Beranda / แฟนตาซี / หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ) / บทที่ ๖ กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด

Share

บทที่ ๖ กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-13 14:30:46

บทที่ ๖

กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด

จินเทียนหลุนร่ำเรียนที่สำนักศึกษากลางตอนอายุ 15 ชันษาถึง 18 ชันษา เมื่อจบการศึกษาแล้วก็เข้ากองทัพพิทักษ์ชายแดนเพื่อเริ่มฝึกกับทหารทัพพิเศษอีกสองปี

กลับมาเมืองหลวงครั้งนี้เพื่อเข้าพิธีสวมกวานและรับตำแหน่งชินอ๋องจากจินจิ่นฟู่ ฮ่องเต้แคว้นจินองค์ปัจจุบัน

แม้หวนกลับมาครั้งนี้จะช่วยเป็นดาบให้พระเชษฐา รอคำสั่งที่จะได้รับมอบหมายแต่ก็ไม่หย่อนการซ้อม ดาบเล่มหนักดูเบาหวิวในยามที่เขาซ้อมวิชาเพลงดาบฉวัดเฉวียน กระบวนท่าหนักหน่วงแต่ดูพริ้วไหว

การเคลื่อนกายยามจับอาวุธของจินเทียนหลุนรวดเร็วสมกับเป็นผู้มีพลังธาตุลม

“ท่านอ๋อง”

เฉียวเหอโยนแตงโมลูกใหญ่ขึ้นฟ้า จินเทียนหลุนที่เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้อยู่แล้วกระโจนขึ้น ตวัดดาบฟาดฟันแตงโมจากผ่าครึ่งสองชิ้นกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อแตงโมตกลงพื้น

เมื่อเท้าใหญ่เหยียบพื้น ใบหน้าหล่อเหลาก็หันมาขมวดคิ้วใส่ลูกน้องคนสนิท  

“ในเมื่อเจ้าเลือกแตงโมก็หาน้ำมาล้างทำความสะอาดพื้นด้วย”

ตำหนิลูกน้องเบา ๆ ก่อนที่จะสำรวจชุดตัวเองที่มีน้ำแตงโมติดอยู่หลายจุด

“เฉียวฉือ”

เขายื่นดาบให้เฉียวเหอเอาไปจัดการทำความสะอาด ส่วนตนก็เดินเข้าเรือนไปเปลี่ยนชุดใหม่

เฉียวฉือรีบเดินตามไปช่วยเจ้านายเปลี่ยนชุดเพราะจินเทียนหลุนไม่ชอบให้สตรีเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ตัว มีองครักษ์ทั้งสองทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานราชการ

“ไม่ทำความสะอาดพื้นเล่า”

เฉียวเหอที่รีบเดินตามหลังชายหนุ่มทั้งสองมายิ้มแห้ง เอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม

“เรื่องทำความสะอาดนางกำนัลทำได้ แต่ช่วยปรนนิบัติท่านอ๋องนางกำนัลทำแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นให้กระหม่อมช่วยปรนนิบัติท่านอ๋องดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”

“หึ!”

จินเทียนหลุนแค่นยิ้ม จะเถียงก็ไม่ได้เพราะเฉียวเหอรู้จักเขาดีเกินไป

“เมื่อครู่ท่านอ๋องฝึกวิชายุทธ์คงกระทบกับแผลแล้วเป็นแน่ ให้กระหม่อมดูแผลให้พ่ะย่ะค่ะ”

จินเทียนหลุนไม่เอ่ยสิ่งใด ถอดชุดตัวนอกออกเหลือเพียงชุดตัวในผ้าลื่น ร่างสูงนั่งตั่งไม้หลังฉากบังคมรอให้องครักษ์มาช่วยดูแผลให้

เมื่อเฉียวเหอเดินมาฉากบังลมแล้วก็ช่วยถอดชุดให้จินเทียนหลุนเตรียมเทยาใส่แผล ไม่คิดว่าบาดแผลที่ดูลึกเมื่อช่วงกลางวัน ยามนี้กลับเหลือเพียงรอยแผลเป็นให้เห็นเท่านั้น สร้างความตะลึงให้กับเขาไม่น้อย

