LOGINอีกฝั่งเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบรับสั้นๆ
พนิตาวางสาย สายตาของเธอเลื่อนไปที่หน้าต่าง แสงอาทิตย์ลับหายแล้ว ไร้แสงสว่าง นอกจากโคมไฟที่กลางสนามไม่กี่ดวงที่ให้แสงสว่างนิดๆ ตรงบริเวณนั้น
เธอเอื้อมมือไปแตะหน้าท้องของตัวเองเบาๆ แววตาสั่นไหวก่อนจะกลับมานิ่งอีกครั้ง
“เราจะไปกันนะลูก… ไปเริ่มต้นใหม่ ในที่ที่ไม่มีพวกเขา เขาเกลียดแม่ ก็ต้องไม่รักลูกด้วยสินะ” เธอกระซิบเสียงขาดๆ หายๆ สะเทือนใจที่สุด ที่รู้ว่าไม่มีใครรักเธอ
แต่ทว่า ครั้งนี้ไม่มีน้ำตา มีเพียงความมุ่งมั่น เธอหันกลับไปมองห้องกว้างๆ และมองทุกอย่าง เหมือนเป็นการบอกลา
พนิตาไม่มีความเสียดาย เธอไม่ลังเลที่จะไปจากเขาอีกแล้ว
‘รักหรือ?’
เพราะรักที่พัง… มันยากที่จะประสาน มันพังลงไปหมดแล้ว เวลานี้ ถึงเวลาที่เธอจะหันมารักตัวเอง และลูกน้อย น้องน้อยคนนี้ในครรภ์ของเธอจะเป็นกำลังใจให้เธอ
“แม่จะสร้างทุกอย่างใหม่หมด เรามาเริ่มจากศูนย์ด้วยกันนะลูก โดยจะไม่มีใคร แม่จะไม่เป็นเงาของป้าวิอีกแล้ว ต้องยอมรับ ว่าเขาไม่รัก…ทั้งไม่เคยเห็นค่าของแม่”
พนิตาปิดกระเป๋า เสียงซิปดังยาวเหมือนเส้นแบ่งระหว่างอดีตและอนาคต
ด้านนอก นิลมณียังคงยืนอยู่ในสวน ลมพัดผ่าน แต่เธอกลับรู้สึกหนาว หนาวอย่างประหลาด คำพูดของพนิตายังดังก้องในหัว
“ฉันจะช่วยเธอเอง ให้เธอได้ทุกอย่าง…”
มันควรจะเป็นสิ่งที่เธอต้องการ แต่ทำไม…มันถึงฟังเหมือนคำเตือน หรือคำพิพากษา บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น และมันอาจจะไม่ใช่ในแบบที่เธอคิด
ส่วนมังกร… มือถือของเขาดังว่า ที่บริษัทยุ่งเหยิง ให้เขารีบไปจัดการ รถของเขาเคลื่อนออกจากบ้าน แต่ใจ…ยังคงติดอยู่ข้างหลัง ติดอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง คือพนิตา ไม่ใช่นิลมณี
พนิตาในวันนี้ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่า ตนเองกลัว เหมือนวันที่วนิดาจากไป เธอไม่มีวันกลับมาหาเขาอีก วนิดาหายไปจากชีวิตเขาอย่างถาวร โดยที่เขา…ยังไม่ทันคว้าเอาไว้ และเอ่ยคำร่ำลาแม้แต่คำเดียว
ติ๊งๆ ติ๊งๆ
พนิตามองดูมือถือ เธอได้เห็นว่ามังกรส่งข้อความมาบอก
(ทรายพี่ส่งชุดไปให้ วันนี้ต้องไปงานเลี้ยงของท่านพิเชษฐ์นะ เธอต้องไปในฐานะภรรยาเพื่อหน้าตาบริษัท งานนี้คุณแม่ก็ไปด้วย)
เขาเอ่ยถึงคุณหญิงพรจันทร์คุณแม่
พนิตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอจะไปจากที่นี่อยู่แล้ว แต่ไม่วายยังต้องมาทำตามคำสั่งของเขา
‘ไม่เป็นไร ทิ้งทวน’ เธอปลอบใจตัวเอง
เมื่อถึงเวลา ณ งานเลี้ยงดินเนอร์
ไฟแฟลชกะพริบวาบราวพายุแสง งานกาลาการกุศลส่องประกายหรูหรา คริสตัลแชนเดอเลียร์สะท้อนเงาคนในสังคมชั้นสูง ที่ยิ้มให้กันด้วยมารยาท แต่ซ่อนคมมีดไว้ในคำพูดทุกคำ
