LOGINตอนที่สี่
การเดินทางมายังบ้านใหม่ที่การโคจรของดวงดาวต่างกัน ทำให้เมื่อมาถึงดาวดวงใหม่ก็ได้เวลาเช้าของที่นี่พอดี โจดินรีบรายงานความคืบหน้าของการเดินทาง ในตอนนี้พวกเขากำลังเดินจากเข้าสู่วงโคจรของวงแหวนที่สามและตรงไปยังดวงดาว C-9 อันเป็นบ้านแห่งใหม่ของพวกตน ยานบินถูกสแกนตรวจเพื่อป้องกันภัยแก่ดวงดาวและผู้คนที่อาศัยอยู่ ก่อนจะถูกฉีดล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรอบยานก่อนจะเข้าจอดเทียบท่า
และเมื่อประตูยานเปิดออก ลูซ โจดิน และโทนี่ก็ก้าวเท้าเข้าสู่บ้านใหม่พร้อมๆ กัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติเพื่อความปลอดภัยของดวงดาว ซึ่งหากไม่มีข้อมูลว่าเป็นบุคคลอันตราย ลูซสามารถแจ้งให้ทางกองทัพประจำดวงดาวเก็บข้อมูลการอาศัยอยู่ในดวงดาวแห่งนี้ให้เป็นความลับได้เพราะยังอยู่ในกฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์
แม้ว่าลูซจะอายุยี่สิบปีแล้วสามารถครอบครองทรัพย์สินได้สามารถจัดการกับมรดกที่ได้รับด้วยตัวเองได้แล้วแต่ด้วยอายุขัยที่มากของมนุษย์ในยุคดวงดาวที่สามารถอายุยืนได้ถึงสองร้อยกว่าปีนั้นลูซจึงยังถือว่าเป็นผู้เยาว์ที่ยังต้องได้รับการปกป้องจากทางจักรวรรดิอยู่ การคุ้มครองผู้เยาว์จึงสามารถร้องขอความคุ้มครองจากจักรวรรดิได้จนถึงอายุยี่สิบห้าปี ซึ่งนับว่าดีมากสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่และรอวันเอาคืนของลูซ
รวมถึงธุรกิจต่างๆ ที่จะถูกดำเนินต่อไปภายใต้การคุ้มครองของจักรวรรดิ เพื่อปกป้องผู้เยาว์ที่ครอบครองทรัพย์สินอยู่ให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และมีเวลามากพอที่จะเรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวโดยที่ไม่ต้องเสี่ยงกับการโดนคนหลอกหรือการนำทรัพย์สินไปลงทุนจนล้มละลาย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้เยาว์ต้องการหรือไม่ ซึ่งลูซเองก็อาศัยกฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์ข้อนี้นี่เองมาใช้ในการหลบหนีและซ่อนตัวจากญาติปรสิตทั้งหลายพวกนั้นได้
"ลูซไม่ต้องกังวลไปนะ ขั้นตอนมีไม่มากและเรารายงานตัวแจ้งความประสงค์ที่ต้องการการคุ้มครองมาตั้งแต่ก่อนจะเดินทางแล้ว ดังนั้นเอกสารหรือข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็นถูกนำมาพิจารณาเรียบร้อยแล้ว พวกเราแค่ต้องเดินทางไปลงทะเบียนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินเรื่องการเข้าเป็นประชากรของดวงดาว จากนั้นก็จะทำการถ่ายโอนข้อมูลเข้าสู่ชิปประมวลผลของตัวบุคคลและเอไอประจำตัวอย่างผม ร่วมถึงขึ้นทะเบียนหุ่นยนต์พ่อบ้านที่พ่วงด้วยฟังก์ชันการเป็นบอดี้การ์ดไปในตัวอย่างโจดิน หลังจากนั้นก็เรียบร้อยสามารถเดินทางเข้าที่พักได้แล้วครับ"
