LOGINคำว่า "หลาน" เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนกองไฟ ทั้งไป๋เฉิงและประมุขซ่งชะงักกึก ท่าทางขึงขังหายวับไปทันที พวกเขาหันมามองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ก่อนจะยอมสารภาพความจริงที่ทำเอาคนฟังแทบอยากจะเอาหัวโขกเสา"ก็... เรื่องมันเริ่มจากสุราพันปีหมื่นบุปผา ที่รู้หรือไม่ว่ามันหายากยิ่งนัก เพราะกรรมวิธีผลิตหายสาปสูญไปแล้ว" ประมุขซ่งอ้อมแอ้มตอบ "ตอนนั้นมีเหลืออยู่ไม่ถึงสิบไห แต่พ่อของเจ้าจะขอส่วนแบ่งเจ็ดไห เหลือให้ข้าแค่สามไห ข้าที่ร่วมลงแรงไปไม่น้อยจะยอมได้อย่างไร!""เจ้าพูดไม่หมดนี่! ข้าเป็นคนออกทุนค่าเดินทางทั้งหมดนะ!" ไป๋เฉิงเถียงสอดขึ้นมาสรุปว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเป็นสิบปี จนถึงขั้นจะพังงานแต่งลูกหลานและวางแผนใส่ร้ายกัน ล้วนมีสาเหตุมาจากแบ่งเหล้าไม่ลงตัวเพียงไม่กี่ไหเท่านั้น!ซ่งจิ้นชินถึงกับยกมือกุมขมับ "เรื่องแค่นี้... ถึงกับทำให้พวกท่านปีนเกลียวกันมาเป็นสิบปีเชียวหรือขอรับ?"ไป๋เสวี่ยลี่ส่ายหน้าพลางยิ้มอ่อนใจ "เอาละเจ้าค่ะ ในเมื่อเรื่องมันเป็นเช่นนี้ ข้าขอเสนอทางออก... ข้าจะจัดงานประชันสุราประจำปีขึ้นที่จวนสกุลซ่งแห่งนี้ โดยจะเชิญท่านพ่อมาเป็นแขกผู้มีเกียรติ ข้าจะเตรียมสุราเลิศรสทั่ว
"หลานพ่อ พ่อเลี้ยงเองได้ เสวี่ยลี่เจ้าต้องหย่าแล้วกลับไปกับพ่อ! อยู่ที่นี่พวกสกุลซ่งพวกนี้จะดูแลเจ้าได้ดีเท่าคนในตระกูลไป๋ได้อย่างไร!" ไป๋เฉิงแผดเสียงตะคอกกลางโถงรับรองไป๋เสวี่ยลี่มีท่าทีลำบากใจ แต่นางยังไม่ทันได้อ้าปาก ซ่งจิ้นชินก็ก้าวออกมาขวางเบื้องหน้านางไว้ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างกำยำนั้นรุนแรงจนบ่าวไพร่ต้องก้มหน้าหลบตา"ท่านพ่อตา..." ซ่งจิ้นชินเอ่ยเสียงเรียบต่ำทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก "ข้าให้เกียรติท่านในฐานะบิดาของภรรยาข้ามาโดยตลอด แต่วันนี้ท่านล้ำเส้นเกินไปแล้ว"เขาก้าวเข้าไปหาไป๋เฉิงช้าๆ มือหนาจับเข้าที่ด้ามดาบข้างเอว "ข้ารู้เรื่องขวดยาพิษที่ท่านมอบให้เสวี่ยลี่ และข้ารู้ว่าท่านคิดจะทำอะไร... หากวันนี้ท่านยังไม่หยุด ความเป็นพ่อลูกของท่านกับนางจะจบลงที่นี่ และข้าจะกวาดล้างตระกูลไป๋ให้สิ้นชื่อภายในคืนเดียว!"แววตาของจิ้นชินในยามนี้คือพยัคฆ์หนุ่มแห่งสมรภูมิที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่มาแตะต้องครอบครัวของเขาไป๋เฉิงถึงกับหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ เมื่อเห็นด้านโหดของลูกเขยที่เขาเคยดูแคลน พลังอำนาจและจิตสังหารของซ่งจิ้นชินนั้นของจริงจนเขารับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ขู่"คะ... คุยกั
แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ผ่านหน้าต่างห้องนอนที่เงียบสงบ หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับงานใหญ่มาทั้งวัน ซ่งจิ้นชินกลับไม่รู้สึกอ่อนเพลียแม้แต่น้อย เขานั่งลงบนขอบเตียงเฝ้ามองภรรยาโฉมสะคราญที่กำลังถอดเครื่องประดับผมออกช้าๆ หน้ากระจกเงาเขาเดินเข้าไปหาแผงหลังนวลเนียน สวมกอดนางจากด้านหลังพลางฝังจมูกลงกับซอกคอหอมกรุ่นของภรรยา"วันนี้พี่สาวของข้าเก่งเหลือเกิน..." เขาพึมพำเสียงพร่า "ท่านพ่อไม่เคยเอ่ยปากชมใครต่อหน้าผู้อาวุโสมากมายขนาดนี้มาก่อนเลยนะ ข้าภูมิใจในตัวท่านมาก"ไป๋เสวี่ยลี่อมยิ้มบางๆ พิงศีรษะลงกับไหล่กว้างของสามี "เพราะมีอาจิ้นคอยส่งเสริมพี่ต่างหากล่ะเจ้าคะ หากอาจิ้นไม่กล่าววาจายกย่องพี่ต่อหน้าทุกคน พ่อสามีหรือจะเอ็นดูพี่ถึงเพียงนี้"ซ่งจิ้นชินหมุนร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า เขาจับมือนุ่มที่แดงระเรื่อจากการหยิบจับงานหนักมาทั้งวันขึ้นมาจูบซับปลายนิ้วทีละนิ้วอย่างทะนุถนอม "มือคู่นี้... ทั้งขัดหลังให้ข้า ทำอาหารให้ข้า แถมยังดึงปลิงที่มาเกาะกินตระกูลเราอีก ข้าจะปล่อยให้ใครมารังแกเจ้าของมือคู่นี้ได้อย่างไร"เขาสบตานางด้วยแววตาลึกซึ้งและจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "พี่เสวี่ยลี่... ข้าขอบคุณจริงๆ ที่ท่านยอมแต่งเข
บทส่งท้ายเทศกาลเซ่นไหว้บรรพบุรุษปีนี้ จวนสกุลซ่งดูเคร่งขรึมและสง่างามผิดจากปีก่อนๆ ที่เคยวุ่นวายสับสน ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามธรรมเนียมตระกูลทหารไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือการจัดการของไป๋เสวี่ยลี่ ในฐานะสะใภ้ใหญ่ที่ก้าวเข้ามาดูแลแทนที่ป้าซ่งอี้เหนียงอย่างเต็มตัวนางสวมอาภรณ์สีเรียบสุภาพ ท่วงท่าการเดินนุ่มนวลประดุจสายน้ำไหล ทว่าแฝงด้วยความเด็ดขาดในการสั่งการบ่าวไพร่ จนไม่มีใครกล้าอู้งานหรือทำพลาดแม้แต่น้อย"ดูเอาเถอะ... เพิ่งจะแต่งเข้ามาได้ไม่นาน ก็ทำวางท่าเป็นนายหญิงใหญ่เสียแล้ว" ญาติคนหนึ่งค่อนแคะในกลุ่มวงสนทนา "ก็แค่ชูคอโอ้อวดว่าเป็นนายหญิง คอยดูเถอะ เดี๋ยวคงได้ขายหน้า"ไป๋เสวี่ยลี่ได้ยินวาจาเหล่านั้นชัดเจน แต่นางเพียงแต่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ พลางก้าวเข้าไปหาญาติผู้นั้นพร้อมถ้วยน้ำชาชั้นเลิศ "ท่านป้าดื่มชาดับร้อนก่อนนะเจ้าคะ ขาดตกบกพร่องสิ่งใดบอกหลานได้ทันที โปรดอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ งานใหญ่เช่นนี้หลานยึดถือเกียรติของบรรพบุรุษสกุลซ่งเป็นสำคัญ ไม่กล้าทำตัวเหลวไหลให้เสื่อมเสีย แต่หากท่านยังไม่สำรวมคำพูดเช่นนี้ เกรงว่าครั้งต่อไปข้าคงต้องทำให้ท่านลำบากใจแ