“ท่านอ๋องฟื้นตัวเร็วเกินไปหรือไม่ เหตุใด…”

จินเทียนหลุนยังคงรู้สึกเจ็บแผลแปลบ ๆ แต่ไม่คิดว่าแผลจะสมานกันแล้ว เมื่อเอียงไหล่มองแล้วเห็นว่าแผลสมานกันจริง ๆ ก็ย้อนความคิดดูว่าตนทำอันใดไปบ้าง

“ยาสมานแผลที่เจ้าใส่ให้ข้าเมื่อช่วงกลางวันตำรับเดียวกับที่ใช้ในกองทัพหรือไม่”

“ตำรับเดียวกันพ่ะย่ะค่ะ แม้ผลลัพธ์จะได้ดี ทว่าอย่างน้อยก็ใช้เวลาสามวันแผลถึงสมาน”

จินเทียนหลุนพลันนึกถึงเหตุการณ์ที่ตนคิดว่าเวลาหยุดนิ่งไป เพราะหาเบาะแสจากใครไม่ได้แล้ว คนเดียวที่เขานึกถึงในยามนี้คือจิ่วเหลียนฮวา

“หม่าจิ่วเหลียนฮวายามนี้อยู่ที่ใด”

“อยู่ที่จวนจือเล่อพ่ะย่ะค่ะ”

“ไป”

เฉียวเหอมีท่าทีตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้านายรีบสวมชุดตัวนอกตัวใหม่ นานทีจะเห็นเจ้านายให้ความสนใจสตรีคนใด แม้จุดประสงค์จะยังไม่ใช่เพราะเรื่องรักใคร่ แต่เขาก็ตื่นเต้นที่เห็นจินเทียนหลุนในด้านนี้

“ไปจวนจือเล่อใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“หึ! ตรงกับที่เจ้าคาดหวังมิใช่หรือ”

ทางด้านจิ่วเหลียนฮวา…

นางเช็ดแจกันเสร็จแล้วจึงคิดจะไปช่วยคนอื่นทำงานอย่างอื่นต่อ คนแรกที่นางเข้าหาเพื่อทำการช่วยเหลือคืออาฉู่

“ข้าช่วย”

“เสี่ยวจิ่ว! ข้ากำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่พอดีเลย เจ้ามาเช็ดฝั่งนี้ ฝั่งนั้นข้าเช็ดเสร็จแล้ว”

“อ้อ”

จิ่วเหลียนฮวาหยิบผ้าชุบน้ำสำรวจฝั่งที่อาฉู่กล่าวว่าทำความสะอาดแล้ว พบว่ายังมีคราบฝุ่นสีขาวเกาะอยู่

“อาฉู่ ยังไม่สะอาด”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเช็ดรอบที่สอง วันนี้เอาให้ฝุ่นลดน้อยลงก่อน”

จิ่วเหลียนฮวาส่ายหน้าให้อาฉู่ ด้วยไม่อยู่ในสถานะที่จะเตือนอีกฝ่ายได้โดยที่นางไม่ขุ่นเคืองใจจึงไปช่วยเช็ดหน้าต่างฝั่งที่อาฉู่อยากให้ช่วย

“เสี่ยวจิ่ว!”

ทั้งจิ่วเหลียนฮวาและอาฉู่สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกัมปนาทจากหลี่กงกง

อาฉู่ที่กำลังเช็ดหน้าต่างอยู่รีบลงจากบันไดไม้ลงมายืนผสานมืออยู่ที่พื้น

“คะ คือว่าเสี่ยวจิ่วทำงานเสร็จแล้วก็เลยมาช่วยข้าเช็ดหน้าต่างเจ้าค่ะ”

“อ้อ เป็นนางที่เสนอตัวช่วยเจ้าเองใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ…เอ๊ย! ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้น คือว่าข้า…”

