Share

ตอนที่สาม

Author: LittleGhost
last update publish date: 2026-08-28 00:44:41

ตอนที่สาม

หลังจากจัดการทุกอย่างทั้งไล่คนทรยศออกไปจนหมดและให้โจดินกางอาณาเขตม่านบาเรียซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการป้องกันขั้นสูงที่พ่อกับแม่ทำเอาไว้ให้เพื่อปกป้องลูกชายของพวกเขา

"ได้เวลาเล่นสนุกแล้วสิ ไหนดูสิว่าของขวัญของท่านยมจะเลิศแบบที่บอกไว้จริงรึเปล่า"

โจดินกางม่านบาเรียคลุมบ้านหรือคฤหาสน์ขนาดใหญ่ไปจนถึงอาณาเขตรั้วและที่ดินทั้งหมดรวมถึงห้องทดลองและห้องวิจัยที่อยู่ใต้ดินด้วย แม้จะไม่มีความรู้ด้านนี้แต่ความรู้และวิทยาการของพ่อแม่จะไม่มีทางหลุดไปสู่มือของคนพวกนั้นอย่างเด็ดขาด

เมื่อโจดินกางบาเรียเสร็จเรียบร้อยลูซก็ทำการออกคำสั่งเก็บทุกอย่างในม่านบาเรียเข้าไปไว้ในมิติเก็บของที่ท่านยมมอบให้ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความสุขใจเพราะที่ดินตรงหน้ากลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่าอีกทั้งบ้านและทุกอย่างที่เก็บเข้ามิติไว้ก็เหมือนกับลูกแก้วหิมะที่ลอยเคว้งอยู่ในมิติโดยมีทุกอย่างที่ต้องการเก็บเอาไว้ตามที่กางบาเรียจริงๆ

"เลิศมาก! ต้องแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าของวิเศษ สมน้ำหน้าไอ้พวกคนไม่ดีพวกนั้นอย่าหวังว่าฉันจะปล่อยอะไรไว้ให้พวกแกได้ครอบครองเลย หึๆๆ"

ลูซทำหน้าตาชั่วร้ายแล้วหัวเราะแบบตัวโกงในภาพยนตร์ที่เคยดู แต่ด้วยสภาพร่างกายบอบบางและหน้าตาจิ้มลิ้มดูน่ารักน่าทะนุถนอมเลยกลายเป็นโดนโจดินแอบถ่ายรูปเก็บไว้รัวๆ เพราะนายท่านลูซหัวเราะได้น่ารักมากๆ เหมือนแมวน้อยหัดขู่ก็ไม่ปาน

"นายท่านลูซกรุณาเตรียมตัวเคลื่อนพลไปยังแท่นวาร์ปที่ใกล้ที่สุดได้แล้วครับ กระผมสามารถจับสัญญาณชีพของเหล่าคนที่มีดีเอ็นเอตรงกับนายท่านจำนวนไม่น้อยเลยที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้"

"ก็ให้พวกมันมา หมายถึงมาเจอว่าบ้านหายไปทั้งหลังไม่เว้นแม้แต่รั้ว ส่วนพวกเราก็ใช้บาเรียล่องหนแล้วนำยานบินขนาดเล็กออกจากที่นี่ก่อน เพราะถึงเล็กแต่ประสิทธิภาพเกินกว่าจะพูดจบในสองวัน ไปกันเถอะไปหาที่ซ่อนตัวสักพักแล้วออกตามหาพ่อกับแม่ของฉันกัน ฉันไม่มีทางเชื่อว่าคนที่สร้างโจดินกับนายออกมาได้จะตายเพราะแผนโง่ๆ ของคนพวกนั้นหรอกนะ"

โจดินเริ่มนำยานออกมาจากช่วงเก็บของที่ถูกทำเป็นเหมือนมิติเก็บสิ่งของของลูซ จะต่างกันตรงของลูซคือได้จากท่านยมและมันเก็บได้ไม่สิ้นสุด แม้แต่อันที่ไม่ได้เก็บมาก็ยังมีได้ถ้าขอท่านยม ส่วนเอาไออย่าโทนี่ก็ได้แต่คอยป้อนคำสั่งและระบุพิกัดยานไปยังที่ดินที่ห่างไกลจากดาวเมืองหลวงและปลอดภัยที่สุด ทั้งยังได้รับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดอีกด้วย

