LOGINจังหวะที่เธอคิดยกป้ายประมูล ฝู่เฉินซีก็รีบห้ามไว้ “ไม่ต้องสู้แล้ว”แต่กู้อวี่หนิงไม่ยอมฟัง ในเมื่อซูย่างต้องการเล่นงานเวินจ่าน ก็คงต้องหลอกล่อให้เวินจ่านสู้ราคาต่อแน่เธอชูป้ายในมือขึ้นสูง “สามพันหนึ่งร้อยล้าน!”ราคานี้พุ่งสูงเกินกว่ามูลค่าจริงของเกาะไปไกลโข กู้อวี่หนิงยังไม่รู้ตัวและรอคอยให้ซูย่างยกป้ายสู้ราคาอีกครั้งแต่ว่า ทั้งซูย่างและเวินจ่านกลับไม่มีใครยกป้ายประมูลต่ออีกเลย“สามพันหนึ่งร้อยล้าน ครั้งที่หนึ่ง!”“สามพันหนึ่งร้อยล้าน ครั้งที่สอง!”บนหน้าผากของกู้อวี่หนิงปรากฏเม็ดเหงื่อผุดซึม ทำไมพวกหล่อนถึงไม่สู้ราคากันแล้วล่ะ?“สามพันหนึ่งร้อยล้านครั้งที่สาม! ยินดีด้วยครับคุณนายฝู่ เกาะจูชุ่ยเป็นของคุณแล้ว”“อะไรนะ?” กู้อวี่หนิงยังคงอยู่ในสภาวะงุนงงสับสนเธอซื้อเกาะจูชุ่ยมาโดยไม่ได้ตั้งใจ “ทำไมกัน?”การที่ฝู่เฉินซีไม่สะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น ก็ถือว่าไว้หน้าเธอมากแล้วกู้อวี่หนิงจ้องมองพนักเก้าอี้ของซูย่างด้วยความเดือดดาล ดวงตาสาดประกายโกรธแค้น ส่วนซูย่างก็หันกลับมามองแวบหนึ่ง นัยน์ตามีแต่รอยยิ้มแผ่นหลังของกู้อวี่หนิงเย็นวาบขึ้นมาทันที นี่เธอถูกหลอกเข้าให้แ
เขาหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากในรถแล้วยื่นส่งให้เธอ "นี่ครับ ให้คุณ""อะไรเหรอคะ?" ซูย่างรับมาด้วยความสงสัย มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลซองหนึ่งเธอกำลังจะเปิดออกดู แต่ก็ถูกหรงอวี้ห้ามไว้"กลับเข้าห้องแล้วค่อยเปิดดีกว่านะ"เมื่อซูย่างเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเขาก็รู้ว่าเนื้อหาในซองเอกสารน่าจะเป็นความลับอะไรบางอย่าง เธอจึงรีบเก็บเข้ากระเป๋า แต่จังหวะที่กำลังจะเดินผ่านไปเท้ากลับชะงักกึกเธอหันหลังไปมองหรงอวี้แวบหนึ่ง "เกาะป้านเยว่"หรงอวี้ได้ยินสามคำนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย "เกาะป้านเยว่?""ใช่ค่ะ" ซูย่างไม่อยากพูดอะไรมาก ยังไงก็ถือซะว่าเธอบอกเขาแล้ว ที่เหลือก็ได้แต่หวังว่าเขาจะเข้าใจเท่านั้นซูย่างถือซองเอกสารสีน้ำตาลกลับเข้าห้อง หลังล็อกห้องเรียบร้อย ก็ค่อย ๆ หยิบเอกสารในซองออกมารูม่านตาของเธอหดเกร็ง มือสั่นเทาไปวูบหนึ่งนี่คือ?ในงานประมูลที่ดิน ซูย่างแต่งกายงดงามเดินเข้างานพร้อมซูเมี่ยน เธอไม่ทราบว่าบรรดาผู้ที่มาร่วมการประมูลครั้งนี้จะรู้กันหรือไม่ว่าที่ดินซึ่งกำลังจะมีมูลค่าสูงขึ้นจริง ๆ นั้นคือเกาะป้านเยว่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ตระกูลซูก็ต้องครอบครองเกาะป้านเยว่ให้ได้งานประมูลที่ดินครั้