"สะดวกและรวดเร็วมากๆ เลย จะได้ไม่ต้องมานั่งรอจนหลับกันไปข้าง แถมที่นี่อากาศก็ดีมากๆ จนฉันเริ่มง่วงเสียแล้วสิ"
"ลูซรอสักห้านาทีก่อนนะครับ หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยเราจะได้เดินทางไปยังที่พักที่กระผมจองเอาไว้ อีกทั้งห้องที่จองไว้ก็มีครัวจริงด้วยนะครับ เผื่อว่าลูซจะอยากลองทำอาหารปรุงสุกกินเองมื้อแรกไงครับ"
ลูซตาโตด้วยความตื่นเต้นเพราะเขาไม่คิดจริงๆ ว่าจะได้เริ่มทานอาหารจริงๆ เสียที นึกว่าต้องรอนานกว่านี้เสียอีก พอรู้ว่าที่พักที่จองเอาไว้สามารถทำอาหารได้ก็รีบสั่งให้โทนี่ช่วยสั่งวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารมื้อแรกมาไว้ให้ โชคดีที่ทางที่พักที่จองไว้เป็นเหมือนบ้านขนาดเล็กคือมีห้องนอนห้องนั่งเล่นห้องครัวและห้องชาร์จพลังงานของหุ่นยนต์รับใช้หรือแม้แต่หุ่นยนต์เอไอประจำตัว
ซึ่งพอเดินทางมาถึงที่หมายแล้ว ถ้าเข้าสู่ที่พักเมื่อไหร่ลูซก็จะทำการโอนถ่ายข้อมูลของโทนี่ให้เชื่อมต่อเข้ากับหุ่นยนต์อารักขาอีกตัวที่พ่อกับแม่ได้สร้างเอาไว้ให้ทันที เพราะทั้งสองคนรอที่จะมอบให้เป็นของขวัญครบรอบวันเกิดของลูเซียน แต่เมื่อทั้งสองเสียชีวิตลงลูเซียนจึงไม่เคยได้ถ่ายโอนข้อมูลของโทนี่เลยจนกระทั่งภัทรเข้ามาอาศัยอยู่แทน
"ถึงจะไม่มีความหวังแต่ผมก็อยากตามหาพ่อกับแม่นะครับ"
อาจจะเพราะการเข้ามาอยู่และใช้ความทรงจำและความรู้สึกหลายๆ อย่างร่วมกัน ทำให้ภัทรเริ่มซึมซับความรู้สึกของลูเซียนมาทีละน้อยจนเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ภัทรเองก็อยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้ง และเพราะโตกว่าลูเซียนอยู่มากจึงมองได้กว้างกว่าเห็นอะไรได้มากกว่าเด็กหนุ่มที่กำลังเสียใจเพราะการสูญเสียคนในครอบครัวอันเป็นที่รัก
ที่สำคัญคือลูเซียนหมดอายุขัยนั่นแหละผมถึงมาอยู่ตรงนี้แทน และการที่ได้มิติเก็บของสารพัดนึกที่นอกจากเก็บของได้แล้วยังร้องขอสิ่งของได้ด้วยแบบนี้แสดงว่านี่อาจจะเป็นสิ่งที่เบื้องบนกำหนดมาให้ผมทำก็ได้ นั่นคือการตามหาพ่อกับแม่ขอลูเซียนและจัดการกับพวกญาติปรสิตที่วางแผนชั่วทั้งหลายนั่น
"เอาละเราจะไม่เศร้ากันอีกแล้ว เราจะอยู่ในโหมดพร้อมตบตีกับทุกคนที่หาเรื่อง และตอบโต้สุดกำลังด้วยฝีปากและฝีมือ โทนี่สั่งวัตถุดิบทำอาหารให้ผมหน่อยนะครับ เอาไข่ไก่หรือไข่เป็ดก็ได้สักแผง เนื้อหมูหนึ่งกิโล กุ้งหนึ่งกิโล ว่าแต่วัตถุดิบที่ทางจักรวรรดิรับรองว่าทำอาหารได้มีพวกอาหารทะเลอยู่ใช่ไหมครับ ถ้างั้นก็ต้องสั่งอีกเยอะๆ เลย"
พอเริ่มเปิดใจและยอมรับการเป็นลูเซียน ภัทรก็เริ่มแทนตัวเองว่าผมและเริ่มทำให้โทนี่และโจดินเป็นคนในครอบครัวแทนหุ่นยนต์ เพราะหุ่นยนต์ในยุคนี้สามารถทานอาหารแบบมนุษย์ได้เพียงแต่จะได้พลังงานน้อยกว่าพลังงานจากแท่นชาร์จ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาถ้าจะร่วมมื้ออาหารเพราะทั้งสองมีเซนเซอร์ในการรับรสและตีความหมายของรสชาติที่กินเข้าไปได้ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย ดังนั้นแล้วลูซจึงอยากทำอาหารมื้อแรกและเป็นมื้อใหญ่เพื่อต้อนรับครอบครัวใหม่ของตนเอง
