Share

หม้ายลวงแค้น
หม้ายลวงแค้น
Author: กำลังดี

บทที่ 1

Author: กำลังดี
“พี่สะใภ้ ทำใจดีๆ ด้วยนะ ผมเองก็นึกไม่ถึงว่าพี่ใหญ่จะมาเกิดอุบัติเหตุไปกะทันหันแบบนี้...”

มู่หยุนเผิงขอบตาแดงก่ำ มองมาที่ฉันด้วยสีหน้าโศกเศร้า

เมื่อมองไปยังร่างไร้วิญญาณของน้องสามีที่ถูกหามเข้ามา ฉันก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญตามน้ำ เรียกเขาว่า สามี

ใบหน้าของมู่หยุนคุนซีดเขียว เห็นชัดว่าตายสนิทแล้ว

เขาและมู่หยุนเผิงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกประการ จึงไม่มีใครสงสัยเลยว่ามู่หยุนเผิงได้สลับตัวกับเขาไปแล้ว

หลังจากร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ฉันก็ปาดน้ำตาแล้วพูดว่า

“ศพวางไว้นานไม่ได้ ต้องรีบส่งไปเผาให้เร็วที่สุด อย่าให้หยุนเผิงตายไปอย่างไม่สมเกียรติเลย”

มู่หยุนเผิงรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที ดูเขาร้อนใจที่จะทำลายหลักฐานยิ่งกว่าฉันเสียอีก

ฉันมองดูเขาขณะเคลื่อนย้ายศพ เห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ยาวๆ ตรงง่ามมือ

ในชาติก่อน ฉันมั่นใจว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่คือมู่หยุนเผิงก็เพราะรอยแผลเป็นนี้นี่แหละ

แต่ครั้งนี้ ฉันแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

ในชาติที่แล้ว มู่หยุนเผิงและมู่หยุนคุนออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย มู่หยุนคุนได้รับบาดเจ็บที่ท้ายทอยโดยอุบัติเหตุและเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

เพื่อไม่ให้เซวียเมิ่งอวี่ น้องสะใภ้ต้องเป็นหม้าย มู่หยุนเผิงถึงกับยอมสละตำแหน่งผู้พันของตัวเองเพื่อสวมรอยเป็นมู่หยุนคุน

คนนอกแยกแยะไม่ออกเพราะมู่หยุนเผิงจงใจเลียนแบบน้องชาย จึงถูกหลอกได้อย่างง่ายดาย

แต่ในฐานะภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาทั้งวันคืน ฉันมองแวบเดียวก็รู้ว่านั่นคือมู่หยุนเผิง

ฉันพยายามเค้นถามเขาสุดชีวิตว่าทำไมต้องแกล้งเป็นน้องชาย แล้วทอดทิ้งเราแม่ลูกไป

แต่มู่หยุนเผิงกลับมีท่าทีเย็นชา ปฏิเสธเสียงแข็ง และสะบัดมือใส่ฉันอย่างแรง

“พี่สะใภ้ ผมรู้ว่าพี่เสียใจที่พี่ใหญ่ตาย แต่จะมาบอกว่าผมเป็นพี่ใหญ่เพียงเพราะเขาตายไปแล้วไม่ได้นะ!”

ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ยังคงเฝ้าถามเขาไม่เลิก จนถูกมู่หยุนเผิงผลักตกแม่น้ำที่เย็นจัดในช่วงฤดูหนาว

เขายืนอยู่บนฝั่ง คอยปกป้องเซวียเมิ่งอวี่ มองดูฉันดิ้นรนอยู่ในน้ำด้วยสายตาเมินเฉย

“ต่อให้พี่จะเป็นพี่สะใภ้ผม ผมก็จะไม่ยอมให้พี่มาทำร้ายภรรยาของผมเด็ดขาด!”