มังกรยืนอยู่กลางงานในสูทสีดำเข้ม ทรงอำนาจ สงบ เย็นชา มือหนึ่งถือแก้วไวน์ อีกมือ…กลับมีใครบางคนคล้องไว้แน่น
นิลมณีอยู่ในชุดราตรีสีขาวนวลแนบลำตัวของเธอทำให้ภาพทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกับคู่รักที่ถูกจัดวางมาอย่างดี
“พี่มังกรคะ…” เธอเงยหน้าขึ้นยิ้มหวาน
“คนมองเราเต็มเลยค่ะ”
“ก็ปล่อยให้มอง” เขาตอบเรียบ สายตาไม่ได้มองเธอ แต่กวาดไปทั่วงานเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
มือถือในกระเป๋าสั่นเบาๆ ก่อนหน้านี้ไม่นาน เขาเป็นคนส่งข้อความเอง
(มางานคืนนี้ ในฐานะภรรยา อย่าทำให้ฉันเสียหน้า)
ไม่ใช่คำขอ แต่คือคำสั่ง เขาแน่ใจว่าเธอจะมา เพราะที่ผ่านมา…พนิตาไม่เคยขัดเขาแม้แต่ครั้งเดียว แต่ว่าคืนนี้ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกแปลก เหมือนกำลังรอ…คำตอบที่ตัวเองไม่แน่ใจว่าอยากได้
“มังกร!” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นกลางห้องโถง
ทุกสายตาหันไปมองทันที คุณหญิงพรจันทร์ก้าวเข้ามา ใบหน้าสวยเฉียบในวัยที่ยังทรงศักดิ์ศรี แววตาคมกริบกวาดมองภาพตรงหน้า แล้วหยุด…ที่แขนของลูกชาย
“นี่มันอะไร” น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่ชัดจนคนรอบข้างเงียบกริบ
“สวัสดีค่ะคุณหญิงป้า คือ อย่างนี้คะ โอ๋แค่...” นิลมณีรีบยิ้มหวาน
“ฉันไม่ได้ถามเธอ” ประโยคสั้นๆ ฟาดลงมาราวแส้ มังกรถอนหายใจเบา
“แม่ครับ งานนี้ต้องใช้ภาพลักษณ์...”
“ภาพลักษณ์อะไรกัน?” คุณหญิงพรจันทร์หัวเราะเย็น มองหลานสาวที่แสดงเจตนาออกมาตลอดว่าต้องการอะไรจากตัวของมังกร ลูกชายของท่าน
“ภาพลักษณ์แก หรือว่าของบริษัท แต่ว่า... ก่อนจะติงแม่ว่าพูดมาก คือการที่แกควงผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้วมาในงาน อย่างนั้นหรือ?” คำว่าภรรยา ถูกเน้นชัด สายตาดูแคลน และออกคำเตือนไปที่ลูกชาย
มังกรไม่มีข้อโต้แย้ง ใจนึกเคืองอีกคน ถ้าเธอมาตรงเวลา มังกรคงไม่ถูกคุณแม่ตำหนิ
นิลมณีเสียวสันหลังวูบ สายตาของคุณหญิงพรจันทร์ไม่เคยชอบเธอเลย สายตาของท่านเหมือนจะบอกว่า หญิงสาวมายืนอยู่ตรงนี้…กำลังผิดที่ผิดทาง
“แล้วหนูทรายล่ะ ลูกสะใภ้ฉันอยู่ไหน?” ท่านถามตรงๆ
มังกรไม่ตอบทันที เขารู้สึกลังเลที่จะพูดออกไปว่าเขาไม่รู้ เพราะมังกรไม่รู้จริงๆ ว่าพนิตาออกมาจากบ้านหรือยัง
“ผมให้เธอมา... อะ! หนึ่งทุ่มตรง”
“งั้นก็แปลว่า… หนูทราย...เธอยังมาไม่ถึง?” คุณหญิงพรจันทร์กวาดสายตามองรอบงาน
ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไร... เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมองทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วทั้งห้อง…ก็เงียบลง เหมือนเวลาหยุดเดิน
