หน้าหลัก / โรแมนติก / หลงเด็กบำเรอใจ / 3.ปัญหาที่ไม่มีวันหมด

แชร์

3.ปัญหาที่ไม่มีวันหมด

ผู้เขียน: OPUNTIA(โอพันเธีย)
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-05-22 16:32:47

เจ๊ออน

ภายในห้องทำงานข้าวของถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ จันทร์เสี้ยวเคาะประตูสองสามทีพลางยืนคอยสักพัก

ก็อก ก็อก ก็อก

"เข้ามาได้"

ในทันทีเสียงอนุญาตดังออกมาเชื้อเชิญ ให้ร่างบางที่หัวใจเต้นระรัว อยู่หน้าประตูเข้าไป

เดินหน้ามาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ถอยหลัง

ท่องไว้จันทร์เสี้ยว 

เพื่อยาย 

เพื่อน้อง

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกและ เดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ

หญิงวัยกลางคนใบหน้าเรียวคมสวยงามสะดุดตา จันทร์เสี้ยวลอบมองท่าทีการดีดลูกคิดอย่างชำนาญช่างเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดเหลือหลาย

"คิดดีแล้วเหรอ ว่าจะเดินทางสายนี้"

"ค่ะ" เธอเงียบไปชั่วอึดใจก่อนตอบ

เมื่อได้รับคำตอบ หญิงวัยกลางคนละสายตาจากการคิดบัญชี เดินเข้ามาหาเธอที่ยืนอยู่

มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

ดวงหน้าเรียวมนประดับด้วยตากลมโต ขนตางอนงามเป็นแพ ปากอวบอิ่มและจมูกคมสวยได้รูป พวงแก้มใสเผยเลือดฝาด รูปร่างอรชรความสูงพอประมาณ

เจ๊ออนพินิจหญิงสาว อยู่ครู่หนึ่ง เขายิ้มเยาะอยู่ในใจ 

นี่มันช้างเผือกตัวงามเชียว...ป่าไหนกันช่างปล่อยของล้ำค่าออกมา

จันทร์เสี้ยวยืนตัวตรงนิ่ง แม้เกิดอาการหวั่นใจ และเกรงกลัวอยู่บ้าง แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าและร้อยยิ้มของคนที่รักเธอ ความรู้สึกเหล่านั้นก็พันหายวับไปในทันที

เจ๊ออนสมญานาม สตรีไร้พ่าย ที่ผู้คนในแวดวงสายงานสีเทาต่างพากันนับถือ เธอไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใด

 แม้เจ๊ออนจะทำนาบนหลังคน ใช้ความสาวของลูกผู้หญิงด้วยกันหาเงิน ทว่าหัวใจของเธอก็ไม่ได้เลวร้ายหน้าเลือดผิดมนุษย์มนา

มีแต่ความโอบอ้อมอารีแก่สตรีในบ้าน ทุกคนถึงเรียกเจ๊ออนว่าแม่ได้เต็มปาก

กฎการรับคนเข้าบ้านมีเพียงหนึ่งข้อคือ

ขอเพียง เป็นสตรี...

เสียงแหลมเข้มกล่าวพลางใช้ปลายพัดที่ถืออยู่ในมือ เชยคางมนให้เอียงซ้ายเอียงขวาตาม เพื่อดูให้ถนัดตา

 เจ๊ออนรู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวเป็นอย่างมาก ถึงกับอยากรู้ความเป็นมาเป็นไปของจันทร์เสี้ยว 

ไม่เพียงแค่คิดจะรับเธอส่ง ๆ เหมือนเด็กสาวทั่วไป 

"ชื่ออะไรน่ะเรา"

"จันทร์เสี้ยวค่ะ"

"ลูกเต้าเหล่าใคร ไหนเล่าให้ฟังหน่อยสิ"

"'หนูเป็นหลานของยายดวงแข มีน้องหนึ่งคน ส่วนพ่อแม่ น้าสาว น้าชาย ตายหมดค่ะ"

จันทร์เสี้ยวเล่าด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญในครั้งนั้น

"แล้วสวยขนาดนี้ ทำไมถึงไม่เลือกทำอย่างอื่นล่ะ"

