Share

บทที่ ๕ ชินอ๋องผู้รักความยุติธรรม

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-13 14:14:02

บทที่ ๕

ชินอ๋องผู้รักความยุติธรรม

“เทียนหลุนจือเล่อ ตำหนักที่ตั้งชื่อตามเปิ่นหวางมีความหมายถึงความสุขในครอบครัว เปิ่นหวางย่อมไม่ประสงค์ให้ตำหนักนี้หรือจวนจือเล่อมีใครได้รับความอยุติธรรม เจ้ารู้จักเปิ่นหวางมานาน ลืมไปแล้วหรือว่าเปิ่นหวางอ่อนไหวที่สุดก็คือเรื่องความยุติธรรม!”

“กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ” ว่าแล้วก็โขกศีรษะลงพื้นอย่างแรง

สิ่งที่หลี่กงกงหวาดกลัวกว่าความตายคือการโดนลดความสำคัญ ให้เขาโขกศีรษะจนเลือดออกหน้าผากเขาก็ยอม ขอแค่ให้เขารับผิดชอบดูแลจวนจือเล่อต่อด้วยฐานะหัวหน้าขันที จะให้เขาทำอะไรเขาก็ยอม

“ในเมื่อยังไม่มีใครตาย หลี่กงกงมิจำเป็นต้องเอาความตายมาเป็นเครื่องต่อรอง”

“กระหม่อมขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมดูแล จัดสรรหน้าที่ไม่สอดคล้องกับทุกคน ต่อจากนี้กระหม่อมจะไม่ให้ผู้ใดได้รับความอยุติธรรมอีกแล้ว”

 หลี่กงกงโขกศีรษะลงพื้นอีกครั้ง จินเทียนหลุนจึงออกปากห้ามให้เขาหยุดการกระดังกล่าว

“พอ! หากอยากรับผิดชอบหน้าที่นี้ต่อไปจงทำงานให้ดี อย่าลืมว่าหน้าที่นี้เปิ่นหวางหาคนมาแทนที่เจ้าได้ทุกเมื่อ ไปทำงานได้แล้ว”

“ขอบพระทัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ แล้วกระหม่อมจะไม่ทำให้ท่านอ๋องผิดหวัง”

หลี่กงกงคำนับแบบสูงสุดอีกครั้งแล้วเดินหน้าผากแดงออกไปจากห้องทรงหนังสือ ภายในห้องจึงกลับมาสงบนิ่งอีกครั้งหนึ่ง

เฉียวฉือและเฉียวเหอไม่แปลกใจที่หลี่กงกงจะเดินหน้าซีดออกไป เพราะแม้แต่พวกเขาที่ชินกับรังสีอำมหิตจากจินเทียนหลุนยามทำภารกิจเสี่ยงตายยังร้อนแผ่นหลังอย่างอดไม่ได้ เฉียวเหอที่ติดขี้เล่นก็ยังมีสีหน้าตึงเครียด

“เรื่องที่เกิดในห้องหนังสือวันนี้ต้องถึงหูเสด็จแม่แน่ เปิ่นหวางเดาว่าเสด็จแม่ต้องหาสตรีมาช่วยเปิ่นหวางดูแลจวน กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่แคล้วมีสตรีมาป้วนเปี้ยน”

ว่าแล้วก็ถอนหายใจไว้อาลัยให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเก่งกล้าสามารถมาจากไหน แต่เมื่ออยู่กับคนในครอบครัวเขาก็ไม่ต่างจากทุกคนที่ต้องมีคนให้ต้องยอม

ไทเฮาเองก็คือหนึ่งในนั้น!

         

ณ จวนจือเล่อ

จิ่วเหลียนฮวาและอาฉู่เดินเท้าเปล่ามาจวนจือเล่อ กว่าจะถึงก็เลยบ่ายคล้อยไปแล้ว มู่หมัวมัวที่หาคนเรียกใช้งานได้ไม่ครบหน้าที่จึงตำหนิทั้งสองทันทีที่พวกนางมาถึงช้า

“ไปเถลไถลที่ไหนกัน!”

