ログインเธอที่ต้องขายศักดิ์ศรีความสาวแลกกับการที่ยายได้รับการรักษาน้องได้โอกาสเรียนหนังสือ ต่อให้ต้องขายวิญญาณเธอก็ยอมและเขาที่เจ็บช้ำจากเมียเก่าเรียกเด็กไม่ซ้ำหน้าแต่ทว่าคืนนั้นสาวเชยๆผู้หนึ่งกลับมัดใจเขาได้
もっと見るใบหน้าหล่อเหล่า โน้มตัวลงหอมเบา ๆ บนแก้มเนียน แต่ทว่า ร่างในอ้อมแขนกลับยังคงหลับสนิท เขาจึงประทับริมฝีปากอุ่น ๆ ไปทั่วใบหน้า ในความมืดสลัว "ตื่นได้แล้วครับ"เสียงทุ้มนุ่ม "เช้าแล้วเหรอคะ"เสียงหวานอิดออด พลางลืมตาขึ้น "ยังไม่เช้าสักหน่อย ปลุกจันทร์ทำไมคะ" "ความลับ! ถ้าช้าหนูจะพลาดโอกาสดีนะครับ" พอได้ยินว่า ความลับ จันทร์เสี้ยวหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ ไม่นานทั้งคู่ก็พร้อมออกเดินทาง เขาจูงมือเธอเดินไปยังรถยนสี่ประตู ก่อนเปิดประตูให้เธอนั่ง เขาเตรียมผ้ามาพันคอให้ เธอ "เผื่อหนาว"เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล เขาในตอนนี้อ่อนโยน เอาใจใส่ จนเธอนึกว่าตนเองยังไม่ตื่นจากฝัน จึงใช้นิ้วหยิกตัวเอง โอ๊ย! ไม่ฝัน มันคือความจริง เขาอ่อนโยนกับเธอ ประตูรถถูกเปิดออก จันทร์เสี้ยวนั่งลงอย่างว่าง่าย เมื่อเขาส่งเธอนั่งเรียบร้อยแล้ว จึงเดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ รถยนต์วิ่งฝ่าความมืดออกไป สองข้างทางเป็นป่าที่มีแต่ไม้ใหญ่ แสงไฟของรถสาดไปตามถนนเป็นระยะไม่นานก็ถึงโฮมสเตย์ไม้ ติดลำธาร เปี๊ยกผู้จัดการรีบเดินออกมาต้อนรับผู้เป็นเจ้านาย "ลูกพี่มาแล้ว คิดถึงจังเลย"เปี๊ยกเดินเข้าไปสวมกอดเขา
เช้าวันนี้ทิวสนเดินทางไปทำงานทั้งที่เมื่อคืนป่วยหนัก ใจเขาไม่อยากทิ้งภรรยาคนงามไว้ที่บ้านเพียงลำพัง แต่ด้วย โครงการเร่งด่วน บีบบังคับให้เขาพากายที่ไร้หัวใจเข้าประชุมพนักงานทุกฝ่ายเข้าประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อได้เผลอทำในสิ่งที่เจ้านายไม่ได้สั่งและปิดบังจนเรื่องบานปลาย หัวหน้าโครงการนั่งตัวเกร็งเหงื่อตกเปิดหาเอกสารด้วยอาการร้อนรน"นี่ครับ คุณทิวสนเอกสารที่คุณต้องการ"มือที่ยื่นแฟ้มเอกสารให้ผู้เป็นนายด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะปาดเหงื่อบนใบหน้า สายตาคมเข้มรอบมองลูกน้องอย่างเงียบ ๆ ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้พนักงานในห้องประชุมถึงกับงงกันเป็นแถว "ในเมื่อผิดพลาดไปแล้ว