LOGIN“เก่าจังเลยนะคะพี่มังกร ดูไม่เข้ากับบ้านเลย” น้ำเสียงนั้นแผ่วหวาน แต่แฝงคมมีด พนิตาเงยหน้าขึ้นทันที
“อย่าเล่นอันนั้นนะโอ๋! โอ๊ะ!” พนิตาลุกขึ้นเร็วเกินไป เก้าอี้ครูดพื้นเสียงดัง มือยื่นออกไปหมายจะคว้ากล่องดนตรีกลับคืน
แต่มันช้าเกินไป... หรืออาจจะ... คนตรงหน้าจงใจให้มันสายเกินไป นิลมณีแสร้งสะดุ้ง มือคลายออก
กล่องดนตรีหล่นลงพื้นไม้เสียงแกร๊ก ดังสะเทือนไปทั่วห้องนั่น เหมือนบางอย่างแตกในอกของทราย ฝากล่องกระแทกเปิด กลไกด้านในกระเด็นออกมา และเสียงเพลงที่เคยหวานกลับเพี้ยนบิดเบี้ยว ก่อนจะขาดหายไปอย่างน่าสงสาร ทุกอย่างเงียบลงในวินาทีนั้น
“โอ๊ะ…” นิลมณียกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างราวกับตกใจ
“พังซะแล้ว เสียดายจังค่ะ” คำว่าเสียดายถูกเอ่ยออกมาเบาๆ แต่ไร้ซึ่งความรู้สึก พนิตายืนนิ่ง ราวกับร่างถูกแช่แข็ง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ทรุดตัวลง มือสั่นเทาเอื้อมไปเก็บเศษกล่องดนตรีที่แตกกระจาย นิ้วเรียวลูบผ่านไม้ที่แตกร้าว ราวกับมันยังมีชีวิต
“ทำไม? ทำไมต้องทำแบบนี้” เสียงของเธอเบามาก ไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือเสียงของหัวใจที่ถูกเหยียบซ้ำ
มังกรขยับเข้ามา แต่ไม่ใช่เพื่อช่วยเธอ มือใหญ่คว้าข้อมือของทรายขึ้นมาแรงพอ ทำให้พนิตาชะงัก
“ก็แค่กล่องไม้เก่าๆ อย่ามาทำตัวมีปัญหาได้ไหมทราย โอ๋เขาไม่สบายอยู่” เสียงเขาเย็นชา
คำพูดนั้น…ทำให้พนิตาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำสบเข้ากับเขา
“แต่นี่คือของชิ้นเดียวที่ทรายเหลืออยู่นะคะ…” เสียงเธอสั่น แต่ชัดเจน พอให้รู้ว่าเธอไม่ได้ร้องขอ พนิตาแค่อยากบอกความจริง
มังกรนิ่งไปเสี้ยววินาที... ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเย็นลงกว่าเดิม
“ดูแลของแค่นี้ไม่ได้ ก็อย่าสะเออะมาแทนที่พี่สาวเธอเลย…” เขาปล่อยข้อมือของพนิตาเหมือนมันไร้ค่า
คำพูดนั้นแทงลึก จนพนิตาแทบหยุดหายใจ
“เธอแทนที่วิไม่ได้หรอกนะ…ทราย” ชื่อของคนตายหลุดออกมาจากปากเขาอย่างเคยชิน และเอ่ยซ้ำอีก เหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับทราย…มันคือฝันร้ายที่ไม่เคยจบ
“วิเขาดูแลทุกอย่างดีกว่าเธอเสมอ แม้แต่ความรู้สึกคนรอบข้าง” มังกรพูดต่อ ดวงตาไม่แม้แต่จะไหว
ไม่มีเสียงอะไรอีก นอกจากเสียงหัวใจของทรายที่เหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เธอไม่ได้ร้องไห้ทันที เพราะน้ำตามันไหลย้อนเข้าไปข้างใน มีเพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ แผ่ขยาย
“งั้นเหรอคะ…” เธอเอ่ย มือยังคงถือเศษกล่องดนตรีเอาไว้แน่นจนปลายนิ้วซีด พนิตาเงยหน้าขึ้นช้าๆ
“ถ้าเป็นพี่วิ… พี่วิก็คงไม่ต้องพยายามอะไรเลยสินะคะ”
มังกรขมวดคิ้ว นิลมณีมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
พนิตาลุกขึ้นอย่างช้าๆ สายตามั่นคงมองไปที่ใบหน้าของมังกร เป็นครั้งแรกในรอบนานมาแล้ว และต่อจากนี้ พนิตาคิดว่าเธอจะไม่ใช่ในฐานะภรรยาที่รอคอย แต่จะเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี
“ทรายพยายามมาตลอดนะคะ พยายามเป็นคนที่คุณอยากให้เป็น” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“พยายามแทนที่คนที่คุณรัก พยายามเป็นเงา…ของคนตาย” คำสุดท้ายหลุดออกมาแสดงถึงความหนักหน่วงในจิตใจ
มังกรนิ่ง...เหมือนคำพูดนั้นกระทบอะไรบางอย่างในใจ แต่เพียงชั่วครู่... เขาก็กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม
“ก็เพราะเธอไม่ใช่หรืออย่างไร” เขาตอบสั้นๆ พนิตายิ้ม แต่รอยยิ้มมันหยันไปถึงความรู้สึกข้างในที่บอกว่า เธอไม่มีความสุขเลย