"อาหารทะเลถูกรับรองว่าทานได้หลากหลายชนิดเลยครับ แต่น้อยคนนักที่จะสามารถทำมันออกมาได้ เพราะสูตรอาหารที่ปรุงสำเร็จแทบไม่หลงเหลืออยู่เลย เพราะตอนที่มนุษย์ย้ายถิ่นฐานมากนั้น ดันทำตำราอาหารหายหลงเหลือเพียงตำราเครื่องปรุงต่างๆ เหล่าเชฟในปัจจุบันจึงต้องพยายามรังสรรค์วัตถุดิบให้สอดคล้องกับเครื่องปรุงที่มีอยู่ครับ และนั่นคือเรื่องที่ยากมากๆ"
"วันนี้เป็นวันฉลองย้ายมาดาวดวงใหม่ดังนั้นอาหารมื้อแรกต้องพิเศษสักหน่อย เอาเป็นเมนูชาบูก็แล้วกันสั่งพวกเนื้อหมูเนื้อวัวสไลด์บางอย่างละกิโล กุ้งขาวหรือกุ้งอะไรก็ได้ที่พอจะมีขาย พวกหมึกกระดองขนาดเล็กหรือหมึกสายก็เอาตัวเล็กๆ แบบกินคำละตัวมาด้วย แล้วก็พวกผักต่างๆ กับเครื่องปรุง มาๆ เดี๋ยวผมพูดแล้วโทนี่บันทึกไว้แทนแล้วกันนะ"
ลูซจดรายการสิ่งที่ต้องซื้อไปเป็นจำนวนมากด้วยความตะกละและอยากทำอาหารเนื่องจากทนกินอาหารเม็ดมาสองมื้อแล้ว ถ้าให้กินอีกมื้อเขาต้องกรี๊ดออกมาแน่นอน จะปิ้งย่างก็เกรงใจที่พักเอาไว้มีบ้านของตัวเองเราค่อยทำอาหารจำพวกปิ้งย่างก็แล้วกัน วันนี้เอาเท่าที่ทำได้ก่อน
หลังจากการลงทะเบียนพลเมืองทั้งคน เอไอและหุ่นยนต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามก็ขับเคลื่อนยานไปจอดยังโรงจอดของโรงแรมที่จองไว้ซึ่งอยู่ติดกับเขตทหาร และก็เป็นโชคดีที่เป็นยุคอวกาศทุกห้องจึงมีลานจอดยานเป็นของตัวเองที่ระเบียงห้อง ก่อนจะเปิดเข้าไปในห้องได้เหมือนเปิดประตูบ้าน แต่ก็ยังสามารถเปิดเข้าไปใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกภายในตัวโรงแรมได้ด้วยประตูด้านในอีกบานที่เหมือนประตูโรงแรมในโลกที่จากมา
"โรงแรมแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ จอดยานตรงระเบียงห้องได้เลยไม่ยุ่งยาก แถมเปิดประตูไปใช้บริการในตัวตึกก็ทำได้ ว่าแต่ในโรงแรมนี้มีลูกค้ามาพักกันเยอะไหมโทนี่ เพราะดาวรกร้างห่างไกลขนาดนี้ไม่น่าจะมีคนมาพักเยอะหรอกใช่รึเปล่า?"
"ตรงข้ามเลยครับ เพราะเป็นดาวรกร้างห่างไกล ประชาชนที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่จึงใช้ชีวิตอิงธรรมชาติมากที่สุด ที่นี่นอกจากเขตทหารก็จะมีพวกพืชสวนไร่น่าเป็นการเกษตรไปเกือบสามส่วนของดวงดาว มีการเลี้ยงสัตว์เช่นวัว หมู แพะ แกะ และม้า ส่วนพวกสัตว์น้ำจะเป็นฟาร์มในทะเลและประมงลำเล็กที่ชาวบ้านออกทะเลไม่ไกลครับ"
"ดีจังเลยมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และวัตถุดิบใกล้แค่เอื้อมแบบนี้สนุกแน่"
"ว่าแต่ลูซให้สั่งของมาเยอะมากๆ เราจะกินกันหมดหรือครับ?"
