Share

บทที่ 157

Penulis: ลมใต้รู้ใจ
เธอมักจะระแวงว่ามีคนปองร้าย มองใครต่อใครเป็นคนเลวไปเสียหมด

แต่ในใจเธอกลับสังหรณ์ว่า เรื่องมันไม่ได้จบแค่การลักพาตัว

“ตอนที่อินอินถูกลักพาตัวไป ผมตามหาอยู่นานมาก พอเจอตัว เธอก็มีอาการเหมือนวันที่โรคกำเริบนั่นแหละครับ เหมือนคนเสียสติไปแล้ว จำผมไม่ได้ด้วยซ้ำ จิตใจเธอแตกสลายอยู่หลายวัน ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวทุกคืน”

ซูย่างขมวดคิ้วมุ่น “เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ หรือว่าหรงอิน...”

หรงอวี้ยิ้มอย่างจนใจ “ไม่ใช่หรอกครับ เธอแค่ไปเห็นฉากที่พวกมันทรมานคนอื่นเข้า ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวน เห็นเลือดนองเต็มพื้น เธอเคยบอกจิตแพทย์ว่าแค่หลับตาก็เห็นแต่เลือด โลกทั้งใบกลายเป็นสีแดงฉาน ต่อมามีครั้งหนึ่งที่เธอสติแตกจนช็อกหมดสติไปหลายวัน พอฟื้นขึ้นมาก็ลืมเรื่องนั้นไปหมด แต่กลายเป็นคนขวัญอ่อน ผมรู้ดีว่าเธอยังไม่หายดี”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง…

มิน่าล่ะหรงอินถึงได้ขี้กลัวนัก “คุณหรงคะ อินอินน่าจะใช้สัญชาตญาณเลือกที่จะลืมเรื่องเลวร้ายพวกนั้น ฉันรู้แล้วค่ะว่าควรทำยังไงต่อ”

ก่อนหน้านี้เธอเคยถามหรงอวี้แล้ว แต่เขาไม่ยอมบอก คงเพราะมีความกังวลบางอย่าง

เมื่อรถแล่นมาถึงใต้คอนโด ขณะที่เธอกำลังจะก้าวลงจากรถ หรงอวี้ก็ค
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 214

    หรงอวี้ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เขาก็ยังพยักหน้ารับ เพราะตัวเขาเองก็เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้บ้างในบางครั้ง"เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งรู้สึกแบบนั้นค่ะ การได้มาเดินเคียงข้างคุณริมทะเล ได้ดูดาวด้วยกัน มีลมทะเลพัดปะทะใบหน้า ฉันรู้สึกเหมือนเรื่องพวกนี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย" แววตาของซูย่างแฝงความสงสัยลำพังคำว่าเดจาวูคงไม่เพียงพอจะบรรยายความรู้สึกของเธอเมื่อสักครู่ เพราะปรากฏการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่ภาพ แต่ยังรวมถึงความรู้สึกทางใจ เธอถึงขั้นสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออันอบอุ่นในความทรงจำ และกลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้สนซีดาร์ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบกายอีกด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายวนเวียนอยู่ในอก ราวกับคนที่กำลังหิวโหยได้สัมผัสหมั่นโถวลูกหนึ่ง เป็นความรู้สึกกึ่งหิวกึ่งอิ่ม ความว่างเปล่าในใจพลันถูกเติมเต็มเธอป้องปากหัวเราะ "อาจเป็นเพราะคนข้างตัวคือคุณละมั้งคะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เดินริมทะเลกับคุณ ก็เลยเกิดภาพซ้อนทับขึ้นมา"หรงอวี้อ้าปากจะพูดอยู่หลายหนแต่ก็ไร้สุ้มเสียง เขาไม่รู้เลยว่าควรตอบกลับไปอย่างไรซูย่างจูงมือเขาออกเดินนำไปข้างหน้า ส่วนเขาก็ทำได้เพียงกุมมือ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 213

