Share

1 เจินเจินเจ็บ(1)

last update Last Updated: 2026-01-06 18:12:11

บทที่ 1 เจินเจินเจ็บ

7 ปีต่อมา... 

"อลันอยู่ตรงไหนเนี่ย เจลออกมาแล้วนะยังไม่เห็นอลันเลย" หญิงสาวรูปร่างบอบบางพร้อมทั้งอีกมือมีเด็กน้อยอยู่ด้วยเดินออกมาจากสนามบิน และรีบโทรหาเพื่อนเก่าเพราะว่ามองไปทางไหนก็ไม่เจอตามที่นัดกันเอาไว้

"ขอโทษที่ให้รอนานนะเจล วันนี้ที่กองเลิกเลทนิดหน่อยน่ะกำลังรีบไปใกล้จะถึงแล้วล่ะ แล้วเจ้าเจินเจินเจ็ทแล็กหรือเปล่า" ปลายสายน้ำเสียงตื่นตระหนกแสดงความรู้สึกผิดอย่างที่สุดก่อนตบท้ายด้วยความห่วงใยเจ้าเด็กน้อยแสนสวยที่แสนคิดถึง

"เจ้าเด็กนี่น่ะเหรอ ยังตาใสอยู่เลยเหมือนไม่เคยเปลี่ยนไทม์โซนน่ะ" เธอตอบกลับคนปลายสายพร้อมทั้งหันมาส่งยิ้มให้เจ้าเด็กน้อยที่ว่าที่ตอนนี้ดูท่าทางตื่นเต้นไปเสียทั้งหมด

เจลกา หรือ เจล เป็นหญิงสาวสุดสวยที่อายุราว 29 ปี แต่ด้วยความที่เธอมีลูกไวมีลูกตั้งแต่อายุยังน้อยลูกของเธอตอนนี้ก็อายุ 6 ขวบแล้ว ก่อนหน้านี้เจลกาเคยเป็นถึงดาราสาวที่มีชื่อเสียงประมาณหนึ่ง แม้ไม่มากแต่ก็มีผลงานฝากเอาไว้ให้คนรู้จักบ้าง รูปร่างหน้าตาของเธอก็ถือได้ว่างดงามสวยสะกดไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้ ด้วยเอกลักษณ์ความงดงามจากเรือนร่างโดยธรรมชาติที่ผ่านการออกกำลังกายและคุมอาหารมาอย่างดี 

ใครต่อใครก็หมายปอง มีคนมากมายอยากได้เธอคนนี้มาไว้ในครอบครอง ใครจะคิดว่าช่วงเวลาที่เธอกำลังเรียกว่าอยู่ขั้นเริ่มมีชื่อเสียงเพราะเพิ่งได้รับละครเรื่องหนึ่งมาซึ่งเป็นละครที่ทุนสูงอีกทั้งเธอยังถูกวางตัวให้รับบทนำ แต่แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เพราะจู่ ๆ เจลกาก็หายไปทั้งอย่างนั้นและละครก็ถูกเปลี่ยนตัวนักแสดงนำก่อนที่เธอค่อย ๆ ถูกผู้คนลืมเลือนไปในที่สุด....

"คุณแม่ขาา เจินเจินปวดชิ้งฉ่องค่ะ" เจ้าตัวเล็กที่รู้สึกว่าเธอกลั้นมันจนแทบไม่ไหวแล้วก็กระตุกแขนของมารดาพร้อมส่งสายตาปริบ ๆ ไปให้เรียกความเอ็นดูจากคนมอง

"ห้องน้ำอยู่ทางไหนนะ อดทนอีกนิดนะเจินเจิน" หญิงสาวสอดส่องสายตาไปทั่วก่อนหันมามองเด็กน้อยที่ทำท่าทางอดกลั้นเต็มทน

ทั้งสองพากันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำหญิง ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเข้าไปได้ง่าย ๆ เพราะว่าจำนวนคิวของคนที่มารอเข้าห้องน้ำนั้นยาวออกมาจนถึงข้างหน้า และไม่รู้ว่าลูกสาวของเธอนั้นจะสามารถอดทนได้มากแค่ไหน

"เจินเจินรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะลูก แม่จะรีบไปดูว่ายังมีห้องน้ำจุดอื่นอีกหรือเปล่า" หญิงสาวพูดกับเด็กน้อยไปแบบนั้นเพราะเผื่อว่าตอนที่เธอเดินหาห้องน้ำไปบางทีเจินเจินก็อาจได้คิวไปก่อนแล้ว

"เจินเจินโอเคค่ะ" ความจริงแล้วเดือนหนาวลูกของเธอนั้นอยู่ในวัยที่พูดจารู้เรื่องและมีความเฉลียวฉลาดมากกว่าเด็กคนอื่น ๆ ถ้าจะให้เดานั้นก็คงจะได้จากพ่อของเจ้าตัวมานั่นแหละ

ด้วยความที่กลัวว่าเดือนหนาวจะเดินไปไม่ไหวและเกรงจะปล่อยราดกลางสนามบิน เจลกาจึงได้ปล่อยให้ลูกยืนอยู่ตรงเก้าอี้หน้าห้องน้ำเพียงลำพังแล้วรีบวิ่งไปดูห้องน้ำที่ใกล้ให้เร็วที่สุด 

"อุ้ย! นี่น้องเจินเจินหรือเปล่าคะเนี่ย หู้ยตัวจริงน่ารักมาก ๆ เลยนะคะเนี่ย" แต่แล้วเมื่อนั่งรอผู้เป็นแม่อยู่ดี ๆ กลับมาใครบางคนที่บังเอิญสังเกตเห็นการมีอยู่ของเด็กคนนี้ที่กำลังทำท่าทางแปลก ๆ แต่ข้างกายกลับไม่มีใครยืนอยู่ด้วยเลยสักคน

คนหมู่มากที่เริ่มสังเกตเห็นเจ้าเด็กน้อยก็กรูเข้ามามุงเช่นคำที่เขาว่าไทยมุงก็ไม่ผิด นั่นเพราะว่าเด็กน้อยตรงหน้าพวกเธอนั้นเป็นถึงดาราเด็กที่โด่งดังมาจากประเทศจีน ใบหน้าและผิวพรรณดูแล้วก็จิ้มลิ้มเป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่อเห็นว่ามีคนจำเจ้าตัวได้ก็ส่งยิ้มหวานที่ตกบรรดาเจี่ยเจียและหม่าม้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปหาคนพวกนั้นทันที เรียกได้ว่าเป็นงานอย่างที่สุด

"เจินเจินเองค่ะเจี่ยเจีย เดี๋ยวเจินเจินมาเล่นด้วยนะคะเจินเจินปวดน้องชิ้งฉ่องค่ะ กลั้นเอาไว้แทบไม่ไหวแล้ววว" เด็กน้อยพูดจาฉะฉานตอบกลับบรรดาเจี่ยเจียที่เริ่มยกมือถือขึ้นมาถ่ายเจ้าตัวโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อนแม้แต่น้อยแต่เจ้าตัวก็ตอบคำถามคนพวกนั้นด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ทว่าท่าทางกลับบิดไปบิดมาคงเพราะกำลังปวดมากอย่างที่ว่าจริง ๆ

"โอ๊ย! น่าเอ็นดูจังเลยลูก อย่างนั้นมาเข้าก่อนก็ได้ค่ะเดี๋ยวจะแย่เอา มาค่ะน้องเจินเจิน" คนใจดีคนหนึ่งที่จวนจะถึงคิวก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสาร โดยที่คนรอต่อคิวอื่น ๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะอั้นไม่ไหวก็รีบโดดลงจากเก้าอี้และเดินเข้าไปยังห้องน้ำทันที

