LOGINพนิตาอยู่ในสวนข้างบ้าน มือของเธอจับสายยางรดน้ำต้นไม้ช้าๆ สายน้ำไหลลงกระทบใบไม้ เกิดเสียงซ่าเบาๆ เธอเหงื่อแตกซิกๆ จึงหยุด แล้วรวบผมหลวมๆ
เสียงส้นเท้ากระทบพื้นดังขึ้น
“พี่ทราย…” น้ำเสียงนั้นไม่หวานอีกต่อไป
พนิตาไม่หัน เธอยังคงรดน้ำต้นไม้ต่อไปเหมือนไม่ได้ยิน นิลมณีจึงเดินเข้ามาใกล้ๆ ใกล้พอที่จะมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน
“เลิกทำหน้าตายแบบนี้เถอะค่ะ รู้ไหมว่าพี่มังกรเขารำคาญจะแย่” น้ำในสายยางยังคงไหล แต่ปลายนิ้วของพนิตา…นิ่งลงเล็กน้อย
“เขาบอกโอ๋นะคะว่า ทุกครั้งที่เห็นหน้าพี่ เขาเหมือนเห็นวิญญาณของพี่วนิดา ผู้หญิงที่เขารัก และยังคงวนเวียนหลอกหลอนเขาไม่ยอมไปไหน” นิลมณีแสยะยิ้ม และหัวเราะเบาๆ
สายน้ำหยุดไหล พนิตาหมุนวาล์วปิดอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
“แล้วโอ๋ไม่คิดเหรอคะ ว่าทำอย่างไรเขาถึงจะลืมพี่วิ แล้วหันมารักเธอเหรอ?”
“แม้มันจะไม่ถูกต้องก็ตาม เธอก็ยังอยากจะปีนขึ้นเตียงเขา อ้างแค่ว่า อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ รักและช่วยเหลือกันมาตลอด เขาไม่ได้เลือกที่จะรักเธอเอาไว้นอนด้วยนี่ รู้ตัวไหม แค่อยากจะมีเพื่อนที่รู้ใจ เวลานั่งดื่มกิน อืม... ฉันว่าพี่มังกร เขาอาจจะคิดกับเธอเหมือนเธอเป็นเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งก็ได้”
พนิตาพูด แล้วเอียงหน้าเล็กน้อย
“อะไรนะ พี่ทรายพูดอะไรแบบนี้” นิลมณีกลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเย็นเฉียบไหลผ่านสันหลังวาบๆ
“การที่มังกรยังเก็บพี่ไว้ข้างตัว เพราะพี่คือเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำของพี่มังกร เกี่ยวกับพี่วนิดา…” พนิตาก้าวเข้ามาใกล้
“เพราะเขายังอยากอยู่ใกล้หรือ อืม... แต่เธอก็คงลืมไปว่าเขาแต่งงาน จดทะเบียนกับฉัน”
คำพูดนั้น…ทำให้นิลมณีชะงัก รอยยิ้มเริ่มแข็งค้าง
“ถ้าวันหนึ่ง…ถ้าฉันหายไป คนที่เขาจะมองหา ก็คือคนที่หน้าเหมือนพี่วิ ไม่ใช่เธอเหมือนเคย”
พนิตาหยุดไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ
“ไม่ใช่น้องสาวที่พยายามจะเสียบแทนที่…อย่างเธอนะ...โอ๋”
เหมือนมีใครเอาน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้าของนิลมณี หญิงสาวหน้าซีดจนไม่มีสีเลือด
“แก!” เสียงของนิลมณีสั่น ทั้งโกรธ และเริ่มขาดความมั่นใจ
“อุ๊ย! อย่าโมโหสิ แค่พูดแทงใจดำนิดหน่อยเอง” พนิตาหัวเราะ และขยับก้าวเข้าไปใกล้นิลมณีอีกนิด จนแทบจะได้ยินลมหายใจของกันและกัน
“เดี๋ยวผิวพรรณจะไม่สวยนะ ถ้าเธออยากเหมือนพี่วิน่ะนะ ลองไปปรึกษาหมอศัลยกรรมดู ใช้เงินให้หมอเอามีดมากรีดหน้า ตัดนั่น แต่งนี่ เธออาจจะเหมือนพี่วิ หรือว่าเหมือนฉันขึ้นมาก็ได้” คำพูดที่จงใจกรีดเข้าไปในความคิดของนิลมณีอย่างช้าๆ
นิลมณีกำมือแน่น พูดไม่ออกสักคำ พนิตาได้โอกาส เมื่อเห็นอีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ พนิตาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหู
“เตรียมตัวให้ดีนะ เพราะต่อจากนี้… ฉันจะให้เธอได้สิ่งที่เธอต้องการทุกอย่างเอง แต่ไขว่คว้าจับเขาให้มั่นล่ะ เดี๋ยวพี่มังกรจะหลุดมือ” ลมหายใจอุ่นร้อนแตะผิว แต่คำพูดกลับเย็นเยียบ ทุกคำพูดของพนิตาสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา
หัวใจของนิลมณีเต้นแรงผิดจังหวะ
“ฉันจะไปจากที่นี่เอง ไม่ต้องกลัวว่า ฉันจะยังรักและหวงเขาหรอก เรื่องที่เขาตบหน้าฉันในวันนั้น คือฟางเส้นสุดท้ายของความอดทน ยังไงไปบอกเขาก็แล้วกัน ให้หย่าจากฉันเร็วๆ ขอเธอช่วยฉันเรื่องนี้หน่อยนะโอ๋ แต่ถ้าเขาไม่หย่า ฉันก็ช่วยเหลืออะไรเธอไม่ได้”