นั่นคือดาว C-9 เป็นดาวในวงสำรวจรอบนอกและห่างไกลออกไป การที่คนเหล่านี้จะตามหาและบีบบังคับเองสมบัติจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด ที่นั่นเป็นที่ตั้งของกองทัพที่น่าเกรงขามที่สุดของจักรวรรดิจนถูกกล่าวขานว่าเป็นกองทัพที่รวมเอาคนเก่งและพลังจิตสูงสุดเอาไว้ด้วยกันมากที่สุด

กองทัพแห่งดวงดาว C-9 ถูกปกครองโดนนายพลระดับสูงสุดของกองยานแห่งจักรวรรดิ ท่านนายพลคาร์ล อีวาน โรห์น พ่อม่ายหนุ่มที่รูปหล่อและเย็นชาที่สุดจนสามงามที่สุดในจักรภพก็ไม่กล้าทอดสะพานให้เพราะกลัวโดนยิงทิ้ง เนื่องด้วยความรักอันแสนบริสุทธิ์และเป็นตำนานของท่านนายพลและภรรยาที่จากไปเพราะร่างกายอ่อนแอ ทิ้งเอาไว้เพียงทารกเพศชายที่แสนน่ารักน่าชังไว้ให้ดูต่างหน้า

นีโอ โรห์น คือชื่อของลูกชายเพียงคนเดียวของท่านนายพลแห่งจักรวรรดิ ทั้งยังไม่คิดจะมีใครใหม่มาให้ลูกช้ำใจจึงครองตนเป็นโสดชนิดที่ใครกล้าทอดสะพานจะใช้ปืนยิงสะพานทิ้งอย่างไม่ไยดี นีโออายุได้สามขวบเป็นเด็กร่าเริงและสดใสยิ่งกว่าดอกไม้ผลิบานและแสงอบอุ่นในยามเช้า เพราะความน่ารักนี้ทำให้ท่านนายพลยิ่งหวงลูกชายยิ่งกว่าอะไรเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับลูกจนต้องสูญเสียไปอีกคน

ดาว C-9 เป็นดาวที่เพิ่งถูกสำรวจได้ไม่นานแต่เพราะมีทรัพยากรสำคัญต่อการทหารและจักรวรรดิ ท่านนายพลคาร์ลจึงโยกย้ายกำลังพลมาก่อสร้างกองทัพที่ดาวแห่งนี้ ดังนั้นแล้วนอกจากเจ้าของที่ดินและผู้อยู่อาศัยเดิมก็ไม่มีใครสามารถเข้ามาอาศัยได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากทางกองทัพ

ระหว่างเดินทางด้วยยานที่ถูกผลิตมาด้วยวัสดุอันดีเยี่ยมและนักวิจัยที่ฉลาดที่สุดแห่งจักรวรรดิ ลูซก็พยายามมองหาลู่ทางในการทำมาหากินสำหรับอนาคตอันใกล้เอาไว้ เขาอยากทำตัวไม่เป็นจุดเด่นให้มากนัก หากิจการสักอย่างมาบังหน้าเพื่อจะได้ไม่มีใครสงสัยว่ามีรายได้มาจากไหนในการใช้ชีวิต

แต่พอคิดไปคิดมาก็ค้นพบว่าก่อนตายยังติดใจรสชาติของหมูปิ้งที่ลุงนพทำขายอยู่เลย เมื่อคิดได้ดังนั้นลูซก็ตะโกนออกมาจนโจดินตกใจ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่านายท่านตัวน้อยของตัวเองจะมีความฝันอันยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้

"เราย้ายบ้านกันเสร็จแล้วก็มาเปิดร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งกันเถอะ!"