เซวียเมิ่งอวี่แอบอยู่ข้างหลังเขา ด่าฉันว่าเป็นนางจิ้งจอกที่ไม่มีใครเอา สามีเพิ่งตายก็คิดจะมาแย่งผู้ชายของเธอ

ฉันป่วยไข้สูงอยู่สามวันสามคืน มีเพียงลูกสาววัยห้าขวบคอยอยู่เคียงข้าง

เธอร้องไห้ถามมู่หยุนเผิงว่า ทำไมคุณพ่อถึงไม่ยอมรับเธอ

แต่มู่หยุนเผิงกลับบอกว่า เธอถูกฉันสั่งสอนให้พูดจาเลอะเทอะ แล้วสั่งขังลูกสาวไว้ในคอกวัวทันทีเพื่อสำนึกผิด

ฉันป่วยอยู่สามวันกว่าจะรอดจากความตายกลับมาได้ ส่วนลูกสาวก็ถูกปล่อยให้อดอาหารสามวันสามคืน

แม่สามียังด่าฉันว่าเป็นตัวกาลกิณีที่กินผัว บอกว่าฉันเป็นคนทำให้ลูกชายของเธอต้องตาย

เธอไล่ฉันกับลูกออกจากบ้าน โดยไม่ให้เสื้อผ้าแม้แต่ชุดเดียว หรือเงินแม้แต่แดงเดียว

ในคืนที่ลมแรงและหิมะตก ฉันพยายามทุบประตูขอร้องมู่หยุนเผิงให้ช่วยลูกสาว

แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงเย็นชาของเขา“เสิ่นอิ๋ง พี่คงบ้าไปแล้วถึงได้เห็นผมเป็นพี่ใหญ่ ถ้ายังแยกแยะความจริงไม่ได้ ก็อยู่ห่างๆ จากผมซะ”

ชาวบ้านแถวนั้นต่างพากันเชื่อคำพูดของเขา บอกว่าฉันดวงกินผัว ถึงได้สติไม่ดีเอาน้องสามีไปคิดว่าเป็นสามีตัวเอง

ฉันอุ้มลูกสาวไว้โดยไร้ที่ไป ทั้งหนาวทั้งหิวท่ามกลางฤดูหนาวอันโหดร้าย สุดท้ายพวกเราก็หนาวตายอยู่ที่ข้างถนน

พอคิดถึงเรื่องพวกนั้น ไฟแห่งความแค้นก็ลุกโชนในใจฉัน อยากจะตายไปพร้อมกับครอบครัวนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด

เมื่อมองดูแผ่นหลังของมู่หยุนเผิงที่กำลังรีบเร่งส่งศพน้องชายไปเผา ฉันก็คิดในใจอย่างเย็นชา

ในเมื่อแกอยากใช้ชีวิตคู่กับเซวียเมิ่งอวี่ขนาดนั้น ฉันก็จะช่วยสงเคาระห์ให้แกเป็นมู่หยุนคุนไปตลอดชีวิต
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หม้ายลวงแค้น   บทที่ 9

    ผู้บังคับบัญชาเรียกทั้งเซวียเมิ่งอวี่และแม่สามีเข้ามา แล้วแยกสอบถามพวกเธอทีละคนมู่หยุนเผิงมั่นใจว่าชนะแน่ เขาพูดข่มขวัญฉันว่า“เสิ่นอิ๋ง ผมมองคุณออกแล้ว พอผมได้ตัวตนกลับคืนมา ฉันจะหย่ากับเธอทันที”ฉันไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แต่รอจนกว่าการสอบถามเซวียเมิ่งอวี่และแม่สามีจบลงไม่กี่นาทีต่อมา เซวียเมิ่งอวี่เดินออกมาก่อน พอเห็นมู่หยุนเผิง เธอก็รีบเข้าไปออดอ้อนเกาะแขนเรียก สามี ทันทีมู่หยุนเผิงสะบัดมือออกทันที “คุณเรียกใครสามี? ฉันคือมู่หยุนเผิง ไม่ใช่สามีคุณ”เซวียเมิ่งอวี่เบะปาก “คุณพูดอะไรน่ะ เมื่อกี้ฉันอุตส่าห์พยายามตั้งนานกว่าจะทำให้หัวหน้าเชื่อว่าพวกเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ”มู่หยุนเผิงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตัวแข็งทื่อยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร แม่สามีก็เดินเข้ามา แล้วพูดกับมู่หยุนเผิงอย่างมีลับลมคมในว่า“ลูกรักวางใจเถอะ แม่หลอกพวกเขาจนเชื่อสนิทใจแล้ว พวกเขาไม่มีทางสงสัยแน่ว่าลูกปลอมเป็นหยุนคุน”ฉันยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา มู่หยุนเผิงคิดว่ามีคนรู้ตัวตนเขาแล้วจะช่วยเป็นพยานได้ แต่ไม่คิดว่าเซวี่ยเหมิงอวี่กับแม่สามีจะช่วยปิดบังเขา แถมยังภูมิใจเสียอีกเป็นไปตามคาด ในที่สุดผู้บั

