INICIAR SESIÓNหรงซูมองเหมยเหม่ยที่นอนหลับสนิท แล้วอยู่เป็นเพื่อนเธอต่ออีกสักครู่จากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวของเหมยเหม่ยเพราะต้องพักอยู่ที่นี่ดังนั้นเธอเลยนำเสื้อผ้าหลายชุดมาไว้ที่ห้องแต่งตัวของเหมยเหม่ยหลังเปลี่ยนชุดเสร็จ เธอถอดเครื่องประดับใส่ไว้ในถุงพอออกมาจากห้องแต่งตัวเห็นเหมยเหม่ยที่นอนอยู่บนเตียง ใจของเธอกลับลังเลสุดท้ายเธอกดข่มความอาวรณ์และทรมานในหัวใจ หันหลังเดินออกไปทางประตูพอออกจากห้องนอนก็บังเอิญเจอชายหนุ่มที่ออกมาจากห้องนอนอีกห้องเมื่อหรงซูเห็นเขา เธอพูดเสียงเรียบ “ฉันไปก่อนนะ พรุ่งนี้คุณบอกเหมยเหม่ยด้วย”เซิ่งถิงเชินมองถุงในมือเธอที่ใส่เสื้อผ้าเอาไว้ขณะที่หรงซูพูดจบแล้วเตรียมจะจากไป ก็ได้ยินเขาบอกว่า “เธอกลัวอะไร?”ได้ยินแบบนั้นฝีเท้าหรงซูชะงัก หันหลังมองใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของชายหนุ่ม แล้วพูดเสียงราบเรียบ “แค่ไม่อยากอยู่ใต้ชายคาเดียวกับคุณเท่านั้นแหละ”เซิ่งถิงเชินได้ยินแบบนั้น เพียงหัวเราะเสียงต่ำ เขาก้าวเดินไปตรงหน้าหญิงสาว หรงซูกำมือแน่นตามสัญชาตญาณ จิตใจตึงเครียด มองเขาอย่างหวาดระแวงเซิ่งถิงเชินหยุดฝีเท้ายืนอยู่หน้าเธอ พร้อมมองเธ
ผ่านไปสักครู่“เหมยเหม่ยล่ะ?”เขาเอ่ยปากถามหลิวลี่หัวถึงได้เงยหน้ามองเซิ่งถิงเชิน ตอบเขาอย่างประหม่า “คุณหนูเหมยเหม่ยอยู่ในห้องนอนคนเดียว หรง...หรงซูเพิ่งขึ้นไปค่ะ”เซิ่งถิงเชินมองทั้งสองคนแวบหนึ่ง แล้วเก็บสายตากลับมา ก้าวขาขึ้นไปชั้นบนจนกระทั่งร่างของเขาหายไปอย่างสิ้นเชิงทั้งสองคนถึงได้โล่งอกหรงซูมาถึงห้องนอนของเหมยเหม่ยเธอผลักประตูเข้าไปโดยตรงก็เห็นเหมยเหม่ยนอนคว่ำบนเตียง กำลังแกว่งขาอ่านหนังสือการ์ตูนเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเหมยเหม่ยหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือหรงซู เธออึ้งอยู่ที่เดิมหรงซูเดินเข้าไป นั่งลงตรงขอบเตียง พอเห็นท่าทางของเหมยเหม่ยที่ตะลึงจนอ้าปากค้างพูดไม่ออก เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน “เหมยเหม่ย เป็นอะไร?”เหมยเหม่ยกะพริบดวงตาโต หลังจากรู้สึกตัว ก็พลิกตัวรีบโผเข้าอ้อมกอดหรงซู “คุณน้าเอเวอลินสวยมาก คุณน้าเป็นนางฟ้า สวยกว่านางฟ้าอีก คุณน้าตัวหอมมาก”เหมยเหม่ยโผเข้าอ้อมกอดหรงซูถูไถพร้อมออดอ้อนหรงซูลูบหัวน้อย ๆ ของเธอ “พอแล้ว”“คุณน้าอุ้มหน่อยค่ะ”หรงซูลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มเหมยเหม่ยขึ้น เธออุ้มลูกอยู่สักพักหลังอุ้มอยู่ไม่กี่นาทีหรงซูวางเหมยเห
