LOGINจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าโดยสมบูรณ์ทั้งสองพาเด็ก ๆ กลับไปที่วิลล่าหรงซูพาเหมยเหม่ยไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นทั้งสี่คนนั่งรับลมทะเลบนระเบียง พลางกินบาร์บีคิวความกังวลและความเหนื่อยล้าทั้งหมดในช่วงเวลานี้ล้วนไม่สำคัญอีกต่อไปหลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำทุกคนก็นั่งดูโทรทัศน์ในห้องรับแขกต่ออีกพักหนึ่งจู่ ๆ เหมยเหม่ยก็หันมาพูดกับแม่ว่า “คุณแม่คะ หนูอยากโทรคุยกับพ่อสักหน่อย”หรงซูพยักหน้า “ไปสิจ๊ะ!”เหมยเหม่ยเดินกลับเข้าห้องเอง หยิบสมาร์ตวอทช์ขึ้นมา พอดีกับที่เซิ่งถิงเชินโทรเข้ามา“คุณพ่อคะ”“วันนี้เหมยเหม่ยสนุกไหม?”“สนุกมากเลยค่ะคุณพ่อ วันนี้คุณแม่สวยมาก คุณพ่อจะมาดูคุณแม่ไหมคะ”“...”สองพ่อลูกคุยกันอยู่กว่าสิบนาทีประมาณสามทุ่มเด็กทั้งสองเหนื่อยมาก จึงล้มตัวลงนอนและหลับไปอย่างรวดเร็วเจียงอวี่จัดการรูปที่ถ่ายวันนี้เสร็จแล้วส่งให้หรงซูชุดหนึ่ง จากนั้นก็โพสต์รูปลงโซเชียลแบบเก้าช่อง โดยมีรูปเดี่ยวของหรงซูสามรูป รูปเด็ก ๆ สามรูป รูปวิวหนึ่งรูป รูปอาหารเย็นหนึ่งรูป และรูปสุดท้ายเป็นรูปคู่ของเธอกับหรงซู ในภาพเธอเอนศีรษะพิงไหล่หรงซู สีหน้าดูมีความสุขอย่างมากหรงซูเห็
สามชั่วโมงต่อมาทุกคนเดินทางถึงสนามบินนานาชาติ เมื่อออกมาจากช่องทางผู้โดยสารพิเศษ รถก็มาจอดรออยู่ด้านนอกตั้งนานแล้วทันทีที่เดินออกจากสนามบินก็สัมผัสได้ถึงอากาศร้อนทุกคนขึ้นรถเจ้าหน้าที่สนามบินนำสัมภาระไปเก็บไว้ที่ท้ายรถรถค่อย ๆ เคลื่อนออกไป ก่อนจะมาถึงวิลล่าวิวทะเลแห่งหนึ่งในเขตท่องเที่ยวอ่าวย่าหลง วิลล่าแห่งนี้เป็นทรัพย์สินของเจียงหวยซวี่ โดยมีทั้งพนักงานทำความสะอาดและเชฟจัดเตรียมไว้พร้อมแล้วหลังจากนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมง แล้วยังต้องนั่งรถต่อเด็กทั้งสองคนก็เหนื่อยล้ากันมากแล้วหลังกินข้าวกลางวัน หรงซูก็พาพวกเธอกลับห้องไปพักผ่อนแต่หรงซูไม่ค่อยง่วง ส่วนเจียงอวี่ก็ยังมีกำลังวังชา “เสี่ยวซู รีบไปเปลี่ยนชุดเร็ว พวกเราไปทะเลกัน”หรงซูเปลี่ยนเป็นบิกินีสีม่วงแบบเซต ดีไซน์เกาะอก ผูกผ้าพันเอวไว้หนึ่งผืน และรวบผมยาวขึ้นทันทีที่เจียงอวี่เห็นหรงซู ดวงตาก็แทบหยุดนิ่ง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นเสี่ยวซูใส่บิกินี แต่ครั้งล่าสุดก็เมื่อสองปีก่อน ตอนนี้เธอดูมีเสน่ห์ยิ่งกว่าตอนนั้นเสียอีกผิวขาวเนียนแต้มด้วยสีชมพูระเรื่อ รูปร่างงดงามราวหยก เอวคอดได้สัดส่วน ขาเรียวยาวตรงสวย ใบหน้างด