  • หม้ายลวงแค้น   บทที่ 8

    หากเป็นเมื่อก่อน มู่หยุนเผิงยอมสารภาพตัวกับฉันด้วยตัวเอง ฉันคงจะตื่นเต้นและยอมตามเขากลับบ้านไปจริงๆแต่ตอนนี้ หลังจากได้เห็นกับตาว่าเขาสนิทสนมกับเซวียเมิ่งอวี่จนไม่มีที่ว่างให้ใคร ฉันก็รู้สึกเพียงแต่ว่ามันช่างเป็นเรื่องน่าขำฉันสะบัดมือมู่หยุนเผิงออก ด้วยสีหน้าไม่เชื่ออย่างเต็มที่“สามีของฉันตายไปแล้ว ที่คุณสวมรอยเป็นเขามันหมายความว่ายังไง คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะหลอกฉันได้งั้นเหรอ”มู่หยุนเผิงยื่นมือออกมา “ผมเป็นเขาจริงๆ นะ ดูรอยแผลเป็นของผมสิ...”ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง “รอยแผลเป็นมันก็ปลอมกันได้ ฉันไม่มีวันเชื่อคุณหรอก”เขาเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นลงมือฉุดกระชากจะพาฉันออกไปให้ได้ฉันดิ้นสุดแรง พอเขาเผลอ ฉันก็ผลักเขาแล้ววิ่งออกไปเขาไล่ตามมาด้วยความโกรธ พอคว้าตัวฉันได้ จู่ๆ รอบข้างก็สว่างวาบด้วยแสงไฟสีขาวคนหลายคนกรูเข้ามา ล้อมและกดตัวมู่หยุนเผิงลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ท่าทางฝึกฝนมาอย่างดี ไม่เปิดโอกาสให้เขาขัดขืนได้เลยนี่คือทีมสายตรวจในพื้นที่ ที่ได้ยินเสียงเอะอะจึงพบพวกเราเข้าช่างประจวบเหมาะ คนที่นำทีมมาในวันนี้คือ เฉินหมิงรุ่ยเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงสั่งจับตัวมู่หยุนเผิงท

