مشاركة

เจินเจินเจ็บ(2)

last update آخر تحديث: 2026-01-06 18:12:16

ความจริงแล้วไอเรื่องเจ็บตัวนั้นมันไม่ได้มากมายอะไรมากเท่าไรนัก หากแต่เมื่อเธอมองไปทางรอบ ๆ แล้วกลับเห็นว่ามีคนกำลังมองมาที่ตัวเองเป็นจำนวนมากก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะโดยปกติแล้วเธอมักถูกผู้คนมองเพราะว่าตัวเองเป็นดาราเด็กก็เท่านั้นไม่ใช่เพราะว่าเธอหกล้มหน้าคะมำแบบนี้

หากแต่ไม่รู้ว่าวันนี้ทำไมกลับมีผู้คนมากมายขนาดนี้จ้องมองมาที่เธอได้อย่างไร สุดท้ายหาวิธีไม่ได้ก็เลือกจะร้องไห้ออกมายอมเป็นเหยื่อดูแล้วน่าสงสารตามประสาเด็กจะดีกว่า

"เอ้า! เด็กน้อยเธอเดินมาชนฉันเองนะเนี่ย" คนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กน้อยต้องเจ็บตัวนั้นก็คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำอีกฝั่ง คิดไม่ถึงว่าจะเจอเด็กที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาชนเข้า แถมยังร้องไห้กระจองอแงเสียงดังลั่นเช่นนี้อีก

"อึก หื้อออ" เจ้าเด็กนั่นยังไม่หยุดร้องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยด้วย ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เริ่มมองมาที่เขาด้วยความที่หน้าบางกว่าที่คิดชายหนุ่มก็รีบอุ้มเจ้าเด็กตัวปัญหาขึ้นมาแนบอกและกอดโอ๋ตามสัญชาตญาณ อีกอย่างเขาเองก็เป็นถึงซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าถึงขนาดนั้นแล้ว แน่นอนว่าในที่นี้เกรงจะไม่มีใครไม่รู้จักเขาอย่างแน่นอน ถ้าหากว่าเจ้าเด็กนี่ยังไม่หยุดร้องอีกพรุ่งนี้ก็อาจเป็นข่าวหน้าหนึ่งและทั่วทุกแฟลตฟอร์มอย่างไม่ต้องสืบ

"โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ แม่เธอไปไหนเนี่ยเด็กน้อย" เขาถามเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทำให้เดือนหนาวคลายความกังวลและใจชื้นขึ้น หากแต่เจ้าเด็กน้อยมองไปรอบ ๆ ก็ยังคงมีคนมากมายมุงดูอยู่ เธอรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรนักจึงเลือกที่จะมุดกลับไปซบที่ลาดไหล่ของชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอเองก็ไม่รู้จักอีกครั้งราวกับมันเป็นพื้นที่ปลอดภัย

"ไปหาห้องน้ำค่ะคุณลุง" เด็กน้อยตอบออกมาทั้งที่ยังสะอื้น เมื่อเจ้าตัวลืมตาขึ้นมาแอบมองคนที่กำลังอุ้มเขาอยู่ ทว่าไอ้สรรพนามที่เจ้าตัวใช้เรียกอีกคนนั้นดูจะทำให้อีกคนไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรแต่ก็จำต้องข่มมันไว้เพราะมีคนมุงดูอยู่ไม่น้อย

"ไงล่ะเรา พลัดหลงกับแม่เหรอ" คนโตกว่ายังคงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทั้งที่ในใจยังคงติดอยู่กับไอ้คำว่าคุณลุงเมื่อครู่ไม่หาย

"เจินเจินโตแล้วนะคะ ไม่พลัดหลงกับผู้ปกครองเหมือนเด็ก ๆ หรอกค่ะ" ชายหนุ่มแอบขำเบา ๆ เมื่อได้ยินคำนั้น คงเป็นจริงอย่างที่เขาว่าเด็กกำลังโตไม่ชอบให้ใครเรียกว่าเด็กน้อยคงเป็นเรื่องจริง ทั้งที่ตัวเท่าเมี่ยงแต่กลับคิดว่าตัวเองโตแล้ว น่าหยิกแก้มเสียจริง

