Mag-log inผู้เฒ่าหยางเดินจากไปแล้ว ส่วนเวินจ่านพร้อมด้วยกู้อวี่หนิงก็กำลังจ้องมองแผ่นหลังของซูย่างเขม็ง พวกเธอคิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะถูกปั่นหัวได้ถึงขนาดนี้"อย่าเพิ่งไป!"ในจังหวะที่ซูย่างและซูเมี่ยนกำลังจะเดินออกไป เวินจ่านก็ตะโกนเรียกเสียงดัง "ซูย่าง!""คุณเวินยังมีอะไรอยากพูดกับฉันอีกเหรอคะ งานประมูลจบแล้วนะ""ไม่ต้องเตือนฉันหรอก ฉันรู้ว่างานประมูลจบแล้ว คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าเธอจะแผนสูงขนาดนี้ ฉันนับถือเธอเหลือเกินที่ปั่นหัวฉันซะอยู่หมัด แต่ฉันอยากรู้แค่ว่าใครเป็นคนบอกเธอเรื่องเกาะซงอู้นั่น? ใช่หรงอวี้หรือเปล่า?" เวินจ่านกวาดสายตามองหรงอวี้ผู้อยู่ด้านข้างแวบหนึ่งทั่วทั้งเมืองหนานเฉิงคนที่จะมีข้อมูลลับสุดยอดระดับนี้ นอกจากหรงอวี้แล้วก็ไม่น่ามีคนที่สอง ส่วนผู้เฒ่าหยางได้มาอย่างไรนั้นเธอไม่รู้ แต่เธอมั่นใจว่าข่าวในมือของซูย่างต้องเป็นหรงอวี้ให้มาแน่นอนซูย่างยิ้มเยาะตนเอง "คุณเวิน ตกลงนี่คุณกำลังถามฉัน หรือกำลังสอบปากคำฉันกันแน่? อีกอย่างทำไมฉันต้องบอกคุณด้วย?"เธอมองฝ่ากลุ่มคนไปทางกู้อวี่หนิง ก่อนพูดประโยคหนึ่งซึ่งแฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้ว่า "คุณกู้ การร่วมมือครั้งนี้ราบรื่นดีจังเลยนะค
"ความหมายของเธอก็คือ ที่เขาบอกพวกเราแบบนั้นก็เพราะต้องการสับขาหลอกสินะ?" ซูเมี่ยนถามซูย่างพยักหน้า "ที่ดินที่เขาต้องการคือเกาะซงอู้ต่างหากค่ะ"เป้าหมายของชายชรามีเพียงเกาะซงอู้มาตั้งแต่แรก ข้อมูลลับระดับนี้เธอไม่รู้ว่าผู้เฒ่าหยางไปสรรหามาได้อย่างไร แต่ก็รู้ดีว่าคงได้มาไม่ง่ายแน่"แต่เกาะซงอู้ถูกใครก็ไม่รู้ประมูลตัดหน้าไปแล้วนี่" ซูเมี่ยนพูดด้วยความเสียดายซูย่างส่ายหน้า "ไม่ต้องเสียดายหรอกค่ะ"งานประมูลจบลงแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ทยอยเดินออกจากงานขณะที่ซูย่างกับซูเมี่ยนกำลังจะกลับ จู่ ๆ คนที่ประมูลเกาะซงอู้ไปเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาหาซูย่าง พร้อมถอดหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดดออกซูเมี่ยนตะลึงงัน นี่มันหลินลู่ซีไม่ใช่เหรอ!"ย่างย่าง เมื่อกี้ฉันแสดงเนียนไหม ตอนแรกเธอให้งบมาสี่พันล้าน แต่ฉันใช้ไปแค่สามพันห้าร้อยล้านเองนะ สงสัยต้องเลี้ยงข้าวฉันแล้วมั้ง""ได้สิ" ซูย่างยิ้มอ่อนโยนด้านหลัง เวินจ่านลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้ผู้เฒ่าหยางเองก็เห็นภาพนี้เช่นกัน แววตาจึงทอประกายเย็นยะเยือกด้วยความแค้นใจฝ่ายฝู่เฉินซีกับกู้อวี่หนิงก็มีสีหน้าตกตะลึง พวกเขาแ