“พอ! ไม่ต้องอธิบายแล้ว แค่เช็ดหน้าต่างก็ทำคนเดียวไม่ได้ เสี่ยวจิ่วทั้งซักผ้าทั้งเช็ดแจกันแล้วยังมาช่วยเจ้าเช็ดหน้าต่างอีก จะเอาเปรียบนางไปถึงเมื่อไร”

เสียงที่ดังขึ้นของหลี่กงกงเรียกนางกำนัลคนอื่น ๆ ให้เข้ามารุมล้อมทางประตูหน้าห้อง หลี่กงกงจึงถือโอกาสนี้ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

“พวกเจ้าอีกก็เช่นกัน ต่อไปนี้ต้องช่วยเสี่ยวจิ่วซักผ้า ทุกงานต้องช่วยกันมิใช่โยนภาระไปให้คนใดคนหนึ่ง เมื่อก่อนข้าไม่เข้มงวดกับพวกเจ้า แต่วันนี้เห็นทีจะไม่ได้แล้ว”

เกิดเสียงซุบซิบกันทันทีเมื่อสิ้นคำพูดนี้ของหลี่กงกง หนึ่งในนั้นคือ…

“เกิดอะไรขึ้นกับหลี่กงกงกัน ก่อนหน้านี้ปล่อยปละละเลยพวกเราทุกอย่าง มายามนี้จะเข้มงวดเสียแล้ว”

“ต้องเป็นเพราะท่านอ๋องกลับมาแล้วเป็นแน่”

“เงียบ!”

เสียงซุบซิบนินทาหยุดลง พวกนางก้มหน้างุดเมื่อโดนชี้นิ้วใส่

“เพราะที่ผ่านมาข้าใจดีกับพวกเจ้ามากเกินไปสินะ มาตอนนี้กล้าวิจารณ์ข้าแล้วหรือ!”

เหล่านางกำนัลรีบหายไปจากหน้าประตูเพราะไม่อยากโดนโทสะหลี่กงกงเล่นงาน

“เกิดอะไรขึ้น ๆ”

กลุ่มนางกำนัลสลายแทนที่ด้วยมู่หมัวมัวที่เดินอย่างรีบร้อนเข้ามาในห้อง

“ดูเอาเถิด”

หลี่กงกงไม่กล่าวสิ่งใด ใช้สายตามองไปยังจิ่วเหลียนฮวาและอาฉู่ให้ภาพเล่าเรื่อง

“อาฉู่! เจ้าใช้งานเสี่ยวจิ่วอีกแล้วหรือ”

“มะ มิใช่เจ้าค่ะ…เสี่ยวจิ่วพูดอะไรบ้างสิ”

จิ่วเหลียนฮวาเงียบไปเพราะรู้สึกบางอย่างไม่ถูกต้อง

“ข้าเสนอตัวช่วยอาฉู่เองเจ้าค่ะ แจกันเช็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว มู่หมัวมัวมีงานใดจะสั่งการข้าอีกหรือไม่”

หากเป็นเวลาปรกติ มู่หมัวมัวใช้งานจิ่วเหลียนฮวาไปแล้ว แต่เมื่อเห็นรอยบนหน้าผากหลี่กงกงก็รีบโบกมือ

“วันนี้เจ้าทำงานมาเยอะแล้ว เสร็จแล้วก็ไปพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อ”

“แต่ว่่า…”

“ถ้าไม่อยากให้สหายเดือดร้อนเจ้าฟังคำมู่หมัวมัวเสีย อีกนานกว่าประตูวังจะปิด เจ้าจะไปเที่ยวเล่นตลาดก่อนกลับตำหนักก็ได้”

ตลาด

จิ่วเหลียนฮวามีท่าทางสนใจทันทีเมื่อจะได้ไปเดินตลาด นางผงกศีรษะให้ทั้งสองเล็กน้อย ปล่อยให้อาฉู่เช็ดหน้าต่างตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ทางด้านกำแพงจวนที่มีบุรุษสามคนซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ เมื่อเฉียวเหอเห็นจิ่วเหลียนฮวาเดินออกมาจากห้องรับรองแขกก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดสนุก

