LOGINสีหน้าของพนิตาเปลี่ยนวูบหนึ่ง ความไม่พอใจแล่นผ่านแววตา แต่เธอกัดฟันกลั้นมันเอาไว้ พนิตาไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธออ่อนแอ ไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้าได้ใจ
แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าคำพูดของนิลมณี คือปฏิกิริยาของมังกร เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ
“โอ๋เป็นอะไรไหม” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย มือรีบจับแขนอีกฝ่ายสำรวจอย่างใกล้ชิด
พนิตายืนอยู่ตรงนั้น เหมือนคนไร้ตัวตน เหมือนอากาศ ไม่มีคำถามว่าเธอเป็นอะไรไหม ไม่มีแม้แต่สายตาที่หันกลับมา มีเพียงเศษแก้วบนพื้น… และหัวใจของเธอที่แตกละเอียดไม่ต่างกัน
เธอค่อยๆ ก้มลง เก็บเศษแจกันทีละชิ้น ปลายนิ้วสัมผัสความคมของกระจกโดยไม่ระวัง เลือดสีแดงสดซึมออกมาช้าๆ แต่พนิตาไม่รู้สึกเจ็บ หรืออาจจะ…มันเจ็บไม่เท่าข้างใน
“เดี๋ยวผมให้แม่บ้านมาเก็บ ทรายไม่ต้องทำ” มังกรเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่มองเธอ คำพูดเหมือนห่วงใย แต่กลับห่างเหินจนเย็นชา
พนิตาชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา อยากจะพูดอะไรสักอย่าง อยากจะบอกเรื่องลูก อยากจะถามว่า…เธอยังมีความหมายกับเขาอยู่ไหม แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาที่ไร้ความรู้สึกนั้น คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวทรายเก็บเอง” เสียงของพนิตาเบาจนแทบไม่ได้ยิน
นิลมณีมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่มุมปาก เธอเอนตัวพิงมังกรมากขึ้นอย่างจงใจ
“โอ๋ปวดหัวจังเลยค่ะพี่มังกร…” เสียงหวานออดอ้อน
“พาโอ๋ไปนอนหน่อยได้ไหมคะ” มังกรพยักหน้าโดยไม่ลังเล
“ไปเถอะ” คำสั้นๆ ที่ตัดขาดทุกอย่าง เขาพยุงเธอลุกขึ้น เดินผ่านทรายไปโดยไม่หยุด ไม่แม้แต่จะหันกลับมา
เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้ง พนิตานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ท่ามกลางเศษแก้วและกลีบกุหลาบสีแดง น้ำตาหยดหนึ่งหยดลงบนหลังมือโดยไม่รู้ตัว
หยดแล้ว…หยดเล่า จนภาพตรงหน้าพร่าเลือน เธอปล่อยเศษแก้วในมือหล่นลงอีกครั้ง เสียงของแก้วกระทบพื้นเบาๆ แต่กลับดังก้องในใจ มืออีกข้างค่อยๆ เลื่อนไปแตะหน้าท้องของตัวเอง ความจริงที่เธอเตรียมจะบอกเขา กลับกลายเป็นสิ่งที่พนิตาไม่กล้าพูดอีกต่อไป
“ลูก... แม่ควรทำยังไงดี…” เธอกระซิบทั้งน้ำตา เสียงของเธอสั่นเครือ และหัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความหวังในตอนเช้า ตอนนี้กลับเหลือเพียงเศษซาก เหมือนแจกันที่แตกกระจายอยู่ตรงหน้า
พนิตาสูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้
เธอเงยหน้าขึ้นมองโต๊ะอาหารที่เธอตั้งใจทำ ทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่ไม่มีใครนั่งกิน ไม่มีใครสนใจ เหมือนความรักของเธอที่ยังอยู่…แต่ไม่มีใครต้องการ
เธอค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปปิดไฟทีละดวง บ้านทั้งหลังค่อยๆ จมลงในความมืด เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟมุมห้อง และผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ท่ามกลางความพังทลายของหัวใจตัวเอง
คืนนี้…ไม่มีคำว่าครบรอบ มีเพียงคำว่ารอยร้าว และมันกำลังจะลึกขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีใครคิดจะซ่อมแซมมันเลย...