ก็ต้องรีบแก้ไข วันนี้ทุกคนคงต้องอยู่ทำงานจนดึก เดี๋ยวให้ฝ่ายบุคคลสั่งอาหารเย็นให้ วันนี้พอแค่นี้ไปทำงานเถอะ"ทิวสนในสายตาลูกน้องคือคนเคร่งคัดเป็นระเบียบ ดุ จริงจังกับการทำงานห้ามผิดพลาดและบทลงโทษสำหรับคนผิดพลาดนั้น ทุกคนต่างพากันหวาดกลัวเป็นที่สุด กร ถอนหายใจทันทีที่หลังพ้นประตูห้องประชุม สำหรับเขาแล้วมันคือขุมนรกที่มัจจุราชกำลังพิพากษาตัดสินโทษแก่ดวงวิญญาณผู้ได้พลั้งมือฆ่าคน "นึกว่าจะโดนไล่ออกซะแล้ว""นั่นสิ สาธุ ศั
ใบหน้าหล่อคมเต็มด้วยรอยช้ำ เสี่ยงเพ้อหลุดจากปากปลุกให้ร่างอวบอิ่มตกใจตื่นขึ้นมา"คุณทิวสน คุณทิวสนคะ"เธอเอ่ยเรียกด้วยอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น ทว่าคนที่เธอเอ่ยปากเรียกกลับไร้เสียงตอบรับ แถมยังเพ้อไม่หยุด จันทร์เสี้ยวสลัดความง่วงที่เกาะกุมให้หลุดก่อนใช้มือไปสัมผัสตัวเขาพลางเขย่าเบา ๆ นอนอะไรขนาดนั้น เรียกก็แล้ว เขย่าก็แล้ว เธอนึกโมโหในใจ มือเรียวจึงคว้าเปิดๆหัวเตียงก่อนขยับลุกขึ้นนั่ง ตั้งท่าจะไปบ่นให้เขาเสียเต็มที่ ทว่าใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ซีดเซียวราวกับไก่ต้ม เธอใช้มืออังวัดไข้ เพียงสัมผัสบางเบาก็รับรู้ได้ถึงความร้อนระอุเธอจึงรีบลุกจากเตียงเดินตรงไปยังห้องแต่งตัว เปิดหาผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดตัว ไม่นานเธอกลับออกมาในมือถือถังใส่น้ำอุ่นและกระเป๋ายาเดินตรงมายังเตียง เปิดกล่องยาใช้เครื่องวัดไข้ วัดที่หน้าผากเขาหน้าจอแสดงผลอุณหภูมิสูงถึงสามสิบเก้าองศา ไข้สูงเชียว ทำไมฉันต้องมาดูแลคนที่ทิ้งฉันไปด้วย แต่ช่างเถอะพรุ่งนี้ยังไงฉันก็จะไปจากที่นี่แล้ว แค่ตอนนี้ช่วยเหลือถือซะว่าเอาบุญ ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น ท่องไว้ จันทร์เสี้ยวเมื่อนึกได้ดังนั้นเธอจึงเริ่มลงมือเช็ดตัวให้เขาจนไข้ลดลง ความเ
"คุณเห็นจันทร์เป็นอะไร" มือบางที่กำแน่น...มันแน่นจนตัวเธอเองก็รับรู้ได้ถึงรอยเล็บที่ฝังลงบนเนื้อตัวเอง ทุบไปยังไหล่เขา ที่บัดนี้ไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระความเจ็บคอยย้ำเตือนตนเองภายในใจ...เจ็บตอนนี้ดีกว่ากลับมาอยู่ในสถานะเขารักก็ดีด้วย พอไม่รักเขาก็ไม่เห็นค่า..."