    ในที่สุด ซูย่างก็ค่อย ๆ เลื่อนจานที่หลินลู่ซีย่างเอาไว้กลับไปหาเจ้าตัวด้วยความระมัดระวัง "ลู่ซี เธอลองชิมดูก่อนสิ""มีอะไรเหรอ?" เธอหยิบเห็ดหอมขึ้นมากัดไปคำหนึ่ง พลันใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีตับหมูทันที "แหวะ ๆ ๆ ! ไม่อร่อยเลยอะ!"จ้าวเสี่ยวชีมองเธอด้วยความลำพองใจ "งั้นลองชิมของผมดูสิ"หลินลู่ซีตวัดสายตามองค้อนใส่เขา "ป้าหวังต้องบอกสูตรผิดแน่ ๆ ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด แล้วก็จะไม่กินของนายด้วย!"เธอสะบัดหน้าหนี แต่กลิ่นหอมของกระเทียมสับกลับลอยมาเตะจมูกหรงอินนั่งอยู่ด้านข้าง กำลังเคี้ยวเห็ดหอมตุ้ย ๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย ขณะดวงตาก็เป็นประกายวิบวับในใจของหลินลู่ซีอดรำพึงไม่ได้ มันจะอร่อยอะไรขนาดนั้น!เธอเคยทานอาหารฝีมือจ้าวเสี่ยวชีมาก่อน ซึ่งรสชาติก็อร่อยจริงนั่นแหละ แต่ถ้าเธอยอมกินตอนนี้ ก็เท่ากับยอมแพ้น่ะสิ?แต่ว่ามันก็หอมซะเหลือเกิน ต่อมน้ำลายทำงานหนักจนแทบทนไม่ไหวแล้วงั้นก็ไม่ทนมันแล้วเว้ย!เธอคว้าเห็ดหอมไม้นั้นขึ้นมา กัดเข้าไปหนึ่งคำอร่อยเหาะ! ให้ตายสิ จ้าวเสี่ยวชีชนะจนได้จ้าวเสี่ยวชียิ้มกริ่มอย่างได้ใจ "ผมบอกแล้วไง""ไม่ต้องมาทำเป็นได้ใจเลย นายเป็นเชฟนะ ถ้าทำไม่อร่อยสิแปลก"

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 212

    หรงอวี้ชะงักงัน เขาไม่เคยมีท่าทีจริงจังขนาดนี้มาก่อน "ย่างย่าง ผมไม่ได้รู้สึกอะไร คุณก็รู้ว่าผมไม่แคร์""ที่ฉันไม่สบายใจไม่ใช่เพราะกู้อวี่หนิงหรอกค่ะ แต่โลกใบนี้ใจร้ายกับผู้หญิงเหลือเกิน ในงานแต่งเมื่อวาน เวลาทุกคนเห็นหน้าฉันก็เอาแต่พูดว่าฉันเป็นอดีตภรรยาของฝู่เฉินซี การที่ฉันมาร่วมงานแต่งของเขา แปลว่าจะต้องมีเจตนาร้ายและตั้งใจมาพังงานแน่ ๆ แต่ทุกคนกลับลืมไปเลยว่าเจ้าของงานแต่งนั่นก็คือฝู่เฉินซี ไม่มีใครมองว่าเขาเป็นอดีตสามีของซูย่างเลยสักคน ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน แค่อาศัยภาพจำฝังหัวก็สาดโคลนใส่ฉันกันได้แล้ว"หรงอวี้รวบตัวซูย่างเข้ามากอด "ย่างย่าง ผมจะปกป้องคุณเอง""ฉันรู้ค่ะ" แววตาของซูย่างอ่อนโยนลงไม่น้อยหรงอวี้เป็นคนเดียวที่บอกว่าจะปกป้องเธอ และเขาก็ทำอย่างที่พูดมาโดยตลอดจริง ๆ"พี่คะ! พี่ซูย่าง! รีบมาทำกับข้าวกันเถอะ หนูหิวแล้ว!""อุ๊ย! หนูมาผิดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย?"หรงอินยืนตะลึงอยู่กับที่ กำลังจะหันหลังกลับเตรียมเดินหนี ก็ถูกซูย่างเรียกไว้เสียก่อน"อินอิน เธอมาได้จังหวะพอดีเลย ฉันหิวแล้วละ" เธอหน้าแดงระเรื่อพลางโอบไหล่หรงอินเดินออกไปจากตรงนั้นพนักงานเข้าไปจัดการอาหารทะเล

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 211

    ซูย่างเดินเก็บของทะเลนานาชนิด ทั้งปลาดาว ปู รวมถึงยังเก็บหอยสังข์ได้อีกด้วยหรงอวี้หิ้วถังด้วยมือข้างเดียวเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าซูย่าง ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา "แบมือสิ""อะไรคะ?" ซูย่างมองเขาด้วยความสงสัย"ยื่นมือมาครับ" หรงอวี้ย้ำอีกครั้งซูย่างจึงยื่นมือออกไปอย่างเชื่องช้า และเตรียมพร้อมจะชักกลับได้ทุกเมื่อเห็นเพียงหรงอวี้กำหมัดวางลงบนฝ่ามือเธอ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่เย็นเฉียบร่วงหล่นลงมากลางฝ่ามือเปลือกหอยชิ้นหนึ่ง"ผมเก็บมาให้"ซูย่างก้มมองเปลือกหอยในมือ มันเป็นเปลือกหอยสีชมพูที่มีลวดลายคล้ายระลอกคลื่น"สวยจังเลย" เธอเก็บเปลือกหอยใส่ในกระเป๋าเสื้อห่างออกไปไม่ไกล หรงอินกำลังทอดสายตามองมา เห็นหรงอวี้และซูย่างอยู่ด้วยกันแต่ไกลทั้งสองยืนเคียงคู่กันริมทะเล ดวงตะวันยามเย็นค่อย ๆ ลาลับ สาดแสงสีส้มแดงทาบทาลงบนร่างของคนทั้งคู่ เธอพลันนึกถึงคำบรรยายอันงดงามในนิยายที่เคยอ่าน ภาพของพี่ชายและพี่ซูย่างในเวลานี้ช่างเหมือนกับฉากในนิยายเหล่านั้นไม่มีผิด"อินอิน ดูอะไรอยู่เหรอ?" หลินลู่ซีวางมือบนไหล่เธอ พลางมองตามไปยังทิศทางเดียวกัน"ดูพี่หนูกับพี่ซูย่างเขาน่ะค่ะ หน