วัดด้วยสายตาและจากประสบการณ์ที่ตนนั้นเก็บสะสมมาเกือบค่อนชีวิต พอจะมองออกว่าเด็กสาวนิสัยดีใช้ได้ 

หากมีทางให้เลือกเดินเธอไม่มีทางเดินบนเส้นทางนี้โดยเด็ดขาด เธอต้องมีเหตุผล

"ยายต้องผ่าตัด จันทร์ต้องงานเงินค่ะ"

จันทร์เสี้ยวตอบด้วยเสียงเรียบแต่เข้มขัน

"หนูทำงานรับจ้างทุกอย่างที่ได้เงิน  เพื่อเลี้ยงยาย และน้อง แต่รายได้ไม่เคยพอกับค่าใช้จ่าย"

"มันไม่พอค่ะ ทั้งที่หนูพยายามแล้ว"

แววตาเศร้ากระพริบถี่ 

"ยังถือพรหมจันทร์ใช่ไหม"

"คะ?  ค่ะ"

"หนูต้องการเงินค่าผ่าตัดเท่าไหร่ ฉันจะออกให้เธอก่อน แล้วมาทำงานใช้หนี้ "

"25,000 บาท นี่ค่ะเอกสารที่หมอให้มา"

เจ๊ออนรับ หนังสือแผนการรักษามามองกวาดสายตาด้วยความเร็ว แต่แล้วก็ สะดุดที่นามสกุล

นางดวงแข  รุ่งเรือง

หัวใจที่ร้อนนานนับหลายปี เย็นวาบในทันที 

ความสั่นของมือเกิดโดยอัตโนมัติ เจ๊ออนคว้าสร้อยคอที่สวมใส่ออกมา ทั้งค่อย ๆ เปิดสร้อยทองจี้หัวใจ

ความเศร้าเข้าปกคลุม น้ำตาเม็ดโตหยดลงรูป เธอรีบเอามือเช็ดออกอย่างลนลานเกรงว่าสิ่งนั้นจะบุบสลาย

"สร้อยเส้นนี้พี่ขอหมั่นน้องไว้ก่อนชอบไหม"

"ชอบจ้ะ"

ภาพวันวานย้อนหวนคืนกลับมา ยิ่งพาหัวใจให้ คิดถึงชายที่รัก 

เพื่อความแน่ใจ ว่าเขายังมีชีวิตอยู่เจ๊ออนจึงเอ่ยถามย้ำอีกครั้งและในใจภาวนาให้นเรศแต่งงานมีความสุขกับใครสักคน

ถึงแม้ชาตินี้ไร้วาสนาไม่อาจครองคู่กันแต่ก็หวังดีเสมอ

"หนูบอกว่าอะไรนะ นเรศ รุ่งเรืองตายแล้วอย่างนั้นเหรอ"

เสียงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"ใช่ค่ะ 2 ปีก่อนคนเมาขับรถชนประสานงาน "

เจ๊ออนถึงกลับหลั่งน้ำตาทันที ปล่อยความเสียใจ มือกำสร้อยจี้หัวใจคล้ายกำหัวใจตัวเองที่ร้าวราน

ทำไมพี่ถึงไม่ใช้ชีวิตให้ดี ฉันหวังว่าพี่จะมีสุข

นึกถึงเธอในวัยเยาว์...

ออนในวัยแรกแย้ม พบรักกับชายหนุ่มรูปงาม นั้นก็คือ นเรศ น้าชายของเด็กสาวตรงเบื้องหน้า

ความรักของทั้งคู่สุกงอมจวนจะจูงมือกันและกันเข้าประตูวิวาห์

แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็พันเกิด แม่พ่อของเธอได้จับเธอแต่งงานไปกับลูกคนรวย

คนที่ผิดสัญญาก่อนคือเธอ และชีวิตแต่งงานที่พ่อแม่เลือกให้

ราวกับฝันร้าย เขาทั้งทุบตีด่าทอ จนวันหนึ่งฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้น มีดใช้ทำกับข้าว ถูกปักลงกลางใจของสามีชั่วเขาคือเดรัจฉานในคาบคน รอยเปลือดกระเซ็นเปื้อนดวงหน้าขาว มือบางเช็ดออกหมดจดราวกับหมดใจ

หลังจากพ้นโทษ เธอจึงเริ่มสร้างบ้านเรือนดอกแก้ว ให้แก่ผู้หญิงและเด็กที่ไร้ทางไปได้พึ่งพิง

"ขอโทษนะจ๊ะที่น้ากลั้นน้ำตาไม่อยู่"

"น้า ?"