“หรือว่าเพราะว่าทางบริษัทคู่แข่งของพี่ ให้เงินก้อนใหญ่กว่า เอ่อ... ไม่น่านะคะ ที่พี่ทรายจะรับเงินจากบริษัทคู่แข่ง แต่ว่า... เอ่อ... มันก็น่าจะเป็นไปได้นะคะ แหม... หากได้เงินก้อนโตๆ ก็คงจะสบายพี่ทรายไปนะสิ เพราะพี่ไม่ได้จะยกอะไรให้กับพี่ทรายนี่คะ คงจะหวังเงินก้อนนั้นแหละ เฮอะ! แน่นอนละสิคะ เงินก้อนโต ก็ทำให้พี่ทรายได้ใช้ชีวิตแบบเสวยสุขได้ แต่นี่มันบนความทุกข์ของพี่มังกรค่ะ”“พอได้แล้วโอ๋! หยุดพูดเถอะ” มังกรตวาด น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกิดจากความปกป้องพนิตา หากแต่เกิดจากความอึดอัดและสับสนในใจ ที่กำลังถูกความจริงอันบิดเบี้ยวเข้าครอบงำ“โอ๋ไม่หยุดค่ะ พี่มังกรใจดีกับผู้หญิงคนนี้เกินไปแล้ว” นิลมณีทุบเบาะรถเสียงดัง พลางบีบน้ำตาฟูมฟายสะอึกสะอื้น“พี่ทรายไม่ใช่พี่วิที่แสนดีของพวกเราหรอกนะคะ หน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่จิตใจต่างกันราวฟ้ากับเหว พี่วิโอบอ้อมอารี แต่ผู้หญิงคนนี้ใจดำอำมหิต ผลักคนตกบันไดได้หน้าตาเฉย พี่ก็คิดดูสิคะ แถมตอนที่โอ๋นอนเจ็บอยู่ เธอยังยืนมองด้วยสายตาสมเพช... พี่มังกรจำสายตาที่เขาใช้มองพี่มังกรเมื่อกี้ได้ไหมคะ? มันคือส
“เธอคิดว่าเธอเป็นใครฮึ! ทราย? ถึงได้กล้ามาขู่ฉัน จำใส่หัวไว้เถอะว่า ที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะใบหน้าของเธอที่เหมือนวิเท่านั้น”“ขอบคุณที่ช่วยตอกย้ำค่ะ... แต่น่าเสียดายนะ” พนิตาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีก ก่อนจะสาดสายตาของเธอจับจ้องไปที่นิลมณี ที่โผล่หน้า สบจ้องมองตาของพนิตาอย่างผู้ชนะ พนิตาส่งยิ้มหยันไปให้“กรงทองที่เรียกว่า การแต่งงานนี้... ฉันเปิดประตูทิ้งไว้นานแล้ว และในเมื่อคุณคิดว่า ฉันมันแย่ขนาดนั้น... งั้นเราก็มาจบเรื่องเฮงซวยนี่กันเถอะ”พนิตาหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนทันที ทิ้งให้มังกรยืนอึ้งอยู่กับคำพูดประหลาดของเธอ ความรู้สึกใจหายวาบโจมตีเขาอย่างรุนแรง จนลืมความเจ็บของนิลมณีไปชั่วขณะส่วนนิลมณี... แม้จะสะใจที่ทำให้มังกรโกรธทรายได้สำเร็จทว่าสายตาเพิกเฉยราวกับมองสิ่งปฏิกูลที่พนิตาทิ้งท้ายไว้ก่อนเข้าห้อง มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่า... เกมนี้เธอกำลังเดินตามหมากที่พนิตาวางไว้ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด และพอความพึงใจหดหาย ความรู้สึกเจ็บตามร่างกายก็โผล่ขึ้นมาพลันสายตาก็หันไปเห็นว่ามีแผล และที่แผลมีเล
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง เธอยกนิ้วมือที่สั่นเทาชี้ขึ้นไปบนชั้นสอง... ที่ซึ่งพนิตาย