"แต่ว่าข้าวเหนียวไม่มีใครในจักรวรรดิรู้เลยสักคนว่าทำยังไงให้อร่อย ไหนจะหมูปิ้งที่มีหลายคนพยายามจะทำตามตำราและรูปภาพที่มีบันทึกไว้แต่ก็รสชาติพอกินได้เท่านั้น นายท่านแน่ใจได้ยังไงครับว่าจะยึดอาชีพนี้แล้วรอดมากกว่าร่วง"

"เพราะฉันคือลูเซียน เดอ กาลัส ทายาทของนักประดิษฐ์และนักวิจัยที่เก่งกาจที่สุดของจักรวรรดิอย่าง ดร.เอลิออต เดอ กาลัส และ ดร.เซเรน่า เดอ กาลัส เชียวนะ"

"ฮ่าๆๆ ใช่เลย พ่อแม่ของนายท่านต้องเก่งที่สุดอยู่แล้วเพราะว่าเป็นคนสร้างกระผมขึ้นมาเองกับมือ กระผมสามารถพูดได้เต็มปากว่าอาวุธของกองทัพแห่งจักรวรรดิยังสู้ผมไม่ได้เลย"

ลูซมองดูโจดินหุ่นยนต์กันดั้มแสนเท่ที่ดูเหมือนในยุคสมัยของตนแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม อย่างน้อยพ่อกับแม่ของเด็กคนนี้ก็คงจะรักลูกมากจนมอบหุ่นยนต์ที่เก่งกาจที่สุดไว้ปกป้องลูกชาย น่าเสียดายก็เพียงแค่เด็กน้อยคนนั้นจิตใจอ่อนไหวและอายุขัยหมดลงเสียก่อน ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ลูซอาจจะตามหาพ่อกับแม่เจอก็ได้

"นายท่านสามารถนอนพักก่อนได้นะครับ เพราะกว่ายานบินของเราจะเดินทางถึงที่ปลอดภัยก็ใช้เวลาอย่างน้อยหกชั่วโมง หลังจากนั้นโจดินถึงจะปลดม่านบาเรียป้องกันและล่องหนออกเพื่อแสดงตัวตน เพราะถ้าเข้าใกล้เขตดาว C-9 แล้วอาจจะเกิดปัญหาได้หากยังใช้โหมดปกปิดตัวตน แต่นายท่านลูซมีเอกสารครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้วดังนั้นเราจึงสามารถเทียบท่าจอดยานบินแล้วเดินทางเข้าสู่ดวงดาวในวงแหวนที่สาม ดาว C-9 ได้อย่างถูกต้องครับ"

"ก็ได้ฉันจะกินยาบำรุงกับอาหารเม็ดนี่แล้วนอนพักผ่อนสักหน่อยแล้วกัน พอไปถึงที่นั่นจะได้มีเรี่ยวแรงทำอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย จริงสิโทนี่ อย่าลืมจองที่พักเอาไว้ด้วยอย่างน้อยแรกเริ่มที่เข้าไปยังดวงดาวเราก็ควรมีที่พักเตรียมไว้ก่อน ส่วนที่ดินค่อยไปสำรวจวันต่อไปว่าจะสร้างบ้านแบบไหนแล้วจะทำอะไรต่อค่อยว่ากันอีกที"

"โทนี่ทำการจองห้องพักแบบครอบครัวเอาไว้กับโรงแรมในสังกัดกองทัพของจักรวรรดิไปแล้วครับ"

"อ้าว? ทำไมถึงเป็นโรงแรมในสังกัดกองทัพได้ละ?"

"เพราะยังเป็นดวงดาวในวงแหวนรอบนอกจึงจำเป็นต้องมีทหารประจำการ ประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่จึงมักเป็นคนที่มีต้นทุนน้อยมาตั้งรกรากอาศัยอยู่ก่อน ส่วนใหญ่จะทำอาชีพทหารกับการเกษตรและปศุสัตว์ ไม่ได้เจริญมากเท่าดาวในวงแหวนรอบในแต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันครับและส่วนมากจะถูกสร้างขึ้นด้วยงบประมาณของกองทัพที่ประจำดวงดาวดวงนั้นๆ ครับ"

"งั้นก็ถือว่าโชคดีไป เพราะได้สิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในเวลาเดียวกัน ถ้าทุกอย่างถูกเตรียมไว้แล้วผมขอตัวนอนพักก่อนนะ ฝันดีนะโทนี่ ฝันดีนะโจดิน"

