Masukร่างบางขยับข้อมือแรงขึ้น สำเร็จความใคร่ให้จนกระทั่งมันเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ขยายใหญ่จนเบียดเต็มอุ้งมือร้อนๆ
ไป๋เสวี่ยลี่รับรู้ถึงความเปียกแฉะที่ซึมผ่านผ้าไหมเข้ามาถึงผิวเนื้อของนาง นางไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่เอื้อมมือไปลูบหลังมือหนาของเขาเบาๆ เป็นการปลอบใจที่แสนจะขี้แกล้ง
“อาจิ้นของพี่สาวโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วจริงๆ...” นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เต็มไปด้วยความภูมิใจ มือเล็กเริ่มกอบกำลึงค์ใหญ่โตนั้นไว้แน่นแล้วเริ่มขยับชักรูดขึ้นลงอย่างนุ่มนวล
“อ๊า... ซี้ด... ไป๋เสวี่ยลี่... หยุด...” ซ่งจิ้นชินประท้วงเสียงพร่า ทว่าร่างกายกลับแอ่นรับสัมผัสจากมือนางอย่างลืมตัว
นางไม่ฟังคำทัดทาน กลับเร่งจังหวะบดคลึงสะโพกเข้ากับหน้าขาของเขาเป็นวงกลม ขณะที่มือก็ทำหน้าที่อย่างช่ำชอง บีบเค้นเน้นย้ำตรงส่วนหัวที่ฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำกาม ซ่งจิ้นชินรู้สึกเหมือนสมองขาวโพลน ความเสียวซ่านเข้าจู่โจมจนเขาแทบจะร่วงจากหลังม้า
“อึ่ก... อา... อาส์...”
เสียงครางที่เขาพยายามกลั้นไว้หลุดเล็ดลอดออกมาอย่างห้ามไม่ได้ มือหนาที่กุมบังเหียนสั่นระริกจนม้าเริ่มส่งเสียงประท้วง ไป๋เสวี่ยลี่จึงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วขยับใหม่เพื่อให้แผ่นหลังของนางเบียดกระแซะกับเขามากขึ้น ก่อนจะกระซิบสั่งสำทับข้างใบหูแดงซ่านของเขา
“ถ้าอยากแตก... ก็แตกออกมาได้เลยนะเด็กดี ไม่ต้องอั้นไว้... อ้อนพี่สาวได้ทุกเมื่อเลยอาจิ้นของพี่...”
คำอนุญาตนั้นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้าย ซ่งจิ้นชินไม่สนสายตาใครอีกต่อไป เขาหลับตาลงแน่น ก้มหน้าซบลงกับไหล่หอมกรุ่นของพี่สาว พร้อมกับที่มือนางเร่งจังหวะชักรูดอย่างรวดเร็วและรุนแรง
“อ๊าาา! พี่... พี่เสวี่ยลี่!”
ร่างกำยำกระตุกเกร็งรุนแรงไปพร้อมกับจังหวะควบม้า น้ำรักร้อนผ่าวพุ่งทะลักออกมาเต็มฝ่ามือนุ่มของนางและชุ่มโชกหน้าขาของเขาเอง ซ่งจิ้นชินหอบหายใจรวยรินอย่างคนหมดแรงพิงแผ่นหลังนุ่มของนางไว้อย่างพ่ายแพ้ โดยที่มือนางยังคงกุมแท่งมังกรสั่นระริกของเขาไว้อย่างปลอบโยนไม่ยอมปล่อย
"โอ๋ๆ... อาจิ้นชอบแบบนี้ไหมเอ่ย?" นางกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน ใช้ปลายนิ้วทั้งห้าเขี่ยหัวหยักบาน
“อ๊าาา!!”