"ครับ ๆ คุณเจินเจิน" เขาหยอกล้อเด็กน้อยไปทีโดยคิดว่าเจินเจินที่อีกคนแทนตัวนั้นคงไม่พ้นเป็นชื่อของเจ้าตัวนี่เอง

"เจินเจินแค่อยากกินไอติมเองค่ะ" เด็กน้อยตอบอ้อมแอ้มแต่ก็ทำให้คนตัวสูงมองไปยังร้านไอศกรีมข้างหน้า เขาเห็นว่าเด็กคนนี้คงจะอยากกินมากก็เลยอาสาพาไปซื้อแล้วค่อยพากลับไปส่งยังเก้าอี้ที่เด็กน้อยชี้ไปก็ยังไม่สาย

อีกอย่างจะได้หลบหลีกจากสถานการณ์ตรงนี้ไปด้วยในตัว หากเป็นแค่เขาคนเดียวมีคนคอยตามถ่ายรูปและคอยจ้องอยู่ทุกการขยับตัวก็คงไม่เป็นอะไรเพราะว่าแสนจะชินแล้ว แต่ว่านี่มีเด็กที่ไหนไม่รู้อยู่ด้วยเขาคงรู้สึกไม่ค่อยดีถ้าหากพรุ่งนี้มีคนเอาหน้าเจ้าเด็กนี่ไปออกข่าวจนทั่ว

"อย่างนั้นเดี๋ยวลุงจะเลี้ยงไอติมเป็นการขอโทษเจินเจินด้วยดีไหม" เขาถามเด็กน้อยก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มทันทีด้วยสายตาที่เป็นประกาย

"คุณลุงพูดจริงเหรอคะ" ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ที่ผ่านมาเด็กน้อยถูกผู้เป็นมารดาเลี้ยงมาอย่างครอบครัวที่รู้จักประหยัดอดออม เงินนิดหน่อยเธอก็ล้วนแล้วแต่เห็นค่าทั้งนั้น

"หึ! จริงสิ แต่ว่าถ้าอยากกินไอติมก็เช็ดน้ำตาก่อนเร็วคนเก่ง" ทันทีที่พูดจบ มือป้อม ๆ ของเจ้าเด็กอ้วนก็ยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ข้างแก้มตัวเองอย่างลวก ๆ ก่อนจะส่งรอยยิ้มแสนหวานแต่เจ้าเล่ห์ไปให้อีกคน

ชายตัวสูงที่เห็นท่าทางของเด็กน้อยที่บอกว่าตัวเองโตแล้วนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขำออกมาเบา ๆ เด็กอะไรน่าเอ็นดูนัก พ่อกับแม่เลี้ยงมาด้วยอะไรนะ เห็นแล้วก็นึกอยากจะมีลูกกับเขาบ้างเสียแล้ว คนตัวสูงไม่จมอยู่กับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเองได้นานนักก็พาเด็กน้อยเดินเข้าไปในร้านไอศกรีมเพื่อเลือกไอติมรสที่ชอบและรอเพียงไม่นานก็ได้มันมาอยู่ในมือก่อนส่งให้เจ้าเด็กน้อยที่บอกว่าตัวเองโตแล้วในทันที

"อ่ะนี่ ป่ะ เดี๋ยวลุงพากลับไปรอแม่ก็แล้วกัน" เขาว่าพร้อมกับจูงมือเด็กน้อยเดินออกมาจากร้าน หากแต่กลับไปยังไม่ทันถึงที่หมายก็มีร่างเล็กบางของคนที่เขาเก็บเอาไว้ในความทรงจำเดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่สู้ดี