“ใช่ค่ะ…ทรายไม่ใช่พี่วิ” เธอก้มลงมองเศษกล่องดนตรีในมืออีกครั้ง เสียงเพลงที่เคยหวานตอนนี้เงียบสนิท เหมือนความรู้สึกของเธอ
“และทรายคงไม่มีวันเป็นได้” เธอวางเศษไม้นั้นลงบนโต๊ะ เหมือนกำลังวางบางอย่างในใจลงไปด้วย
“งั้นต่อไปนี้ ทรายจะไม่พยายามแล้วนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตานิ่งจนอ่านไม่ออก
นิลมณีชะงักไปเล็กน้อย มังกรจ้องเธอเขม็ง เหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า
“หมายความว่ายังไง” เขาถามเสียงต่ำ
พนิตาไม่ตอบทันที เธอเพียงยกมือขึ้นแตะหน้าท้องของตัวเอง แววตาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรค่ะ”
แล้วพนิตาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องอาหาร ทิ้งไว้เพียงเศษซากของกล่องดนตรี และคำพูดที่ยังค้างอยู่ในอากาศตรงนั้น
มังกรยืนนิ่งอยู่ ไม่รู้ทำไม…หัวใจเขาถึงกระตุกแปลกๆ เหมือนบางอย่างกำลังหลุดมือ โดยที่เขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว
ส่วนพนิตา เธอก้าวเท้าออกไปอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวหนักหน่วง ขาแทบยกไม่ขึ้น น้ำตาไหลไร้เสียงสะอื้น เพราะบางครั้ง… ความเจ็บปวดที่มากเกินไป มันไม่ต้องการเสียงอีกต่อไปแล้ว มันเพียงแค่…เงียบ และทำลายทุกอย่างจากข้างใน โดยไม่มีใครได้ยินเลย
นิลมณีลอบยิ้มสะใจที่เห็นพนิตาถูกด่า แต่พนิตากลับไม่ได้ร้องไห้หรือฟูมฟายขอโทษอย่างที่มังกรคิด การที่พนิตาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ วางเศษกล่องดนตรีไว้บนโต๊ะอาหาร ข้างๆ ถ้วยมัสมั่นที่เย็นชืด
“พี่มังกรอยากกินอาหารกับโอ๋ไหมคะ โอ๋จะเอาทุกอย่างไปอุ่นให้”
“หรือว่าเพราะว่าทางบริษัทคู่แข่งของพี่ ให้เงินก้อนใหญ่กว่า เอ่อ... ไม่น่านะคะ ที่พี่ทรายจะรับเงินจากบริษัทคู่แข่ง แต่ว่า... เอ่อ... มันก็น่าจะเป็นไปได้นะคะ แหม... หากได้เงินก้อนโตๆ ก็คงจะสบายพี่ทรายไปนะสิ เพราะพี่ไม่ได้จะยกอะไรให้กับพี่ทรายนี่คะ คงจะหวังเงินก้อนนั้นแหละ เฮอะ! แน่นอนละสิคะ เงินก้อนโต ก็ทำให้พี่ทรายได้ใช้ชีวิตแบบเสวยสุขได้ แต่นี่มันบนความทุกข์ของพี่มังกรค่ะ”“พอได้แล้วโอ๋! หยุดพูดเถอะ” มังกรตวาด น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกิดจากความปกป้องพนิตา หากแต่เกิดจากความอึดอัดและสับสนในใจ ที่กำลังถูกความจริงอันบิดเบี้ยวเข้าครอบงำ“โอ๋ไม่หยุดค่ะ พี่มังกรใจดีกับผู้หญิงคนนี้เกินไปแล้ว” นิลมณีทุบเบาะรถเสียงดัง พลางบีบน้ำตาฟูมฟายสะอึกสะอื้น“พี่ทรายไม่ใช่พี่วิที่แสนดีของพวกเราหรอกนะคะ หน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่จิตใจต่างกันราวฟ้ากับเหว พี่วิโอบอ้อมอารี แต่ผู้หญิงคนนี้ใจดำอำมหิต ผลักคนตกบันไดได้หน้าตาเฉย พี่ก็คิดดูสิคะ แถมตอนที่โอ๋นอนเจ็บอยู่ เธอยังยืนมองด้วยสายตาสมเพช... พี่มังกรจำสายตาที่เขาใช้มองพี่มังกรเมื่อกี้ได้ไหมคะ? มันคือส
“เธอคิดว่าเธอเป็นใครฮึ! ทราย? ถึงได้กล้ามาขู่ฉัน จำใส่หัวไว้เถอะว่า ที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะใบหน้าของเธอที่เหมือนวิเท่านั้น”“ขอบคุณที่ช่วยตอกย้ำค่ะ... แต่น่าเสียดายนะ” พนิตาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีก ก่อนจะสาดสายตาของเธอจับจ้องไปที่นิลมณี ที่โผล่หน้า สบจ้องมองตาของพนิตาอย่างผู้ชนะ พนิตาส่งยิ้มหยันไปให้“กรงทองที่เรียกว่า การแต่งงานนี้... ฉันเปิดประตูทิ้งไว้นานแล้ว และในเมื่อคุณคิดว่า