LOGINเซิ่งถิงเชินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ต่อให้สำคัญยังไง ตอนนี้เธอก็แต่งงานมีลูกแล้ว แน่นอน บุญคุณในวันนี้ฉันจะช่วยหรงซูจำไว้”ซูชิงจือ “เกรงว่าเสี่ยวซูคงไม่ต้องการให้นายช่วยเธอจำนะ”“เธอต้องการหรือเปล่าไม่เป็นไร ฉันจำไว้ก็พอแล้ว”ซูชิงจือมองเขาแวบหนึ่ง แล้วไม่พูดอะไรอีก “นายคิดว่าเรื่องในงานประจำปีคืนนี้ของหรงเอินตกลงเป็นฝีมือใคร?”เซิ่งถิงเชิน “ไปสืบดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไง”วันถัดมาเจียงหวยซวี่ฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่สถานการณ์ของเขาไม่ค่อยดีนัก สมองยังเบลอไม่ค่อยมีสติหรงซูกับเผยอวี้ และเซิ่งถิงเจ๋อมาถึงโรงพยาบาลพร้อมกันเจียงอวี่เองก็อยู่ที่โรงพยาบาลเมื่อเห็นพวกเขา เจียงอวี่ก็ทักทาย “เสี่ยวซู ถิงเจ๋อ พี่เผยอวี้”เผยอวี้มองเจียงอวี่ แล้วพยักหน้าเบา ๆ หรงซูเดินไปหน้าเตียงผู้ป่วย มองเจียงหวยซวี่ แล้วพูดอย่างเป็นห่วง “ศาสตราจารย์ ตอนนี้คุณดีขึ้นไหมคะ?”สีหน้าเจียงหวยซวี่ไม่ค่อยดีนัก เขามองหรงซู บนใบหน้าหล่อที่สุภาพและขาวซีดเผยให้เห็นรอยยิ้มปลอบใจ กล่าวว่า “ฉันไม่เป็นไร หมอบอกว่าพักฟื้นสักหนึ่งถึงสองเดือนก็ไม่เป็นไรมากแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”เมื่อได้ยินคำพูดเขาหรงซูอยากบอกว่าข
หรงซูกล่าว “ไม่เป็นอะไรมาก”เซิ่งถิงเชินสอบถาม “คืนนี้จะกลับไปกับฉันไหม?”“ฉันจะอยู่บ้านค่ะ”เซิ่งถิงเชินไม่ว่าอะไร ท่าทางอ่อนโยนมากแล้วตอบรับหนึ่งคำ กล่าวว่า “งั้นพรุ่งนี้ฉันพาเหมยเหม่ยมาเยี่ยมเธอ”หรงซูกล่าว “ยังไม่ต้องหรอก ให้ลูกพักอยู่ที่ตระกูลเซิ่งก่อนเถอะค่ะ”“งั้นก็ได้”ซูชิงจือยืนอยู่ด้านหลังระหว่างเซิ่งถิงเชินกับเซิ่งถิงเจ๋อ ฟังอยู่อย่างเงียบเชียบโดยไม่ส่งเสียง เมื่อเห็นเสี่ยวซูไม่เป็นไร เขาเองก็วางใจแล้วตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะสอบถามจริง ๆเผยอวี้กล่าว “ประธานเซิ่ง ประธานซู ถ้าไม่มีธุระอย่างอื่น ก็เชิญกลับไปก่อนเถอะครับ!”หรงซูมองดูซูชิงจือ เธอสังเกตเห็นความผิดหวังในแววตาของเขา กระทั่งเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นโดยทำตัวไม่ถูกบัดนี้เธอดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าตกลงซูชิงจือหมายความว่ายังไงกันแน่เมื่อสบเข้ากับสายตาของหรงซู วินาทีที่สบตากัน ซูชิงจือเก็บรวบอารมณ์ในแววตา “คุณเอเวอลินไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ”หรงซูมองเขา แต่ไม่ตอบรับเซิ่งถิงเชินเบี่ยงตัวหันไปมองซูชิงจือแวบหนึ่ง จากนั้นพูดกับหรงซู “คืนนี้เธอพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ฉันจะมาเยี่ยมเธอใหม่”“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ช