หนึ่งวันก่อนงานประมูลที่ดิน ซูย่างและกู้อวี่หนิงนัดพบกันหลังผ่านการพูดคุยคราวนั้น เวลาที่กู้อวี่หนิงต้องมาเผชิญหน้ากับซูย่างก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรอีก ในเมื่อเปิดอกพูดกันจนกระจ่างแล้ว ต่อให้เป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด เธอก็แค่ต้องถูกส่งตัวเข้าคุกเท่านั้นกู้อวี่หนิงตั้งใจจะสั่งอเมริกาโน่เย็นแก้วหนึ่ง แต่ซูย่างกลับห้ามเธอไว้ "ท้องอยู่แบบนี้ดื่มน้ำเปล่าดีกว่ามั้ง""ขอบคุณนะ" กู้อวี่หนิงประหลาดใจเล็กน้อยเธอมองออกว่าแววตาของซูย่างนั้นสดใสไร้ที่ติ ไม่มีความขุ่นข้องหมองใจใด ๆ ทั้งสิ้น "เมื่อก่อนเป็นฉันเข้าใจคุณผิดไปเอง""ว่าไงนะ?" ซูย่างถามกลับด้วยความแปลกใจ"ฉันเคยคิดว่าที่คุณทำเป็นเย็นชาต่อเฉินซี ก็เพราะต้องการทำตัวให้ดูเข้มแข็ง พอดีฉันได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับคุณจากหยาฮุ่ยแล้วก็คุณแม่มาไม่น้อย ก็เลยรู้สึกว่าคุณน่าจะรักฝู่เฉินซีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น คงไม่มีทางตัดใจได้เร็วขนาดนี้แน่ และไม่ว่าความเย็นชาห่างเหินที่คุณแสดงออกมามันจะเป็นความจริงหรือไม่ แต่ในใจคุณก็ต้องมีที่ว่างให้เขาอยู่เสมอ แต่ดูจากตอนนี้คงเป็นฉันเองที่คิดผิดไป" กู้อวี่หนิงยิ้มเยาะตัวเองซูย่างไม่ได้ตอบรับคำใด เธอและกู้อว
หลังกำชับเสร็จ คุณหมอก็ทิ้งยาไว้ให้ชุดหนึ่งก่อนกลับแต่สายตาของจ้าวเสี่ยวชีกลับดูไม่ชอบมาพากล เขาจ้องมองหลินลู่ซีด้วยแววตาเย็นเยียบ"นี่เธอดูแลตัวเองแบบนี้เหรอ?" เขาพลันนึกถึงองุ่นแช่เย็นเมื่อครู่ขึ้นมาทันทีกินของเย็นตอนมีประจำเดือน เธอนี่มันแน่จริง ๆ เลยนะ!หลินลู่ซีพูดด้วยความน้อยใจ "ก็รอบเดือนฉันมันไม่เคยมาปกตินี่ ฉันเองก็ไม่นึกว่าจะมาวันนี้ นึกว่าจะอีกวันสองวันแท้ ๆ ...""ความหมายของเธอก็คือ เธอรู้อยู่แล้วว่าอาจจะมาช่วงนี้ใช่ไหม?" จ้าวเสี่ยวชีรู้สึกเพียงว่าเส้นประสาทของตนกำลังเต้นตุบ ๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะถูกแม่คุณคนสวยตรงหน้ายั่วโมโหทั้งสิ้น"ฉันเปล่านะ..." หลินลู่ซีกำลังปวดท้อง ใบหน้าซีดเผือด คิ้วขมวดมุ่นแต่ชายหนุ่มกลับยังไม่ยอมลดราวาศอก เธอจึงเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก "เรื่องนี้จะมาโทษฉันไม่ได้นะ!"เมื่อได้ยินคำนี้ เส้นประสาทของจ้าวเสี่ยวชีก็คล้ายถูกกระตุกอย่างแรง "เธอเป็นคนดูแลตัวเองไม่ดีเองแท้ ๆ ยังจะมีหน้ามาเถียงอีก!"ขณะมองดูความเจ็บปวดที่หลินลู่ซีพยายามข่มกลั้นบนใบหน้า เขาก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน"ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!" เมื่อหลินลู่ซีพูดประโยคนี
