เข้าสู่ระบบวันนี้เป็นวันก่อนตรุษจีน เขาไม่กลับมาไม่พอ แม้แต่ข้อความอวยพรปีใหม่สักข้อความก็ไม่ส่งหาเธอตอนนี้เมื่อเห็นเขาใกล้ชิดหรงชิงเหวินขนาดนี้ ยังนึกเสียใจว่าตอนแรกไม่น่าให้พ่อลูกได้พบกัน บัดนี้เมื่อเขาเย็นชาใส่แม่แท้ ๆ อย่างเธอ แล้วคิดว่าเขาจะไปเอาใจเผยหลานหัว ทำให้ยิ่งโกรธแค้นเดิมทีคิดจะให้สามีเก่าเผยหลานหัวหาเรื่องเธอ แต่ลูกชายเธอกลับป้องกันอย่างดีสำหรับเธอ ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ย่ำแย่อย่างที่สุดปีหนึ่งจริง ๆต่อมาเธอโทรหาหรงชิงเหวินโดยตรง แต่โทรไม่ติด เพราะเบอร์ถูกบล็อกไปแล้ว ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นฝีมือเผยหลานหัวแน่นอนเธอจึงเปลี่ยนเป็นอีกหมายเลขหนึ่งพอหรงชิงเหวินรับสายรู้สึกแปลกใจมาก“ชิงเหวิน วันนี้ชิงจือมากินอาหารเย็นข้ามปีที่บ้านคุณเหรอ?”“อืม เพิ่งกลับไป มีธุระอะไรเหรอ?”“กลับไปเร็วขนาดนี้? คุณไม่รั้งลูกให้อยู่ต่อล่ะ”หรงชิงเหวินลังเลจนไม่รู้จะอธิบายยังไง “ลูกมีธุระกะทันหันน่ะ”ซูจิ่นซีจะฟังไม่ออกได้ยังไงว่าเขากำลังโกหก ดูท่าทางเผยหลานหัวคงไม่ต้อนรับชิงจือเท่าไร เธอมีสิทธิ์อะไรซูจิ่นซีไม่ถามอะไรมาก กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ชิงเหวิน ฉันหวังว่าคุณจะช่วยเกลี้ยกล่อมชิงจือ
เซิ่งถิงเชินยิ้มบางเป็นรูปโค้งแล้วพูดอย่างอ่อนโยน “อีกเดี๋ยวเหมยเหม่ยก็รู้เอง”หรงซูช้อนตาจ้องเขาสายตาของเซิ่งถิงเชินหยุดที่เธอ กล่าวว่า “พาเหมยเหม่ยขึ้นไปเปลี่ยนชุดชั้นบนก่อน เตรียมชุดตรุษจีนเอาไว้”เหมยเหม่ยถึงได้เข้าใจ แล้วจูงมือแม่ พูดอย่างตื่นเต้น “คุณแม่คะ คุณพ่อเตรียมชุดตรุษจีนเอาไว้ให้พวกเรา พวกเรารีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดดีกว่าค่ะ”หรงซูขึ้นชั้นบนเป็นเพื่อนเหมยเหม่ย แล้วเปลี่ยนชุดใหม่ให้เธอ เป็นชุดจีนราชวงศ์หมิงแบบมงคล ตรงปกเสื้อปักลวดลายเมฆมงคล ยิ่งขับให้เหมยเหม่ยน่ารักสดใสอาหารเย็นข้ามปีในตอนค่ำบนโต๊ะอาหารมีเพียงพวกเขาสามคน ไม่มีความครึกครื้นของคนจำนวนมากเหมือนในอดีต แต่กลับแฝงด้วยความอบอุ่นที่เงียบเชียบเหมยเหม่ยนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน กินอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ต่อไปทุกปี เหมยเหม่ยจะฉลองตรุษจีนพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่”หลังกินอาหารเย็นข้ามปีเซิ่งถิงเชินนำของขวัญที่เตรียมไว้ออกมา แล้วยื่นไปตรงหน้าหรงซู กล่าวว่า “ลองเปิดดูสิ”หรงซูมองแวบหนึ่ง ก็ได้ยินเหมยเหม่ยพูดเร่ง “คุณแม่คะ คุณแม่รีบเปิดดูสิ เหมยเหม่ยเองก็อยากเห็น”หรงซูมองลูกสาว แล้วแกะบ