“อ๊า... อ๊า... อ๊า...”ป้าบ! ป้าบ! ป้าบ! ป้าบๆๆๆท่อนเอ็นร้อนๆ กระแทกเด้าเร็วแรง อัดเต็มสูบ มันแน่นไปหมดเพราะรู ห แน่นปั๋ง ตอดหนุบหนึบ ส่วนท่อนลึงค์ใหญ่อวบ กระเด้าขึ้นสุดลงสุด สลับกับขับควบโยกช้าๆ“อ๊า... อ๊า... อ๊า... อาจิ้น ค ใหญ่เหลือเกิน แน่น ห ไปหมดเลย เสียวมั้ยจ๊ะ”“อึ่กก... พี่เสวี่ยลี่ พี่เสวี่ยลี่ ข้ารักพี่ที่สุดเลย”ป้าบๆๆๆๆๆๆ“อ๊าาา!!”พละกำลังของชายฉกรรจ์มหาศาล ท่อนเอ็นร้อนๆ ใหญ่เหลือเกิน กลีบเนื้อจึงปลิ้นเข้าปลิ้นออก น้ำแฉะอาบลำดุ้นมันเสียวสุดยอด รู้สึกดีสุดๆ ตอนแรกก็เจ็บจุกอยู่แต่พอเริ่มคุ้นแล้วก็เสียวเหลือเกินป้าบ!ป้าบ!ป้าบ!ป้าบ!“อ๊าาา... อาจิ้น... พี่เป็นของเจ้า เอาเลย เย่อเข้ามา” ไป๋เสวี่ยลี่ครางระงมพลางโอบรอบคอเขาไว้มั่นซ่งจิ้นชินเริ่มโหมจังหวะรักที่เร่าร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา แรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วงและสม่ำเสมอนำพาความเสียวซ่านไปทั่วร่างของทั้งคู่ เสียงครางเรียกชื่อของกันและกันดังประสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องทำงาน ซ่งจิ้นชินนำพาพี่สาวข้ามผ่านขีดจำกัดของความสุขสมระลอกแล้วระลอกเล่า จนกระทั่งทั้งคู่กระตุกเกร็งและปลดปล่
และแล้วเขาก็ไต่นิ้วลงไปที่หว่างขา ตรงกลีบร่องสีชมพูสดที่กำลังฉ่ำเยิ้ม ใช้นิ้วสะกิดโคนขาอ่อนแล้วก็ใช้นิ้วโป้งกดย้ำๆ เม็ดเสียวชี้เด่ ร่างกายก็ร้อนระอุขึ้นจนแหกอ้า โหนกอวบอูมสั่นระริก กลีบเนื้อปิดสนิทแจะๆๆๆๆ“อ๊า... อ๊า... นิ้วแยง ห”“รู ห พี่เสวี่ยลี่แน่นหนึบเลย” นิ้วเรียวแหวกกลีบแล้วเขี่ยปุ่มเสียวเล่นไปมา พอใช้นิ้วแบะกลีบออกก็เจอน้ำหวานกำลังไหลริน เจ้าเด็กตัวโตแสนซุกซนจึงถ่างกลีบให้แบะบานไว้ ส่วนอีกมือใช้นิ้วชี้เขี่ยเม็ด กระดิกถี่ๆ“ซี้ดด... อา... อูยย... อ๊า” นิ้วของเขาสอดใส่ ถูไถจุดข้างในอย่างเมามันส์ แล้วก็เริ่มตอกใส่ไม่ยั้งจนกลีบปลิ้น เด้งหนึบติดนิ้ว ไป๋เสวี่ยลี่ก็เสียวซ่านจนแอ่นกายพุ่งไปข้างหน้า เสียวจนน้ำกระฉอกงื้อออ... เก่งจังเลย ไม่คิดเลยว่าอาจิ้นจะเก่งขนาดนี้ร่างกายบอบบางกระตุกรุนแรง บีบรัดนิ้วของเขาแน่นแจะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ“อ๊าาา... อ๊าาา...”พรวดด... น้ำหวานแตกทะลักออกมาจากร่องแฉะๆ ไป๋เสวี่ยลี่ตัวสั่นหงึกๆ ด้วยความเสียวซี้ดขึ้นสมอง กลีบเนื้อปิดสนิทของสาวบริสุทธิ์สีชมพูจัด พอแบะกลีบออกก็เจอน้ำหวานกำลังไหลริน ไอ้จ้อนแข็งชูชันถึงกับน้ำพุ่ง“อาจิ้น... ใส่เข้ามาสิจ๊ะ” นางถ่างอ้าเพื่