แสงเช้าสาดส่องและลอดผ่านผ้าม่านสีครีมบางเบา ละอองฝุ่นลอยระยิบระยับกลางอากาศเหมือนภาพฝันที่สวยงาม…แต่ไร้ความอบอุ่น ห้องอาหารกว้างใหญ่กลับกว้างเกินไปสำหรับบ้านที่ควรเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
พนิตานั่งอยู่ปลายโต๊ะตั้งแต่เช้าตรู่ เธอแทบไม่ได้นอนทั้งคืน ดวงตาบวมแดงจางๆ แต่เธอก็ยังพยายามแต่งหน้าให้ดูปกติที่สุด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนไม่มีหัวใจดวงไหนแตกสลายอยู่ในอก
เสียงฝีเท้าดังขึ้น... มังกรเดินเข้ามาในห้องอาหารก่อนใคร สีหน้าของเขาเรียบนิ่งเหมือนทุกเช้า เหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน ไม่มีร่องรอยของความรู้สึกผิด ไม่มีคำถาม ไม่มีคำอธิบาย
และไม่นาน…นิลมณีก็เดินตามเข้ามา เธอสวมชุดนอนผ้าซาตินสีอ่อน ผมยาวสลวยปล่อยสยายอย่างตั้งใจ ใบหน้าสดใสผิดกับคำว่า...ไม่สบาย ที่เธอใช้เป็นข้ออ้างเมื่อคืน
รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอทันทีที่เห็นพนิตา เหมือนนักล่าที่กำลังมองเหยื่อ
“ว้าว… อาหารน่าทานจังเลยค่ะพี่ทราย” เสียงหวานเอ่ยขึ้น พลางเดินวนรอบโต๊ะช้าๆ เหมือนกำลังสำรวจของบางอย่างที่ไม่น่าสนใจนัก
พนิตาไม่ตอบ... ยกน้ำขึ้นมาจิบอย่างช้าๆ พนิตาต้องก้มหน้าลงเล็กน้อย มือที่วางบนตักบีบเข้าหากันแน่น เอาจริงๆ ไม่อยากหายใจร่วมกับผู้หญิงคนนี้
นิลมณีหยุดสายตาลงที่มุมโต๊ะ กล่องดนตรีไม้สีเข้มวางอยู่อย่างเรียบง่าย ของขวัญชิ้นเดียว ของเพียงชิ้นเดียวที่มังกรเคยมอบให้เธอ…ในวันที่เขายังแยกเธอจากวนิดาไม่ออก
พนิตารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ เมื่อเห็นนิลมณีหยิบมัน
“กล่องนี่…” นิลมณีเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาอย่างไม่ขออนุญาต นิ้วเรียวหมุนมันเล่นเบาๆ เสียงกลไกภายในเริ่มขยับ…ทำนองเพลงแผ่วเบาดังขึ้น
เพลงเดิม เพลงที่เคยทำให้พนิตายิ้มได้
“จริงหรือครับ แด๊ดดี้... วิลลี่อยากไป” คำว่าของเล่นและขนม ดึงดูดใจหนุ่มน้อยเหลือเกิน เปรียบเสมือนเวทมนตร์วิเศษที่สะกดวิญญาณของน้องอนาวิลได้เด็กชายทำตาโตเป็นประกายวาววับราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ น้องอนาวิลเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที หันขวับไปเขย่าแขนมังกรแรงๆ จนตัวของหนูน้อยเองที่สั่น“แด๊ดดี้! แด๊ดดี้ฮะ ได้ยินมั้ยฮะ ลุงโทมัสบอกว่ามีร้านของเล่นกับร้านขนมด้วย” เด็กชายส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีดความง่วงเหงาหาวนอนและความเหนื่อยล้ากระเด็นหายไปสิ้น“วิลลี่อยากไป แด๊ดดี้พาวิลลี่ไปซื้อขนมนะ น่า... นะ... แด๊ดดี้สุดหล่อของวิลลี่” โดนลูกยอเข้าไป มังกรก็หลุดหัวเราะเสียงดังน้องอนาวิลงัดไม้ตายมาอ้อนๆ ชายหนุ่มหันไปมองโทมัสอย่างรู้ทันว่า ลูกน้องคนสนิทจงใจเอาเรื่องนี้มาล่อหลอกเด็กน้อย เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งมันก็ได้ผลเกินคาด“เอาไงดีล่ะครับคุณแม่... ลูกชายอ้อนขนาดนี้แล้ว อนุมัติให้สองพ่อลูกลงไปยืดเส้นยืดสาย และหาเสบียงมาตุนไว้หน่อยได้ไหมครับ”มังกรหันไปถามความเห็นของพนิตาด้วยน้ำ