นิลมณีแอบสอดกระดาษโน้ตลายมือปลอมนั้น เอาไว้ใต้ปฏิทินตั้งโต๊ะของมังกรอย่างจงใจ ให้ดูเหมือนว่า...มันถูกซ่อนไว้รีบร้อนและไม่มิดชิดพอ และจงใจหยดหมึกจากปากกาของทรายลงบนโต๊ะทำงาน เป็นรอยตำหนิเล็กๆ เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว“พี่มังกรเกลียดคนทรยศที่สุด... และถ้าเขาคิดว่า...แกเป็นคนขายความลับบริษัทจนงานพัง แกไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอนแน่ อีทราย” นิลมณีเก็บของทุกอย่างเข้าที่ มองผลงานของตัวเองด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องทำงานหญิงสาวล็อกประตูอย่างแนบเนียน แล้วเดินหายไปในเงามืดของบ้าน พร้อมกับเอกสาร ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพนิตาให้ดิ่งลงเหว... ตามแผนการที่เธอวางไว้ทุกประการในคฤหาสน์ ในบ่ายวันรุ่งขึ้น ช่างมีความวังเวงพิกล ราวกับว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแต่ก็อย่างว่าแหละ บรรยากาศมือที่สามที่ปั่นป่วนความสัมพันธ์ของมังกรกับพนิตามันทำให้มาคุขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ในความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อพนิตาเธออยู่ในชุดลำลองอย่างเรียบง่าย กำลังเดินประคองอ่างแก้วใบเล็กที่มีกล้วยไม้ป่าสีขาวบริสุ
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไ
“คิดว่าเขาจะมองมากกว่านั้น” มากกว่าน้องสาว หรือว่าเป็นมากกว่าคนที่เขาเอ็นดู แต่ความจริง… มันชัดเจนมาตลอดตั้งแต่วันแรก มังกรไม่เคยรักเธอ ไม่เคยเลย เขาแค่ดูแลเหมือนพี่ชายดูแลเด็กคนหนึ่ง เหมือนคนในครอบครัว และมันก็มีแค่นั้นไม่มีคำว่า...ผู้หญิงของเขา หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่มี…อะไรทั้งนั้นนิลมณีหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังตัดบางอย่างในใจ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปแล้ว จากความอ่อนแอ…กลายเป็นความเย็นชา เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางที่มังกรเดินหายไปภาพแผ่นหลังของเขายังติดอยู่ในสายตา แต่ความรู้สึก…ไม่ใช่ความรักที่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันคือความต้องการ ที่มากขึ้นๆ อยากจะครอบครอง และทำร้ายคนที่เขาแคร์ ปากบอกว่าไม่ แต่ใจของมังกรเหมือนจะเอนเอียงไปทางพนิตาแล้ว“ถ้าเป็นแบบนั้น โอ๋ก็จะไม่เป็นน้องสาวอีกต่อไป” ความเจ็บที่ได้รับในเวลานี้ กลับทำให้เธอรู้สึกมีพลังของการมีชีวิตรอดแบบผู้กล้า“ในเมื่อพี่มังกรไม่คิดจะมอง โอ๋ก็จะทำให้เขาต้องมองให้จงได้ ไม่ใช่ในฐานะน้องสาว แต่ในฐานะผู้หญิง ผู้หญิงของเขา”คำพูดของพนิตา ผุดขึ้นมาในหัว“พี่จะให้โอ๋ได้สิ่งที่โอ๋ต้องการทุกอย่าง…รวมถึงผู้ชา