"หมดแน่นอนแต่ต้องมีผู้ช่วยด้วย เพราะฉะนั้นโทนี่รีบมาถ่ายโอนข้อมูลของนายเพื่อรวมกับร่างหุ่นยนต์พ่อบ้านที่พ่อกับแม่ทำเอาไว้ให้ได้แล้ว ถึงจะเป็นหุ่นยนต์รุ่นพิเศษและใช้เวลาน้อยแต่ฉันหิวแล้วเพราะฉะนั้นให้ไวเลย"
โทนี่คือชิปเอไอประมวลผลอัจฉริยะที่ถูกฝั่งในร่างของลูเซียนอยู่แล้วจะใช้วิธีถ่ายโอนข้อมูลด้วยการเชื่อมต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงเท่านั้น ซึ่งหุ่นยนต์พ่อบ้านที่พ่อและแม่ทำเอาไว้ให้โทนี่ถูกระบุดีเอ็นเอของลูเซียนเอาไว้เพื่อป้องกันคนอื่นนำเอาไปใช้ได้อีกด้วยดังนั้นการถ่ายโอนข้อมูลจึงง่ายมากๆ เพียงแค่ลูเซียนยืนมือสอดเข้าไปในช่องว่างตรงช่วงหน้าอกของหุ่นยนต์ในตำแหน่งเดียวกับหัวใจของมนุษย์และรอประมาณห้านาทีเท่านั้นการถ่ายโอนข้อมูลสู่ร่างหุ่นยนต์ก็สำเร็จด้วยดี
"สวัสดีครับลูซ ผมดูเป็นยังไงบ้าง?"
"นายดูเหมือนคนในยุคโบราณเลย ดูเหมือนจอมยุทธ์ที่เหาะได้เพียงแต่ชุดที่ใส่เป็นโลหะชนิดพิเศษไม่ใช่ไหมฟ้าอะไรทำนองนั้น"
ลูซพอใจในรูปลักษณ์ของหุ่นยนต์ทั้งสองตัวของตัวเองมากๆ เพราะแฟนตาซีสุดๆ ตัวหนึ่งเหมือนเทพเซียนในหนังจีนกำลังภายใน อีกตัวก็เหมือนหุ่นยนต์กันดั้มในการ์ตูนญี่ปุ่น อย่างน้อยนี่ก็ทำให้ตัวเขาไม่หลงลืมโลกที่จากมา
"ลูซครับรายการสั่งซื้อของทำไมมันเยอะจังเลยครับ?"
โจดินที่มองรายการสั่งซื้อของจำนวนมหาศาลก็ได้แต่คำนวณการใช้งานและอายุการใช้งานอยู่ในใจ ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะหมดเพราะปกติคนในยุคดวงดาวไม่ทำอาหารกินเองเพราะทำไม่อร่อย จะมีคนที่ทำขายอยู่บ้างแต่ก็เป็นอาหารง่ายๆ อย่างไข่ต้มกับพริกน้ำปลาหรือกินกับซอสต่างๆ ที่มีขาย ส่วนเนื้อสัตว์ก็เน้นเอาไปทอดในน้ำมัน อบในเตาหรือต้มจนสุกแบบพอกินได้ไม่อร่อยจนขีดพลังงานท่วมท้นหรือรู้สึกมีความสุขจนค่าพลังจิตพุ่งสูง
"โจดินไม่รู้อะไรซะแล้ว พวกเครื่องปรุงนะเราใช้ทีละน้อยและครั้งละหลายอย่างจึงจำเป็นต้องซื้อมาหลายชนิด เพราะอาหารแต่ละอย่างใช่เครื่องปรุงไม่เหมือนกันหรอกนะ แล้วพวกเนื้อสัตว์ทั้งหลายก็หั่นและเตรียมไว้เป็นส่วนๆ แยกใส่กล่องเก็บในตู้เย็นเอาไว้ใช้ในมื้ออื่นได้ สะดวกสบายกว่าการซื้อมาทีละอย่างเป็นไหนๆ ได้ลองแล้วจะติดใจ"
ถึงจะได้ยินแบบนั้นจากลูซก็ไม่ได้ทำให้หุ่นยนต์ทั้งสองคลายกังวลเพราะอาหารสำหรับมนุษย์ยุคอวกาศเท่ากับวัฒนธรรมที่ล่มสลายไปแล้วนั่นเอง
