LOGIN
กลิ่นหอมของแกงมัสมั่นเนื้อที่เคี่ยวจนเปื่อย ลอยอวลอยู่ในอากาศ ช่างอบอุ่นและนุ่มลึก ชวนให้หัวใจคนทำพองโตอย่างเงียบๆ
ทว่าพนิตาก็ถอนหายใจยืดยาว เธอส่งข้อความไปหาสามีแล้ว แต่เขาไม่เปิดอ่านเลย
ความรู้สึกลึกๆ ในใจของเธอ ราวกับว่า... ความรักที่พนิตาค่อยๆ บรรจงใส่ลงไปในหม้อทีละนิด ตั้งแต่เช้าจรดเย็น มันกำลังจะไร้ความหมาย ความรู้สึกกลัวแอบซ่อนอยู่ข้างในใจ เธอรู้ดีว่า มันเป็นเพราะอะไร
พนิตาเหลือบตามองไปบนโต๊ะอาหารไม้ยาวกลางบ้าน จานชามถูกจัดวางอย่างประณีต
แกงมัสมั่นหนึ่งถ้วยใหญ่ ที่ตักจนพูน มีถ้วยเล็กๆ ของน้ำพริกกะปิ จานใส่ปลาทูทอดกรอบ ผักสดเรียงอย่างเป็นระเบียบ และยังมีของหวานที่เธอแอบตั้งใจทำเป็นพิเศษ บัวลอยกะทิหอมมัน สีสันอ่อนหวาน เหมือนความหวังในใจของเธอ
วันนี้ไม่ใช่วันธรรมดา...
มันคือวันครบรอบแต่งงานปีที่สองของเธอกับมังกร และมันยังเป็นวันที่เธอกำลังจะบอกความลับสำคัญที่สุดในชีวิต
ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหน้าท้องของตัวเองเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอบอุ่นไหลผ่านหัวใจอย่างเชื่องช้า
“ลูกของเรา…” เธอกระซิบแผ่วๆ เหมือนกลัวว่าความสุขจะหนีหาย พนิตามองนาฬิกาเข็มยาวเคลื่อนผ่าน เลขแปด…เลขเก้า…เลขสิบ... เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้าราวกับจงใจทรมาน
อาหารที่เคยร้อนเริ่มเย็นลง กลิ่นหอมเริ่มจางหาย แต่คนทำยังคงนั่งรอด้วยความหวังที่ไม่ยอมดับ
สี่ทุ่มตรง... เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยดังขึ้นหน้าบ้าน
หัวใจของทรายกระตุกแรง เธอลุกขึ้นทันที รอยยิ้มผุดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
มือรีบจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวไปยังประตู เธอคิดภาพไว้แล้ว มังกรจะเปิดประตูเข้ามา มองเห็นเธอ เห็นโต๊ะอาหาร แล้วอาจจะยิ้ม…
หรืออย่างน้อยก็พูดคำว่า “ขอโทษที่มาช้า” และเธอจะบอกเขาเรื่องลูก เรื่องครอบครัวของพวกเขาที่กำลังจะสมบูรณ์
แต่ภาพที่เกิดขึ้นจริงๆ กลับบิดเบี้ยวจากความฝันจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
ประตูเปิดออก... และมังกรไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียว แขนแข็งแรงของเขาประคองร่างผู้หญิงอีกคนไว้แนบชิด
นิลมณี หรือ โอ๋ เธอคนนั้นเอนซบเขาเหมือนคนหมดแรง กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ฟังดูเสแสร้ง รอยยิ้มของทรายแข็งค้าง... หน้าชาตึงจนตัวเธอรู้สึกได้
“พี่มังกรคะ… วันนี้วันครบรอบ…” เสียงของพนิตาสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามประคองให้เป็นปกติ
ดวงตาคมของมังกรเหลือบมองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ฉันจำได้ทราย แต่โอ๋ไม่สบาย ฉันต้องไปดูแลเขาที่งานเลี้ยง” คำพูดสั้นๆ นั้นเหมือนมีดบางๆ ที่ค่อยๆ กรีดลงบนผิวใจของพนิตา เธอได้แต่ยืนแน่นิ่ง
คำว่า...จำได้ กลับฟังดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการลืมเสียอีก เพราะเขาจำได้… แต่ก็ยังเลือกที่จะไม่มาให้ตรงเวลานัดหมาย
มังกรพานิลมณีไปนั่งที่โซฟาอย่างทะนุถนอม มือใหญ่ประคองหลังเธออย่างห่วงใย สีหน้าเคร่งขรึมที่เขาไม่เคยใช้กับพนิตา กลับถูกมอบให้ผู้หญิงอีกคนอย่างไม่ลังเล