ในจังหวะที่ม้าควบทะยานเข้าสู่ประตูวัง จิ้นชินก็ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ความเสียวซ่านพุ่งทะลุจุดสูงสุดอีกครั้ง ร่างกายแกร่งกระตุกเกร็งอยู่หลังแผ่นหลังเนียน น้ำรักร้อนผ่าวพุ่งทะลักออกมาจนชุ่มกางเกงภายใต้ชุดเกราะที่หนักอึ้ง เขาก้มหน้าซบลงกับไหล่นาง หอบหายใจรวยรินอย่างพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของ "พี่สาว" ที่เขาเคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันแตะต้อง ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของแม่ทัพหนุ่มที่ซบหน้าลงกับไหล่นางอย่างหมดรูป
เมื่อรู้สึกตัวว่าตนกำลังอยู่บนหลังม้า เหยาะย่างท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย ซ่งจิ้นชินก็รีบผละตัวออกห่างพลางจัดแจงอาภรณ์ด้วยมือที่ยังสั่นเทา ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำพาดผ่านไปจนถึงลำคอ
ทว่าไป๋เสวี่ยลี่กลับไม่ได้ปล่อยให้เขาได้พักหายใจจากความเขินอายนั้นง่ายๆ
นางชูมือเรียวบางที่ยังคงเปรอะเปื้อนด้วยหยาดน้ำรักขาวขุ่นขึ้นมาในระดับสายตาของเขา ซ่งจิ้นชินสะดุ้งสุดตัวพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ไป๋เสวี่ยลี่กลับใช้อีกมือหนึ่งเชยคางเขาให้จ้องมองมือนางไว้
"ดูสิอาจิ้น... เลอะเทอะไปหมดเลย" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงระคนหยอกเย้า แววตาพราวระยับ "น้ำกามของท่าน... ทั้งร้อนทั้งเยอะถึงเพียงนี้เชียว”
"ไป๋เสวี่ยลี่... ท่าน... พอได้แล้ว" แม่ทัพซ่งจิ้นชินกัดฟันพยายามทำเสียงดุ แต่หัวใจเขากลับเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมา
ไป๋เสวี่ยลี่หัวเราะคิกอย่างขี้แกล้ง นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมา ทว่าแทนที่จะเช็ดมือ นางกลับค่อย ๆ บรรจงใช้ลิ้นเล็กสีชมพูเลียหยาดน้ำรักที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของตนเองช้า ๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซ่งจิ้นชินอย่างท้าทาย
"อื้มม... รสชาติของอาจิ้น... อร่อยมากเลยนะ"
เหมือนมีสายฟ้าฟาดใส่ แท่งมังกรที่เพิ่งจะสงบ กลับชูชันชี้พุ่งขึ้นมายิ่งกว่าเดิม
“อุ้ย...”
"ท่าน! ท่านมันนางมาร!" ซ่งจิ้นชินครางประท้วงในลำคอ หน้าแดงจนแทบจะระเบิด นางยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น ไป๋เสวี่ยลี่ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำรักของเขามาซับที่ริมฝีปากของตนเองเบา ๆ ราวกับจะประทับตราสัมผัสของเขาไว้ ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"โอ๋ๆ... ไม่ต้องอายนะเด็กดี พี่สาวเต็มใจเช็ดให้... แต่ถ้าอยากลองให้เช็ดด้วยปาก พี่สาวก็ไม่ขัดข้องนะ?"