ตอนที่เจ็ดสิบห้า (ตอนจบ)ลูซได้แต่ปลงตกเมื่อลูกชายคนสุดท้องดันชอบกลิ่นของเจ้าต้นที่อยู่ตรงหน้า แถมยังทำหน้าอ้อนสุดชีวิตเพื่อจะได้ลิ้มรสมันสักครั้ง แล้วคนเป็นป๊ะป๋ากับหม่ามี้จะทำอะไรได้นอกจากต้องตามใจเจ้าตัวน้อยไปก่อน ส่วนบรรดาคนอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะวิ่งหนีไปไหมถ้าหากลูซปอกเปลือกมันขึ้นมา ว่าแต่เรายังมีโทนี่กับโจดินอยู่ด้วยนี่หน่า ใช้เจ้าพี่เลี้ยงทั้งสองทำให้ก็แล้วกัน"ฮ่ะๆๆๆ มีอยู่คนเดียวที่หอมสินะ ต้นนี้เรียกว่าต้นทุเรียนครับ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งผลของมันมีเปลือกแข็งและมีลักษณะเป็นหนาม แต่หากแกะออกมาจะพบเนื้อผลไม้ที่มีสีเหลืองสวย เพียงแต่หม่ามี้ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยไม่เคยคิดที่จะปลูกเลย ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่ามันจะมีโผล่ออกมาเป็นดงแบบนี้""พี่ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยครับ กลิ่นมันเหมือนกำมะถันเลย หนูแน่ใจนะครับว่ามันกินได้""กินได้จริงๆ ครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนชอบไม่ชอบด้วย อย่างหนูก็ไม่กินเนื้อทุเรียนแบบที่สุกแล้ว แต่จะกินแบบที่เอาเนื้อของผลที่ยังไม่สุกไปทอดจนกรอบมากกว่า อันนั้นนะกินทั้งวันก็ยังได้แต่ถ้าลูกสุกที่มีกลิ่นแบบนี้หนูไม่ชอบเลยสักกะนิดเดียว""พี่นิวว่ามันเหม็นแต่ก็เหมือนจะหอมแต่ก็กลิ่นแ
ตอนที่เจ็ดสิบสี่ร้านหมูปิ้งอวกาศถูกผู้คนทั้งจักรวรรดิให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเมนูที่ทานง่ายอิ่มนานราคาไม่แพง และที่สำคัญคือเจ้าของร้านและพนักงานในร้านที่เรียกได้ว่าทำเอาคนที่มีเวลาต้องหาทางมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง"หมูปิ้งอร่อยๆ ครับผม หมูปิ้งไม้ละสามเหรียญ ข้าวเหนียวห่อละห้าเหรียญเท่านั้น ถ้ารับข้าวเหนียวสองและหมูปิ้งสิบไม้ แถมฟรีรอยยิ้มกระชากใจจากน้องเรนน์และน้องมินเป็นของแถมนะครับ ถ้าซื้อเกินร้อยเหรียญจะได้รับการส่งจุ๊บจากเจ้าจิ๋วทั้งหลายด้วยนะครับผม""ปิ้งหย่อย" อเรสช่วยพี่ชายขายของด้วยการนั่งแทะหมูปิ้งโชว์ลูกค้าจนกระทั่งเหลือแต่ไม้ก็เริ่มทำหน้านิ่วแล้วยืนมือไปหยิบหมูปิ้งอันใหม่มาแทะต่อ"หย่อยมั่กๆ ยับกังเยย" ไซอัสที่พยายามขายของให้ได้เยอะที่สุดก็ถึงกับกินให้ดูเพื่อรับประกันความอร่อย"อุกหนุงเยอะๆ นะงับ" ลูมินที่อิ่มแล้วจึงทำหน้าที่อวดไม้ปิ้งหมูพร้อมแจกยิ้มหวานด้วยแก้มยุ้ยที่เปื้อนไปด้วยซอสที่หมักหมูปิ้ง"ฉื้อแย้วหยอกปุกงับ" น้องเรนน์ทำหน้าที่ยิ้มหวานและเก็บเงินจากคุณลูกค้า โดยมีกระปุกออมสินรูปหมูที่ใช้ทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนจ่ายเงินสำหรับลูกค้าภาพของเด็กจิ๋วทั้งสี่แล