“วิลลี่อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ เลย อยากให้แด๊ดดี้กับคุณแม่กอดวิลลี่แบบนี้ทุกวัน”เด็กชายช้อนตาขึ้นมองมังกรอย่างอ้อนวอน แววตาใสซื่อนั้นมีพลังทำลายล้างกำแพงน้ำแข็งในใจของผู้ใหญ่ได้อย่างชะงัดนัก“ได้สิครับลูก...” มังกรตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักแน่นชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับพนิตา แววตาของเขาแฝงไปด้วยคำมั่นสัญญา“แด๊ดดี้จะอยู่กอดวิลลี่กับแม่ทรายแบบนี้ทุกวัน จะไม่ยอมหนีไปไหน และจะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเราออกจากกันอีกแล้ว แด๊ดดี้สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”“เย่! แด๊ดดี้ใจดีที่สุดเลย”อนาวิลชูมือขึ้นสุดแขนด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเกาะแขนมังกรเขย่าเบาๆ“แด๊ดดี้เก่งจังเลยฮะ ตอนที่มีโจรจับตัววิลลี่กับแม่ทราย แด๊ดดี้ก็ทำแบบนี้” ทำมือเป็นปืน“แล้วยิงปืนปังๆ ปราบผู้ร้ายได้เหมือนซูเปอร์ฮีโร วิลลี่โตขึ้น วิลลี่อยากเก่งเหมือนแด๊ดดี้”คำชมเปาะจากปากลูกชายตัวน้อยทำเอามังกรถึงกับหัวเราะร่วน ชายหนุ่มยืดอกรับคำชมอ
บรรยากาศอันแสนซาบซึ้งของสองหนุ่มสาวกำลังดำเนินไป แต่กลับถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเล็กๆ ที่ดังแว่วมาจากร่างเล็กๆ ของลูกชาย ที่นอนอยู่ตรงกลางก็ว่าได้ ระหว่างพ่อกับแม่ เสียงหัวเราะใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินแก้วดังขึ้นเบาๆ“คิก... คิกคิก...” ทำลายความเงียบงันภายในห้องมังกรและพนิตาชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆ ผละร่างออกจากกันอย่างเชื่องช้า ทั้งสองก้มไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายร่างของหนูน้อยอนาวิลที่ควรจะหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ยา กลับตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เด็กชายตัวน้อยในชุดผู้ป่วยสีอ่อนกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ท่ามกลางพ่อกับแม่สองมือน้อยๆ ยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนแก้มยุ้ยๆ ทั้งสองข้างดันขึ้นเป็นก้อนกลมดวงตาคู่โตที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อส่องประกายวิบวับไปด้วยความซุกซนและไร้เดียงสา ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือขวัญเสียจากเหตุการณ์เลวร้ายหลงเหลืออยู่อีกเลย“วิลลี่... ลูกตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” คนเป็นพ่อถาม“แด๊ดดี้” เรียกเสียงใส และหันไปมองหน้าแม่
หยาดน้ำตาผู้ชายไหลร่วงเผาะลงมากระทบหลังมือบางของพนิตาหยดแล้วหยดเล่า ความอ่อนแออย่างถึงที่สุดของเขา ที่ยอมเปลือยความรู้สึก ละทิ้งทิฐิทุกอย่างต่อหน้าเธอ ทำให้อกของพนิตาบีบรัดรุนแรง ความทรงจำร้ายๆ ในอดีต ภาพวันที่เขาละเลยความรู้สึกของเธอ วันที่เขาเดินหันหลังให้ จนเธอต้องหอบท้องลูกของเขาหนีข้ามโลกมาพึ่งใบบุญบิดามารดาเลี้ยง ก็วาบเข้ามาในหัวความรู้สึกสับสนระคนปั่นป่วนแล่นริ้วขัดแย้งกันอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง ด้านหนึ่งเธอยังคงเจ็บปวดกับแผลเก่าที่คิดว่าไม่มีวันหายแต่อีกด้านหนึ่ง ภาพที่เขาไล่ล่าคนร้าย และแสดงตนเองว่าพร้อมจะกางปีกปกป้องเธอกับลูก มันก็ช่างเด่นชัดเกินกว่า...จะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นด้วยความสับสนและอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงอย่างไม่อาจควบคุม พนิตาแค่นแรงหายใจเฮือกหนึ่ง และตัดสินใจยื้อข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา และในที่สุด หญิงสาวได้ยกฝ่ามือบางขึ้นมา แล้วตบเข้าที่ใบหน้าสากๆ ของมังกรฉาดใหญ่เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นก้องห้องพักฟื้นที่เคยเงียบสงัด ใบหน้าคมคายของมังกรสะบัดไปตามแรงตบทว่าชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือขยับหนีแม้แต่น้อย เขาย