"เจินเจินขอขอบคุณเจี่ยเจียมาก ๆ เลยนะคะ ถ้าไม่ได้พวกเจี่ยเจียเจินเจินคงแย่แน่เลยค่ะ คุณแม่เจลกาของเจินเจินต้องตกใจมากแน่ ๆ ถ้ามีข่าวออกไปว่าเจินเจินน้องชิ้งฉ่องราด" ครู่เดียวเด็กน้อยก็เดินออกมาจากห้องน้ำและกล่าวขอบคุณทุกคนอย่างมีมรรยาทตามที่เคยเทรนเอาไว้กับค่ายและผู้เป็นมารดาอย่างดี 

ถึงเดือนหนาวจะเป็นเด็กอายุ 6 ขวบและยังไม่ได้เข้าเรียนเหมือนเด็กคนอื่นที่อายุเท่า ๆ กันเพราะว่าที่ผ่านมาต้องเรียนโฮมสคูลเพราะข้อจำกัดหลายอย่าง แต่แม่ของเธอสั่งสอนมาอย่างดี ทำผิดต้องขอโทษใครให้อะไรก็ต้องขอบคุณ คนที่เห็นกิริยาของเดือนหนาวก็พากันยกยิ้มกันเสียยกใหญ่ในความน่ารักของเด็กน้อย

"ไม่เป็นไรเลยค่ะน้องเจินเจิน แล้วนี่มากับใครเหรอคะทำไมอยู่คนเดียวล่ะลูก" บรรดาเจี่ยเจียยังคงชวนเจ้าเด็กน้อยคุยกันต่ออย่างกับว่าสนิทสนมมานานตามประสาแฟนคลับที่เอ็นดูเจ้าตัว อีกทั้งยังรู้สึกเป็นห่วงด้วยว่าอาจพลัดหลงกับผู้ปกครองหรือเปล่า

"คุณแม่เจลไปหาห้องน้ำที่คนน้อย ๆ ให้เจินเจินค่ะ เดี๋ยวก็คงจะมาแล้วค่ะเจี่ยเจีย" เมื่อเจ้าตัวตอบมาเช่นนั้นทุกคนก็เริ่มสบายใจ

แต่คนที่ไม่สบายใจนั้นกลับเป็นเจ้าตัวน้อยที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่งหากแต่นี่ก็เป็นเวลาส่วนตัวจึงอยากใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไปบ้าง จึงเริ่มคิดหาวิธีหลีกเลี่ยงเจี่ยเจียเหล่านั้น

เดือนหนาวนั่งรอผู้เป็นแม่ที่หน้าห้องน้ำที่เดิมกับบรรดาแฟนคลับทั้งหลาย สายตากลมสอดส่องมองหาผู้เป็นแม่ไปทั่วทุกทิศทางเพราะเริ่มอึดอัดกับเรื่องตรงนี้แล้วทว่าเธอก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของมารดา ทว่าสายตาเจ้ากรรมดันไปสะดุดกับทางข้างหน้าที่มีร้านไอศกรีมอยู่ด้วย และความที่อยากกินมากก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงก่อนจะพบว่ามีเงินที่แม่เธอใส่เอาไว้ให้ตั้งแต่ก่อนจะขึ้นเครื่อง เจ้าเด็กตัวน้อยก็ยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจและบอกลาบรรดาเจี่ยเจียทั้งหลายก่อนรีบวิ่งไปยังร้านไอศกรีมทันที

ทว่ายังไปไม่ถึงไหนก็ต้องลงไปนั่งกองจุมปุ๊กอยู่ที่พื้นเพราะชนเข้ากับอะไรบางอย่าง

"โอ๊ย! อื้ออ เจินเจินเจ็บ อึก หื้ออออ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   5 เส้นทางสู่วงการ(1)