ตอนที่เจ็ดสิบสามหลังจากประกาศเรื่องร้านออกมาแล้วน้องนิวก็เดินไปหาป๊ะป๋ากับหม่ามี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มแฉ่งออกมาอยากภูมิใจว่าทำหน้าที่สำเร็จ ก่อนจะเป็นคาร์ลและลูซที่เอ่ยปากขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน รวมถึงทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดผ่านช่องของน้องนิว ตามด้วยลูซที่พูดกล่าวถึงความภาคภูมิใจในลูกชายตัวน้อยทั้งห้าคนที่ร่วมกันออกแบบร้านนี้ออกมา"เอาละครับ ผมว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมจะเปิดงานฉลองวันเกิดของอเรส ไซอัส ลูมินและน้องเรนน์แล้ว ได้เวลาให้เด็กจิ๋วเป่าเค้กกันแล้วครับ"ว่าจบไฟในงานก็หรี่ลงทำเอาสี่จิ๋วขยับตัวเบียดกันมากขึ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะหม่ามี้บอกแล้วว่าให้รอทุกคนร้องเพลงจบก่อนถึงเป่าเทียนได้ ต่างคนต่างตั้งใจฟังเสียงร้องเพลงวันเกิดของทุกคนด้วยใจจดจ่อ จนเมื่อเพลงจบสี่จิ๋วก็ร่วมกันเป่าเค้กก้อนอ้วนพร้อมกันจนเปลวเทียนดับลง"สุขสันต์วันเกิดนะครับจิ๋วจิ๋ว พี่นิวรักจิ๋วจิ๋วทุกคนเลย""ขอให้เป็นเด็กดีของหม่ามี้ตลอดไปเลยนะครับเด็กๆ""หนึ่งขวบแล้วนะเจ้าตัวแสบ ต่อจากนี้ก็แกล้งป๊ะป๋าให้น้อยลงนะครับ"แต่คำอวยพรไหนเลยจะเข้าหัว เจ้าจิ๋วทั้งสี่เมื่อเป่าเทียนเสร็จก็สามัคคีกันเอามืออ้วนป้อมหยิบเค้กเข
ตอนที่เจ็ดสิบสองคาร์ลที่ไม่ได้ละเอียดอ่อนอะไรทั้งยังมีนิสัยขี้แกล้ง เผลอตัวเอ่ยแซวเจ้าจิ๋วทั้งสี่ที่เพิ่งจะหยุดร้องไปได้ไม่นานออกมาอย่างมันเขี้ยว แต่พอเจ้าจิ๋วทั้งสี่ได้ยินเท่านั้นแหละ สายตาพิฆาตทั้งสี่คู่ก็ถูกส่งมาหาป๊ะป๋าในทันทีพร้อมเสียงพ่นน้ำลายอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำเอาลูซถึงกับหัวเราะจนเจ็บท้องเพราะป๊ะป๋าคนดีไม่ว่ากับลูกคนไหนก็บ่นป๊ะป๋ากันหมด"บู้ว!!!!""โอ๋ๆ ไม่บ่นป๊ะป๋ากันแล้วเน๊อะ เดี๋ยวหม่ามี้จะรีบชงนมขวดให้นะครับเด็กๆ พี่นิวอยากช่วยหม่ามี้ไหมครับ""ได้เลยครับ น้องนิวจะช่วยหม่ามี้ชงนมขวดให้น้องเอง พี่นิวเก่งมากรับรองว่าชงอร่อยแน่นอนใช่ไหมจิ๋วจิ๋ว""แอ๊!!!!"เจ้าจิ๋วทั้งสี่ส่งเสียงขานรับพี่ชายทันทีก่อนจะถูกอุ้มกลับไปนอนในยานเด็กที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง รวมถึงการเป็นเปลนอนแบบในตอนนี้ที่กำลังมีเจ้าจิ๋วทั้งสี่นอนดีดขาสั้นป้อมไปมาเพื่อรอนมขวด ยานบินเด็กรุ่นเก่านอกจากลอยจากพื้นได้แล้วยังโยกไปมากล่อมเด็กได้อีกด้วย แต่รุ่นปรับปรุงที่คาร์ลได้มาใหม่นั้นจะเชื่อมต่อกับเอไอของเจ้าจิ๋วทั้งสี่และทำหน้าที่ประหนึ่งพี่เลี้ยงและคุณหมอไปในตัวรวมทั้งมีฟังก์ชันอารักขาความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่เชื่