  • หม้ายลวงแค้น   บทที่ 7

    ฉันไม่ยากจะสนใจ จึงดึงเฉินหมิงรุ่ยเตรียมจะเดินไป แต่มู่หยุนเผิงกลับรีบก้าวตามมาแล้วคว้ามือฉันไว้“เสิ่นอิ๋ง ไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง?”ฉันหันกลับไป สะบัดมือเขาออกอย่างรำคาญใจและแสดงสีหน้าเรียบเฉย“มู่หยุนคุน คุณถามฉันในฐานะอะไร?”มู่หยุนเผิงเหลือบมองเซวียเมิ่งอวี่โดยสัญชาตญาณ“พี่เป็นพี่สะใภ้ผม ผมก็ต้องดูแลพี่สิ พี่ใหญ่เพิ่งจากไปได้ไม่นาน พี่ก็มาจู๋จี๋กับผู้ชายคนอื่นเสียแล้ว ยังรู้จักผิดชอบชั่วดีอยู่บ้างไหม!”ฉันขี้เกียจฟังข้ออ้างที่ฟังดูดีแต่จอมปลอมของเขาจึงคิดจะเดินหนี แต่มู่หยุนเผิงกลับขวางเฉินหมิงรุ่ยไว้ แล้วพูดจาข่มเหงว่า“คุณรู้ใช่ไหมว่าเสิ่นอิ๋งเคยแต่งงานมาแล้ว ที่คุณอุ้มอยู่นั่นก็คือลูกสาวของเธอกับผัวเก่า ผู้หญิงที่เคยมีลูกแล้วอย่างรองเท้ามือสองแบบนี้คุณยังจะเอาอีกเหรอ?”“ผมจะบอกคุณให้ก็ได้นะ ผมเป็นน้องสามีหล่อน ผมหน้าตาเหมือนพี่ใหญ่เปี๊ยบ เธอน่ะเห็นคุณเป็นแค่ตัวแทนเท่านั้นแหละ คุณ...”ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเฉินหมิงรุ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เธอเป็นพี่สะใภ้คุณนะ คุณพูดจาแบบนี้กับเธอได้อย่างไร ไม่มีความเคารพให้กันเลยสักนิด”“ผมกับเสิ่นอิ๋งเคยเรียนโรงเรียนภาคค่ำมาด้วย

  • หม้ายลวงแค้น   บทที่ 6

    คนนั้นคือผู้บัญชาการนั่นเอง เขาเดินเข้ามา เมื่อเห็นสภาพเหตุการณ์ที่วุ่นวาย สีหน้าของเขาก็มืดมนลงทันที“ทางองค์กรออกเงินสงเคราะห์ตามระเบียบ เพื่อมอบให้แก่ภรรยาและบุตรของสหายมู่หยุนเผิง ผู้อื่นห้ามทำการแย่งเด็ดขาด”ทหารคนสนิทนับสิบนายเดินตามเข้ามา ทำให้คนในที่นั้นต่างถูกข่มขวัญจนพากันปิดปากเงียบมู่หยุนเผิงพอเห็นว่าเป็นผู้บัญชาการ ก็รีบปั้นหน้ายิ้มประจบประแจงแล้วเดินเข้าไปหาทันที“ท่านครับ ทำไมท่านถึงมาที่บ้านผมด้วยตัวเองล่ะครับ ท่านยังไม่รู้นิสัยใจคอของเสิ่นอิ๋ง ถูกเธอปั่นหัวเข้าแล้ว”“ต่อหน้าเธอทำเป็นจัดงานศพให้พี่ใหญ่ผม แต่ลับหลังกลับมาอ่อยผม เพียงเพราะผมหน้าตาเหมือนพี่ใหญ่ เธอก็อยากจะแต่งงานกับผม ช่างไร้ยางอายจริงๆ!”แม่สามีพอได้ยินว่าเป็นผู้บัญชาการ ก็ลงไปนั่งร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายบนพื้น“ท่านคะ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย ลูกชายคนโตของฉันไม่เคยทอดทิ้งเธอเลย เสิ่นอิ๋งเกิดลูกชายไม่ได้ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่จะมาแย่งเงินสงเคราะห์อีก ครอบครัวเราถูกเธอสูบเลือดสูบเนื้อไปหมดแล้ว!”เซวียเมิ่งอวี่ชำเลืองมองผู้บัญชาการอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วเอามือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น“ท่านคะ เสิ่นอิ๋งไม่