หลังจากกินแคปซูลอาหารและยาบำรุงไปแล้ว ร่างกายที่ผ่ายผอมและไร้เรี่ยวแรงก็หลับใหลไปอย่างง่ายดาย โดยมีเอไออัจฉริยะคอยสั่งการนู่นนี่ระหว่างที่เจ้าของนอนหลับ และมีหุ่นยนต์พ่อบ้านคอยอารักขาและขับเคลื่อนยานบินให้ ภัทรที่เริ่มใช้ชีวิตเป็นลูซจึงได้นอนพักได้อย่างสบายใจ

และดั่งเช่นที่คนมักพูดกันคือเวลามักผ่านไปเร็วเสมอ ลูซหลับไปนานก็ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับสภาพร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูจากสารอาหารและยาบำรุงของยุคอวกาศ นั่นจึงทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่ายาในยุคสมัยที่จากมาค่อนข้างมาก

"นายท่านตื่นแล้วหรือครับ อยากล้างหน้าล้างตาสักหน่อยไหม จะเข้าห้องน้ำก็ได้นะครับภายในยานบินของเรามีห้องน้ำและห้องนอนเหมือนบ้านขนาดเล็ก นายท่านสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยครับ"

"ยานบินที่แสนจะครบครันแทนที่จะเอาไปจอดตรงที่ดินแล้วนอนในยานดันไปพักโรงแรมอันนี้พอเข้าใจได้ แต่ที่ฉันงงคือทำไมยังเรียกฉันว่านายท่านอยู่อีก เรียกแค่ลูซก็พอแล้ว ทั้งโทนี่ทั้งโจดินเลยนะ ใครเรียกนายท่านอีกฉันจะงอน"

"โทนี่รับคำสั่ง ต่อไปนี้จะเรียกแค่ลูซก็พอ"

"กระผมเรียกแค่ลูซก็ได้ โจดินจะไม่เรียกนายท่านอีกแล้วอย่างอนเลยนะครับ ในข้อมูลที่ถูกป้อนไว้การง้อคนงอนเป็นอะไรที่ยากมากๆ กระผมโจดินยังไม่สามารถเข้าใจข้อมูลในส่วนนี้ได้อย่างถ่องแท้ไม่สามารถง้อลูซได้จริงๆ"

ลูซได้แต่นั่งยกยิ้มเพราะเอาชนะหุ่นยนต์พ่อบ้านและเอไอของตัวเองได้ ส่วนโจดินและโทนี่ก็สามารถตรวจจับคลื่นความสุขจากร่างกายของลูซได้ สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะทั้งสองจึงบันทึกเอาไว้อย่างดีว่านายท่านชอบให้เรียกด้วยชื่อมากกว่าคำว่านายท่าน

หลังจากลุกไปล้างหน้าล้างตาและเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง ลูซก็อยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการเดินทางสู่ดาวดวงใหม่แล้ว

"พวกเรากำลังจะเข้าเทียบท่าที่ลานจอดยานบินของท่าจอดยานแห่งดวงดาว C-9 ในอีกไม่กี่นาทีนี้แล้วครับลูซ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หม่ามี้ของหนูทำหมูปิ้งอร่อยที่สุด   ตอนที่เจ็ดสิบห้า (ตอนจบ)