จันทร์เสี้ยว ทวนคำพูดของสตรีงามเบื้องหน้าที่ร้องไห้ในทันที เมื่อรู้ว่าน้าขายของเธอได้จากไปตั้งแต่สองปีก่อน

"ใช่จ้ะ น้าเป็นเพื่อนเก่าของนเรศ"

"เอาเงินนี้ไปรักษายายเลยนะไม่ต้องทำงานที่นี้หรอก"

เจ๊ออนเอื้อมมือไปแตะมือจันทร์เสี้ยวถุงเงินถูกยัดลงบนมือเรียว อย่างตั้งใจ 

จันทร์เสี้ยวสะดุ้งเล็กน้อย พลางเอาเงินคืนเจ๊ออน 

"รับไปเถอะ น้าเต็มใจ"

"ขอบคุณค่ะ อย่างงั้นเงินนี้หนูยืมนะคะ"

เพียงแค่เธอมีเงินเป็นค่ารักษายายในทันทีมันก็ดีต่อใจเธอมาก็แล้วบุญคุณท้วมฟ้า เธอต้องหาทางตอบแทน

"เมื่อเสร็จธุระแล้ว หนูจะมาทำงานใช้หนี้ทันทีค่ะ"

น้าออนวางมือลงบนหัวอย่างเอ็นดู

"ถือซะว่าน้าช่วยแม่เพื่อนได้ไหม"

"ขอบคุณนะคะ"

ออนสวมกอดจันทร์เสี้ยวด้วยความรักราวกับว่าพวกเขาเป็นแม่ลูกที่พลัดพรากกัน

ถึงอย่างไร เธอก็จะหาเงินมาคืนน้าออนอยู่ดี

หัวใจที่เคยตากแดดโดนฝนบัดนี้อบอุ่นอีกครั้ง จากสตรีพึ่งพบหน้าไม่ถึงวัน 

นอกจากยายแล้ว

ก็คงมีแม่เล้านางยักษ์ผู้ใจดี คนนี้ที่เห็นเนื้อแท้ เห็นใจและเข้าใจเธอ...

คืนแห่งความมืดมน...

ในคืนก่อนจะนำเงินไปจ่ายที่โรงพยาบาล

"พระจันทร์ใกล้เปิดเทอมแล้ว เอาหนังสือมาอ่านให้พี่ฟังหน่อยสิ ลืมหมดแล้วมั้งปิดเทอม"

"ถ้าหากอ่านเก่ง และคล่องแคล่ว พรุ่งนี้มีรางวัล"

เงียบ

"จะมีใครอยากกินขนมเซเว่นไหมนะ เลือกอะไรก็ได้"

ไม่มีเสียงตอบรับทั้งที่เอ่ยชื่อร้านที่เขาเฝ้ามองอยากเข้าไปทุกวัน

"หลับเหรอ!"

"พระจันทร์"

เธอเดินเข้าไปภายในบ้าน ต้องตกใจสุดขีด น้าชายเล็กเขากลับมา

ตั้งแต่จำความได้ทุกครั้งที่กลับบ้านไม่เคยมีเรื่องดีสักครั้ง มันเหมือนพายุที่พัดทุกอย่างให้ราบ 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน

เหมือนมีฝ่ามือที่หยาบกร้านบีบหัวใจเธอจนแหลกละเอียด เมื่อพระจันทร์อยู่ในอ้อมแขนเขา

" เอาเงินมา 400,000 ไม่อย่างนั่นฉันจะเอาลูกฉันไป"

"พี่คะ ช่วยหนูด้วย เขาไม่ใช่พ่อของหนู "

"หนูไม่อยากไป"