    ตอนที่ 5 เส้นทางสู่วงการ10 ปีก่อน...ในงานประกวดดาวเดือนรอบสุดท้ายทุกคนที่ได้รับหน้าที่ในการเป็นตัวแทนคณะเพื่อแข่งขันทั้งทักษะความสามารถและการตอบคำถามนั้น ต่างคนต่างแสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ ผลที่ออกมานั้นเป็นไปตามคาดหมาย เมืองหนาวได้เป็นเดือนของมหาวิทยาลัยโดยมีอลันเป็นรองเดือน ส่วนด้านดาวมหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเจลกานั่นแหละ "เรื่องนั้น...พวกนายคิดดีแล้วหรือยัง" หญิงสาวในชุดนักศึกษาตัวโคร่งตามสไตล์เด็กปีหนึ่งนั่งลงตรงลานกว้างที่มีนักศึกษาชายอีกสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว"แล้วเจลล่ะ จะตกลงไหม" เป็นอลันที่เอ่ยถามหญิงสาวกลับไปบ้าง"อืออ ฉันว่าจะตกลงน่ะ ฉันอยากเป็นดาราแหละ" เธอตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมแสดงความตื่นเต้นออกทางสายตาหลังจากที่ทั้งสามลงจากเวทีประกวดดาวเดือนแล้วก็ได้รับการทาบทามจากแมวมองผู้หนึ่ง ในตอนนั้นยังไม่ทันได้พูดคุยกันอย่างดีเท่าไรแต่แมวมองคนนั้นก็ฝากช่องการทางติดต่อเอาไว้ให้แล้ว เมื่อทั้งสามกลับมาทบทวนอีกครั้งวันนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องให้คำตอบเขาแล้ว"ถ้าเจลเป็นเราก็เป็นด้วย" อลันว่า"ฉันก็ด้วย" ตามมาด้วยเมืองหนาวอีกคน"จริงนะ แบบนี้เราก็จะได้เป็นดาราด้วยกันแล้ว

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   เจินเจินอยากกลับบ้าน(3)

    "ฉันว่าเราเสียเวลามากแล้วนะคะ เราคุยเรื่องงานกันสักทีจะได้ไหม!" คนตัวเล็กทุบที่โต๊ะไปครั้งหนึ่งจนเสียงดังลั่น เธอพยายามข่มอารมณ์อย่างที่สุดแล้วจริง ๆ แต่กลับทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้เลยสักอย่าง เสียงที่ดังลั่นนั้นทำให้ผู้คนในร้านอาหารเริ่มมองมาที่พวกเขา ทว่าหญิงสาวกลับไม่ได้สนใจมันเลย"โอ๋ ๆ อย่าพึ่งหัวร้อนสิครับผมก็แค่อยากรู้ตามประสาคนคุ้นเคยกัน" ชายหนุ่มถือวิสาสะส่งมือหนาเข้าไปลูบไล้มือขาวของคนตัวเล็ก หวังปลอบประโลมที่มันเพิ่งบาดเจ็บจากการตีโต๊ะเมื่อครู่ และเพื่อคลายความหัวร้อนของเจ้าของมันด้วย อันที่จริงท่าทางแบบนี้ของเจลกาเขาก็ยังชื่นชอบมันนัก นึกย้อนกลับไปเมื่อก่อนเขาก็ชอบแกล้งให้อีกคนหัวร้อนแล้วค่อยกอดปลอบและตามใจเพื่อไถ่โทษทีหลังแบบนี้เหมือนกัน เพราะว่าเจลกาตอนโกรธนั้นน่ารักน้อยเสียเมื่อไร"ฉันไม่เคยเป็นคนคุ้นเคยกับคุณ รบกวนจำใหม่ด้วย" การปลอบประโลมนั้นไม่ได้ช่วยให้เจลกาอ่อนลงแต่อย่างใด เพราะดันไปเจอกับประโยคที่ฟังแล้วแสลงหูเข้าบทสนทนาระหว่างสองคนนั้นเป็นไปอย่างยียวนและกวนประสาทความจริงแล้วที่เมืองหนาวชวนมาทานข้าวนั้นไม่ได้มีเจตนาจะกินข้าวหรือหิวข้าวแต่อย่างใด เพียงแค่อยากอยู่ใก

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   เจินเจินอยากกลับบ้าน(2)