“น่าจะอีกสักพัก เหมยเหม่ยง่วงก็นอนก่อนเลยนะจ๊ะ”เหมยเหม่ยตอบ “ไม่ค่ะ หนูจะรอคุณน้าเข้านอนพร้อมกัน”ตอนนี้หรงซูจะกล่อมเหมยเหม่ยเข้านอนทุกวันหากคืนนี้เซิ่งถิงเชินจะกลับไป รอให้กล่อมเหมยเหม่ยเข้านอนแล้วเธอค่อยกลับไปก็ยังไม่สาย“อีกสักพักน้าถึงจะกลับไป เหมยเหม่ยต้องเชื่อฟังนะ”“ก็ได้ค่ะ งั้นหนูจะรอคุณน้าเอเวอลินกลับมาค่ะ”“จ้ะ”หรงซูวางมือถือลง แล้วหันหลังมอง เห็นเจียงหวยซวี่กำลังเดินมา“ตรวจสอบเสร็จแล้วเหรอคะ?”เจียงหวยซวี่ตอบรับ “เซ็นชื่อเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ!”วันนี้หรงซูนั่งรถมากับเจียงหวยซวี่“กลับบ้านเลยไหม?”หรงซูตอบ “ส่งฉันกลับเฉียนสุ่ยวิลล์ค่ะ!”เจียงหวยซวี่มองเธอบอกว่า “เหมยเหม่ยยังรอเธอที่บ้านเหรอ”“ค่ะ ต้องกลับไปหาเธอ แล้วกล่อมเธอเข้านอนก่อน”เจียงหวยซวี่เก็บสายตากลับมา ไม่ได้ว่าอะไรรอให้รถมาจอดหน้าประตูใหญ่วิลล่าขณะหรงซูลงจากรถเจียงหวยซวี่ถาม “จะให้ฉันรอเธอไหม?”หรงซูตอบรับ “รบกวนศาสตราจารย์ด้วยค่ะ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเธอ แววตาที่หล่อเหลาผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว “อืม รีบไปเถอะ ฉันจะรอเธอ”มือหนึ่งของหรงซูถือชายกระโปรงแล้วเดินเข้าไปในวิลล่าพอเข้าไปถึงห
เซิ่งถิงเชินมองอันชิงเยว่ แล้วถามเสียงอ่อนโยน “ทำไมยังอารมณ์ไม่ดีอีกล่ะ?”อันชิงเยว่เงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง เมื่อเห็นแววตาอ่อนโยนของเขา ก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย มุมปากมีรอยยิ้มปรากฏอีกครั้ง “ไม่ได้อารมณ์ไม่ดีหรอกค่ะ ขอบคุณพี่เชินมากนะคะ”“อารมณ์ดีก็ดีแล้ว”อันชิงเยว่เงยหน้ามองหรงซูที่อยู่ตรงข้าม ในดวงตาเต็มไปด้วยความได้ใจหรงซูกำลังคุยกับเจียงหวยซวี่เสียงค่อย แม้อยากจะเมินเฉยต่อคำพูดของพวกเขา แต่เมื่อกี้ภายในงานเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง เธอจึงได้ยินคำพูดของพวกเขาน่าสะอิดสะเอียนหลือเกินผู้อำนวยการเถาลุกขึ้นไปโทรศัพท์ โทรไปบอกให้เจ้าหน้าที่เก็บแหวนบลูแซฟไฟร์วงนั้นไว้อย่านำเข้าประมูลการประมูลยังดำเนินต่อไปในที่สุดก็มาถึงภาพวาดโบราณสมัยหมิงที่เจียงหวยซวี่ถูกใจเดิมทีหรงซูนึกว่าเซิ่งถิงเชิน จะแข่งประมูลกับเจียงหวยซวี่ อย่างน้อยก็ทำให้อีกฝ่ายเสียอารมณ์ เพราะทั้งสองดูปรองดองแค่ภายนอกเท่านั้น แต่ลับหลังกลับแข่งขันกันอย่างดุเดือดแต่ดูจากตอนนี้ กลับเป็นเธอต่างหากที่โลกทัศน์คับแคบการแข่งขันกันในงานที่ไม่มีความสำคัญ สำหรับพวกเขาถือเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายใดเลย แค่เสียเวลาเท่านั้นดังนั้นส