เวินจ่านไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่นใด ด้วยกำลังนึกถึงเกาะป้านเยว่ แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดี ๆ ซูย่างถึงยอมรามือ แต่ตอนนี้ เกาะป้านเยว่ก็ตกเป็นของเธอแล้วภายใต้เสียงเคาะค้อนครั้งสุดท้าย เกาะซงอู้ก็ตกเป็นของผู้หญิงที่อยู่ในมุมมืดฝู่เฉินซีมองตามไปด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกว่าเสียงของผู้หญิงคนนั้นคุ้นหูมาก แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหนงานประมูลกำลังจะปิดฉากลง ก่อนงานจบ ซูย่างลุกไปเข้าห้องน้ำเพิ่งจะล้างมือเสร็จ ก็ได้ยินเสียงของกู้อวี่หนิงคาดคั้นขึ้นว่า "ทำไมอยู่ดี ๆ เธอถึงยอมแพ้ไปแบบนั้นล่ะ? ปล่อยให้ฉันต้องรับผิดชอบเกาะจูชุ่ยหน้าตาเฉย ฉันอุตส่าห์ตั้งใจปั่นราคาเพื่อเธอเชียวนะ"ซูย่างหัวเราะหยัน "กู้อวี่หนิง ถ้าฉันเป็นเธอคงไม่หน้าด้านมายืนพูดแบบนี้หรอก ฉันให้เธอไปบอกเวินจ่านว่าสิ่งที่ฉันต้องการคือเกาะจูชุ่ย แล้วเธอได้บอกหล่อนแบบนั้นหรือเปล่า?""ฉะ...ฉันก็ต้องบอกสิ ฉันบอกเรื่องนี้กับหล่อนแล้วนะ" กู้อวี่หนิงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง"โกหก! ฉันนึกว่าเมื่อผ่านพ้นเรื่องครั้งก่อนแล้ว เธอจะตาสว่างและยอมร่วมมือกับฉันซะอีก แต่ดูท่าฉันคงประเมินเธอสูงเกินไปหน่อย"สีหน้าของซูย่างเย็นชาลงเรื่อย ๆ
ราคาที่สูงลิ่วถึงขั้นนี้ แม้แต่ผู้เฒ่าหยางก็ทำได้เพียงถอนหายใจพลางส่ายหน้า คล้ายเริ่มถอดใจแล้วซูเมี่ยนขมวดคิ้วมุ่น ทำท่าจะยกป้ายประมูล แต่ซูย่างกลับห้ามไว้ “ไม่ต้องค่ะ”ซูเมี่ยนมองเธอด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเชื่อน้องสาว วางป้ายลงและนั่งเฝ้าดูด้วยความสงบนิ่ง“สามพันเจ็ดร้อยห้าสิบล้านครั้งที่หนึ่ง!” สิ้นเสียงค้อนเคาะลง ที่ดินเกาะป้านเยว่ก็ตกเป็นของเวินจ่านทันทีกู้อวี่หนิงเบิกตาโตจ้องมองซูย่าง ขณะรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในที่สุดหากเกาะป้านเยว่เป็นทางผ่านของเส้นทางเดินเรือสายใหม่อย่างที่ซูย่างพูดจริง แล้วซูย่างจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง?คนที่รู้สึกถึงความผิดปกติเช่นเดียวกันก็คือเวินจ่าน เพียงแต่เสียงค้อนเคาะลงแล้วเธอถึงเพิ่งรู้สึกตัว จึงรีบหันไปมองหน้าหรงอวี้ แต่ก็เห็นเพียงอีกฝ่ายมีสีหน้าเป็นปกติเท่านั้นไม่ได้การ! เธอต้องมองข้ามอะไรไปแน่ ๆ !ทำไมซูย่างถึงดูไม่ได้เจ็บใจเลยสักนิด?ทำไมซูย่างถึงไม่แย่งชิงที่ดินผืนนี้ต่อไปล่ะ?ก็แค่เงินสามพันเจ็ดร้อยห้าสิบล้านเท่านั้น เกาะป้านเยว่มีพื้นที่ใหญ่กว่าเกาะจูชุ่ยถึงเท่าตัว ซูย่างคงไม่มีทางยอมแพ้เพราะเงิน