"เจินเจิน เจินเจินลูก" หญิงสาวไม่ทันได้สนใจอะไรรอบตัว เมื่อมองเห็นลูกของเธอก็รีบสวมกอดด้วยความโล่งอก

เจลกากลับมาแล้วแต่กลับพบว่าที่ตรงนั้นมันว่างเปล่าไร้เงาของลูกสาวดวงใจของเธอก็ตกใจอย่างมาก รีบวิ่งไปหาพร้อมกับปล่อยหยดน้ำตาออกมาอย่างไม่อายสายตาใคร ตั้งแต่ที่คลอดเด็กคนนี้มาเจ้าตัวก็อยู่ในสายตาของเธอมาตลอดเพราะว่าการเลี้ยงลูกคนเดียวมันไม่ง่ายเลย เธอจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้ลูกสาวไปหมดแล้ว

ในตอนแรกเธอคิดจะไปแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประกาศตามหาแต่หางตากลับเหลือบมาเห็นร่างเล็กป้อมของคนที่ตามหาเสียก่อน

"เจินเจินทำไมถึงไม่นั่งรอแม่อยู่ที่เก้าอี้ล่ะลูก เดินไปเดินมาแบบนี้ได้ยังไง" เสียงหวานเอ่ยเข้มเพราะกำลังตำหนิลูกสาวตัวดีที่ไม่เชื่อฟังและทำให้เธอเป็นห่วง เธอละออกมาไล่สายตาสำรวจร่างกายของเด็กน้อยเพื่อดูว่าในตอนที่เธอปล่อยให้เจ้าตัวคลาดสายตาไปนั้นมีตรงไหนสึกหรอไปบ้างหรือเปล่า

"เจินเจินขอโทษนะคะแม่เจล..." น้ำเสียงสลดของเด็กน้อยพร้อมกับใบหน้าที่เศร้าสร้อยบ่งบอกได้ว่าไอติมในมือนั้นไม่อร่อยอีกต่อไปแล้วก็ปล่อยมันละลายจนเลอะมือ

ทว่าชายหนุ่มที่ยืนดูสถานการณ์ตรงนั้นกลับรู้สึกราวกับทำอะไรไม่ถูกและตกตะลึงมากกว่าได้รับรางวัลนาฏราชทั้งที่ปีนั้นไม่มีผลงานออกมาเสียมากกว่า...

"ลูก...งั้นเหรอ? " น้ำเสียงอันสุดแสนจะแผ่วเบาแต่กลับเรียกความสนใจจากหญิงสาวผู้มาใหม่ได้อย่างดี และเมื่อเธอหันไปมองต้นตอของเสียงกลับทำให้ตัวของเธอชาวาบไปทั้งกาย ม่านตาขยายกว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นรัวแรงจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมาข้างนอกอยู่รอมร่อ

คนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอก็กลับได้เจอรวดเร็วถึงเพียงนี้ และไม่คิดว่าจะได้มาเจอในสถานการณ์ที่มีเดือนหนาวอยู่อีกด้วย มันไม่บังเอิญเกินไปหน่อยหรือไร

"เมืองหนาว..."

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   5 เส้นทางสู่วงการ(1)