ฉันมันแย่ขนาดนั้น... งั้นเราก็มาจบเรื่องเฮงซวยนี่กันเถอะ”พนิตาหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนทันที ทิ้งให้มังกรยืนอึ้งอยู่กับคำพูดประหลาดของเธอ ความรู้สึกใจหายวาบโจมตีเขาอย่างรุนแรง จนลืมความเจ็บของนิลมณีไปชั่วขณะส่วนนิลมณี... แม้จะสะใจที่ทำให้มังกรโกรธทรายได้สำเร็จทว่าสายตาเพิกเฉยราวกับมองสิ่งปฏิกูลที่พนิตาทิ้งท้ายไว้ก่อนเข้าห้อง มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่า... เกมนี้เธอกำลังเดินตามหมากที่พนิตาวางไว้ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด และพอความพึงใจหดหาย ความรู้สึกเจ็บตามร่างกายก็โผล่ขึ้นมาพลันสายตาก็หันไปเห็นว่ามีแผล และที่แผลมีเล
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง เธอยกนิ้วมือที่สั่นเทาชี้ขึ้นไปบนชั้นสอง... ที่ซึ่งพนิตาย
นิลมณีแอบสอดกระดาษโน้ตลายมือปลอมนั้น เอาไว้ใต้ปฏิทินตั้งโต๊ะของมังกรอย่างจงใจ ให้ดูเหมือนว่า...มันถูกซ่อนไว้รีบร้อนและไม่มิดชิดพอ และจงใจหยดหมึกจากปากกาของทรายลงบนโต๊ะทำงาน เป็นรอยตำหนิเล็กๆ เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว“พี่มังกรเกลียดคนทรยศที่สุด... และถ้าเขาคิดว่า...แกเป็นคนขายความลับบริษัทจนงานพัง แกไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอนแน่ อีทราย” นิลมณีเก็บของทุกอย่างเข้าที่ มองผลงานของตัวเองด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องทำงานหญิงสาวล็อกประตูอย่างแนบเนียน แล้วเดินหายไปในเงามืดของบ้าน พร้อมกับเอกสาร ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพนิตาให้ดิ่งลงเหว... ตามแผนการที่เธอวางไว้ทุกประการในคฤหาสน์ ในบ่ายวันรุ่งขึ้น ช่างมีความวังเวงพิกล ราวกับว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแต่ก็อย่างว่าแหละ บรรยากาศมือที่สามที่ปั่นป่วนความสัมพันธ์ของมังกรกับพนิตามันทำให้มาคุขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ในความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อพนิตาเธออยู่ในชุดลำลองอย่างเรียบง่าย กำลังเดินประคองอ่างแก้วใบเล็กที่มีกล้วยไม้ป่าสีขาวบริสุ
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไ
“คิดว่าเขาจะมองมากกว่านั้น” มากกว่าน้องสาว หรือว่าเป็นมากกว่าคนที่เขาเอ็นดู แต่ความจริง… มันชัดเจนมาตลอดตั้งแต่วันแรก มังกรไม่เคยรักเธอ ไม่เคยเลย เขาแค่ดูแลเหมือนพี่ชายดูแลเด็กคนหนึ่ง เหมือนคนในครอบครัว และมันก็มีแค่นั้นไม่มีคำว่า...ผู้หญิงของเขา หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่มี…อะไรทั้งนั้นนิลมณีหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังตัดบางอย่างในใจ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปแล้ว จากความอ่อนแอ…กลายเป็นความเย็นชา เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางที่มังกรเดินหายไปภาพแผ่นหลังของเขายังติดอยู่ในสายตา แต่ความรู้สึก…ไม่ใช่ความรักที่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันคือความต้องการ ที่มากขึ้นๆ อยากจะครอบครอง และทำร้ายคนที่เขาแคร์ ปากบอกว่าไม่ แต่ใจของมังกรเหมือนจะเอนเอียงไปทางพนิตาแล้ว“ถ้าเป็นแบบนั้น โอ๋ก็จะไม่เป็นน้องสาวอีกต่อไป” ความเจ็บที่ได้รับในเวลานี้ กลับทำให้เธอรู้สึกมีพลังของการมีชีวิตรอดแบบผู้กล้า“ในเมื่อพี่มังกรไม่คิดจะมอง โอ๋ก็จะทำให้เขาต้องมองให้จงได้ ไม่ใช่ในฐานะน้องสาว แต่ในฐานะผู้หญิง ผู้หญิงของเขา”คำพูดของพนิตา ผุดขึ้นมาในหัว“พี่จะให้โอ๋ได้สิ่งที่โอ๋ต้องการทุกอย่าง…รวมถึงผู้ชา