ดวงตากลมโตส่งสายตาในเชิงขอร้องจ้องมองมายังจันทร์เสี้ยว ปากถูกปิดด้วยมือห้ามไม่ให้ส่งเสียงอีก พระจันทร์ทำได้เพียงสะอื้นให้เบา ๆ พร้อมกับคราบน้ำตาไหลที่อาบแก้ม 

"คุณน้า เห็นไหมพระจันทร์ตกใจกลัวหมดแล้ว"

น้องสาวที่เธอรักและหวงแหนร้องด้วยความหวาดกลัว ใจของเธอร้อนราวกับไฟที่เติมฟืนและเชื้อเพลิง

"ไปหาเงินมา ไม่อย่างนั้นพระจันทร์ต้องไปกับฉัน"

น้าชายคือลูกที่เกิดกับเมียน้อยของตา ตั้งแต่ลืมตาดูโลกได้เพียงสองเดือนแม่ก็จากไปด้วยโรคร้าย ตาหอบเด็กชายตัวอ้วนกลับบ้านมาให้ยายเลี้ยง

แต่เพราะความไม่รักดี เขาใช้ชีวิตในทางที่ผิด กินเหล้า เค้านารี ผีพนัน หนักสุดเป็นผู้ค้ายาที่ไม่ต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ

ตั้งแต่พระจันทร์เกิดได้ไม่กี่วัน เขานำเธอมาทิ้งไว้ แล้วหนีหายไปนานหลายปีการกลับมาของเขาในวันนี้ไม่ใช่คิดถึงลูกแต่ 

ต้องการเงิน เงินที่มากถึง 400,000 เธอจะไปหาจากไหน

"ขอเวลาฉัน สองอาทิตย์นะคะ"

"ไม่ 7 วัน ฉันต้องได้เงิน รับปากสิ"

"พวกมันจะฆ่าฉัน ฉันต้องเอาพระจันทร์ไปขัดดอก"

คำพูดที่ไม่ควรออกจากปากผู้เป็นพ่อ เขาไม่ควรเป็นพ่อด้วยซ้ำ...

เสือร้ายมันยังไม่กินลูกตัวเอง แล้วนี้คนเป็นสัตว์ประเสริฐเพื่อกลบความชั่ว ความเลวทรามของตน ที่หลงมัวเมาปล่อยให้ผีการพนันเข้าสิง สร้างหนี้ขึ้นถึงขนาดยอมขายลูก 

"ได้ ฉันรับปาก"

จันทร์เสี้ยวมือสั่น ลมหายใจขาดห้วง รีบตกปากรับคำ เมื่อนึกถึงความรู้สึกของพระจันทร์ที่ได้ยินคนเป็นพ่อจะขายเธอ

พระจันทร์ถูกปล่อยตัวจาการเกาะกุมเธอโผเข้าสวมกอดพี่สาวในทันที 

"พี่ หนูไม่ไป" เสียงน้อย ๆ ของเธอราวกับมีดกรีดกลางใจเธอ

"ไม่เป็นไรนะ พี่ไม่ยอมให้ใครมาเอาเธอไปทั้งนั้น"

โรงพยาบาล..

ในวันรุ่งขึ้น หลังจากจ่ายค่าผ่าตัดของยาย เธอหลบเลี่ยงผู้คนมายังสวนนั่งเล่นของโรงพยาบาล 

เรื่องของยายพลันโลงใจไปแต่ซ้ำร้ายความกดทับจากอากาศยังไม่จางจากไป แต่มวลน้ำตามันกลับล้นเอ่อออกมาอย่างท่วมท้น 

ขาทั้งสองอ่อนแรง ทรุดลงบนพื้นหญ้าเธอปล่อยใจให้น้ำตาไหลอย่างเงียบงัน 

ความเหนื่อยล้า สะสม

ปัญหาเก่าที่ยังไม่คลาย ปัญหาใหม่กลับเพิ่มขึ้น

ต่อให้เธอเข้มแข็ง รับไหว ไม่เคยปริปากพูดสักครั้ง แต่เธอเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง  แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้นเสียใจได้ร้องไห้เป็น

ในวันที่หัวใจตกหลุมอากาศ ขอเพียงสิทธิ์ร้องไห้ปลอบใจแล้วจะลุกขึ้นใหม่

ทิวสนในระหว่างที่เขาพายายมานวด กลับเจอเธออีกแล้ว!