“หลี่กงกงกลัวจะเสียตำแหน่งเพียงนี้ โดนเรียกไปตักเตือนนิดหน่อยถึงขั้นประกาศกร้าว”

จินเทียนหลุนทำเพียงยิ้มมุมปากกับคำพูดของเฉียวเหอ ดวงตาเมล็ดซิ่งมองตามร่างบางของจิ่วเหลียนฮวาไป

“ตามนางไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ตาม แต่เพียงจับตาดูไปก่อน อย่างเพิ่งเผยกายให้นางเห็นจนกว่าจะทราบความจริง”

องครักษ์ทั้งสองรับคำ ตอนแรกพวกเขาคิดว่ากลับมาเมืองหลวงครั้งนี้จะน่าเบื่อเพราะต้องรอรับคำสั่งจากฮ่องเต้จินจิ่นฟู่ถึงจะมีงานทำ

ใครจะคิดว่าท่านอ๋องของพวกเขาจะหางานให้ทำ อีกทั้งงานนี้ยังเกี่ยวกับ…

สตรี!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๙๐ ความทรงจำที่สวยงามไม่มีลืมเลือนทุกชาติ (จบบริบูรณ์)

    บทที่ ๙๐ความทรงจำที่สวยงามไม่มีลืมเลือนทุกชาติห้าปีผ่านไป…จิ่วเหลียนฮวาชีวิตสนุกมากเมื่อมีลูกน้อยทั้งหลายมาคอยล้อมหน้าล้อมหลัง แม้แต่จินเทียนหลุนยังเข้าไม่ถึงตัวนาง เพราะเช่นนี้เขาถึงฝากลูกไปเลี้ยงกับคนนั้นที คนนี้ทีเพื่อจะได้ใช้เวลาส่วนตัวกับชายารักบ้างเสี่ยวกั่วกัวท่านหญิงใหญ่ถูกฝากเลี้ยงกับหยางเซียงยี่ เสี่ยวน่ายน่ายถูกนางกำนัลของไทเฮามารับตัวไปเล่นในวังเกือบทุกวัน เช่นเดียวกับเสี่ยวน่ายกัวที่แทบจะกินนอนอยู่ที่ห้องทรงอักษรของฮ่องเต้จินจิ่นฟู่จวิ้นอ๋องที่อยากอยู่กับหลานเช่นกันแต่ไม่มีโอกาสนั้นเลยถึงกับออกปากกับหลานชายว่าให้เขามีหลานให้อีกสักสองคนจะได้ครบกันหนึ่งปีต่อจากคลอดแฝดสาม จิ่วเหลียนฮวาก็ตั้งครรภ์อีกครั้งเป็นแฝดชายหญิง ชื่อเล่นเสี่ยวผิงผิงและเสี่ยวปิงปิงบุตรชายเสี่ยวผิงผิงตกเป็นของจวิ้นอ๋อง บุตรสาวเสี่ยงปิงปิงตกเป็นของจื่อเจี่ยนเฉิงจวิ้นอ๋องและจื่อเจี่ยนเฉิงยังมีแรงพอจะสร้างทายาท ทว่าพวกเขากลับไม่คิดแต่งงานหรือ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๙ พระนัดดารุ่นแรกของราชวงศ์

    บทที่ ๘๙พระนัดดารุ่นแรกของราชวงศ์เก้าเดือนแห่งการตั้งครรภ์แฝดสามไม่ง่าย!ดีว่าจิ่วเหลียนฮวามีพลังเทพปกป้อง ทั้งยังมีคนดูแลอย่างดีทั้งคนจากไทเฮา สมุนไพรบำรุงครรภ์จากคลังหลวง สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นพิษอย่างหยางเซียงยี่และการดูแลที่ดีจากสวามีในยามค่ำคืนจินเทียนหลุนมีตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ กลางวันว่ายุ่งจากการทำงานแล้ว แต่กลางคืนก็ยังมาปรนนิบัติพระชายาช่วยนวดเท้าให้นางกลางคืนเมื่อยามที่เกิดอาการเหน็บชานางจึงผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้จนกระทั่งมาถึงวันที่น้ำคร่ำแตก!“น้องรองไม่ต้องกังวล หมอที่เก่งที่สุดอยู่ในนั้นแล้ว”ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่ที่เสด็จมาจวนจือเล่อเอ่ยปลอบอนุชาที่กำลังเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดแม้คนปลอบจะใจไม่สงบเช่นเดียวกันก็ตาม!“นั่นสิหลุนเอ๋อร์ เจ้าเดินไปเดินมาจนแม่ลายตาแล้ว นั่งลงก่อน มีเทพโอสถอยู่ทั้งคนยังจะกังวลเพียงนี้”ไทเฮาก็เอ่ยปลอบโอรสด้วยคน คลอดแฝดสามเดิมทีน่าเป็นห่วง