พูดจบ พนิตาถอยออกมาเล็กน้อย เธอสบตานิลมณีอย่างรู้ใจ
“ฉันรู้ว่าเธอรักเขา และอยากได้เขามากๆ ฉันจะช่วยเอง”
นิลมณีอึ้ง เธอไม่เข้าใจ มันควรจะเป็นชัยชนะสำหรับเธอสิ แต่ทำไม…เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังแพ้
พนิตาหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนั้น นิลมณีสับสนและหวาดระแวง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า…พนิตาวางหมากอะไรกับตัวเองอยู่
ที่ห้องนอน พนิตาปิดประตูเสียงดังคลิก เหมือนการปิดฉากบางอย่าง เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดมันออก
ภายในเรียบร้อย เสื้อผ้าถูกจัดเป็นระเบียบ เหมือนชีวิตที่เธอเคยพยายามจัดให้สมบูรณ์แบบ มือของเธอเลื่อนไปหยิบกระเป๋าใบหนึ่งออกมา เธอวางมันลงบนเตียง เปิดออก แล้วเริ่มจัดของ
พาสปอร์ต เอกสารส่วนตัว สมุดบัญชีเงินฝาก และเงินสด ทุกอย่างถูกเตรียมไว้แล้ว
ไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่เมื่อวาน แต่มันคือแผน…ที่เธอค่อยๆ วางไว้เงียบๆ ตั้งแต่วันที่หัวใจเริ่มแตก
เธอหยุดมือ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอสว่าง รายชื่อหนึ่งถูกเปิดขึ้นมา ไม่ได้เขียนเป็นชื่อ มีเพียงตัวอักษรสั้นๆ เธอกดโทรศัพท์ออกเสียงสัญญาณดังไม่กี่ครั้ง ก่อนจะมีคนรับ
“สวัสดีค่ะ” พนิตาเอ่ย
“เตรียมเครื่องบินให้ฉันที ฉันพร้อมจะไปแล้ว” ปลายนิ้วของเธอกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย
“หรือว่าเพราะว่าทางบริษัทคู่แข่งของพี่ ให้เงินก้อนใหญ่กว่า เอ่อ... ไม่น่านะคะ ที่พี่ทรายจะรับเงินจากบริษัทคู่แข่ง แต่ว่า... เอ่อ... มันก็น่าจะเป็นไปได้นะคะ แหม... หากได้เงินก้อนโตๆ ก็คงจะสบายพี่ทรายไปนะสิ เพราะพี่ไม่ได้จะยกอะไรให้กับพี่ทรายนี่คะ คงจะหวังเงินก้อนนั้นแหละ เฮอะ! แน่นอนละสิคะ เงินก้อนโต ก็ทำให้พี่ทรายได้ใช้ชีวิตแบบเสวยสุขได้ แต่นี่มันบนความทุกข์ของพี่มังกรค่ะ”“พอได้แล้วโอ๋! หยุดพูดเถอะ” มังกรตวาด น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกิดจากความปกป้องพนิตา หากแต่เกิดจากความอึดอัดและสับสนในใจ ที่กำลังถูกความจริงอันบิดเบี้ยวเข้าครอบงำ“โอ๋ไม่หยุดค่ะ พี่มังกรใจดีกับผู้หญิงคนนี้เกินไปแล้ว” นิลมณีทุบเบาะรถเสียงดัง พลางบีบน้ำตาฟูมฟายสะอึกสะอื้น“พี่ทรายไม่ใช่พี่วิที่แสนดีของพวกเราหรอกนะคะ หน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่จิตใจต่างกันราวฟ้ากับเหว พี่วิโอบอ้อมอารี แต่ผู้หญิงคนนี้ใจดำอำมหิต ผลักคนตกบันไดได้หน้าตาเฉย พี่ก็คิดดูสิคะ แถมตอนที่โอ๋นอนเจ็บอยู่ เธอยังยืนมองด้วยสายตาสมเพช... พี่มังกรจำสายตาที่เขาใช้มองพี่มังกรเมื่อกี้ได้ไหมคะ? มันคือส
“เธอคิดว่าเธอเป็นใครฮึ! ทราย? ถึงได้กล้ามาขู่ฉัน จำใส่หัวไว้เถอะว่า ที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะใบหน้าของเธอที่เหมือนวิเท่านั้น”“ขอบคุณที่ช่วยตอกย้ำค่ะ... แต่น่าเสียดายนะ” พนิตาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีก ก่อนจะสาดสายตาของเธอจับจ้องไปที่นิลมณี ที่โผล่หน้า สบจ้องมองตาของพนิตาอย่างผู้ชนะ พนิตาส่งยิ้มหยันไปให้“กรงทองที่เรียกว่า การแต่งงานนี้... ฉันเปิดประตูทิ้งไว้นานแล้ว และในเมื่อคุณคิดว่า ฉันมันแย่ขนาดนั้น... งั้นเราก็มาจบเรื่องเฮงซวยนี่กันเถอะ”พนิตาหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนทันที ทิ้งให้มังกรยืนอึ้งอยู่กับคำพูดประหลาดของเธอ ความรู้สึกใจหายวาบโจมตีเขาอย่างรุนแรง จนลืมความเจ็บของนิลมณีไปชั่วขณะส่วนนิลมณี... แม้จะสะใจที่ทำให้มังกรโกรธทรายได้สำเร็จทว่าสายตาเพิกเฉยราวกับมองสิ่งปฏิกูลที่พนิตาทิ้งท้ายไว้ก่อนเข้าห้อง มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่า... เกมนี้เธอกำลังเดินตามหมากที่พนิตาวางไว้ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด และพอความพึงใจหดหาย ความรู้สึกเจ็บตามร่างกายก็โผล่ขึ้นมาพลันสายตาก็หันไปเห็นว่ามีแผล และที่แผลมีเล
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง เธอยกนิ้วมือที่สั่นเทาชี้ขึ้นไปบนชั้นสอง... ที่ซึ่งพนิตาย
นิลมณีแอบสอดกระดาษโน้ตลายมือปลอมนั้น เอาไว้ใต้ปฏิทินตั้งโต๊ะของมังกรอย่างจงใจ ให้ดูเหมือนว่า...มันถูกซ่อนไว้รีบร้อนและไม่มิดชิดพอ และจงใจหยดหมึกจากปากกาของทรายลงบนโต๊ะทำงาน เป็นรอยตำหนิเล็กๆ เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว“พี่มังกรเกลียดคนทรยศที่สุด... และถ้าเขาคิดว่า...แกเป็นคนขายความลับบริษัทจนงานพัง แกไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอนแน่ อีทราย” นิลมณีเก็บของทุกอย่างเข้าที่ มองผลงานของตัวเองด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องทำงานหญิงสาวล็อกประตูอย่างแนบเนียน แล้วเดินหายไปในเงามืดของบ้าน พร้อมกับเอกสาร ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพนิตาให้ดิ่งลงเหว... ตามแผนการที่เธอวางไว้ทุกประการในคฤหาสน์ ในบ่ายวันรุ่งขึ้น ช่างมีความวังเวงพิกล ราวกับว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแต่ก็อย่างว่าแหละ บรรยากาศมือที่สามที่ปั่นป่วนความสัมพันธ์ของมังกรกับพนิตามันทำให้มาคุขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ในความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อพนิตาเธออยู่ในชุดลำลองอย่างเรียบง่าย กำลังเดินประคองอ่างแก้วใบเล็กที่มีกล้วยไม้ป่าสีขาวบริสุ
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไ
“คิดว่าเขาจะมองมากกว่านั้น” มากกว่าน้องสาว หรือว่าเป็นมากกว่าคนที่เขาเอ็นดู แต่ความจริง… มันชัดเจนมาตลอดตั้งแต่วันแรก มังกรไม่เคยรักเธอ ไม่เคยเลย เขาแค่ดูแลเหมือนพี่ชายดูแลเด็กคนหนึ่ง เหมือนคนในครอบครัว และมันก็มีแค่นั้นไม่มีคำว่า...ผู้หญิงของเขา หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่มี…อะไรทั้งนั้นนิลมณีหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังตัดบางอย่างในใจ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปแล้ว จากความอ่อนแอ…กลายเป็นความเย็นชา เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางที่มังกรเดินหายไปภาพแผ่นหลังของเขายังติดอยู่ในสายตา แต่ความรู้สึก…ไม่ใช่ความรักที่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันคือความต้องการ ที่มากขึ้นๆ อยากจะครอบครอง และทำร้ายคนที่เขาแคร์ ปากบอกว่าไม่ แต่ใจของมังกรเหมือนจะเอนเอียงไปทางพนิตาแล้ว“ถ้าเป็นแบบนั้น โอ๋ก็จะไม่เป็นน้องสาวอีกต่อไป” ความเจ็บที่ได้รับในเวลานี้ กลับทำให้เธอรู้สึกมีพลังของการมีชีวิตรอดแบบผู้กล้า“ในเมื่อพี่มังกรไม่คิดจะมอง โอ๋ก็จะทำให้เขาต้องมองให้จงได้ ไม่ใช่ในฐานะน้องสาว แต่ในฐานะผู้หญิง ผู้หญิงของเขา”คำพูดของพนิตา ผุดขึ้นมาในหัว“พี่จะให้โอ๋ได้สิ่งที่โอ๋ต้องการทุกอย่าง…รวมถึงผู้ชา