อันชิงเยว่เองก็มองเธอ ในดวงตาเต็มไปด้วยการท้าทาย“ขอโทษนะคุณเอเวอลิน ฉันเองก็ชอบเครื่องประดับชุดนี้มาก สิ่งที่ฉันชอบ มักจะแย่งชิงจนถึงที่สุด”ตอนอันชิงเยว่พูดแบบนี้ เซิ่งถิงเชินที่นั่งอยู่ข้างเธอ แค่ยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบเงียบ ๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมลึกดูหม่นมัวหรงซูมองอันชิงเยว่ สีหน้าเรียบเฉย บอกว่า “ใช่เหรอ งั้นก็แล้วแต่ความสามารถแล้วกัน”ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันราคาถูกเสนอไปแล้วสามครั้งจนขึ้นมาอยู่ที่หนึ่งร้อยห้าสิบห้าล้านอันชิงเยว่ยกป้ายอีกครั้ง แล้วเพิ่มราคาในอึดใจเดียว “สองร้อยห้าสิบล้าน!”ท่าทางแบบนี้ เกรงว่าจะคว้ามาให้ได้ผู้คนในงานต่างพากันมองมาที่โต๊ะประธาน ดูเหมือนเครื่องประดับชุดนี้จะไม่มีวาสนากับคนอื่นแล้วหรงซูยกป้ายเสนอราคา “สามร้อยล้าน”“...”ผู้ดูแลนั่งอยู่ตรงกลาง รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองฝ่ายผิดปกติ ดุดันราวจะเปิดศึกใส่กัน ทำให้คนรอบข้างตึงเครียดไปด้วยการแข่งราคาในรอบนี้ กลายเป็นเวทีของผู้หญิงสองคนโดยปริยายเซิ่งถิงเชินกับเจียงหวยซวี่นั่งอยู่ข้างกายดูพวกเธอแข่งราคากันเงียบๆ ต่างก็ตามใจพวกเธอในไม่ช้าเครื่องประดับชุดนี้ถูกแข่งราคาจนสูงถึงสี
แต่เมื่อมีหรงซูที่สวยจนสะกดทุกสายตาก่อน ความสวยของอันชิงเยว่เลยไม่ได้รู้สึกน่าตะลึงขนาดนั้นพอเทียบกันสองคนหรงซูมีความสวยสง่าแบบผู้หญิงที่โตเต็มวัยมากกว่า เหมือนไวน์แดงหอมที่หมักบ่มมานาน แฝงความยั่วยวนชวนหลงใหลส่วนอันชิงเยว่มีความสดใสของสาววัยรุ่นมากกว่า หอมหวานสดชื่น แต่ไม่ทำให้รู้สึกโหยหากระโปรงของหรงซูค่อนข้างยาว เจียงหวยซวี่ช่วยเธอถือชายกระโปรงอย่างสุภาพบุรุษอันชิงเยว่หรี่ตาจ้องแผ่นหลังหญิงสาวเขม็ง ข้างหูมีเสียงพูดคุยดังแว่วมา“คุณหนูอันเป็นคนสวยที่ยอมรับกันไปทั่ว แต่วันนี้ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เห็นได้ชัดว่าคุณหนูอันถูกอีกฝ่ายกดลงไป ถ้าฉันเป็นผู้ชาย ฉันก็ชอบผู้หญิงคนนั้นมากกว่า”“พอเธอไปยืนคู่กับประธานเจียง เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยที่เหมาะสมกันมาก ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงอีกกี่คนต้องอกหัก”“ประธานเซิ่งมีคุณหนูอัน ประธานเจียงเองก็มีเจ้าของแล้ว หนุ่มหล่อระดับท็อปแบบนี้คงไม่ตกมาถึงคนธรรมดาอย่างพวกเราสินะ”“ตระกูลเซิ่งยังมีคุณชายรองอีกคน เซิ่งถิงเจ๋อเองก็ไม่เลว ลองพยายามดูนะ”“...”เจียงหวยซวี่เองก็เป็นหนุ่มหล่อที่มีชื่อเสียงในวงการในวงการที่เหมือนถังย้อมขนาดใหญ่ เขายังสามารถยืนหยัดอ




![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