เลือดสูบฉีดวิ่งขึ้นหน้าจนแดงเหมือนตับหมู ชายฉกรรจ์ร่างกำยำถึงกับต้องเอามือก่ายหน้าผากอย่างยอมจำนน ด้วยความรู้สึกปนเปกันระหว่างความอายจนอยากมุดแผ่นดินหนี กับความต้องการที่พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งเพราะความร้ายกาจของพี่สาวตัวเล็กๆ ผู้นี้
คำว่า "หลาน" เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนกองไฟ ทั้งไป๋เฉิงและประมุขซ่งชะงักกึก ท่าทางขึงขังหายวับไปทันที พวกเขาหันมามองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ก่อนจะยอมสารภาพความจริงที่ทำเอาคนฟังแทบอยากจะเอาหัวโขกเสา"ก็... เรื่องมันเริ่มจากสุราพันปีหมื่นบุปผา ที่รู้หรือไม่ว่ามันหายากยิ่งนัก เพราะกรรมวิธีผลิตหายสาปสูญไปแล้ว" ประมุขซ่งอ้อมแอ้มตอบ "ตอนนั้นมีเหลืออยู่ไม่ถึงสิบไห แต่พ่อของเจ้าจะขอส่วนแบ่งเจ็ดไห เหลือให้ข้าแค่สามไห ข้าที่ร่วมลงแรงไปไม่น้อยจะยอมได้อย่างไร!""เจ้าพูดไม่หมดนี่! ข้าเป็นคนออกทุนค่าเดินทางทั้งหมดนะ!" ไป๋เฉิงเถียงสอดขึ้นมาสรุปว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเป็นสิบปี จนถึงขั้นจะพังงานแต่งลูกหลานและวางแผนใส่ร้ายกัน ล้วนมีสาเหตุมาจากแบ่งเหล้าไม่ลงตัวเพียงไม่กี่ไหเท่านั้น!ซ่งจิ้นชินถึงกับยกมือกุมขมับ "เรื่องแค่นี้... ถึงกับทำให้พวกท่านปีนเกลียวกันมาเป็นสิบปีเชียวหรือขอรับ?"ไป๋เสวี่ยลี่ส่ายหน้าพลางยิ้มอ่อนใจ "เอาละเจ้าค่ะ ในเมื่อเรื่องมันเป็นเช่นนี้ ข้าขอเสนอทางออก... ข้าจะจัดงานประชันสุราประจำปีขึ้นที่จวนสกุลซ่งแห่งนี้ โดยจะเชิญท่านพ่อมาเป็นแขกผู้มีเกียรติ ข้าจะเตรียมสุราเลิศรสทั่ว
"หลานพ่อ พ่อเลี้ยงเองได้ เสวี่ยลี่เจ้าต้องหย่าแล้วกลับไปกับพ่อ! อยู่ที่นี่พวกสกุลซ่งพวกนี้จะดูแลเจ้าได้ดีเท่าคนในตระกูลไป๋ได้อย่างไร!" ไป๋เฉิงแผดเสียงตะคอกกลางโถงรับรองไป๋เสวี่ยลี่มีท่าทีลำบากใจ แต่นางยังไม่ทันได้อ้าปาก ซ่งจิ้นชินก็ก้าวออกมาขวางเบื้องหน้านางไว้ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างกำยำนั้นรุนแรงจนบ่าวไพร่ต้องก้มหน้าหลบตา"ท่านพ่อตา..." ซ่งจิ้นชินเอ่ยเสียงเรียบต่ำทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก "ข้าให้เกียรติท่านในฐานะบิดาของภรรยาข้ามาโดยตลอด แต่วันนี้ท่านล้ำเส้นเกินไปแล้ว"เขาก้าวเข้าไปหาไป๋เฉิงช้าๆ มือหนาจับเข้าที่ด้ามดาบข้างเอว "ข้ารู้เรื่องขวดยาพิษที่ท่านมอบให้เสวี่ยลี่ และข้ารู้ว่าท่านคิดจะทำอะไร... หากวันนี้ท่านยังไม่หยุด ความเป็นพ่อลูกของท่านกับนางจะจบลงที่นี่ และข้าจะกวาดล้างตระกูลไป๋ให้สิ้นชื่อภายในคืนเดียว!"