ภาพหญิงสาวคนนั้น 

คนที่ชนเขาหน้าห้องน้ำ

คนที่เป็นลมต่อหน้าเขา

และวันนี้เธอคงเสียใจจริง ๆ ถึงได้ร้องไห้ในที่สาธารณะแบบไม่อายคน

น้ำตาเปียกปอนบนใบหน้างามและความอ่อนไหวนั้น มันช่างบีบคั้นความรู้สึกของเขาจับใจ  เขาเหมือนถูกมนต์สะกดรู้ตัวอีกทีขาทั้งสองเดินตรงไปหยุดยืนข้างกายหญิงสาว

"คุณ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"

ผ้าเช็ดหน้าลายดอกทานตะวัน เล็ก ๆ ถูกยื่นให้เธอ

จันทร์เสี้ยวที่จมอยู่กับความขมขื่นของชีวิต 

เพียงประโยคสั้น ๆ แต่ร้อยล้านความหมาย

ยิ่งมีคนปลอบ น้ำตาที่ไหลอยู่ ยิ่งไหลพรากราวกับฝนตกห่าหนึ่ง

เขาเป็นใครกันที่มาห่วงใยเธอ

ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่มีคนเข้าใจหรือห่วงใยเธอเลย  มีแต่เธอที่เป็นฝ่ายห่วงใยคนอื่น 

ไหวไหม ทานข้าวหรือยัง

หรือสบายดีหรือเปล่า ในสายตาคนนอกต่างพากันสมเพส เวททนาคนฐานะต่ำต้อยเช่นเธอ

 จันทร์เสี้ยวเงยหน้ามองผู้มาเยือนผ่านม่านน้ำตา ความรู้สึกซาบซึ้งในใจไม่ถูกเอ่ยออกมา

เธอใช้มือปาด ๆ เช็ด ๆ น้ำเจิ่งนอง ให้มันหายไป

"ผ้าเช็ดหน้าครับ สะอาดแน่นอน"

"ขอบคุณค่ะ"

จันทร์เสี้ยวรับน้ำใจพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ ถึงจะอบอุ่นแต่เธอไม่ควรคุยกับชายแปลกหน้า

ร่างบางรีบเดินจากไปทันที

ชายรูปร่างสูงโปร่ง แข็งแกร่ง ใบหน้าคมเข้ม คิ้วดกจมูกโด่งคมสัน ปากหยักได้รูป สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงศอก กางแกง   สแลคขายาวสีดำ สวมนาฬิกาเรือนละหลายแสน

มิทันได้เอ่ย เธอก็จากไปเสียแล้วสายตาตมเข้มได้แต่มองตามหลังหญิงสาวที่ค่อย ๆ เดินห่างไปไกล

 การพบกันเรียกได้ว่าอาจเป็นเพราะโลกกลม หรือพรหมลิขิตกันแน่

ทุกครั้งที่เจอเธอ มักจะทำให้เขาแปลกใจอยู่ไม่น้อย เหมือนว่าเธอเปราะบางก็ไม่ใช่เข้มแข็งก็ไม่เชิง

แต่ทุกครั้งที่เจอเธอแม้เสี้ยวนาที  เขากลับอุ่นใจราวกับเจอเพื่อนเก่า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลงเด็กบำเรอใจ   31 ตอนจบ