ซูชิงจือยื่นมือรับมา “เสี่ยวซูชอบก็ดีแล้วครับ วันนี้เธออยู่บ้านไหม?”หรงชิงเหวินตอบ “อืม อยู่ข้างบนกับเหมยเหม่ย”สองพ่อลูกคุยกันอีกสองสามประโยคซูชิงจือกล่าวลาหรงชิงเหวิน เตรียมตัวกลับจู่ ๆ หรงชิงเหวินก็ถามว่า “ชิงจือ ลูกคิดจะบอกน้องสาวลูกเมื่อไหร่”ภายใต้แสงสลัว ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววอ้างว้าง ซูชิงจือเม้มริมฝีปากก่อนพูดว่า “รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนเถอะครับ! รบกวนพ่อช่วยปิดต่อไปก่อนนะ”หรงชิงเหวินถอนหายใจ “พ่อรู้ว่าเรื่องพวกนั้นที่ลูกทำไปล้วนไม่ได้ตั้งใจ”หัวใจของซูชิงจือพลันเอ่อล้นด้วยความขมขื่น เขาฝืนข่มอารมณ์ที่ปั่นป่วนไว้ ก่อนจะพูดว่า “ขอบคุณครับพ่อ แค่พ่อพูดแบบนี้ก็พอแล้ว”“ปีนี้จะอยู่ฉลองตรุษจีนที่เมืองจิงหรือเปล่า?”ซูชิงจือพยักหน้าหรงชิงเหวินพูดว่า “ก็ดีเหมือนกัน”ตอนที่ซูชิงจือขึ้นรถเตรียมออกไปรถของเผยอวี้ค่อย ๆ แล่นเข้ามา ซูชิงจือมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาแล้วขับรถออกไปเผยอวี้จอดรถ ลดกระจกลง มองหรงชิงเหวินแล้วเรียกว่า “พ่อหรง”หรงชิงเหวินพยักหน้า “รีบขับเข้าไปเถอะ แม่เตรียมของโปรดลูกไว้ให้แล้ว”เผยอวี้พยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรต่อ ขับรถลงไปยังลานจอดรถใต้ดิน
วันนั้นหรงซูได้รับสายจากสีหมิงซานเธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับสายเสียงของสีหมิงซานดังมาจากปลายสาย “เอเวอลิน คืนนี้คุณพอมีเวลาไหม?”หรงซูตอบว่า “คืนนี้ฉันมีธุระค่ะ คุณสีมีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”เมื่อได้ยินสรรพนามของเธอเปลี่ยนไปสีหมิงซานย่อมสัมผัสได้ถึงความห่างเหินของเธอ“ฉันอยากคุยกับคุณดี ๆ อีกครั้ง ใช้เวลาไม่นานหรอก”“ขอโทษนะคะคุณสี ถ้าคุณจะพูดเรื่องคุณหลี่ งั้นพวกเราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกัน”หรงซูมีท่าทีเย็นชา พูดจบก็วางสายทันทีเธอวางโทรศัพท์ลงสีหมิงซานโทรมาหาเธอครั้งนี้ต้องเป็นเพราะหลี่อันน่าแน่นอน คาดว่าทางนั้นคงเกิดเรื่องอะไรขึ้นไม่นานเธอก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่หลี่อันน่าเป็นอะไรแต่เป็นบริษัทผู้ผลิตแห่งหนึ่งในเครือหลี่ซื่อที่ถูกเปิดโปงกะทันหันว่าปลอมแปลงข้อมูลประสิทธิภาพของสินค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้นับไม่ถ้วน และกลายเป็นข่าวใหญ่ในทันทีข่าวนี้พุ่งขึ้นอันดับหนึ่งของกระแสข่าวร้อนอย่างรวดเร็ว และสื่อหลายสำนักก็เข้ามารายงานทันทีเรื่องถูกเปิดโปงและกระแสสังคมลุกลามในเวลาอันสั้นเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องมีผู้มีอิทธิพลและเงินทุนหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง