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๘ สตรีคลอดบุตรไม่ต่างจากก้าวเข้าประตูปากผี

    บทที่ ๘๘สตรีคลอดบุตรไม่ต่างจากก้าวเข้าประตูปากผีเมืองฮั่นหลินเกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น!เพื่อไม่ให้ตนมัวแต่จมปลักอยู่กับความรักที่ไม่อาจร่วมทางไปกับคนรักได้จนสุดฝั่ง จินหลี่จินจึงขอฮ่องเต้ไปสืบคดีนี้ด้วยตนเอง ฮ่องเต้อนุญาตเพราะคิดว่าการทำงานหนักอาจทำให้อีกฝ่ายไม่มีเวลาฟุ้งซ่านส่วนจินเทียนหลุนนั้น ยามนี้ได้รับตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ รับหน้าที่เป็นแม่ทัพพิทักษ์เมืองหลวงต่อจากท่านตาของจินหลี่จินเดิมทีตำแหน่งนี้ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่อยากมอบให้จินหลี่จิน แต่อีกฝ่ายรักอิสระ อยากทำหน้าที่ที่ไม่กังขังตนเอาไว้เพียงในเมืองหลวง เขาจึงได้รับหน้าที่พิเศษเป็นฑูตประจำแคว้น ทำหน้าที่เจริญสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้น เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ได้สะดวกสมกับที่ไม่มีครอบครัวส่วนจินเทียนหลุนที่มีชายาที่ท้องโตขึ้นทุกวันรอที่จวนอยู่แล้ว เช้ามาเข้ากองทัพฝึกทหาร ค่ำกลับจวนอยู่เป็นเพื่อนชายาและแนบหูคุยกับลูกน้อยทุกคืนแม้เด็กในท้องจะไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับเพราะเพิ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๗ ความรักระหว่างมนุษย์เหมือนลมสายหนึ่ง

    บทที่ ๘๗ความรักระหว่างมนุษย์เหมือนลมสายหนึ่งยามนี้เทพโอสถกำลังยืนอยู่บนกลางท้องฟ้า ใต้เท้าเป็นสัตตบงกชแห่งการเคลื่อนย้าย ด้านซ้ายมีหวงผิงที่ยืนอยู่บนปุยเมฆมองการแต่งงานของไช่จงซินในมุมสูงสีหน้าของเขาเรียบเฉยต่างกับเทพโอสถที่ฉายแววปวดใจ เมื่อคนที่กำลังเดินเคียงคู่กับไช่จงซินเข้าไปในโถงทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินมิใช่คนที่มีใจต้องกัน“ข้าเป็นคนนอก มองดูแล้วยังปวดใจเพียงนี้ พวกเขาสองคนก็คงปวดใจจนหายใจไม่ออก ร้องไห้ก็ไม่ได้ จุกลิ้นปี่ตรงนี้”หวงผิงหันมามองนิ้วมือเรียวที่ชี้จุดตรงลิ้นปี่ที่อยู่ตรงกลางด้านล่างอกเหนือกระเพาะอาหาร“ท่านเจ็บเพราะจิ้มแรงเกินไป”คนที่กำลังคล้อยไปกับเรื่องราวไม่สมหวังของคู่รักมนุษย์ตวัดสายตามามองหวงผิง แต่เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายยังไม่เข้าใจความรู้สึกนี้จริง ๆ ก็ไม่โทษเขา“เอาเถอะ! เรื่องยังไม่เกิดกับตนจะเข้าใจได้อย่างไร ลองจินตนาการดู หากเจ้าเป็นไช่จงซินหรือจินหลี่จินจะไม่รู้สึกอันใด