บังเอิญมากที่วันนี้โคมไฟระย้าของโรงแรมเกิดอุบัติเหตุฉีเยี่ยนเฉากล่าว “ก่อนงานประจำปีหนึ่งวัน ทางโรงแรมยังตรวจสอบอยู่เลย มีเพียงตัวพุกเหล็กเสื่อมสภาพของโคมแขวนที่ไม่ทันได้จัดการ ตอนนี้ทางตำรวจเข้าตรวจสอบแล้ว”ซ่งเหยียนขมวดคิ้วอย่างลืมตัว “หมายความว่ามีคนจงใจทำงั้นเหรอ”คำตอบนี้ ฉีเยี่ยนเฉาไม่ปฏิเสธหลายปีมานี้ คู่แข่งของหรงเอินก็มีไม่น้อย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีคนใช้วิธีสกปรกแบบนี้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพุ่งเป้ามาที่หรงซู หรือพุ่งเป้ามาที่ผู้บริหารคนไหนของหรงเอิน เพราะโคมไฟตกลงมา ไม่มีทางไปควบคุมได้ว่าต้องตกลงมาตอนไหนฉีเยี่ยนเฉามองหรงซูอีกครั้งแล้วถาม “เสี่ยวซู เธอไม่เป็นไรนะ!”หรงซูส่ายหน้า กล่าวว่า “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่แผลภายนอกนิดหน่อย”“ครั้งนี้เธอเองก็ขวัญเสีย ถ้ายังไงเผยอวี้นายพาเสี่ยวซูกลับไปพักก่อน ฉันเฝ้าอยู่ที่นี่ก็พอ รอให้หวยซวี่ตื่นแล้ว ฉันจะโทรไปบอกอีกที”เผยอวี้ตอบรับอย่างเห็นด้วย แล้วหันมองหรงซูซ่งเหยียนเองก็ให้เธอกลับไปก่อน“งั้นพรุ่งนี้เช้าฉันค่อยมาใหม่”“ได้”เผยอวี้พาหรงซูออกจากโรงพยาบาลเธอลืมมือถือไว้ที่ห้องจัดงานประจำปีหรงซูเลยใช้มือถือของเผยอวี้โทรหาเ
เริ่นกังยิ้ม กล่าวว่า “ก็แค่สงสัยว่าน้องสาวนายทั้งสวยแล้วก็เก่งขนาดนี้ ตกลงจะแต่งงานกับผู้ชายแบบไหนกันแน่”สุดท้ายเผยอวี้ไม่ได้ตอบคำถามของเริ่นกังเมื่อรอให้แขกทุกคนประจำที่แล้วเจียงหวยซวี่ขึ้นกล่าวคำปราศรัยอย่างไรหรงเอินก็เป็นบริษัทชั้นนำด้านการลงทุน ดังนั้นจึงมีสื่อที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำรายงานข่าวด้วยหรงซูเองก็ขึ้นกล่าวคำปราศรัยระหว่างที่เธอกล่าวปราศรัยอยู่นั้นโคมไฟดวงใหญ่เหนือหัวเริ่มสั่นคลอนทันที เสียงสั่นคลอนของมันถูกกลบด้วยเสียงปรบมือขณะที่หรงซูกล่าวจบและขอบคุณพร้อมเดินไปด้านข้างนั้นในที่สุดโคมไฟดวงใหญ่ก็ฝืนน้ำหนักไม่ไหวกระแทกลงมาคนในงานต่างไม่มีใครตั้งตัวทัน มีเพียงเบิกตากว้างแล้วมองดู“ระวัง ! !”ตั้งแต่โคมไฟคริสตัลตกลงมาจนหรงซูถูกผลักให้ล้มลงพื้น ในสมองของเธอว่างเปล่าไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นปัง !เสียงแตกหักดังก้องไปทั่วทั่วทั้งห้องจัดงานเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงโคมไฟคริสตัลตกลงมา ทำให้ทั้งเวทีตกอยู่ในความมืดมีคนพุ่งขึ้นไปบนเวทีอย่างรวดเร็วหรงซูถูกเจียงหวยซวี่ผลักล้มแล้วป้องกันไว้ใต้ร่าง แต่โคมไฟคริสตัลตกลงมาเร็วเกินไป ทำให้ไม่มีทางหลบหนีพ้นทางดังน
วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของหรงเอิน หลังร่วมงานประจำปีเสร็จ จะเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการของหรงเอินสายตาหรงซูมองหน้าจอมือถือ กล่าวว่า “ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน”เซิ่งถิงเชินตอบรับ กล่าวว่า “ไม่ว่ายังไงก็จัดการตามเวลาของเธอแล้วกัน”ตอนนี้ไม่ว่าอะไรเขาก็ทำตามความต้องการของเธอทั้งนั้นคืนนั้นงานเลี้ยงประจำปีของหรงเอินจัดขึ้นที่โรงแรมห้าดาว เรียนเชิญคู่ค้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของหรงเอินมาร่วมงานด้วยบริษัทของเผยอวี้ก็ได้รับเชิญ เขากับเริ่นกังมาสถานที่จัดงานด้วยกันนี่เป็นครั้งแรกที่หรงซูได้พบเริ่นกัง ความสูงของเขาเตี้ยกว่าเผยอวี้ช่วงหนึ่ง คาดว่าประมาณร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร เป็นคนรูปร่างสันทัด รูปลักษณ์ภายนอกไม่โดดเด่นเท่าเผยอวี้ แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางคนทั่วไปก็ถือว่าโดดเด่นบวกกับมูลค่าของเขาในตอนนี้ และเสน่ห์ที่ความร่ำรวยมอบให้ เพียงแต่เงินทองกลับทำให้ออร่าบนตัวเขา เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอบายมุขและกามารมณ์ เมื่อมายืนคู่กับเผยอวี้ กลายเป็นสองคนที่ต่างกันสุดขั้วหรงซูทักทายเผยอวี้ “พี่คะ พี่มาแล้วเหรอคะ”เผยอวี้พยักหน้าวินาทีที่เริ่นกังเห็นหรงซู แววตาเปลี่ยนไปทันทีทันใด ในแววตาค
หลังอาหารเย็นหรงซูกลับไปอาบน้ำที่ห้องเซิ่งถิงเชินกลับมาที่ห้อง ก็เห็นหญิงสาวนั่งอยู่ขอบเตียงกำลังทาน้ำมันบำรุงผิว กล้ามเนื้อแผ่นหลังของเธอโค้งเว้าสวยงามเหมือนสายน้ำ ทุกพื้นที่ผิวเป็นประกายแวววาวน่าหลงใหลทำให้สายตาของเซิ่งถิงเชินล้ำลึกขึ้นเขาก้าวไปข้างหน้า กล่าวว่า “ให้ฉันทาหลังให้ไหม?”หรงซูช้อนตามองเขาแวบหนึ่ง “ตอนนี้คุณยังมีอารมณ์สุนทรีย์อยู่อีกนะ”เซิ่งถิงเชินยิ้มแล้วกล่าว “ยินดีให้บริการ”สุดท้ายหรงซูก็เอาน้ำมันบำรุงผิวให้เขา พร้อมเตือน “อย่าล้ำเส้น”เซิ่งถิงเชินรับน้ำมันมาจากมือของหรงซู กล่าวว่า “กว่าเธอจะยอมกลับมาอยู่กับฉันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนนี้ฉันจะกล้าทำอะไรเธอได้ยังไง”“พูดเหมือนคุณรักฉันลึกซึ้งเหลือเกินนะ”เซิ่งถิงเชินทำเพียงยิ้มบาง ๆหรงซูนอนคว่ำบนเตียง แล้วดึงผ้าห่มมาที่เอวชายหนุ่มนั่งอยู่ขอบเตียง หยดน้ำมันลงบนฝ่ามือ ลูบจากหัวไหล่ของเธอไปถึงหลังคอแล้วเลื่อนลงไปบนแผ่นหลังที่ขาวเนียน มีรอยแผลเป็นสีชมพูยาวสิบเซนติเมตรโดดเด่นสะดุดตามือของเขาหยุดไปครู่หนึ่ง ถามว่า “แผลที่หลังเกิดจากอะไร?”หรงซูไม่อยากบอก จึงพูดว่า “ไม่มีอะไร”เธอไม่อยากบอกเซิ่งถิงเชิ