อาฉู่สะดุ้งเฮือก ตรงข้ามกับจิ่วเหลียนฮวาที่เพียงมองหน้ามู่หมัวมัวนิ่ง ๆ

นางไม่กลัวการถูกลงโทษไม่กลัวถูกตำหนิ อีกทั้งมิใช่คนงอมืองอเท้า มีข้ออ้างมากมายมายันกับมู่หมัวมัว

“ขออภัยเจ้าค่ะมู่หมัวมัว”

“ข้าให้เจ้าไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาด หากมาช้ากว่านี้ข้าจะไปตามแล้ว”

“อุปกรณ์ทำความสะอาดได้มาแล้วเจ้าค่ะ แต่ก็ต้องมีคนใช้อุปกรณ์ด้วย ข้ารอเสี่ยวจิ่วซักผ้าอยู่ก็เลยช้าเจ้าค่ะ”

ไม่ได้เกินที่จิ่วเหลียนฮวาคาดการณ์เอาไว้ อาฉู่จะต้องโยนความผิดให้นางแน่ แต่ที่จิ่วเหลียนฮวาไม่คิดก็คืออาฉู่จะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากนางด้วย

โยนความผิดให้กันไม่พอยังมาขอให้นางดึงความผิดมาที่ตัวเองด้วย

หน้าไม่อาย

จิ่วเหลียนฮวาคิดเช่นนั้นในใจ หากเป็นเวลาปรกตินางต้องรีบออกตัวรับผิดเพราะกลัวไม่มีสหายให้พูดคุยด้วย กลัวทุกคนตั้งตนเป็นศัตรูกับตน

แต่ตอนนี้นางไม่อยากทำแบบนั้นแล้ว ความผิดของใครคนนั้นก็รับไป!

“ข้าซักผ้าเสร็จก็รีบมาที่นี่ตามคำสั่งมู่หมัวมัว กลัวที่นี่ขาดคนช่วยงาน แม้แต่น้ำสักอึกก็ยังไม่ได้ดื่ม หมัวมัวจะให้ข้าทำอะไรบ้างเจ้าคะ”

มู่หมัวมัวมองมือจิ่วเหลียนฮวาที่ตอนนี้ซีดขาวและย่นเพราะแช่น้ำนานเกินไป

ชั่วขณะนั้นรู้สึกใช้งานจิ่วเหลียนฮวาไม่ลง แต่หากไม่ใช้เลยก็กลัวจะเกิดเสียงวิจารณ์

“เช่นนั้นเจ้าขัดแจกันก็แล้วกัน เอามาวางรวมกันไว้ที่เรือนรับรองแขกแล้ว”

“เจ้าค่ะหมัวมัว”

จิ่วเหลียนฮวารับคำอย่างว่าง่ายแล้วตวัดสายตาไปมองอาฉู่ รอดูว่านางจะได้รับหน้าที่ใด

“แล้วข้าเล่าเจ้าคะ”

อาฉู่ถามย้ำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง เพราะไม่อยากไปเช็ดหน้าต่างที่ฝุ่นหนาเตอะแล้ว เทียบกันแล้วนางอยากเช็ดแจกันมากกว่า

“ก่อนหน้าข้าแบ่งหน้าที่เจ้าให้เช็ดหน้าต่างแล้วมิใช่หรือ ไปจัดการสิ!”

มู่หมัวมัวขึ้นเสียงใส่สาวน้อยจนนางสะดุ้งเฮือก รีบไปทำหน้าที่ของตนเองในทันที

“เช่นนั้นข้าขอตัวไปทำงานก่อนนะเจ้าคะ”

จิ่วเหลียนฮวาเอ่ยขอตัวกับนางกำนัลอาวุโสก็ได้รับการพยักหน้ารับเบา ๆ

ลับร่างจิ่วเหลียนฮวาได้ไม่นาน ร่างเล็กป้อมของหลี่กงกงก็กุลีกุจอเดินเข้ามาหามู่หมัวมัว

“มู่หมัวมัว”

ใบหน้าผ่านกาลเวลาฉายแววกังวลใจเมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของหลี่กงกง

“เกิดอันใดขึ้นหลี่กงกง”

“คนนั้น แฮ่ก ๆ หม่าจิ่วเหลียนฮวา…นางอยู่ที่ใด!”