นิลมณีเงยหน้าขึ้นมองพนิตา ดวงตาฉายแววเยาะเย้ย ที่ซ่อนอยู่ใต้ความอ่อนแรงจอมปลอมนั่น
“อุ๊ย…พี่ทราย… โอ๋ขอโทษนะคะ พอดีมองไม่ค่อยชัด” เธอเอ่ยเสียงอ่อนหวาน แล้วยังลุกขึ้นยืน ขณะที่มังกรเผลอ ร่างบางแสร้งเอนตัวเหมือนเสียหลัก ก่อนจะเซไปชนโต๊ะข้างๆ
แจกันดอกกุหลาบสีแดง ที่พนิตาตั้งใจจัดไว้สำหรับค่ำคืนนี้ถูกปัดตกลงพื้น
เพล้ง... เสียงกระแทกดังแหลมคม กระจกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ กลีบกุหลาบกระจายเกลื่อนพื้น เหมือนเลือดที่สาดกระเซ็น
พนิตาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจของเธอ…เหมือนตกลงไปแตกพร้อมกับแจกันใบนั้น
“โอ๊ย…” นิลมณีร้องเบาๆ ก่อนจะรีบเอามือปิดปากเหมือนตกใจ
“ขอโทษค่ะพี่ทราย โอ๋ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ดวงตาเธอกวาดมองพนิตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะยิ้มระร้ายอีก
“พอดีเห็นพี่ทรายยืนนิ่งๆ โอ๋นึกว่าพี่ทรายเป็นหุ่นโชว์เสื้อผ้าของพี่วิน่ะค่ะ”
ชื่อของวนิดาถูกเอ่ยออกมาอย่างจงใจ เหมือนจงใจเอาน้ำแข็งเย็นจัดราดรดลงมาในอกของทราย วนิดา เธอคือพี่สาวฝาแฝดของพนิตา ผู้หญิงที่งดงาม สมบูรณ์แบบ และ…ตายไปแล้ว
“หรือว่าเพราะว่าทางบริษัทคู่แข่งของพี่ ให้เงินก้อนใหญ่กว่า เอ่อ... ไม่น่านะคะ ที่พี่ทรายจะรับเงินจากบริษัทคู่แข่ง แต่ว่า... เอ่อ... มันก็น่าจะเป็นไปได้นะคะ แหม... หากได้เงินก้อนโตๆ ก็คงจะสบายพี่ทรายไปนะสิ เพราะพี่ไม่ได้จะยกอะไรให้กับพี่ทรายนี่คะ คงจะหวังเงินก้อนนั้นแหละ เฮอะ! แน่นอนละสิคะ เงินก้อนโต ก็ทำให้พี่ทรายได้ใช้ชีวิตแบบเสวยสุขได้ แต่นี่มันบนความทุกข์ของพี่มังกรค่ะ”“พอได้แล้วโอ๋! หยุดพูดเถอะ” มังกรตวาด น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกิดจากความปกป้องพนิตา หากแต่เกิดจากความอึดอัดและสับสนในใจ ที่กำลังถูกความจริงอันบิดเบี้ยวเข้าครอบงำ“โอ๋ไม่หยุดค่ะ พี่มังกรใจดีกับผู้หญิงคนนี้เกินไปแล้ว” นิลมณีทุบเบาะรถเสียงดัง พลางบีบน้ำตาฟูมฟายสะอึกสะอื้น“พี่ทรายไม่ใช่พี่วิที่แสนดีของพวกเราหรอกนะคะ หน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่จิตใจต่างกันราวฟ้ากับเหว พี่วิโอบอ้อมอารี แต่ผู้หญิงคนนี้ใจดำอำมหิต ผลักคนตกบันไดได้หน้าตาเฉย พี่ก็คิดดูสิคะ แถมตอนที่โอ๋นอนเจ็บอยู่ เธอยังยืนมองด้วยสายตาสมเพช... พี่มังกรจำสายตาที่เขาใช้มองพี่มังกรเมื่อกี้ได้ไหมคะ? มันคือส
“เธอคิดว่าเธอเป็นใครฮึ! ทราย? ถึงได้กล้ามาขู่ฉัน จำใส่หัวไว้เถอะว่า ที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะใบหน้าของเธอที่เหมือนวิเท่านั้น”“ขอบคุณที่ช่วยตอกย้ำค่ะ... แต่น่าเสียดายนะ” พนิตาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีก ก่อนจะสาดสายตาของเธอจับจ้องไปที่นิลมณี ที่โผล่หน้า สบจ้องมองตาของพนิตาอย่างผู้ชนะ พนิตาส่งยิ้มหยันไปให้“กรงทองที่เรียกว่า การแต่งงานนี้... ฉันเปิดประตูทิ้งไว้นานแล้ว และในเมื่อคุณคิดว่า ฉันมันแย่ขนาดนั้น... งั้นเราก็มาจบเรื่องเฮงซวยนี่กันเถอะ”พนิตาหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนทันที ทิ้งให้มังกรยืนอึ้งอยู่กับคำพูดประหลาดของเธอ ความรู้สึกใจหายวาบโจมตีเขาอย่างรุนแรง จนลืมความเจ็บของนิลมณีไปชั่วขณะส่วนนิลมณี... แม้จะสะใจที่ทำให้มังกรโกรธทรายได้สำเร็จทว่าสายตาเพิกเฉยราวกับมองสิ่งปฏิกูลที่พนิตาทิ้งท้ายไว้ก่อนเข้าห้อง มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่า... เกมนี้เธอกำลังเดินตามหมากที่พนิตาวางไว้ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด และพอความพึงใจหดหาย ความรู้สึกเจ็บตามร่างกายก็โผล่ขึ้นมาพลันสายตาก็หันไปเห็นว่ามีแผล และที่แผลมีเล