แววตาของจิ้นชินในยามนี้คือพยัคฆ์หนุ่มแห่งสมรภูมิที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่มาแตะต้องครอบครัวของเขาไป๋เฉิงถึงกับหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ เมื่อเห็นด้านโหดของลูกเขยที่เขาเคยดูแคลน พลังอำนาจและจิตสังหารของซ่งจิ้นชินนั้นของจริงจนเขารับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ขู่"คะ... คุยกั
แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ผ่านหน้าต่างห้องนอนที่เงียบสงบ หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับงานใหญ่มาทั้งวัน ซ่งจิ้นชินกลับไม่รู้สึกอ่อนเพลียแม้แต่น้อย เขานั่งลงบนขอบเตียงเฝ้ามองภรรยาโฉมสะคราญที่กำลังถอดเครื่องประดับผมออกช้าๆ หน้ากระจกเงาเขาเดินเข้าไปหาแผงหลังนวลเนียน สวมกอดนางจากด้านหลังพลางฝังจมูกลงกับซอกคอหอมกรุ่นของภรรยา"วันนี้พี่สาวของข้าเก่งเหลือเกิน..." เขาพึมพำเสียงพร่า "ท่านพ่อไม่เคยเอ่ยปากชมใครต่อหน้าผู้อาวุโสมากมายขนาดนี้มาก่อนเลยนะ ข้าภูมิใจในตัวท่านมาก"ไป๋เสวี่ยลี่อมยิ้มบางๆ พิงศีรษะลงกับไหล่กว้างของสามี "เพราะมีอาจิ้นคอยส่งเสริมพี่ต่างหากล่ะเจ้าคะ หากอาจิ้นไม่กล่าววาจายกย่องพี่ต่อหน้าทุกคน พ่อสามีหรือจะเอ็นดูพี่ถึงเพียงนี้"ซ่งจิ้นชินหมุนร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า เขาจับมือนุ่มที่แดงระเรื่อจากการหยิบจับงานหนักมาทั้งวันขึ้นมาจูบซับปลายนิ้วทีละนิ้วอย่างทะนุถนอม "มือคู่นี้... ทั้งขัดหลังให้ข้า ทำอาหารให้ข้า แถมยังดึงปลิงที่มาเกาะกินตระกูลเราอีก ข้าจะปล่อยให้ใครมารังแกเจ้าของมือคู่นี้ได้อย่างไร"เขาสบตานางด้วยแววตาลึกซึ้งและจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "พี่เสวี่ยลี่... ข้าขอบคุณจริงๆ ที่ท่านยอมแต่งเข
บทส่งท้ายเทศกาลเซ่นไหว้บรรพบุรุษปีนี้ จวนสกุลซ่งดูเคร่งขรึมและสง่างามผิดจากปีก่อนๆ ที่เคยวุ่นวายสับสน ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามธรรมเนียมตระกูลทหารไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือการจัดการของไป๋เสวี่ยลี่ ในฐานะสะใภ้ใหญ่ที่ก้าวเข้ามาดูแลแทนที่ป้าซ่งอี้เหนียงอย่างเต็มตัวนางสวมอาภรณ์สีเรียบสุภาพ ท่วงท่าการเดินนุ่มนวลประดุจสายน้ำไหล ทว่าแฝงด้วยความเด็ดขาดในการสั่งการบ่าวไพร่ จนไม่มีใครกล้าอู้งานหรือทำพลาดแม้แต่น้อย"ดูเอาเถอะ... เพิ่งจะแต่งเข้ามาได้ไม่นาน ก็ทำวางท่าเป็นนายหญิงใหญ่เสียแล้ว" ญาติคนหนึ่งค่อนแคะในกลุ่มวงสนทนา "ก็แค่ชูคอโอ้อวดว่าเป็นนายหญิง คอยดูเถอะ เดี๋ยวคงได้ขายหน้า"ไป๋เสวี่ยลี่ได้ยินวาจาเหล่านั้นชัดเจน แต่นางเพียงแต่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ พลางก้าวเข้าไปหาญาติผู้นั้นพร้อมถ้วยน้ำชาชั้นเลิศ "ท่านป้าดื่มชาดับร้อนก่อนนะเจ้าคะ ขาดตกบกพร่องสิ่งใดบอกหลานได้ทันที โปรดอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ งานใหญ่เช่นนี้หลานยึดถือเกียรติของบรรพบุรุษสกุลซ่งเป็นสำคัญ ไม่กล้าทำตัวเหลวไหลให้เสื่อมเสีย แต่หากท่านยังไม่สำรวมคำพูดเช่นนี้ เกรงว่าครั้งต่อไปข้าคงต้องทำให้ท่านลำบากใจแ
“อ๊า... อ๊า... อ๊า...”ป้าบ! ป้าบ! ป้าบ! ป้าบๆๆๆท่อนเอ็นร้อนๆ กระแทกเด้าเร็วแรง อัดเต็มสูบ มันแน่นไปหมดเพราะรู ห แน่นปั๋ง ตอดหนุบหนึบ ส่วนท่อนลึงค์ใหญ่อวบ กระเด้าขึ้นสุดลงสุด สลับกับขับควบโยกช้าๆ“อ๊า... อ๊า... อ๊า... อาจิ้น ค ใหญ่เหลือเกิน แน่น ห ไปหมดเลย เสียวมั้ยจ๊ะ”“อึ่กก... พี่เสวี่ยลี่ พี่เสวี่ยลี่ ข้ารักพี่ที่สุดเลย”ป้าบๆๆๆๆๆๆ“อ๊าาา!!”พละกำลังของชายฉกรรจ์มหาศาล ท่อนเอ็นร้อนๆ ใหญ่เหลือเกิน กลีบเนื้อจึงปลิ้นเข้าปลิ้นออก น้ำแฉะอาบลำดุ้นมันเสียวสุดยอด รู้สึกดีสุดๆ ตอนแรกก็เจ็บจุกอยู่แต่พอเริ่มคุ้นแล้วก็เสียวเหลือเกินป้าบ!ป้าบ!ป้าบ!ป้าบ!“อ๊าาา... อาจิ้น... พี่เป็นของเจ้า เอาเลย เย่อเข้ามา” ไป๋เสวี่ยลี่ครางระงมพลางโอบรอบคอเขาไว้มั่นซ่งจิ้นชินเริ่มโหมจังหวะรักที่เร่าร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา แรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วงและสม่ำเสมอนำพาความเสียวซ่านไปทั่วร่างของทั้งคู่ เสียงครางเรียกชื่อของกันและกันดังประสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องทำงาน ซ่งจิ้นชินนำพาพี่สาวข้ามผ่านขีดจำกัดของความสุขสมระลอกแล้วระลอกเล่า จนกระทั่งทั้งคู่กระตุกเกร็งและปลดปล่
และแล้วเขาก็ไต่นิ้วลงไปที่หว่างขา ตรงกลีบร่องสีชมพูสดที่กำลังฉ่ำเยิ้ม ใช้นิ้วสะกิดโคนขาอ่อนแล้วก็ใช้นิ้วโป้งกดย้ำๆ เม็ดเสียวชี้เด่ ร่างกายก็ร้อนระอุขึ้นจนแหกอ้า โหนกอวบอูมสั่นระริก กลีบเนื้อปิดสนิทแจะๆๆๆๆ“อ๊า... อ๊า... นิ้วแยง ห”“รู ห พี่เสวี่ยลี่แน่นหนึบเลย” นิ้วเรียวแหวกกลีบแล้วเขี่ยปุ่มเสียวเล่นไปมา พอใช้นิ้วแบะกลีบออกก็เจอน้ำหวานกำลังไหลริน