    ใบหน้าหล่อเหล่า โน้มตัวลงหอมเบา ๆ บนแก้มเนียน แต่ทว่า ร่างในอ้อมแขนกลับยังคงหลับสนิท เขาจึงประทับริมฝีปากอุ่น ๆ ไปทั่วใบหน้า ในความมืดสลัว "ตื่นได้แล้วครับ"เสียงทุ้มนุ่ม "เช้าแล้วเหรอคะ"เสียงหวานอิดออด พลางลืมตาขึ้น "ยังไม่เช้าสักหน่อย ปลุกจันทร์ทำไมคะ" "ความลับ! ถ้าช้าหนูจะพลาดโอกาสดีนะครับ" พอได้ยินว่า ความลับ จันทร์เสี้ยวหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ ไม่นานทั้งคู่ก็พร้อมออกเดินทาง เขาจูงมือเธอเดินไปยังรถยนสี่ประตู ก่อนเปิดประตูให้เธอนั่ง เขาเตรียมผ้ามาพันคอให้ เธอ "เผื่อหนาว"เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล เขาในตอนนี้อ่อนโยน เอาใจใส่ จนเธอนึกว่าตนเองยังไม่ตื่นจากฝัน จึงใช้นิ้วหยิกตัวเอง โอ๊ย! ไม่ฝัน มันคือความจริง เขาอ่อนโยนกับเธอ ประตูรถถูกเปิดออก จันทร์เสี้ยวนั่งลงอย่างว่าง่าย เมื่อเขาส่งเธอนั่งเรียบร้อยแล้ว จึงเดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ รถยนต์วิ่งฝ่าความมืดออกไป สองข้างทางเป็นป่าที่มีแต่ไม้ใหญ่ แสงไฟของรถสาดไปตามถนนเป็นระยะไม่นานก็ถึงโฮมสเตย์ไม้ ติดลำธาร เปี๊ยกผู้จัดการรีบเดินออกมาต้อนรับผู้เป็นเจ้านาย "ลูกพี่มาแล้ว คิดถึงจังเลย"เปี๊ยกเดินเข้าไปสวมกอดเขา

  • หลงเด็กบำเรอใจ   30 มากกว่าสิ่งใด

    เช้าวันนี้ทิวสนเดินทางไปทำงานทั้งที่เมื่อคืนป่วยหนัก ใจเขาไม่อยากทิ้งภรรยาคนงามไว้ที่บ้านเพียงลำพัง แต่ด้วย โครงการเร่งด่วน บีบบังคับให้เขาพากายที่ไร้หัวใจเข้าประชุมพนักงานทุกฝ่ายเข้าประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อได้เผลอทำในสิ่งที่เจ้านายไม่ได้สั่งและปิดบังจนเรื่องบานปลาย หัวหน้าโครงการนั่งตัวเกร็งเหงื่อตกเปิดหาเอกสารด้วยอาการร้อนรน"นี่ครับ คุณทิวสนเอกสารที่คุณต้องการ"มือที่ยื่นแฟ้มเอกสารให้ผู้เป็นนายด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะปาดเหงื่อบนใบหน้า สายตาคมเข้มรอบมองลูกน้องอย่างเงียบ ๆ ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้พนักงานในห้องประชุมถึงกับงงกันเป็นแถว "ในเมื่อผิดพลาดไปแล้ว ก็ต้องรีบแก้ไข วันนี้ทุกคนคงต้องอยู่ทำงานจนดึก เดี๋ยวให้ฝ่ายบุคคลสั่งอาหารเย็นให้ วันนี้พอแค่นี้ไปทำงานเถอะ"ทิวสนในสายตาลูกน้องคือคนเคร่งคัดเป็นระเบียบ ดุ จริงจังกับการทำงานห้ามผิดพลาดและบทลงโทษสำหรับคนผิดพลาดนั้น ทุกคนต่างพากันหวาดกลัวเป็นที่สุด กร ถอนหายใจทันทีที่หลังพ้นประตูห้องประชุม สำหรับเขาแล้วมันคือขุมนรกที่มัจจุราชกำลังพิพากษาตัดสินโทษแก่ดวงวิญญาณผู้ได้พลั้งมือฆ่าคน "นึกว่าจะโดนไล่ออกซะแล้ว""นั่นสิ สาธุ ศั