หลี่กงกงร้อนใจจนลืมนามของจิ่วเหลียนฮวาไปชั่วขณะ มู่หมัวมัวจึงร้อนใจตาม

“ข้าใช้ไปเช็ดแจกันแล้ว เกิดอันใดขึ้นหรือ”

 หลี่กงกงกำลังจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้สหายฟัง แต่หางตาสังเกตเห็นนางกำนัลสองคนกำลังเช็ดพื้นอยู่ใกล้ ๆ แต่กลับหูผึ่งรอฟังเรื่องราวอยู่จึงดึงแขนมู่หมัวมัวไปยังศาลาแปดเหลี่ยม ท่าทางเช่นนี้ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้แก่นางกำนัลทั้งสองที่จับตามองอยู่

“ลับ ๆ ล่อ ๆ ต้องมีอะไรแน่”

“นั่นสิ ข้าอยากเป็นจิ้งจกบนศาลาแปดเหลี่ยมยิ่งนัก ความอยากรู้ช่างทำร้ายใจคนอย่างพวกเรา”

จิ่วเหลียนฮวาได้ยินเสียงนางกำนัลทั้งสองกระซิบกระซาบกันจึงยื่นหน้าออกมาทางหน้าต่างดวงตาจับจ้องไปยังศาลาแปดเหลี่ยม ในใจคิด…

น่าสงสัยจริงด้วย กงกงที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเช่นเขาก็มีวันนี้ด้วยสินะ

จิ่วเหลียนฮวาเก็บท่าทางสงสัยนี้เอาไว้แล้วทำงานของตนเองต่อ ทางด้านหลี่กงกงนั้น…

“ว่าอย่างไร ท่านอ๋องตำหนิอันใดท่านหรือ ไยหน้าผากถึงเป็นรอยแดงเช่นนี้”

หลี่กงกงจับหน้าผากตนเอง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทรงอักษรให้มู่หมัวมัวฟังโดยไม่ปิดบัง

หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว มู่หมัวมัวก็ทาบมือกับอกตนเองในเชิงโล่งใจ

“โชคดีเหลือเกินที่เมื่อครู่ข้าใช้งานนางเบา ๆ มิเช่นนั้นได้หน้าผากแดงเช่นท่านแน่”

หากจินเทียนหลุนเอาความนาง ไม่แคล้วนางจะโขกศีรษะขอความเมตตาเช่นหลี่กงกง

“ข้าให้สัญญากับท่านอ๋องแล้วว่าจะแบ่งหน้าที่โดยเท่าเทียมกัน ต่อไปนี้ต้องจัดนางกำนัลไปช่วยนางซักผ้า ท่านอ๋องอยู่เมืองหลวงครั้งนี้อีกนาน ใกล้พระเนตรพระกรรณเช่นนี้จะมองข้ามเหมือนก่อนหน้าไม่ได้”

“หากนางกำนัลคนอื่นกลั่นแกล้งนางเล่า”

“เรื่องนี้ข้าจะกำชับพวกนางไว้ก่อน แต่หากพวกนางรั้นจะแกล้งให้ได้ก็อยู่ที่ชะตาพวกนางแล้วว่าแข็งเพียงใด”

หลี่กงกงนึกถึงไอสังหารของจินเทียนหลุนแล้วเผลอลูบแขนขึ้นลงเบา ๆ

“ต่อไปนี้เราต้องทำดีกับจิ่วเหลียนฮวามากขึ้นหรือไม่ ท่านอ๋องเริ่มเห็นความสำคัญของนางเช่นนี้ หรือเกิดต้องตานางขึ้นมา”

“ตอนนั้นท่านอ๋องอ้างเรื่องความยุติธรรม ทรงทนไม่ได้ที่เห็นหม่าจิ่วเหลียนฮวาได้รับความอยุติธรรม ต่อไปเราไม่ต้องถึงกับประคบประหงมนางก็ได้ แต่อย่าให้นางได้รับความอยุติธรรมเป็นพอ”

“ข้าจะเป็นหูเป็นตาช่วยท่านก็แล้วกัน”