    ตลอดการคุยงานดูเหมือนทุกอย่างจะปกติแต่กลับมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ปกติเอาเสียเลย คนคนนั้นก็คือเมืองหนาวที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้จุดรวมสายตาของเขานั้นอยู่ที่หญิงสาวฝั่งตรงข้ามตลอดเวลา ไม่ว่าคนตัวเล็กจะขยับไปทางไหนจะทำท่าทางอะไร ล้วนอยู่ในสายตาของเมืองหนาวทั้งสิ้นความจริงแล้วเมืองหนาวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโพรเจกต์นี้เลยแม้แต่น้อย แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อาจปล่อยวางสองแม่ลูกได้จึงได้หาโอกาสให้ตัวเองเข้าใกล้ทั้งคู่แบบนี้ กระทั่งทุ่มเงินทุนและข้อเสนออันหอมหวานให้บริษัทต้นสังกัดของเจินเจินเพื่อให้ตัวเองมีส่วนร่วมกับโพรเจกต์นี้ ไม่เพียงเท่านั้นเขาขอความช่วยเหลือจากเมืองเหนือกับเมืองน่านพี่น้องของตนในเรื่องเงินทุนและได้รับเป็นเสียงด่าทอกลับมาก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองและสิ่งนี้สร้างความอึดอัดใจให้กับเจลกาเป็นอย่างมาก เธอรู้สึกถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดีจากชายหนุ่มแต่ทว่าเธอทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้เพียงแสร้งไม่เห็นไม่รู้สึกและหวังให้การคุยงานในครั้งนี้จบลงเร็ว ๆ"โพรเจกต์นี้น่าสนใจมากอยู่ทีเดียวครับ แต่ผมอาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณามากเสียหน่อย และจากการที่คุณเจลกามาสายนั้นผมจึง

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   4 เจินเจินอยากกลับบ้าน(1)

    บทที่ 4 เจินเจินอยากกลับบ้านสองแม่ลูกเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความวุ่นวายจากภาระหน้าที่ที่เจลกาต้องรับผิดชอบนั่นก็คือการแต่งตัวให้กับลูกสาวของเธอที่กำลังเข้าเรียนที่โรงเรียนที่อลันหาเอาไว้ให้ หากแต่ภาระหน้าที่ไม่ได้มีเพียงไปส่งลูกเท่านั้นก็เพราะวันนี้เธอยังต้องเป็นตัวแทนไปคุยงานให้ลูกสาวหลังจากครบกำหนดสองอาทิตย์ที่ได้หยุดด้วย "แม่เจลขาา ใกล้จะถึงโรงเรียนหรือยังคะเจินเจินอยากไปโรงเรียนอยากไปเล่นกับเพื่อนจะแย่อยู่แล้วค่ะ" คนฟังได้แต่นึกเอ็นดูในความปากดีของลูกสาวนัก ตอนแรกก็ทำเป็นพูดดีแบบนี้แต่ไม่รู้ว่าพอไปถึงหน้าโรงเรียนจริง ๆ แล้วจะร้องไห้อยากกลับบ้านหรือเปล่า"อย่าให้เห็นว่าร้องไห้อยากกลับบ้านนะ แม่จะบีบแก้มอ้วนให้บุ๋มเลย" คนเป็นแม่แสร้งขู่ ทว่ามันไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านให้กับเจ้าเด็กน้อยเลยสักนิด ก็เพราะว่าเจ้าตัวรู้สึกตื่นเต้นมากเสียจนเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนตั้งตารอให้ถึงตอนเช้าเร็ว ๆ"เจินเจินไม่ร้องไห้แน่นอนเจินเจินสัญญา แม่เจลไม่ต้องเป็นห่วงเจินเจินนะเดี๋ยวไว้เราเจอกันตอนเย็นนะคะ" บอกลาแม่ไปด้วยอีกหนึ่งกรุบ ดูท่าแล้วคงจะได้รับการเป่าหูมาจากอลันเป็นแน่เพราะตั้งแต่เพื่อนของเธอบอกเรื่องโ

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(5)