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 210

    "ย่างย่าง!""สวัสดีครับคุณซู"เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกหรงอินลากไปยัดใส่ที่นั่งข้างคนขับของหรงอวี้ ส่วนเจ้าตัวก็เบียดขึ้นรถจ้าวเสี่ยวชีไปขณะรถยนต์แล่นไปบนถนนสายหลัก รถของจ้าวเสี่ยวชีก็เร่งเครื่องแซงขึ้นไปในพริบตา หรงอินลดกระจกลงพลางโบกไม้โบกมือให้ซูย่าง "พี่ซูย่าง! พวกเราไม่อยู่เป็นก้างขวางคอแล้วนะคะ!"หลินลู่ซีตะโกนตามมาเช่นกัน "แล้วฉันก็เพิ่งรู้เรื่องนี้เนี่ยนะ! เธอปิดบังฉันได้ยังไง! ฉันไม่ยกโทษให้เธอแน่!"ซูย่างทำหน้าไม่ถูก หลินลู่ซีส่งข้อความมาต่อว่าเธอหลายสิบข้อความแล้ว"ซูย่าง เธอเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อน!""เธอคบกับคุณชายสามหรงแล้วไม่บอกฉัน! เธอตายแน่!""ฉันราศีพิจิกนะ! เจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุด ฉันจะจำไปจนตาย!""คราวก่อนบาดเจ็บไม่ยอมบอก คราวนี้ก็ยังไม่บอกอีก ฉันจะเลิกคบกับเธอหนึ่งวัน!"...เมื่อมาถึงสะพานยกระดับ ลมทะเลที่อบอุ่นแต่เย็นสบายก็โชยพัดมาพร้อมด้วยกลิ่นอายของความเค็มซูย่างเบิกตาโต ขณะเห็นโฉมหน้าของรีสอร์ตที่ว่านั่น มันคือเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ทางเข้าออกมีเพียงสะพานยกระดับแห่งนี้เท่านั้น"หนาวไหม?" หรงอวี้กดเลื่อนกระจกฝั่งซูย่างขึ้นซูย่างส่ายหน้า ก่อนกดเลื่อน

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 209

    ฝู่เฉินซีและกู้อวี่หนิงต่างถลึงตามองฝู่หยาฮุ่ย ที่แท้เธอก็เป็นคนบอกนี่เอง"ย่างย่าง ผมจองโต๊ะที่ภัตตาคารหมิงเจินไว้แล้ว อาหารที่นี่เห็นแล้วรู้สึกกินไม่ค่อยลง พวกเราไปกันเถอะ"เขายื่นมือส่งให้ซูย่าง และซูย่างก็ยื่นมือไปจับมือเขาไว้"ไปไม่ได้! เรื่องนี้ยังคุยกันไม่เคลียร์เลยนะ!" ฝู่หยาฮุ่ยแผดเสียงร้องลั่นเมื่อเห็นหรงอวี้ทำท่าจะผละจากไป เธอก็วิ่งถลันออกมาทันทีหรงอวี้และซูย่างมองเด็กสาวด้วยสายตาหมดความอดทน "เวลานี้เธอควรจะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชไม่ใช่หรือไง?"แววตาของฝู่หยาฮุ่ยลุกโชนด้วยไฟโทสะ แต่ก็ยังคงฝืนยิ้มออกมา"คุณชายสามหรง วันนี้เป็นงานแต่งของพี่ชายกับพี่สะใภ้ฉัน คุณไม่คิดจะอยู่ร่วมรับประทานอาหารสักหน่อยเหรอคะ"เธอแสร้งทำทีเป็นขัดเขิน เกี่ยวปอยผมข้างแก้มไปทัดไว้หลังใบหู เผยให้เห็นใบหูอันงดงาม ประกายของต่างหูส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มคุณชายสาม มัวแต่ไปขลุกอยู่กับนังแพศยานั่นจะมีอะไรดี?ฝู่หยาฮุ่ยยืนรอการตอบรับอย่างเงียบงัน ขอเพียงได้ใกล้ชิดเขา เธอก็มั่นใจว่าจะทำให้หรงอวี้หลงใหลเธอได้แน่!แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ หรงอวี้กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอด้วยซ้ำ"เกะกะซะจริง"ฝู่หย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status