จังหวะที่เธอคิดยกป้ายประมูล ฝู่เฉินซีก็รีบห้ามไว้ “ไม่ต้องสู้แล้ว”แต่กู้อวี่หนิงไม่ยอมฟัง ในเมื่อซูย่างต้องการเล่นงานเวินจ่าน ก็คงต้องหลอกล่อให้เวินจ่านสู้ราคาต่อแน่เธอชูป้ายในมือขึ้นสูง “สามพันหนึ่งร้อยล้าน!”ราคานี้พุ่งสูงเกินกว่ามูลค่าจริงของเกาะไปไกลโข กู้อวี่หนิงยังไม่รู้ตัวและรอคอยให้ซูย่างยกป้ายสู้ราคาอีกครั้งแต่ว่า ทั้งซูย่างและเวินจ่านกลับไม่มีใครยกป้ายประมูลต่ออีกเลย“สามพันหนึ่งร้อยล้าน ครั้งที่หนึ่ง!”“สามพันหนึ่งร้อยล้าน ครั้งที่สอง!”บนหน้าผากของกู้อวี่หนิงปรากฏเม็ดเหงื่อผุดซึม ทำไมพวกหล่อนถึงไม่สู้ราคากันแล้วล่ะ?“สามพันหนึ่งร้อยล้านครั้งที่สาม! ยินดีด้วยครับคุณนายฝู่ เกาะจูชุ่ยเป็นของคุณแล้ว”“อะไรนะ?” กู้อวี่หนิงยังคงอยู่ในสภาวะงุนงงสับสนเธอซื้อเกาะจูชุ่ยมาโดยไม่ได้ตั้งใจ “ทำไมกัน?”การที่ฝู่เฉินซีไม่สะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น ก็ถือว่าไว้หน้าเธอมากแล้วกู้อวี่หนิงจ้องมองพนักเก้าอี้ของซูย่างด้วยความเดือดดาล ดวงตาสาดประกายโกรธแค้น ส่วนซูย่างก็หันกลับมามองแวบหนึ่ง นัยน์ตามีแต่รอยยิ้มแผ่นหลังของกู้อวี่หนิงเย็นวาบขึ้นมาทันที นี่เธอถูกหลอกเข้าให้แ
เขาหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากในรถแล้วยื่นส่งให้เธอ "นี่ครับ ให้คุณ""อะไรเหรอคะ?" ซูย่างรับมาด้วยความสงสัย มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลซองหนึ่งเธอกำลังจะเปิดออกดู แต่ก็ถูกหรงอวี้ห้ามไว้"กลับเข้าห้องแล้วค่อยเปิดดีกว่านะ"เมื่อซูย่างเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเขาก็รู้ว่าเนื้อหาในซองเอกสารน่าจะเป็นความลับอะไรบางอย่าง เธอจึงรีบเก็บเข้ากระเป๋า แต่จังหวะที่กำลังจะเดินผ่านไปเท้ากลับชะงักกึกเธอหันหลังไปมองหรงอวี้แวบหนึ่ง "เกาะป้านเยว่"หรงอวี้ได้ยินสามคำนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย "เกาะป้านเยว่?""ใช่ค่ะ" ซูย่างไม่อยากพูดอะไรมาก ยังไงก็ถือซะว่าเธอบอกเขาแล้ว ที่เหลือก็ได้แต่หวังว่าเขาจะเข้าใจเท่านั้นซูย่างถือซองเอกสารสีน้ำตาลกลับเข้าห้อง หลังล็อกห้องเรียบร้อย ก็ค่อย ๆ หยิบเอกสารในซองออกมารูม่านตาของเธอหดเกร็ง มือสั่นเทาไปวูบหนึ่งนี่คือ?ในงานประมูลที่ดิน ซูย่างแต่งกายงดงามเดินเข้างานพร้อมซูเมี่ยน เธอไม่ทราบว่าบรรดาผู้ที่มาร่วมการประมูลครั้งนี้จะรู้กันหรือไม่ว่าที่ดินซึ่งกำลังจะมีมูลค่าสูงขึ้นจริง ๆ นั้นคือเกาะป้านเยว่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ตระกูลซูก็ต้องครอบครองเกาะป้านเยว่ให้ได้งานประมูลที่ดินครั้