    ตอนที่ 5 เส้นทางสู่วงการ10 ปีก่อน...ในงานประกวดดาวเดือนรอบสุดท้ายทุกคนที่ได้รับหน้าที่ในการเป็นตัวแทนคณะเพื่อแข่งขันทั้งทักษะความสามารถและการตอบคำถามนั้น ต่างคนต่างแสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ ผลที่ออกมานั้นเป็นไปตามคาดหมาย เมืองหนาวได้เป็นเดือนของมหาวิทยาลัยโดยมีอลันเป็นรองเดือน ส่วนด้านดาวมหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเจลกานั่นแหละ "เรื่องนั้น...พวกนายคิดดีแล้วหรือยัง" หญิงสาวในชุดนักศึกษาตัวโคร่งตามสไตล์เด็กปีหนึ่งนั่งลงตรงลานกว้างที่มีนักศึกษาชายอีกสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว"แล้วเจลล่ะ จะตกลงไหม" เป็นอลันที่เอ่ยถามหญิงสาวกลับไปบ้าง"อืออ ฉันว่าจะตกลงน่ะ ฉันอยากเป็นดาราแหละ" เธอตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมแสดงความตื่นเต้นออกทางสายตาหลังจากที่ทั้งสามลงจากเวทีประกวดดาวเดือนแล้วก็ได้รับการทาบทามจากแมวมองผู้หนึ่ง ในตอนนั้นยังไม่ทันได้พูดคุยกันอย่างดีเท่าไรแต่แมวมองคนนั้นก็ฝากช่องการทางติดต่อเอาไว้ให้แล้ว เมื่อทั้งสามกลับมาทบทวนอีกครั้งวันนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องให้คำตอบเขาแล้ว"ถ้าเจลเป็นเราก็เป็นด้วย" อลันว่า"ฉันก็ด้วย" ตามมาด้วยเมืองหนาวอีกคน"จริงนะ แบบนี้เราก็จะได้เป็นดาราด้วยกันแล้ว

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   เจินเจินอยากกลับบ้าน(3)

    "ฉันว่าเราเสียเวลามากแล้วนะคะ เราคุยเรื่องงานกันสักทีจะได้ไหม!" คนตัวเล็กทุบที่โต๊ะไปครั้งหนึ่งจนเสียงดังลั่น เธอพยายามข่มอารมณ์อย่างที่สุดแล้วจริง ๆ แต่กลับทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้เลยสักอย่าง เสียงที่ดังลั่นนั้นทำให้ผู้คนในร้านอาหารเริ่มมองมาที่พวกเขา ทว่าหญิงสาวกลับไม่ได้สนใจมันเลย"โอ๋ ๆ อย่าพึ่งหัวร้อนสิครับผมก็แค่อยากรู้ตามประสาคนคุ้นเคยกัน" ชายหนุ่มถือวิสาสะส่งมือหนาเข้าไปลูบไล้มือขาวของคนตัวเล็ก หวังปลอบประโลมที่มันเพิ่งบาดเจ็บจากการตีโต๊ะเมื่อครู่ และเพื่อคลายความหัวร้อนของเจ้าของมันด้วย อันที่จริงท่าทางแบบนี้ของเจลกาเขาก็ยังชื่นชอบมันนัก นึกย้อนกลับไปเมื่อก่อนเขาก็ชอบแกล้งให้อีกคนหัวร้อนแล้วค่อยกอดปลอบและตามใจเพื่อไถ่โทษทีหลังแบบนี้เหมือนกัน เพราะว่าเจลกาตอนโกรธนั้นน่ารักน้อยเสียเมื่อไร"ฉันไม่เคยเป็นคนคุ้นเคยกับคุณ รบกวนจำใหม่ด้วย" การปลอบประโลมนั้นไม่ได้ช่วยให้เจลกาอ่อนลงแต่อย่างใด เพราะดันไปเจอกับประโยคที่ฟังแล้วแสลงหูเข้าบทสนทนาระหว่างสองคนนั้นเป็นไปอย่างยียวนและกวนประสาทความจริงแล้วที่เมืองหนาวชวนมาทานข้าวนั้นไม่ได้มีเจตนาจะกินข้าวหรือหิวข้าวแต่อย่างใด เพียงแค่อยากอยู่ใก

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   เจินเจินอยากกลับบ้าน(2)