  • หลงเด็กบำเรอใจ   ตอนที่29ฝันร้ายกลายเป็นดี

    ใบหน้าหล่อคมเต็มด้วยรอยช้ำ เสี่ยงเพ้อหลุดจากปากปลุกให้ร่างอวบอิ่มตกใจตื่นขึ้นมา"คุณทิวสน คุณทิวสนคะ"เธอเอ่ยเรียกด้วยอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น ทว่าคนที่เธอเอ่ยปากเรียกกลับไร้เสียงตอบรับ แถมยังเพ้อไม่หยุด จันทร์เสี้ยวสลัดความง่วงที่เกาะกุมให้หลุดก่อนใช้มือไปสัมผัสตัวเขาพลางเขย่าเบา ๆ นอนอะไรขนาดนั้น เรียกก็แล้ว เขย่าก็แล้ว เธอนึกโมโหในใจ มือเรียวจึงคว้าเปิดๆหัวเตียงก่อนขยับลุกขึ้นนั่ง ตั้งท่าจะไปบ่นให้เขาเสียเต็มที่ ทว่าใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ซีดเซียวราวกับไก่ต้ม เธอใช้มืออังวัดไข้ เพียงสัมผัสบางเบาก็รับรู้ได้ถึงความร้อนระอุเธอจึงรีบลุกจากเตียงเดินตรงไปยังห้องแต่งตัว เปิดหาผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดตัว ไม่นานเธอกลับออกมาในมือถือถังใส่น้ำอุ่นและกระเป๋ายาเดินตรงมายังเตียง เปิดกล่องยาใช้เครื่องวัดไข้ วัดที่หน้าผากเขาหน้าจอแสดงผลอุณหภูมิสูงถึงสามสิบเก้าองศา ไข้สูงเชียว ทำไมฉันต้องมาดูแลคนที่ทิ้งฉันไปด้วย แต่ช่างเถอะพรุ่งนี้ยังไงฉันก็จะไปจากที่นี่แล้ว แค่ตอนนี้ช่วยเหลือถือซะว่าเอาบุญ ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น ท่องไว้ จันทร์เสี้ยวเมื่อนึกได้ดังนั้นเธอจึงเริ่มลงมือเช็ดตัวให้เขาจนไข้ลดลง ความเ

  • หลงเด็กบำเรอใจ   ตอนที่28.ไม่ปล่อยเธอ 2

    "คุณเห็นจันทร์เป็นอะไร" มือบางที่กำแน่น...มันแน่นจนตัวเธอเองก็รับรู้ได้ถึงรอยเล็บที่ฝังลงบนเนื้อตัวเอง ทุบไปยังไหล่เขา ที่บัดนี้ไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระความเจ็บคอยย้ำเตือนตนเองภายในใจ...เจ็บตอนนี้ดีกว่ากลับมาอยู่ในสถานะเขารักก็ดีด้วย พอไม่รักเขาก็ไม่เห็นค่า..."โอ๊ย"ใบหน้าคมถึงกับนิวหน้า ราวกับว่าโดนของมีคมแทงทะลุเนื้อไหล่เขา เลือดค่อย ๆ ซึมทะลุชุดนอน"คุณเป็นอะไรคะ ทำไมถึงมีเลือด" เธอรีบปลดกระดุมเสื้อเพื่อดูที่มาของเลือดเขาไม่ตอบกับเพียงยิ้มที่เห็นคนบางคนเมื่อกี้ยังต่อว่าเขาอยู่ พอเห็นว่าเขาไม่สบายกลับแสดงอาการเป็นห่วงทันทีที่ปลดเปลื้องเสื้อออกเผยให้เห็นท่อนบนที่เปลือยเปล่ากล้ามเนื้อเป็นลอนที่เธอคุ้นเคย เลือดแดงฉานซึมทะลุผ้าปิดแผลเพราะเธอเป็นคนทำ"แผลน่าจะปริ ไปหาหมอเถอะค่ะ"เธอที่ทำเตรียมจะลุกพาเขาไปหาแต่มือหนายังคงรั้งเอวบางไว้ในอ้อมแขน"ไม่ต้องไปหรอก...แค่หนูห่วงใยพี่แผลนี้ก็หายแล้ว"คำที่เขาเอ่ยออกมามันทำให้ใจของเธอราวกับดอกไม้แห้งเฉาได้รับน้ำจากคนสวน สดชื่นแต่ต้องรอคอย ซึ่งเธอไม่อยากเฝ้ารอการดูแลจากใครอีก เธออยากเป็นดอกไม้ที่เติบโตข้างริมน้ำ"แค่วันนี้เท่านั้นค่ะ พรุ่งนี้จั