    ตอนที่เจ็ดสิบห้า (ตอนจบ)ลูซได้แต่ปลงตกเมื่อลูกชายคนสุดท้องดันชอบกลิ่นของเจ้าต้นที่อยู่ตรงหน้า แถมยังทำหน้าอ้อนสุดชีวิตเพื่อจะได้ลิ้มรสมันสักครั้ง แล้วคนเป็นป๊ะป๋ากับหม่ามี้จะทำอะไรได้นอกจากต้องตามใจเจ้าตัวน้อยไปก่อน ส่วนบรรดาคนอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะวิ่งหนีไปไหมถ้าหากลูซปอกเปลือกมันขึ้นมา ว่าแต่เรายังมีโทนี่กับโจดินอยู่ด้วยนี่หน่า ใช้เจ้าพี่เลี้ยงทั้งสองทำให้ก็แล้วกัน"ฮ่ะๆๆๆ มีอยู่คนเดียวที่หอมสินะ ต้นนี้เรียกว่าต้นทุเรียนครับ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งผลของมันมีเปลือกแข็งและมีลักษณะเป็นหนาม แต่หากแกะออกมาจะพบเนื้อผลไม้ที่มีสีเหลืองสวย เพียงแต่หม่ามี้ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยไม่เคยคิดที่จะปลูกเลย ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่ามันจะมีโผล่ออกมาเป็นดงแบบนี้""พี่ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยครับ กลิ่นมันเหมือนกำมะถันเลย หนูแน่ใจนะครับว่ามันกินได้""กินได้จริงๆ ครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนชอบไม่ชอบด้วย อย่างหนูก็ไม่กินเนื้อทุเรียนแบบที่สุกแล้ว แต่จะกินแบบที่เอาเนื้อของผลที่ยังไม่สุกไปทอดจนกรอบมากกว่า อันนั้นนะกินทั้งวันก็ยังได้แต่ถ้าลูกสุกที่มีกลิ่นแบบนี้หนูไม่ชอบเลยสักกะนิดเดียว""พี่นิวว่ามันเหม็นแต่ก็เหมือนจะหอมแต่ก็กลิ่นแ

  • หม่ามี้ของหนูทำหมูปิ้งอร่อยที่สุด   ตอนที่เจ็ดสิบสี่

    ตอนที่เจ็ดสิบสี่ร้านหมูปิ้งอวกาศถูกผู้คนทั้งจักรวรรดิให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเมนูที่ทานง่ายอิ่มนานราคาไม่แพง และที่สำคัญคือเจ้าของร้านและพนักงานในร้านที่เรียกได้ว่าทำเอาคนที่มีเวลาต้องหาทางมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง"หมูปิ้งอร่อยๆ ครับผม หมูปิ้งไม้ละสามเหรียญ ข้าวเหนียวห่อละห้าเหรียญเท่านั้น ถ้ารับข้าวเหนียวสองและหมูปิ้งสิบไม้ แถมฟรีรอยยิ้มกระชากใจจากน้องเรนน์และน้องมินเป็นของแถมนะครับ ถ้าซื้อเกินร้อยเหรียญจะได้รับการส่งจุ๊บจากเจ้าจิ๋วทั้งหลายด้วยนะครับผม""ปิ้งหย่อย" อเรสช่วยพี่ชายขายของด้วยการนั่งแทะหมูปิ้งโชว์ลูกค้าจนกระทั่งเหลือแต่ไม้ก็เริ่มทำหน้านิ่วแล้วยืนมือไปหยิบหมูปิ้งอันใหม่มาแทะต่อ"หย่อยมั่กๆ ยับกังเยย" ไซอัสที่พยายามขายของให้ได้เยอะที่สุดก็ถึงกับกินให้ดูเพื่อรับประกันความอร่อย"อุกหนุงเยอะๆ นะงับ" ลูมินที่อิ่มแล้วจึงทำหน้าที่อวดไม้ปิ้งหมูพร้อมแจกยิ้มหวานด้วยแก้มยุ้ยที่เปื้อนไปด้วยซอสที่หมักหมูปิ้ง"ฉื้อแย้วหยอกปุกงับ" น้องเรนน์ทำหน้าที่ยิ้มหวานและเก็บเงินจากคุณลูกค้า โดยมีกระปุกออมสินรูปหมูที่ใช้ทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนจ่ายเงินสำหรับลูกค้าภาพของเด็กจิ๋วทั้งสี่แล