โอ๊ย"ใบหน้าคมถึงกับนิวหน้า ราวกับว่าโดนของมีคมแทงทะลุเนื้อไหล่เขา เลือดค่อย ๆ ซึมทะลุชุดนอน"คุณเป็นอะไรคะ ทำไมถึงมีเลือด" เธอรีบปลดกระดุมเสื้อเพื่อดูที่มาของเลือดเขาไม่ตอบกับเพียงยิ้มที่เห็นคนบางคนเมื่อกี้ยังต่อว่าเขาอยู่ พอเห็นว่าเขาไม่สบายกลับแสดงอาการเป็นห่วงทันทีที่ปลดเปลื้องเสื้อออกเผยให้เห็นท่อนบนที่เปลือยเปล่ากล้ามเนื้อเป็นลอนที่เธอคุ้นเคย เลือดแดงฉานซึมทะลุผ้าปิดแผลเพราะเธอเป็นคนทำ"แผลน่าจะปริ ไปหาหมอเถอะค่ะ"เธอที่ทำเตรียมจะลุกพาเขาไปหาแต่มือหนายังคงรั้งเอวบางไว้ในอ้อมแขน"ไม่ต้องไปหรอก...แค่หนูห่วงใยพี่แผลนี้ก็หายแล้ว"คำที่เขาเอ่ยออกมามันทำให้ใจของเธอราวกับดอกไม้แห้งเฉาได้รับน้ำจากคนสวน สดชื่นแต่ต้องรอคอย ซึ่งเธอไม่อยากเฝ้ารอการดูแลจากใครอีก เธออยากเป็นดอกไม้ที่เติบโตข้างริมน้ำ"แค่วันนี้เท่านั้นค่ะ พรุ่งนี้จั
ท้องฟ้าปล่อยหยาดเม็ดฝนพร่างพราวลงมา เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง ไม่ใช่ในนภาลอยคลื่นเมฆ แต่เป็นฝนตกในใจเธอก็อก ก็อก ก็อก"ขออนุญาตเข้าไปค่ะ""เชิญครับ"เขาผู้ที่นั่งทอดกายรอลูกน้องพาหญิงสาวมาส่ง แปลกใจอย่างมาก ที่ผู้มาเยือนขออนุญาตก่อนเข้าห้องในเมื่อเธอพูดเพราะมา เขาจึงตอบกลับด้วยมารยาทจันทร์เสี้ยวเดินไปย
ผ้าขาวผืนบางแต่งแต้มรวดลายงานหัตถกรรมดอกทานตะวันปักแน่นไม่ไหวติงปักใจผู้ทำ แต่ไม่ใช่ตะวันโน้มหาแสง เช่นเดียวกับชีวิตผู้ปัก สักวัน...เธอจะเป็นตะวันไม่โน้มเข้าหาใคร"โอ๊ย"เข็มจิ้มทะลุเนื้อผ้าเลือดแดงฉานซึมช้า ๆ ออกจากปลายนิ้วเจ๊ออนยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธอซับรอยเลือด พร้อมสายตาที่มองลอดแว่นอ่านหนังสื
วัดแห่งหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวเช้าวันใหม่เมฆเลื่อนคล้อยกาลเวลา ใบไม้ปลิดปลิวไสวเอนโน้มกิ่งไปมาตามธรรมชาติ ลมอ่อนพัดโชย ภาพถ่ายสีขาวดำชายผู้ชรา ป้ายบอกชื่อ วันชาตะและมรณะ ควันธูปลอยอบอวนตามลม ดอกไม้ ทั้งของกินตามความเชื่อที่ว่านำมาไหว้แล้วจะส่งถึงผู้ตาย"ตาจ๋า"เพียงแค่เอ่ยถึงร่มโพธิ์ร่มไทรที่เคยให
ห้องนอนใจที่ว่างเปล่าภายใต้ความเงียบงันในห้องนอน บนตึกสูงเฉียดฟ้า ชายหนุ่มนั่งทอดกายบนโซฟา ดวงตาหนักอึ้งแต่หัวใจปฏิเสธการหลับใหลทุกค่ำคืนหลังจากคืนนั้น...คืนที่เขาเห็นภาพบาดหัวใจ...ทิวสนก็ไม่เคยได้นอนอย่างมนุษย์ทั่วไปอีกเลย ชีวิตที่กลางวันสุดแสนสั้น ส่วนกลางคืนช่างยาวนานเมื่อไหร่ก็ตามที่หลับตาล