  • หลงเด็กบำเรอใจ   ตอนที่27.ไม่ปล่อยเธอ

    บรรยากาศภายในรถปกคลุมไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดัง สายตาคู่งามมองทอดออกไปนอกบานกระจกรถ ใจอยากให้ถึงบ้านเสียเร็ว ๆ ไม่ต้องทนอยู่กับซาตานน้ำแข็งเช่นเขา ถึงแม้ว่าช่วงนี้ท่าทีของเขาแปลกไป อ่อนโยนขึ้น เธอก็ไม่อาจคาดเดาความคิดเขาได้ว่าจะระเบิดความเคียดแค้นใส่เธออีกตอนไหน ทว่าวันนี้เขาขับช้ากว่าปกติ ยิ่งกินอิ่มท้องผนวกกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศเธอรู้สึกสบายตัวจนไม่อาจต้านทานความง่วง ผล็อยหลับไปในที่สุด สายตาคมลอบมองเธอลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอจากร่างบางที่บัดนี้อวบขึ้นเล็กน้อยกำลังนอนหลับตาพริ้มแก้มเนียนอมชมพู ในขณะเดียวกัน มือหนารีบประคองใบหน้างามที่กำลังเอนตกจากการหลับลึกให้อยู่ในท่าที่นอนสบาย อย่างเบามือ อย่างเกรงกลัวว่าเจ้าของความงามนี่จะตื่น เปรียบดั่งรักษาน้ำหยุดสุดท้ายที่มีในมือไม่ให้ร่วงหายไป ทว่ามือบางกลับไม่ยอมปล่อยแขนของเขาให้เป็นอิสระเธอดึงรั้งเอาไว้ก่อนขยับตัวเข้าหากอดแขนของเขาแน่นยิ่งกว่าเชือกที่ผูกตาย...ไม่สามารถหาทางแก้ได้ "คนใจร้าย..."เสียงหวานพร่ำเพ้อพูดในขณะที่ยังหลับ แม้ยามหลับฝันเธอยังต่อว่าเขาขนาดนี้ นับประสาอะไรกับตอนตื่นเธอต้องไม่ให้อภ

  • หลงเด็กบำเรอใจ   ตอนที่26.ความจริงปรากฏ

    บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบชั่วขณะ ทุกคนทานข้าวอย่างเงียบ ๆ อย่างรอคอยคำตอบ ของจันทร์เสี้ยว "แต่ยายว่ามันคือข่าวดีสำหรับบ้านของเรานะลูก ไม่ผิดแน่นอน อาการของทิวสนเหมือนคุณตาตอนที่ยายตั้งครรภ์แม่เข็ม และเหมือนพ่อไผ่ตอนที่แม่มะลิตั้งครรภ์ทิวสน บ้านเรามันเป็นกรรมพันธุ์สามีแพ้ท้องแทนภรรยา" "ตอนนี้ทิวสนเหมือนตาสมัยหนุ่ม ๆ ง่วงนอนท้้งวัน แถมทานต้มกล้วยอีกอาการชัดขนาดนี่" "วันนี้ข่าวดีจริง ๆ อยู่ที่นี่กับตาและยายนะจันทร์เสี้ยว ไม่ต้องไปไหน ส่วนใครมันไม่ยอมรับอะไร ก็ปล่อยมันไป ตาเลี้ยงเองเหลนคนนี้" "ค่ะ ขอบคุณสำหรับความรักที่คุณตาและคุณยายมอบให้จันทร์นะคะ แต่จนไม่อาจทนอยู่ในที่มองว่าจันทร์ทำผิดได้ ให้ฉันไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะนะคะ หนูขอร้อง" "เด็กต้องเกิดท่ามกลางสายตาคนเป็นพ่อที่ไม่ยอมรับแม่ของเขามันโหดร้ายเหลือเกิน....สำหรับผ้าขาวหนึ่งผืน" ไม่เป็นไรเลยนะลูกแม่สามารถเลี้ยงลูกได้ เธอสื่อสารกับลูกในท้อง การแต่งงานครั้งนี้ค่าสินสอดแต่งงาน ยายของเธอไม่เรียกร้องสักบาท ขอเพียงเขาดูแลเธอเท่านั้นเอง ทว่าในเมื่อมันไปต่อไม่ได้ ถอยออกมาย่อมดีกว่า เงินค่าสินสอดที่เธอได้พอทำให้เธอยกฐานะจากหาเช้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status