ตอนที่เจ็ดสิบเอ็ดหลังจากหลงลืมไปนานว่าอยากมีร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นของตัวเอง ในที่สุดลูซก็ได้เริ่มต้นโครงการร้านขายหมูปิ้งบริเวณหน้าบ้านของตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่ริมประตูบ้านบริเวณด้านขวาทำการสร้างร้านขายหมูปิ้งที่มีรูปร่างเป็นหมูสีชมพูถือหมูปิ้งและข้าวเหนียวในมืออย่างละข้างชูขึ้นฟ้า พร้อมกับชื่อร้านตัวใหญ่ว่า "หมูปิ้งอวกาศ"การเริ่มสร้างร้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ยากคือจัดการกับพนักงานตัวน้อยของร้านที่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากออกความเห็นอยากช่วยไปเสียหมด แต่ดูเหมือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่จะลืมไปว่าตนเองนั้นเพิ่งจะอายุได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ส่วนน้องนิวที่อยากให้น้องชายทั้งสี่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างร้านของหม่ามี้ก็พยายามหาทุกทางที่น้องชายตัวจิ๋ววัยหัดคลานจะมีส่วนร่วมได้ด้วยจนกระทั่งแผนการดึงดูดลูกค้าของผู้เป็นพี่ชายถูกนำเสนอกับป๊ะป๋าหม่ามี้ว่านอกจากจะขายข้าวเหนียวและหมูปิ้งแล้วนั้น บ้านเราจะขายความน่ารักของเจ้าจิ๋วทั้งสี่ไปด้วย ไม่ว่าจะเอามานั่งเรียกลูกค้า แจกยิ้มหวานให้ลูกค้า หรือแม้แต่ช่วยพิสูจน์ความอร่อยก็พร้อมรับหน้าที่ ซึ่งเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก้ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด เพราะพอพี่ชายเสนอ
ตอนที่เจ็ดสิบเมื่ออายุได้เจ็ดเดือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก็เริ่มปฏิบัติการคลานไปทั่วบ้านด้วยความเร็วสูง ชนิดที่หุ่นยนต์ทำความสะอาดไม่ต้องทำงานกันเลยทีเดียว เพราะพอคลานเป็นก็คลานไม่หยุดคลานจนแม้แต่โทนี่กับโจดินยังตามจับไม่ทัน หนักสุดคือหัดสอนกันให้คลานลงจากที่นอนได้ด้วย โดยมีไซอัสแล้วน้องเรนน์เป็นตัวเริ่มด้วยการโยนหมอนโยนผ้าห่มลงจากเตียงแล้วก็คุยกันเองด้วยภาษาทารกที่ผู้ใหญ่ไม่มีทางเข้าใจได้"อัสโยนหมอนกะห่มลงไปเลย เดี๋ยวเรนจะหย่อนก้นลงเอา""ได้เลย อัสเอาผ้าห่มลงด้วยจะได้นุ่ม เรสกะมินทำตามเร็วจะได้ไปหาหม่ามี้กัน"ถือว่าเป็นโชคดีที่ลูซวางแผนการสร้างบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวมาตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นคงต้องปวดหัวเพิ่มกับบันไดบ้านแน่นอน เพราะสี่จิ๋วนั้นทั้งดื้อทั้งซนเล่นได้ทั้งวัน ขนาดหุ่นยนต์ที่ว่าแน่อย่างโจดินก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องขอเวลานอกเพราะแยกร่างไม่ทัน"เรสโยนหมอนลงแล้ว มินค่อยๆ เอาก้นกะขาลงมาก่อน""มินกลัวแต่มินจะเชื่อทุกคนก็ได้"ว่าแล้วเจ้าสี่จิ๋วที่คุยรู้เรื่องกันเองสี่คนก็เริ่มปฏิบัติการหย่อนก้นลงจากที่นอนอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่นอนที่ลูซและน้องนิวจัดวางให้เจ้าแฝดทั้งหลายไม่ได้สูงจากพื้นมากน


![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