  • หม่ามี้ของหนูทำหมูปิ้งอร่อยที่สุด   ตอนที่เจ็ดสิบสาม

    ตอนที่เจ็ดสิบสามหลังจากประกาศเรื่องร้านออกมาแล้วน้องนิวก็เดินไปหาป๊ะป๋ากับหม่ามี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มแฉ่งออกมาอยากภูมิใจว่าทำหน้าที่สำเร็จ ก่อนจะเป็นคาร์ลและลูซที่เอ่ยปากขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน รวมถึงทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดผ่านช่องของน้องนิว ตามด้วยลูซที่พูดกล่าวถึงความภาคภูมิใจในลูกชายตัวน้อยทั้งห้าคนที่ร่วมกันออกแบบร้านนี้ออกมา"เอาละครับ ผมว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมจะเปิดงานฉลองวันเกิดของอเรส ไซอัส ลูมินและน้องเรนน์แล้ว ได้เวลาให้เด็กจิ๋วเป่าเค้กกันแล้วครับ"ว่าจบไฟในงานก็หรี่ลงทำเอาสี่จิ๋วขยับตัวเบียดกันมากขึ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะหม่ามี้บอกแล้วว่าให้รอทุกคนร้องเพลงจบก่อนถึงเป่าเทียนได้ ต่างคนต่างตั้งใจฟังเสียงร้องเพลงวันเกิดของทุกคนด้วยใจจดจ่อ จนเมื่อเพลงจบสี่จิ๋วก็ร่วมกันเป่าเค้กก้อนอ้วนพร้อมกันจนเปลวเทียนดับลง"สุขสันต์วันเกิดนะครับจิ๋วจิ๋ว พี่นิวรักจิ๋วจิ๋วทุกคนเลย""ขอให้เป็นเด็กดีของหม่ามี้ตลอดไปเลยนะครับเด็กๆ""หนึ่งขวบแล้วนะเจ้าตัวแสบ ต่อจากนี้ก็แกล้งป๊ะป๋าให้น้อยลงนะครับ"แต่คำอวยพรไหนเลยจะเข้าหัว เจ้าจิ๋วทั้งสี่เมื่อเป่าเทียนเสร็จก็สามัคคีกันเอามืออ้วนป้อมหยิบเค้กเข

  • หม่ามี้ของหนูทำหมูปิ้งอร่อยที่สุด   ตอนที่เจ็ดสิบสอง

    ตอนที่เจ็ดสิบสองคาร์ลที่ไม่ได้ละเอียดอ่อนอะไรทั้งยังมีนิสัยขี้แกล้ง เผลอตัวเอ่ยแซวเจ้าจิ๋วทั้งสี่ที่เพิ่งจะหยุดร้องไปได้ไม่นานออกมาอย่างมันเขี้ยว แต่พอเจ้าจิ๋วทั้งสี่ได้ยินเท่านั้นแหละ สายตาพิฆาตทั้งสี่คู่ก็ถูกส่งมาหาป๊ะป๋าในทันทีพร้อมเสียงพ่นน้ำลายอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำเอาลูซถึงกับหัวเราะจนเจ็บท้องเพราะป๊ะป๋าคนดีไม่ว่ากับลูกคนไหนก็บ่นป๊ะป๋ากันหมด"บู้ว!!!!""โอ๋ๆ ไม่บ่นป๊ะป๋ากันแล้วเน๊อะ เดี๋ยวหม่ามี้จะรีบชงนมขวดให้นะครับเด็กๆ พี่นิวอยากช่วยหม่ามี้ไหมครับ""ได้เลยครับ น้องนิวจะช่วยหม่ามี้ชงนมขวดให้น้องเอง พี่นิวเก่งมากรับรองว่าชงอร่อยแน่นอนใช่ไหมจิ๋วจิ๋ว""แอ๊!!!!"เจ้าจิ๋วทั้งสี่ส่งเสียงขานรับพี่ชายทันทีก่อนจะถูกอุ้มกลับไปนอนในยานเด็กที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง รวมถึงการเป็นเปลนอนแบบในตอนนี้ที่กำลังมีเจ้าจิ๋วทั้งสี่นอนดีดขาสั้นป้อมไปมาเพื่อรอนมขวด ยานบินเด็กรุ่นเก่านอกจากลอยจากพื้นได้แล้วยังโยกไปมากล่อมเด็กได้อีกด้วย แต่รุ่นปรับปรุงที่คาร์ลได้มาใหม่นั้นจะเชื่อมต่อกับเอไอของเจ้าจิ๋วทั้งสี่และทำหน้าที่ประหนึ่งพี่เลี้ยงและคุณหมอไปในตัวรวมทั้งมีฟังก์ชันอารักขาความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่เชื่