  • หม้ายลวงแค้น   บทที่ 5

    เซวียเมิ่งอวี่ยืนอยู่ข้างหน้า ตามมาด้วยชาวบ้านและเพื่อนบ้านอีกหลายคนเธอกรีดร้องขึ้น จ้องมองมือของมู่หยุนเผิงที่ดึงทึ้งยื้อยุดอยู่กับมือฉันด้วยสีหน้าย่ำแย่“มู่หยุนคุน คุณกำลังทำอะไรน่ะ!”คนอื่นๆ เองก็พากันกระซิบกระซาบด้วยสายตาแปลกๆ“สองคนนี้เป็นพี่สะใภ้กับน้องสามีไม่ใช่เหรอ ทำไมฟ้ายังไม่ทันมืดก็...”“ดูไม่ออกจริงๆ เลยนะ หยุนเผิงเพิ่งจะตายไปเอง กลับแอบมามั่วกินกันลับหลังเสียแล้ว”มู่หยุนเผิงหันไปมองก็เกิดอาการลนลานเขาปล่อยมือจากฉันแล้วเดินเข้าไปหาเซวียเมิ่งอวี่ และพูดว่า“เมียจ๋า มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็นนะ เป็นเสิ่นอิ๋งต่างหากที่ยั่วยวนผม”เขาชี้หน้าฉัน พูดอย่างโกรธแค้น“เธอเห็นผมเป็นพี่ใหญ่ อยากจะให้ผมรับดูแลทั้งสองบ้าน บอกว่าถ้าไม่มีผู้ชายเธอจะอยู่ต่อไปไม่ไหว!”หัวใจของฉันจมดิ่งลงสู่ก้นเหวท่าทางที่มู่หยุนเผิงโทษฉัน ภาพมันซ้อนเหมือนกับชาติก่อนไม่มีผิด เขามองฉันด้วยความรังเกียจ และยืนเคียงคู่สนิทสนมกับเซวียเมิ่งอวี่เซวียเมิ่งอวี่แสดงสีหน้าที่ดูได้แย่ในทันที เธอจ้องมองฉันด้วยสายตาอาฆาตแล้วตะโกนเสียงแหลม“เสิ่นอิ๋ง! อีหน้าด้าน แกกล้าดียังไงมาอ่อยผัวฉันกลางวันแสกๆ! อี

  • หม้ายลวงแค้น   บทที่ 4

    ฉันกำตั๋วรถไฟในมือแน่นโดยสัญชาตญาณ และเอาตัวบังลูกสาวไว้ข้างหลัง“ฉันจะไปไหนมันเกี่ยวอะไรกับคุณ คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายนะ มู่หยุนคุน”ฉันจงใจเน้นเสียงหนักที่ชื่อของเขาสีหน้าของมู่หยุนเผิงชะงักแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบพูดต่อทันที“เมิ่งอวี่ตั้งท้องอยู่ กำลังต้องการคนดูแล พี่ก็แค่จัดการงานบ้านเหมือนที่เคยทำมา บ้านเราไม่ปล่อยให้พี่อดตายหรอก”ฉันมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “มู่หยุนเผิงก็ตายไปแล้ว ฉันที่เป็นคนนอกไม่กล้าอยู่ที่บ้านคุณหรอกค่ะ”“ยังไงพวกเราแม่ลูกกำพร้าก็ไม่มีประโยชน์อะไร เซวียเมิ่งอวี่เป็นเมียคุณ คุณก็ดูแลเองเถอะ”พูดจบ ฉันก็เตรียมจะพาลูกสาวเดินจากไปแต่มู่หยุนเผิงกลับสาวเท้าเข้ามาหา แล้วแย่งตั๋วรถไฟในมือฉันไปอย่างไม่ทันตั้งตัวเขาฉีกตั๋วทิ้งเป็นชิ้นๆ ในไม่กี่วินาที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจโต้แย้งได้“พี่สะใภ้ ผมหวังดีกับพี่นะ พี่เป็นหม้ายแถมยังต้องพาลูกสาวไปด้วยจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง สู้เลือกอยู่ที่บ้านดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่หิวตาย”เมื่อมองดูเศษกระดาษที่หล่นเกลื่อนพื้น ฉันก็โกรธจนตัวสั่นฉันผลักมู่หยุนเผิงออกไปสุดแรง “คุณก็รู้ว่าฉันเป็นพี่สะใภ้คุณ งั้นก็อยู่ห่างๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status