ความรู้สึกผิดนั้นก็ถูกทับถมด้วยสัจธรรมอันโหดร้ายว่า หากในวินาทีวิกฤตนั้น เขาไม่ตัดสินใจเหนี่ยวไกปืนยิงยางรถยนต์ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของไอ้มูซาผลลัพธ์หลังจากนั้นอาจจะเลวร้ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า หากปล่อยให้คนร้ายพาภรรยากับลูกชายของเขาเดินทางออกไปไกลแสนไกล เข้าสู่เขตแดนป่าเถื่อน หรือซ่อนตัวในสลัมลึกจนคลาดกัน มังกรคิดว่า... เรื่องราวจะใหญ่โตและบานปลายจนเกินกว่าที่อำนาจเงินหรืออิทธิพลใดๆ ของคุณอนันต์ หรือว่าของเขา จะตามยื้อชีวิตของดวงใจทั้งสองดวงกลับคืนมาได้‘ทราย... พี่ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยจริงๆ พี่แค่อยากรักษาชีวิตของทรายกับลูกเอาไว้ให้อยู่ในสายตาของพี่’ชายหนุ่มรำพึงรำพันในใจ แววตาคู่นั้นหม่นเศร้า เขาอุ้มลูกมานั่งข้างเตียงของเธออีกครั้ง สายตาทอดมองท่อนแขนเรียวของพนิตา ที่มีผ้าก๊อซสีขาวปิดทับรอยแผลครูดเอาไว้ ความเจ็บปวดลึกๆ แล่นริ้วเข้ามาในอกของเขาชวนให้อึดอัดหลังจากลูบหลังและกระซิบบอกรักปลอบประโลม เสียงสะอื้นของน้องอนาวิลก็ค่อยๆ เงียบลง ลมหายใจของเด็กชายเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเปลือกตาบางสุกใสเริ่มปรือปรอยลงด้วยความ
กลิ่นสะอาดทว่าเย็นชืดของน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน ดูเหมือนจะค่อยๆ จางหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อกระแสไออุ่นจากความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้น เริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมร่างของคนทั้งสามบนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด พนิตานอนเหยียดกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานซับสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากได้รับน้ำเกลือ และสารอาหารผ่านทางสายยางทว่าดวงตาคู่สวยยังคงปิดสนิทลง ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด ร่างกายของเธอเจ็บร้าวและระบมไปหมดทุกตารางนิ้ว ผลจากแรงกระแทกยามที่รถยนต์พลิกคว่ำกลางลานฝุ่นแม้แพทย์จะยืนยันว่า ไม่มีกระดูกส่วนใดแตกหัก และไม่มีอาการเลือดออกในสมอง แต่ความบอบช้ำภายใน ทั้งบาดแผลครูดทั่วทั้งท่อนแขนและแผ่นหลัง ก็ทำให้เธอแทบจะขยับเขยื้อนกายไม่ได้เลยในยามนี้ มังกรขยับเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ข้างเตียงของเธออย่างเงียบเชียบชายหนุ่มทอดสายตาจ้องมองใบหน้าที่หลับตาสนิทของอดีตภรรยาอยู่เป็นนานแสนนานดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม นาทีนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความห่วงใย ความรัก และความหวาดกลัวอันลึกล้ำที่ยังคงตกค้างอยู่ในก



![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