เจ้าเด็กตัวโตแสนซุกซนจึงถ่างกลีบให้แบะบานไว้ ส่วนอีกมือใช้นิ้วชี้เขี่ยเม็ด กระดิกถี่ๆ“ซี้ดด... อา... อูยย... อ๊า” นิ้วของเขาสอดใส่ ถูไถจุดข้างในอย่างเมามันส์ แล้วก็เริ่มตอกใส่ไม่ยั้งจนกลีบปลิ้น เด้งหนึบติดนิ้ว ไป๋เสวี่ยลี่ก็เสียวซ่านจนแอ่นกายพุ่งไปข้างหน้า เสียวจนน้ำกระฉอกงื้อออ... เก่งจังเลย ไม่คิดเลยว่าอาจิ้นจะเก่งขนาดนี้ร่างกายบอบบางกระตุกรุนแรง บีบรัดนิ้วของเขาแน่นแจะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ“อ๊าาา... อ๊าาา...”พรวดด... น้ำหวานแตกทะลักออกมาจากร่องแฉะๆ ไป๋เสวี่ยลี่ตัวสั่นหงึกๆ ด้วยความเสียวซี้ดขึ้นสมอง กลีบเนื้อปิดสนิทของสาวบริสุทธิ์สีชมพูจัด พอแบะกลีบออกก็เจอน้ำหวานกำลังไหลริน ไอ้จ้อนแข็งชูชันถึงกับน้ำพุ่ง“อาจิ้น... ใส่เข้ามาสิจ๊ะ” นางถ่างอ้าเพื่
บทที่ 8 จำนนสวาทภายในห้องทำงาน ซ่งจิ้นชินพยายามจดจ่ออยู่กับแผนที่ยุทธศาสตร์ แต่สมาธิของเขากลับกระเจิดกระเจิงตั้งแต่วินาทีที่ประตูถูกเปิดออกเบาๆ และตามมาด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดอกเหมยของพี่สาว“ทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะอาจิ้น...” เสียงหวานกระซิบชิดใบหู ก่อนที่อ้อมกอดนุ่มนวลจะสวมกอดเขาจากทางด้านหลังซ่งจิ้นชิน
สวบบบ...“งื้ออ... เก่งมาก ใช่แล้วจ้ะ ช้าๆ ใจเย็นๆ ให้พี่ปรับตัวได้ก่อน”“อึ่กก... อูยย ซี้ดด แฮ่ก... แฮ่กก... พี่เสวี่ยลี่ ข้างใน ห มันนุ่มๆ แฉะๆ ตอด ค ตุบๆ ดีเหลือเกิน ขอข้าขยับเลยได้หรือไม่”“งื้ออ... ช้าๆ ก่อนนะจ๊ะ” แท่งหอกร้อนๆ ของอาจิ้นใหญ่เหลือเกิน รูแฉะฉ่ำของไป๋เสวี่ยลี่ปลิ้นเข้าปลิ้นออก น้
“คิดหรือว่าข้าจะกลัวท่านเหมือนเมื่อก่อน”ซ่งจิ้นชินถอดเกราะอ่อนและอาภรณ์ออกจนเหลือเพียงกายเปล่าเล่าเปลือยครึ่งท่อน เขาอุ้มพี่สาวเข้าไปในศาลาชมสวน ไป๋เสวี่ยลี่นั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ท่าทางของนางดูสง่าทว่าแฝงรังสีความดุที่ทำให้ท่านแม่ทัพต้องลอบกลืนน้ำลาย"คุกเข่าลง... อาจิ้น" นางสั่งเสี
"ห้ามหลับตานะ..." นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา แววตาจริงจัง "พี่สาวอยากให้เจ้าเห็นทุกสัมผัส... เห็นว่าพี่สาว 'รัก' และ 'เอ็นดู' มากเพียงใด... เรียกชื่อพี่สาวสิเด็กดี"ซ่งจิ้นชินสิ้นฤทธิ์ราบคาบ เขาหลับตาลงพ่นลมหายใจร้อนผ่าวยอมจำนนต่อพี่สาวผู้นี้"พี่... พี่เสวี่ยลี่... ช่วยข้าที... ข้าทนไม่ไหวแล้ว"โถ...







