตอนนี้เหลือเพียงจันทร์เจ้าคนเดียวที่ยังอยู่ที่นั่น “ว่างๆ แวะมาบ้านกูบ้างสิ จริงใจบ่นคิดถึงมึงตลอดนั่นแหละ” “คงได้ไปอยู่หรอกเฮีย ผมหาเวลาว่างไม่ได้เลยเนี่ย อีกไม่กี่วันยัยเห็ดหอมต้องไปออกกองต่างจังหวัดอีก” ตะวันพูดพลางถอนหายใจ สีหน้าฉายชัดถึงความเหน็ดเหนื่อยและเบื่อหน่าย “เอาน่า กูรู้ว่ามึงรำคาญน้องเห็ดมากแค่ไหนแต่ทนหน่อย เดี๋ยวพอน้องเห็ดยอมรับคุณดาวประกายได้ ถึงตอนนั้นกูก็จะไม่รั้งให้มึงคอยดูแลหลานกูอีก” เสียงเข้มหนักแน่นของเฮียคิเรย์ทำให้ตะวันพยักหน้าจำยอม รุ่งเช้าของวันต่อมา จำได้ว่าช่วงเช้าเห็ดหอมไม่มีงาน ตกเย็นโน่นถึงจะมีอีเวนต์และนี่ก็คงไม่ได้รีบร้อนจะแต่งตัวรอไว้ก่อนตั้งครึ่งวันแน่ๆ เขาถึงไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ตัวดีถึงได้ยืนกดกริ่งหน้าห้องตั้งแต่เช้าตรู่ จะเรียกใช้อะไรนักหนา นับวันชักจะเอาใหญ่แล้วจริงๆ “เป็นบ้าอะไรของเธอ เช้าขนาดนี้ตื่นมาใส่บาตรรึไง” “ฉันจะเขวี้ยงหมัดใส่หน้าแกก่อนน่ะสิ!” เสียงแหลมแปดหลอดขู่ร้องพลางดันตัวเองเข้ามาในห้องเขาได้สำเร็จ รวดเร็วเสียจนเขาถึงกับเสียหลักโซเซเพราะความง่วงงุนยังคงค้าง “อะไรวะ หาเรื่องกันตั้งแต่เช้า”เพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