หลี่กงกงสบายใจขึ้นเมื่อได้ระบายเรื่องนี้กับใคร ทั้งสองปรึกษากันเรื่องแจกจ่ายงานอยู่ครู่ใหญ่ถึงได้แยกย้ายกันไปตามหานางกำนัลที่แอบอู้งาน

การกลับมาเมืองหลวงของจินเทียนหลุนในครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งในอดีตที่กลับเมืองหลวงมาชั่วคราวแล้วก็กลับไปชายแดนต่อ

ทั้งสี่แคว้นใหญ่ฝู เหลียง จิน จู ไม่มีเหตุการณ์รบกันเพราะทำสัญญาสงบศึกโดยใช้สำนักศึกษากลางเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ สถานการณ์แคว้นจินในยามนี้มีเพียงกลุ่มกบฏที่เกิดจากการกวาดล้างไม่สิ้นในช่วงสามสิบปีก่อนก่อนฮ่องเต้จินเกาฉายพระบิดาของฮ่องเต้จินจิ่นฟู่ขึ้นครองราชย์

จินเทียนหลุนถูกลอบสังหารในครั้งนี้ทำให้เขาทราบว่ากลุ่มกบฏยังคงแฝงตัวอยู่!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๙๐ ความทรงจำที่สวยงามไม่มีลืมเลือนทุกชาติ (จบบริบูรณ์)

    บทที่ ๙๐ความทรงจำที่สวยงามไม่มีลืมเลือนทุกชาติห้าปีผ่านไป…จิ่วเหลียนฮวาชีวิตสนุกมากเมื่อมีลูกน้อยทั้งหลายมาคอยล้อมหน้าล้อมหลัง แม้แต่จินเทียนหลุนยังเข้าไม่ถึงตัวนาง เพราะเช่นนี้เขาถึงฝากลูกไปเลี้ยงกับคนนั้นที คนนี้ทีเพื่อจะได้ใช้เวลาส่วนตัวกับชายารักบ้างเสี่ยวกั่วกัวท่านหญิงใหญ่ถูกฝากเลี้ยงกับหยางเซียงยี่ เสี่ยวน่ายน่ายถูกนางกำนัลของไทเฮามารับตัวไปเล่นในวังเกือบทุกวัน เช่นเดียวกับเสี่ยวน่ายกัวที่แทบจะกินนอนอยู่ที่ห้องทรงอักษรของฮ่องเต้จินจิ่นฟู่จวิ้นอ๋องที่อยากอยู่กับหลานเช่นกันแต่ไม่มีโอกาสนั้นเลยถึงกับออกปากกับหลานชายว่าให้เขามีหลานให้อีกสักสองคนจะได้ครบกันหนึ่งปีต่อจากคลอดแฝดสาม จิ่วเหลียนฮวาก็ตั้งครรภ์อีกครั้งเป็นแฝดชายหญิง ชื่อเล่นเสี่ยวผิงผิงและเสี่ยวปิงปิงบุตรชายเสี่ยวผิงผิงตกเป็นของจวิ้นอ๋อง บุตรสาวเสี่ยงปิงปิงตกเป็นของจื่อเจี่ยนเฉิงจวิ้นอ๋องและจื่อเจี่ยนเฉิงยังมีแรงพอจะสร้างทายาท ทว่าพวกเขากลับไม่คิดแต่งงานหรือ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๙ พระนัดดารุ่นแรกของราชวงศ์