พี่เลี้ยงสังเกตเห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะคนขับ แม้ใบหน้าของเขาจะไร้อารมณ์ แต่กลับแผ่ความกดดันที่มองไม่เห็นออกมาอย่างน่าประหลาดเธอเดินไปข้างรถฝั่งคนขับอย่างระมัดระวัง ประสาทตึงเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะข่มความหวาดกลัวในใจ ค่อย ๆ ยกมือขึ้นเคาะกระจกเบา ๆ สองครั้งกระจกรถไม่ได้เลื่อนลงในทันทีพี่เลี้ยงเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาในทันที แต่ก็ไม่กล้าเคาะอีก ชั่วขณะนั้นไม่รู้จะทำอย่างไรดีเธอรออยู่อีกครู่ขณะที่กำลังจะหันกลับเข้าไปก็ได้ยินเสียงประตูรถเปิดพี่เลี้ยงรีบถอยหลังไปสองก้าว ร่างสูงใหญ่ของชายคนนั้นแผ่แรงกดดันอย่างรุนแรง ใบหน้าหล่อเหลาแต่เคร่งขรึม ดวงตาสีดำเข้มเย็นชาจนไม่มีใครกล้าสบตาพี่เลี้ยงสะดุ้งตกใจ รีบพูดว่า “คุณ... คุณเซิ่งคะ ฉันมารับกระเป๋าเดินทางของคุณหนูเหมยเหม่ยค่ะ”เซิ่งถิงเชินไม่พูดอะไร เดินไปที่ท้ายรถเงียบ ๆ แล้วหยิบกระเป๋าเดินทางของเหมยเหม่ยออกมา“เอาเข้าไปเถอะ!”พี่เลี้ยงรีบเดินเข้าไปรับมาอย่างนอบน้อมจากนั้นเซิ่งถิงเชินก็ขึ้นรถ กลับรถแล้วขับออกไปเมื่อเห็นรถขับออกไปแล้ว พี่เลี้ยงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางของเหม
หรงซูพาเหมยเหม่ยกลับไปยังซีซานวิลล่าเมื่อพาเหมยเหม่ยเข้ามาในห้องรับแขก ก็ได้ยินหรงชิงเหวินกำลังคุยโทรศัพท์ พอหรงชิงเหวินได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็หันกลับมา ก่อนจะพูดว่า “น้องสาวลูกกลับมาแล้ว”ซูชิงจือตอบรับเบา ๆ แล้วพูดว่า “งั้นแค่นี้ก่อนนะครับพ่อ!”“ได้”“คุณตาหรง” เหมยเหม่ยเรียกหรงชิงเหวินวางโทรศัพท์ลง มองเหมยเหม่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “เหมยเหม่ยมาแล้ว มาให้ตาหรงกอดเร็ว”เหมยเหม่ยโผเข้ากอดหรงชิงเหวิน ทำเอาเขายิ้มกว้างด้วยความสุขหรงซูเดินเข้าไปถามอย่างไม่ใส่ใจนัก “พ่อคุยโทรศัพท์กับใครอยู่เหรอ?”หรงชิงเหวินตอบ “เพื่อนคนหนึ่งน่ะ”หรงซูไม่ได้ถามต่อ มองไปที่กล่องของขวัญบนโต๊ะกลาง น่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ที่ส่งมาให้ แค่ดูก็รู้ว่าเป็นของจากต่างประเทศที่มีราคาไม่น้อยเธออดถามไม่ได้ว่า “ใครส่งของขวัญปีใหม่มาเหรอคะ?”หรงชิงเหวินจึงอธิบายว่า “เพื่อนที่เพิ่งคุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อกี้ เขาอยู่ต่างประเทศ ก็เลยส่งมาให้”หรงซูไม่ค่อยรู้ว่าหรงชิงเหวินมีเพื่อนคนไหนบ้าง หลายปีมานี้ก็มีคนส่งของขวัญปีใหม่มาให้เช่นกัน แต่ไม่เคยมีของขวัญที่ล้ำค่าเช่นนี้ อีกทั้งยังไม่ใช่ของขวัญแบบรวม ๆ หากแต่แยกเป็นห้าชิ