    ชายหนุ่มจ้องมองการแสดงของเด็กน้อยแทบตลอดเวลา ท่าทางของเด็กคนนี้น่าเอ็นดูและมีความเป็นมืออาชีพมาก ๆ มากเกินอายุไปเยอะทีเดียวแสดงให้เห็นว่าเจลกาเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาอย่างใส่ใจ เพียงแต่ว่า...การเลี้ยงเด็กเพียงลำพังแบบนี้คงจะลำบากไม่น้อยตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมานั้นไม่รู้มีชีวิตกันมาอย่างไร เมื่อคิดมาจนถึงตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองกับเรื่องเมื่อตอนนั้น ถ้าหากว่าเขาไม่ขอหย่ากับเจลกาเธอก็คงไม่ต้องไปเจอกับผู้ชายคนนั้นแล้วมีลูกด้วยกัน สุดท้ายก็มาตายไปก่อนทิ้งสองแม่ลูกลำบากกันตามลำพัง คิดไปคิดมาก็ไม่พ้นเป็นความผิดของเขาเองแต่เพียงผู้เดียว...บรรยากาศการทำงานเป็นไปอย่างปกติที่สุดก็ถึงเวลาเลิกกองเสียที การถ่ายทำที่กินเวลาไปเกิน 18 ชั่วโมงทำให้เด็กน้อยพลังหมดจนตอนนี้เดินเองก็แทบไม่ไหว"นั่งรอก่อนเถอะเจล เดี๋ยวเราไปส่งรอไม่นานหรอก" อลันยังมีงานที่ต้องจัดการตรงนี้อีกหลายส่วนแต่ใจเขาก็ยังปล่อยให้เจลกาและเจินเจินกลับบ้านไปตามลำพังไม่ได้"อลันทำงานของตัวเองไปเถอะเรากลับเองได้ อีกอย่างเจินเจินก็หิวด้วยน่ะ" เมื่อเจลกายืนยันแน่วแน่แล้วอลันก็ไม่คิดจะรั้งเอาไว้นาน"อย่างนั้นก็ได้ ถ้าถึงคอนโดแล้วโทรมานะ" ร่ำลา

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(4)

    เสียงของผู้มาใหม่ทำให้คนที่กำลังสูบบุหรี่อยู่บนชั้นดาดฟ้านั้นแอบสะดุ้งเล็กน้อย ก็เพราะว่าเขากำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเองโดยไม่ทันได้สังเกตว่าแท้จริงตอนที่เดินขึ้นมาด้านบนมีคนแอบเดินตามเข้ามาด้วย"มึงตามกูมาทำไม" เขาถามทั้งที่มือยังคีบบุหรี่อยู่ไม่วาง"ก็มาดูมึงไง มีอะไรจะถามกูไหมล่ะ" ถึงจะเปิดโอกาสให้เขาถามหากแต่กลับไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน"เด็กคนนั้น...ไม่ใช่ลูกของมึงจริง ๆ เหรอ" ที่ถามแบบนี้ก็เพราะถึงแม้เจินเจินกับอลันจะดูสนิทกันมากขนาดไหนแต่กลับยิ่งมองออกว่ามันไม่ใช่อย่างที่เข้าเข้าใจ"กูก็อยากจะเป็นคนคนนั้นเหมือนกันนั่นแหละ...มึงก็รู้ว่ากูรักเจลมานานไม่แพ้มึง" คนฟังหยุดชะงักไปชั่วครู่ขณะที่คนพูดทิ้งตัวหันหลังอิงกับกำแพงและหันมามองเพื่อนของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เจือไปด้วยความเสียดายเรื่องมันเกิดมานานมากจนพวกเขาเองก็เกือบจะหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยมีเหตุการณ์นี้ด้วย"นั่นสินะ" เมืองหนาวรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ในตอนนั้นมันเป็นเขาเองที่ขอให้อลันหลีกทางให้ และก็ยังเป็นเขาเองอีกที่สุดท้ายทำผิดต่อเจลกาด้วยเช่นกัน"แต่มึงคิดจริง ๆ เหรอว่ากูจะหักหลังเพื่อนตัวเองได้" เมืองหนาวเริ่มได

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status