    บทที่ ๘๙พระนัดดารุ่นแรกของราชวงศ์เก้าเดือนแห่งการตั้งครรภ์แฝดสามไม่ง่าย!ดีว่าจิ่วเหลียนฮวามีพลังเทพปกป้อง ทั้งยังมีคนดูแลอย่างดีทั้งคนจากไทเฮา สมุนไพรบำรุงครรภ์จากคลังหลวง สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นพิษอย่างหยางเซียงยี่และการดูแลที่ดีจากสวามีในยามค่ำคืนจินเทียนหลุนมีตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ กลางวันว่ายุ่งจากการทำงานแล้ว แต่กลางคืนก็ยังมาปรนนิบัติพระชายาช่วยนวดเท้าให้นางกลางคืนเมื่อยามที่เกิดอาการเหน็บชานางจึงผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้จนกระทั่งมาถึงวันที่น้ำคร่ำแตก!“น้องรองไม่ต้องกังวล หมอที่เก่งที่สุดอยู่ในนั้นแล้ว”ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่ที่เสด็จมาจวนจือเล่อเอ่ยปลอบอนุชาที่กำลังเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดแม้คนปลอบจะใจไม่สงบเช่นเดียวกันก็ตาม!“นั่นสิหลุนเอ๋อร์ เจ้าเดินไปเดินมาจนแม่ลายตาแล้ว นั่งลงก่อน มีเทพโอสถอยู่ทั้งคนยังจะกังวลเพียงนี้”ไทเฮาก็เอ่ยปลอบโอรสด้วยคน คลอดแฝดสามเดิมทีน่าเป็นห่วง

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๘ สตรีคลอดบุตรไม่ต่างจากก้าวเข้าประตูปากผี

    บทที่ ๘๘สตรีคลอดบุตรไม่ต่างจากก้าวเข้าประตูปากผีเมืองฮั่นหลินเกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น!เพื่อไม่ให้ตนมัวแต่จมปลักอยู่กับความรักที่ไม่อาจร่วมทางไปกับคนรักได้จนสุดฝั่ง จินหลี่จินจึงขอฮ่องเต้ไปสืบคดีนี้ด้วยตนเอง ฮ่องเต้อนุญาตเพราะคิดว่าการทำงานหนักอาจทำให้อีกฝ่ายไม่มีเวลาฟุ้งซ่านส่วนจินเทียนหลุนนั้น ยามนี้ได้รับตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ รับหน้าที่เป็นแม่ทัพพิทักษ์เมืองหลวงต่อจากท่านตาของจินหลี่จินเดิมทีตำแหน่งนี้ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่อยากมอบให้จินหลี่จิน แต่อีกฝ่ายรักอิสระ อยากทำหน้าที่ที่ไม่กังขังตนเอาไว้เพียงในเมืองหลวง เขาจึงได้รับหน้าที่พิเศษเป็นฑูตประจำแคว้น ทำหน้าที่เจริญสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้น เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ได้สะดวกสมกับที่ไม่มีครอบครัวส่วนจินเทียนหลุนที่มีชายาที่ท้องโตขึ้นทุกวันรอที่จวนอยู่แล้ว เช้ามาเข้ากองทัพฝึกทหาร ค่ำกลับจวนอยู่เป็นเพื่อนชายาและแนบหูคุยกับลูกน้อยทุกคืนแม้เด็กในท้องจะไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับเพราะเพิ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๗ ความรักระหว่างมนุษย์เหมือนลมสายหนึ่ง

    บทที่ ๘๗ความรักระหว่างมนุษย์เหมือนลมสายหนึ่งยามนี้เทพโอสถกำลังยืนอยู่บนกลางท้องฟ้า ใต้เท้าเป็นสัตตบงกชแห่งการเคลื่อนย้าย ด้านซ้ายมีหวงผิงที่ยืนอยู่บนปุยเมฆมองการแต่งงานของไช่จงซินในมุมสูงสีหน้าของเขาเรียบเฉยต่างกับเทพโอสถที่ฉายแววปวดใจ เมื่อคนที่กำลังเดินเคียงคู่กับไช่จงซินเข้าไปในโถงทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินมิใช่คนที่มีใจต้องกัน“ข้าเป็นคนนอก มองดูแล้วยังปวดใจเพียงนี้ พวกเขาสองคนก็คงปวดใจจนหายใจไม่ออก ร้องไห้ก็ไม่ได้ จุกลิ้นปี่ตรงนี้”หวงผิงหันมามองนิ้วมือเรียวที่ชี้จุดตรงลิ้นปี่ที่อยู่ตรงกลางด้านล่างอกเหนือกระเพาะอาหาร“ท่านเจ็บเพราะจิ้มแรงเกินไป”คนที่กำลังคล้อยไปกับเรื่องราวไม่สมหวังของคู่รักมนุษย์ตวัดสายตามามองหวงผิง แต่เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายยังไม่เข้าใจความรู้สึกนี้จริง ๆ ก็ไม่โทษเขา“เอาเถอะ! เรื่องยังไม่เกิดกับตนจะเข้าใจได้อย่างไร ลองจินตนาการดู หากเจ้าเป็นไช่จงซินหรือจินหลี่จินจะไม่รู้สึกอันใด