พอขึ้นไปบนรถเหมยเหม่ยโชว์อั่งเปาซองใหญ่สามซองที่ตัวเองได้รับให้พ่อดูเซิ่งถิงเชินพูดเสียงอ่อนโยน “ให้คุณแม่ช่วยหนูเก็บไว้ก่อน”เหมยเหม่ยรีบเอาอั่งเปาให้แม่ทันทีหรงซูเก็บอั่งเปาของเหมยเหม่ยไว้ในกระเป๋าใบเล็กของเธออย่างดีเมื่อกลับไปถึงเฉียนสุ่ยวิลล์ทั้งภายในและนอกวิลล่าถูกตกแต่งจนอบอวลไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่นของตรุษจีนในห้องรับแขกเต็มไปด้วยของขวัญตรุษจีน ตุ๊กตาขนฟูที่สั่งทำ กล่องของขวัญที่บรรจุภัณฑ์สวยงามประณีต กระทั่งโฉนดของวิลล่าอีกหนึ่งหลัง...การจัดวางของขวัญเต็มไปด้วยความสนุกแบบเด็ก โดยทั่วไปคือของขวัญที่ให้เหมยเหม่ยเมื่อเห็นของขวัญมากมายขนาดนี้เหมยเหม่ยโผเข้าไปในอ้อมกอดของตุ๊กตาขนฟูอย่างมีความสุข“คุณพ่อคุณแม่ รีบมาแกะของขวัญกับหนูสิคะ” เหมยเหม่ยพูดอย่างตื่นเต้นและดีใจเซิ่งถิงเชินก้าวเข้าไปแล้วนั่งลงบนโซฟา แล้วหยิบของขวัญกล่องหนึ่งขึ้นมามองสำรวจ หรงซูเดินตามไปด้วย และนั่งลงตรงข้ามกับเขาเหมยเหม่ยลุกขึ้นจากตุ๊กตาขนฟู แล้วโผเข้าไปตรงหน้าแม่ จากนั้นพูดกับพ่อว่า “คุณพ่อ มานั่งตรงนี้สิคะ”เซิ่งถิงเชินช้อนตามองหรงซู จากนั้นลุกขึ้น ขยับเข้าไปนั่งลงข้างกายเธอ แล้วยื่นกล
หลายวันนี้ซูชิงจือสืบต้นสายปลายเหตุที่หรงซูแต่งงานกับเซิ่งถิงเชินอย่างชัดเจนแล้วเขาได้รับรู้จากพ่อ ว่าตอนมัธยมปลายปีที่สองเสี่ยวซูเคยป่วยหนัก จนทำให้รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปทั้งหมดตอนนั้นเจียงหวยซวี่บ่มเพาะเธอ แต่สุดท้ายเสี่ยวซูเลือกไปเป็นผู้ช่วยเซิ่งถิงเชินที่อวิ๋นซาน ตอนนั้นอาจเป็นความเพ้อฝันไร้เดียงสาที่เด็กสาวคนหนึ่งมีต่อความรัก ถูกดึงดูดโดยบุคลิกภายนอกของเซิ่งถิงเชินเท่านั้น“ช่วงเวลานั้น นายจำเธอไม่ได้เลยสักนิดจริงเหรอ?”เซิ่งถิงเชินค่อย ๆ วางถ้วยชาในมือลง กล่าวว่า “เป็นเรื่องตั้งแต่ห้าปีก่อน ทุกอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว พูดอะไรก็ไม่มีความหมาย ฉันเองก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว”ซูชิงจือมองเขาด้วยสายตาลุ่มลึก สีหน้าขึงขัง กล่าวว่า “เพราะนายคือคนที่ได้ประโยชน์ ดังนั้นนายเลยรู้สึกว่าสามารถผ่านไปได้ง่าย ๆ แต่คนที่ได้รับความเจ็บปวด จะไม่มีวันลืมว่าตัวเองเคยเจออะไรมาบ้าง”เซิ่งถิงเชินนิ่งเงียบไม่ตอบรับ“นายไม่เคยถูกคนที่รักที่สุดทำร้าย ดังนั้นนายไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดที่ฝังลึกเข้าไปในหัวใจ มันจะเหมือนฝันร้ายที่ซ่อนอยู่ในใจ ซึ่งไม่มีวันหายไปตลอดชีวิต”ตอนนั้นสิ่งที่เซิ่