    ตลอดการคุยงานดูเหมือนทุกอย่างจะปกติแต่กลับมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ปกติเอาเสียเลย คนคนนั้นก็คือเมืองหนาวที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้จุดรวมสายตาของเขานั้นอยู่ที่หญิงสาวฝั่งตรงข้ามตลอดเวลา ไม่ว่าคนตัวเล็กจะขยับไปทางไหนจะทำท่าทางอะไร ล้วนอยู่ในสายตาของเมืองหนาวทั้งสิ้นความจริงแล้วเมืองหนาวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโพรเจกต์นี้เลยแม้แต่น้อย แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อาจปล่อยวางสองแม่ลูกได้จึงได้หาโอกาสให้ตัวเองเข้าใกล้ทั้งคู่แบบนี้ กระทั่งทุ่มเงินทุนและข้อเสนออันหอมหวานให้บริษัทต้นสังกัดของเจินเจินเพื่อให้ตัวเองมีส่วนร่วมกับโพรเจกต์นี้ ไม่เพียงเท่านั้นเขาขอความช่วยเหลือจากเมืองเหนือกับเมืองน่านพี่น้องของตนในเรื่องเงินทุนและได้รับเป็นเสียงด่าทอกลับมาก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองและสิ่งนี้สร้างความอึดอัดใจให้กับเจลกาเป็นอย่างมาก เธอรู้สึกถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดีจากชายหนุ่มแต่ทว่าเธอทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้เพียงแสร้งไม่เห็นไม่รู้สึกและหวังให้การคุยงานในครั้งนี้จบลงเร็ว ๆ"โพรเจกต์นี้น่าสนใจมากอยู่ทีเดียวครับ แต่ผมอาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณามากเสียหน่อย และจากการที่คุณเจลกามาสายนั้นผมจึง

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   4 เจินเจินอยากกลับบ้าน(1)

    บทที่ 4 เจินเจินอยากกลับบ้านสองแม่ลูกเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความวุ่นวายจากภาระหน้าที่ที่เจลกาต้องรับผิดชอบนั่นก็คือการแต่งตัวให้กับลูกสาวของเธอที่กำลังเข้าเรียนที่โรงเรียนที่อลันหาเอาไว้ให้ หากแต่ภาระหน้าที่ไม่ได้มีเพียงไปส่งลูกเท่านั้นก็เพราะวันนี้เธอยังต้องเป็นตัวแทนไปคุยงานให้ลูกสาวหลังจากครบกำหนดสองอาทิตย์ที่ได้หยุดด้วย "แม่เจลขาา ใกล้จะถึงโรงเรียนหรือยังคะเจินเจินอยากไปโรงเรียนอยากไปเล่นกับเพื่อนจะแย่อยู่แล้วค่ะ" คนฟังได้แต่นึกเอ็นดูในความปากดีของลูกสาวนัก ตอนแรกก็ทำเป็นพูดดีแบบนี้แต่ไม่รู้ว่าพอไปถึงหน้าโรงเรียนจริง ๆ แล้วจะร้องไห้อยากกลับบ้านหรือเปล่า"อย่าให้เห็นว่าร้องไห้อยากกลับบ้านนะ แม่จะบีบแก้มอ้วนให้บุ๋มเลย" คนเป็นแม่แสร้งขู่ ทว่ามันไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านให้กับเจ้าเด็กน้อยเลยสักนิด ก็เพราะว่าเจ้าตัวรู้สึกตื่นเต้นมากเสียจนเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนตั้งตารอให้ถึงตอนเช้าเร็ว ๆ"เจินเจินไม่ร้องไห้แน่นอนเจินเจินสัญญา แม่เจลไม่ต้องเป็นห่วงเจินเจินนะเดี๋ยวไว้เราเจอกันตอนเย็นนะคะ" บอกลาแม่ไปด้วยอีกหนึ่งกรุบ ดูท่าแล้วคงจะได้รับการเป่าหูมาจากอลันเป็นแน่เพราะตั้งแต่เพื่อนของเธอบอกเรื่องโ

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(5)