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๖ เมื่อรักและหน้าที่ไปด้วยกันไม่ได้

    บทที่ ๘๖เมื่อรักและหน้าที่ไปด้วยกันไม่ได้การมาเยือนแคว้นฝูครั้งนี้ จินเทียนหลุนคิดว่าคุ้มค่าที่สุด ไม่ต้องไปถามวิธีการดูแลบุตรจากหมอหลวงที่ไม่เคยตั้งครรภ์ แต่ได้ความรู้จากเหล่าฮูหยินทั้งหลายที่ต่อไปจะกลายเป็นฮูหยินผู้เฒ่าสตรีมีครรภ์จะเป็นเหน็บชา ต้องหมั่นนวดเท้า เรื่องอาหารการกิน งดดื่มสุรา รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่จะมีผลต่ออารมณ์และอย่างสุดท้ายที่สำคัญสำหรับชีวิตคู่คือการร่วมหลับนอนระหว่างสามีภรรยา“เสี่ยวจิ่ว เปิ่นหวางถามฮูหยินทั้งสามแล้ว เรายังเข้าหอกันได้ตามปรกติ เว้นเพียงช่วงนี้กับช่วงใกล้คลอด ขอแค่เปิ่นหวางระวังไม่เน้นท่าโลดโผน ค่ำคืนของเราก็ยังคงเร่าร้อนได้เหมือนเคย”จิ่วเหลียนฮวาหน้าร้อนฉ่า ไม่คิดว่าสวามีของนางจะกล้าพูดเสียงดังต่อหน้าบ่าวในจวนตระกูลไช่ที่กำลังทำความสะอาดอยู่ด้านนอกนางดึงแขนเขาเข้าไปด้านในเรือนทันทีเพราะปั้นสีหน้าไม่ถูกแล้ว“ท่านอ๋อง! กล่าวเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่นไม่ได้เพคะ”“ขออ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๕ เจ้าจะไม่ตายไปจากใจข้า

    บทที่ ๘๕เจ้าจะไม่ตายไปจากใจข้าสองหนุ่มใหญ่จ้องหน้ากันนิ่ง จิ่วเหลียนฮวาเห็นเช่นนั้นก็มองหน้าจินเทียนหลุน ไม่กล้าหายใจแรงเพราะกลัวว่าเสียงหายใจของตนจะไปขัดจังหวะคนทั้งคู่“ยายหนูจิ่ว ขนมของที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง”ไช่จงซินถอนสายตาจากจินหลี่จินก่อน เดินไปนั่งตำแหน่งประมุขตระกูล รอคำตอบจากจิ่วเหลียนฮวาอย่างใจเย็น คำอวยพรจากจินหลี่จินเมื่อครู่ทำให้เขาไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายอีก ด้วยกลัวจะพรั่งพรูความรู้สึกต่อหน้าทุกคน“อร่อยเจ้าค่ะท่านประมุข”“เรียกข้าว่าท่านอาจารย์ตามเจ้าหนูหลุนเถิด”จิ่วเหลียนฮวาพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ ขนมอร่อยมากเจ้าค่ะท่านอาจารย์ หากใจไม่ห้ามเอาไว้ ข้าอยากทานแทนอาหารสามมื้อ”ไช่จงซินหลุดหัวเราะเกือบสำลักน้ำชา“เสี่ยวจิ่วมีอารมณ์ขันแล้ว สตรีวัยเจ้าที่ทานมาก ส่วนใหญ่จะเป็นสตรีมีครรภ์ทั้งนั้น หรือเจ้ากำลังมีครรภ์”ไช่จงซินถามโดยไม่คิดอันใด ไม่คิดว่าทุกคนจะเงียบ เขามองหน้าจินเทียนหลุนสลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status