วันนี้เซิ่งถิงเชินนำของขวัญตรุษจีนมาด้วยไม่น้อยติดที่เหมยเหม่ยอยู่ด้วย ท่าทีไม่ต้อนรับที่หรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวมีต่อเซิ่งถิงเชิน จึงยับยั้งเอาไว้ไม่แสดงออกอย่างชัดเจนมากนักเซิ่งถิงเชินเดินไปตรงหน้าเหมยเหม่ย แล้วย่อตัวนั่งลง กล่าวว่า “งั้นตอนเที่ยงเหมยเหม่ยอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนคุณแม่นะ ไว้ตอนบ่ายคุณพ่อค่อยมารับพวกหนู”เดิมทีเหมยเหม่ยอยากให้คุณพ่ออยู่กินข้าวกับพวกเธอด้วย แต่เซิ่งถิงเชินบอกเหมยเหม่ยว่าตอนเที่ยงต้องกินข้าวกับคุณอาชิงจือเหมยเหม่ยเลยไม่ดื้อดึง“ได้ค่ะ คุณพ่อกับคุณอาชิงจือกินข้าวกันดี ๆ นะคะ แล้วก็มารับหนูกับคุณแม่กลับบ้านเร็วหน่อยนะคะ”พอหรงชิงเหวินได้ยินคำพูดนี้ของเหมยเหม่ย สีหน้าก็หม่นลงเล็กน้อย“พ่อรู้แล้วจ้ะ”เซิ่งถิงเชินลุกขึ้นยืน แล้วหันมองหรงซู กล่าวว่า “ฉันจะพยายามมาให้เร็วหน่อย”หรงซูไม่ตอบรับเซิ่งถิงเชินจากไปแล้วตอนเที่ยงหลังกินอาหารกลางวันเสร็จหรงซูอยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยที่ห้องรับแขก เธออยากพูดบางอย่างกับเหมยเหม่ยจู่ ๆ เหมยเหม่ยก็ซบกับอกแม่ แล้วหัวเราะคิกคัก “คืนนี้ได้กินอาหารเย็นข้ามปีกับคุณแม่แล้วเย่!”เมื่อเห็นท่าทางคาดหวังของเหมยเหม่ย น
ระหว่างที่เธอพูด ก็หยิบกล่องหนึ่งให้เผยอวี้ หยิบอีกกล่องให้เซิ่งถิงเจ๋อเผยอวี้กล่าว “ของเยอะแยะขนาดนี้ เธอไปนำเข้าสินค้าหรือไง แล้วเธอซื้ออะไรให้ตัวเองล่ะ?”“ฉันไม่ลำบากตัวเองอยู่แล้ว”หรงซูยิ้มพร้อมเชิดคางขึ้น แล้วโชว์สร้อยไข่มุกมูลค่าห้าแสนที่เธอซื้อเองให้พวกเขาดู“สวยไหม?”“สวยมาก เข้ากับเธอมาก” น้ำเสียงเซิ่งถิงเจ๋ออ่อนโยน เอ่ยชมอย่างจริงใจหรงซูเก็บสร้อยเอาไว้ จากนั้นนำของในกระเป๋าเดินทางออกมาทีละอย่าง และวางเต็มโซฟาคืนนั้นเซิ่งถิงเจ๋อกินอาหารเย็นที่บ้านตระกูลหรงหรงชิงเหวินยังให้อั่งเปาเซิ่งถิงเจ๋อหนึ่งซอง“ไม่ต้องเกรงใจ รับไว้เถอะ ไม่มากหรอกถือว่าเอาสิริมงคลแล้วกัน”เซิ่งถิงเจ๋อรับมาด้วยสองมือ กล่าวว่า “ขอบคุณคุณอาครับ”หลังกินอาหารเย็น เซิ่งถิงเจ๋อเตรียมตัวจากไป คืนนี้ต้องกลับไปบ้านใหญ่หรงซูมาส่งเขาถึงหน้าประตู ขณะเซิ่งถิงเจ๋อหันหลังขึ้นรถ จู่ ๆ หรงซูก็ถาม “คุณปู่ของนายไม่สบายเหรอ?”เซิ่งถิงเจ๋อชะงักไปสักครู่ แล้วตอบ “อืม ตอนนี้พักอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการ เดี๋ยวฉันจะแวะไปดูที่โรงพยาบาลด้วย”หรงซูพยักหน้า ดูท่าร่างกายของคุณท่านเซิ่งคงไม่ค่อยแข็งแรงจริง