“กล้าเหรอ!” เสียงนั้นฟังดูอ่อนโยนแต่กลับไม่อาจต่อต้าน หลินลู่ซีบ่นอุบในใจ แต่ก็ยอมชักมือกลับมาอย่างว่าง่ายทันทีเผด็จการ! บ้าอำนาจ!หลินลู่ซีรีบขยับตัวหาที่ว่างบนโซฟา ไม่อยากอยู่ใกล้เขาอีกแต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้น ก็ถูกดึงกลับไปจนหัวทิ่มใส่อ้อมอกจ้าวเสี่ยวชีอ้อมกอดนั้นอบอุ่นนัก หลินลู่ซีคิดจะถลึงตาใส่จ้าวเสี่ยวชี แต่กลับถลำลึกเข้าไปในดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้น แล้วเธอก็อดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ จึงต้องก้มหน้างุดเมื่อคืนจ้าวเสี่ยวชีคลุ้มคลั่ง โรมรันจนเธอแทบร้องขอชีวิต เรี่ยวแรงเพิ่งจะฟื้นคืนมาได้นิดหน่อย นี่เขาคงไม่ได้คิดจะ...เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ หลินลู่ซีก็รู้สึกเพียงว่าใบหน้าร้อนผ่าว ให้ตายสิ! นี่เธอเริ่มมีความคิดติดเรตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! บางทีจ้าวเสี่ยวชีอาจแค่ต้องการมองหน้าเฉย ๆ ก็ได้ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ แต่เวลานี้ไม่ใช่แค่หลินลู่ซีเท่านั้น แม้แต่จ้าวเสี่ยวชีเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอเช่นกันดวงตาคู่นั้นคล้ายจะมองเธอให้ทะลุถึงหัวใจ เธอจึงจ้องเขม็งตอบกลับไปหลินลู่ซียังไม่ทันได้ตั้งตัว เชฟหนุ่มก็ก้มหน้าลงจูบริมฝีปากเธอแผ่วเบา สมองของเธอเริ่มขาดอ
จ้าวเสี่ยวชีตะลึงงันไปชั่วขณะ “งื้อ ลู่ซี เธอสวยจังเลย”“เลี่ยนชะมัด”หลินลู่ซีเองก็เมามายไม่ได้สติผ่านไปอีกสิบกว่านาที สภาพของหลินลู่ซีก็ไม่ได้ดีไปกว่าจ้าวเสี่ยวชีเท่าไหร่นัก ทั้งคู่เมาแอ๋ แต่จ้าวเสี่ยวชียังพอมีสติหลงเหลืออยู่เล็กน้อย จึงเรียกรถแท็กซี่ หลังบอกที่อยู่ของตัวเองเสร็จสรรพก็ผล็อยหลับไปกระทั่งคนขับรถปลุกทั้งสองคน จ้าวเสี่ยวชีตื่นขึ้นมาพบว่าหลินลู่ซียังคงนอนสะลึมสะลือ เขาจึงเดินโซเซประคองหลินลู่ซีเข้าไปในที่พักของตนเองภาพเหตุการณ์นี้ช่างคุ้นตาเหลือเกิน เหมือนครั้งก่อนที่เจ้าเพื่อนตัวแสบพาหลินลู่ซีมาส่งที่ห้องเขาไม่มีผิดเมื่อกลับถึงที่พัก จ้าวเสี่ยวชีก็ประคองหลินลู่ซีไปนอนบนเตียง จังหวะจะลุกออกไป เขาก็พลันล้มฟุบลงอย่างแรง ทันใดนั้น แขนข้างหนึ่งก็เลื้อยขึ้นมาบนแผงอกของเขา เป็นแขนของหลินลู่ซีเชฟหนุ่มบรรจงยกแขนของหลินลู่ซีขึ้นอย่างระมัดระวัง แต่พอวางลง เธอก็พาดกลับเข้ามาใหม่หลังยื้อยุดกันไปมาอยู่หลายรอบ สุดท้าย จ้าวเสี่ยวชีก็ยอมแพ้เนื้อตัวของสองหนุ่มสาวตลบฟุ้งด้วยกลิ่นสุรา เมื่อจ้าวเสี่ยวชีหันไปก็มองเห็นใบหน้าของหลินลู่ซีทันที เขาเหม่อมองอยู่เนิ่นนานจนเริ่มแสบตา




![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