  • หม่ามี้ของหนูทำหมูปิ้งอร่อยที่สุด   ตอนที่เจ็ดสิบเอ็ด

    ตอนที่เจ็ดสิบเอ็ดหลังจากหลงลืมไปนานว่าอยากมีร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นของตัวเอง ในที่สุดลูซก็ได้เริ่มต้นโครงการร้านขายหมูปิ้งบริเวณหน้าบ้านของตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่ริมประตูบ้านบริเวณด้านขวาทำการสร้างร้านขายหมูปิ้งที่มีรูปร่างเป็นหมูสีชมพูถือหมูปิ้งและข้าวเหนียวในมืออย่างละข้างชูขึ้นฟ้า พร้อมกับชื่อร้านตัวใหญ่ว่า "หมูปิ้งอวกาศ"การเริ่มสร้างร้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ยากคือจัดการกับพนักงานตัวน้อยของร้านที่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากออกความเห็นอยากช่วยไปเสียหมด แต่ดูเหมือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่จะลืมไปว่าตนเองนั้นเพิ่งจะอายุได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ส่วนน้องนิวที่อยากให้น้องชายทั้งสี่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างร้านของหม่ามี้ก็พยายามหาทุกทางที่น้องชายตัวจิ๋ววัยหัดคลานจะมีส่วนร่วมได้ด้วยจนกระทั่งแผนการดึงดูดลูกค้าของผู้เป็นพี่ชายถูกนำเสนอกับป๊ะป๋าหม่ามี้ว่านอกจากจะขายข้าวเหนียวและหมูปิ้งแล้วนั้น บ้านเราจะขายความน่ารักของเจ้าจิ๋วทั้งสี่ไปด้วย ไม่ว่าจะเอามานั่งเรียกลูกค้า แจกยิ้มหวานให้ลูกค้า หรือแม้แต่ช่วยพิสูจน์ความอร่อยก็พร้อมรับหน้าที่ ซึ่งเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก้ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด เพราะพอพี่ชายเสนอ

  • หม่ามี้ของหนูทำหมูปิ้งอร่อยที่สุด   ตอนที่เจ็ดสิบ

    ตอนที่เจ็ดสิบเมื่ออายุได้เจ็ดเดือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก็เริ่มปฏิบัติการคลานไปทั่วบ้านด้วยความเร็วสูง ชนิดที่หุ่นยนต์ทำความสะอาดไม่ต้องทำงานกันเลยทีเดียว เพราะพอคลานเป็นก็คลานไม่หยุดคลานจนแม้แต่โทนี่กับโจดินยังตามจับไม่ทัน หนักสุดคือหัดสอนกันให้คลานลงจากที่นอนได้ด้วย โดยมีไซอัสแล้วน้องเรนน์เป็นตัวเริ่มด้วยการโยนหมอนโยนผ้าห่มลงจากเตียงแล้วก็คุยกันเองด้วยภาษาทารกที่ผู้ใหญ่ไม่มีทางเข้าใจได้"อัสโยนหมอนกะห่มลงไปเลย เดี๋ยวเรนจะหย่อนก้นลงเอา""ได้เลย อัสเอาผ้าห่มลงด้วยจะได้นุ่ม เรสกะมินทำตามเร็วจะได้ไปหาหม่ามี้กัน"ถือว่าเป็นโชคดีที่ลูซวางแผนการสร้างบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวมาตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นคงต้องปวดหัวเพิ่มกับบันไดบ้านแน่นอน เพราะสี่จิ๋วนั้นทั้งดื้อทั้งซนเล่นได้ทั้งวัน ขนาดหุ่นยนต์ที่ว่าแน่อย่างโจดินก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องขอเวลานอกเพราะแยกร่างไม่ทัน"เรสโยนหมอนลงแล้ว มินค่อยๆ เอาก้นกะขาลงมาก่อน""มินกลัวแต่มินจะเชื่อทุกคนก็ได้"ว่าแล้วเจ้าสี่จิ๋วที่คุยรู้เรื่องกันเองสี่คนก็เริ่มปฏิบัติการหย่อนก้นลงจากที่นอนอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่นอนที่ลูซและน้องนิวจัดวางให้เจ้าแฝดทั้งหลายไม่ได้สูงจากพื้นมากน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status