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง เธอยกนิ้วมือที่สั่นเทาชี้ขึ้นไปบนชั้นสอง... ที่ซึ่งพนิตาย
นิลมณีแอบสอดกระดาษโน้ตลายมือปลอมนั้น เอาไว้ใต้ปฏิทินตั้งโต๊ะของมังกรอย่างจงใจ ให้ดูเหมือนว่า...มันถูกซ่อนไว้รีบร้อนและไม่มิดชิดพอ และจงใจหยดหมึกจากปากกาของทรายลงบนโต๊ะทำงาน เป็นรอยตำหนิเล็กๆ เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว“พี่มังกรเกลียดคนทรยศที่สุด... และถ้าเขาคิดว่า...แกเป็นคนขายความลับบริษัทจนงานพัง แกไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอนแน่ อีทราย” นิลมณีเก็บของทุกอย่างเข้าที่ มองผลงานของตัวเองด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องทำงานหญิงสาวล็อกประตูอย่างแนบเนียน แล้วเดินหายไปในเงามืดของบ้าน พร้อมกับเอกสาร ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพนิตาให้ดิ่งลงเหว... ตามแผนการที่เธอวางไว้ทุกประการในคฤหาสน์ ในบ่ายวันรุ่งขึ้น ช่างมีความวังเวงพิกล ราวกับว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแต่ก็อย่างว่าแหละ บรรยากาศมือที่สามที่ปั่นป่วนความสัมพันธ์ของมังกรกับพนิตามันทำให้มาคุขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ในความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อพนิตาเธออยู่ในชุดลำลองอย่างเรียบง่าย กำลังเดินประคองอ่างแก้วใบเล็กที่มีกล้วยไม้ป่าสีขาวบริสุ
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไ
“คิดว่าเขาจะมองมากกว่านั้น” มากกว่าน้องสาว หรือว่าเป็นมากกว่าคนที่เขาเอ็นดู แต่ความจริง… มันชัดเจนมาตลอดตั้งแต่วันแรก มังกรไม่เคยรักเธอ ไม่เคยเลย เขาแค่ดูแลเหมือนพี่ชายดูแลเด็กคนหนึ่ง เหมือนคนในครอบครัว และมันก็มีแค่นั้นไม่มีคำว่า...ผู้หญิงของเขา หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่มี…อะไรทั้งนั้นนิลมณีหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังตัดบางอย่างในใจ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปแล้ว จากความอ่อนแอ…กลายเป็นความเย็นชา เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางที่มังกรเดินหายไปภาพแผ่นหลังของเขายังติดอยู่ในสายตา แต่ความรู้สึก…ไม่ใช่ความรักที่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันคือความต้องการ ที่มากขึ้นๆ อยากจะครอบครอง และทำร้ายคนที่เขาแคร์ ปากบอกว่าไม่ แต่ใจของมังกรเหมือนจะเอนเอียงไปทางพนิตาแล้ว“ถ้าเป็นแบบนั้น โอ๋ก็จะไม่เป็นน้องสาวอีกต่อไป” ความเจ็บที่ได้รับในเวลานี้ กลับทำให้เธอรู้สึกมีพลังของการมีชีวิตรอดแบบผู้กล้า“ในเมื่อพี่มังกรไม่คิดจะมอง โอ๋ก็จะทำให้เขาต้องมองให้จงได้ ไม่ใช่ในฐานะน้องสาว แต่ในฐานะผู้หญิง ผู้หญิงของเขา”คำพูดของพนิตา ผุดขึ้นมาในหัว“พี่จะให้โอ๋ได้สิ่งที่โอ๋ต้องการทุกอย่าง…รวมถึงผู้ชา