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๖ เมื่อรักและหน้าที่ไปด้วยกันไม่ได้

    บทที่ ๘๖เมื่อรักและหน้าที่ไปด้วยกันไม่ได้การมาเยือนแคว้นฝูครั้งนี้ จินเทียนหลุนคิดว่าคุ้มค่าที่สุด ไม่ต้องไปถามวิธีการดูแลบุตรจากหมอหลวงที่ไม่เคยตั้งครรภ์ แต่ได้ความรู้จากเหล่าฮูหยินทั้งหลายที่ต่อไปจะกลายเป็นฮูหยินผู้เฒ่าสตรีมีครรภ์จะเป็นเหน็บชา ต้องหมั่นนวดเท้า เรื่องอาหารการกิน งดดื่มสุรา รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่จะมีผลต่ออารมณ์และอย่างสุดท้ายที่สำคัญสำหรับชีวิตคู่คือการร่วมหลับนอนระหว่างสามีภรรยา“เสี่ยวจิ่ว เปิ่นหวางถามฮูหยินทั้งสามแล้ว เรายังเข้าหอกันได้ตามปรกติ เว้นเพียงช่วงนี้กับช่วงใกล้คลอด ขอแค่เปิ่นหวางระวังไม่เน้นท่าโลดโผน ค่ำคืนของเราก็ยังคงเร่าร้อนได้เหมือนเคย”จิ่วเหลียนฮวาหน้าร้อนฉ่า ไม่คิดว่าสวามีของนางจะกล้าพูดเสียงดังต่อหน้าบ่าวในจวนตระกูลไช่ที่กำลังทำความสะอาดอยู่ด้านนอกนางดึงแขนเขาเข้าไปด้านในเรือนทันทีเพราะปั้นสีหน้าไม่ถูกแล้ว“ท่านอ๋อง! กล่าวเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่นไม่ได้เพคะ”“ขออ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๕ เจ้าจะไม่ตายไปจากใจข้า

    บทที่ ๘๕เจ้าจะไม่ตายไปจากใจข้าสองหนุ่มใหญ่จ้องหน้ากันนิ่ง จิ่วเหลียนฮวาเห็นเช่นนั้นก็มองหน้าจินเทียนหลุน ไม่กล้าหายใจแรงเพราะกลัวว่าเสียงหายใจของตนจะไปขัดจังหวะคนทั้งคู่“ยายหนูจิ่ว ขนมของที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง”ไช่จงซินถอนสายตาจากจินหลี่จินก่อน เดินไปนั่งตำแหน่งประมุขตระกูล รอคำตอบจากจิ่วเหลียนฮวาอย่างใจเย็น คำอวยพรจากจินหลี่จินเมื่อครู่ทำให้เขาไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายอีก ด้วยกลัวจะพรั่งพรูความรู้สึกต่อหน้าทุกคน“อร่อยเจ้าค่ะท่านประมุข”“เรียกข้าว่าท่านอาจารย์ตามเจ้าหนูหลุนเถิด”จิ่วเหลียนฮวาพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ ขนมอร่อยมากเจ้าค่ะท่านอาจารย์ หากใจไม่ห้ามเอาไว้ ข้าอยากทานแทนอาหารสามมื้อ”ไช่จงซินหลุดหัวเราะเกือบสำลักน้ำชา“เสี่ยวจิ่วมีอารมณ์ขันแล้ว สตรีวัยเจ้าที่ทานมาก ส่วนใหญ่จะเป็นสตรีมีครรภ์ทั้งนั้น หรือเจ้ากำลังมีครรภ์”ไช่จงซินถามโดยไม่คิดอันใด ไม่คิดว่าทุกคนจะเงียบ เขามองหน้าจินเทียนหลุนสลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status