    ชายหนุ่มจ้องมองการแสดงของเด็กน้อยแทบตลอดเวลา ท่าทางของเด็กคนนี้น่าเอ็นดูและมีความเป็นมืออาชีพมาก ๆ มากเกินอายุไปเยอะทีเดียวแสดงให้เห็นว่าเจลกาเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาอย่างใส่ใจ เพียงแต่ว่า...การเลี้ยงเด็กเพียงลำพังแบบนี้คงจะลำบากไม่น้อยตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมานั้นไม่รู้มีชีวิตกันมาอย่างไร เมื่อคิดมาจนถึงตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองกับเรื่องเมื่อตอนนั้น ถ้าหากว่าเขาไม่ขอหย่ากับเจลกาเธอก็คงไม่ต้องไปเจอกับผู้ชายคนนั้นแล้วมีลูกด้วยกัน สุดท้ายก็มาตายไปก่อนทิ้งสองแม่ลูกลำบากกันตามลำพัง คิดไปคิดมาก็ไม่พ้นเป็นความผิดของเขาเองแต่เพียงผู้เดียว...บรรยากาศการทำงานเป็นไปอย่างปกติที่สุดก็ถึงเวลาเลิกกองเสียที การถ่ายทำที่กินเวลาไปเกิน 18 ชั่วโมงทำให้เด็กน้อยพลังหมดจนตอนนี้เดินเองก็แทบไม่ไหว"นั่งรอก่อนเถอะเจล เดี๋ยวเราไปส่งรอไม่นานหรอก" อลันยังมีงานที่ต้องจัดการตรงนี้อีกหลายส่วนแต่ใจเขาก็ยังปล่อยให้เจลกาและเจินเจินกลับบ้านไปตามลำพังไม่ได้"อลันทำงานของตัวเองไปเถอะเรากลับเองได้ อีกอย่างเจินเจินก็หิวด้วยน่ะ" เมื่อเจลกายืนยันแน่วแน่แล้วอลันก็ไม่คิดจะรั้งเอาไว้นาน"อย่างนั้นก็ได้ ถ้าถึงคอนโดแล้วโทรมานะ" ร่ำลา

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(4)

    เสียงของผู้มาใหม่ทำให้คนที่กำลังสูบบุหรี่อยู่บนชั้นดาดฟ้านั้นแอบสะดุ้งเล็กน้อย ก็เพราะว่าเขากำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเองโดยไม่ทันได้สังเกตว่าแท้จริงตอนที่เดินขึ้นมาด้านบนมีคนแอบเดินตามเข้ามาด้วย"มึงตามกูมาทำไม" เขาถามทั้งที่มือยังคีบบุหรี่อยู่ไม่วาง"ก็มาดูมึงไง มีอะไรจะถามกูไหมล่ะ" ถึงจะเปิดโอกาสให้เขาถามหากแต่กลับไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน"เด็กคนนั้น...ไม่ใช่ลูกของมึงจริง ๆ เหรอ" ที่ถามแบบนี้ก็เพราะถึงแม้เจินเจินกับอลันจะดูสนิทกันมากขนาดไหนแต่กลับยิ่งมองออกว่ามันไม่ใช่อย่างที่เข้าเข้าใจ"กูก็อยากจะเป็นคนคนนั้นเหมือนกันนั่นแหละ...มึงก็รู้ว่ากูรักเจลมานานไม่แพ้มึง" คนฟังหยุดชะงักไปชั่วครู่ขณะที่คนพูดทิ้งตัวหันหลังอิงกับกำแพงและหันมามองเพื่อนของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เจือไปด้วยความเสียดายเรื่องมันเกิดมานานมากจนพวกเขาเองก็เกือบจะหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยมีเหตุการณ์นี้ด้วย"นั่นสินะ" เมืองหนาวรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ในตอนนั้นมันเป็นเขาเองที่ขอให้อลันหลีกทางให้ และก็ยังเป็นเขาเองอีกที่สุดท้ายทำผิดต่อเจลกาด้วยเช่นกัน"แต่มึงคิดจริง ๆ เหรอว่ากูจะหักหลังเพื่อนตัวเองได้" เมืองหนาวเริ่มได

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status