Masukสัปดาห์ถัดมา ณฐกร นั่งอยู่ในห้องประชุมของออฟฟิศของบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจรับติดตั้งและวางแผนระบบการทำงานในองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ หน้าที่หลักคือ ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบ Server ที่ใช้ในองค์กร และหน่วยงาน ซึ่งทีมของเขามักแก้ปัญหาได้รวดเร็วและแม่นยำ เรียกได้ว่าได้รับคำชมจากผู้บริหารอยู่เป็นประจำ แม้เขาจะนั่งตำแหน่งไดเรกเตอร์แล้ว แต่งานต่าง ๆ ก็ยังต้องดูใกล้ชิด เพื่อให้การวางงานอย่างเรียบร้อย
เวลาเที่ยงเขาออกจากห้องประชุม ก็พบเข้ากับสุพิชา หญิงสาวที่ตามเทียวไล้เทียวขื่อ หมายอยากจับเขาให้อยู่หมัดนั่งรออยู่ในห้องในชุดนักศึกษาที่สั้นเสมอ...ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
‘เขาไม่ชอบผู้หญิงง่าย ๆ แบถึงที่’
“พี่ปราชญ์เลิกประชุมแล้ว ไปทานข้าวกลางวันด้วยกันเลยไหม วันนี้ชาช่ามีเข้าเรียนในคลาสพี่ด้วยนะ” สุพิชาไม่ได้เรียนเอกฝรั่งเศส แต่เพื่อผู้ชายหล่อรวยอย่างณฐกร เธอจะยอมเหนื่อยเรียนเพิ่มอีกวิชา เพื่อให้เขาช่วยติวให้
“พี่คงไปกินข้าวด้วยกันไม่ได้ พี่เป็นอาจารย์ไม่เน้นมีความสัมพันธ์กับนักศึกษา” ที่จริงก็พูดไปอย่างนั้น แค่เขาเบื่อสุพิชาที่เข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตเขาเท่านั้น เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงตามติด ชอบมีอิสระไม่วุ่นวายชีวิตส่วนตัว แต่สุพิชา นอกจากจะรุกล้ำความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังยุ่งกับชีวิตเขามากขึ้นทุกวัน นี่เขาเห็นแก่ที่แม่ของเธอเป็นเพื่อนในสังคมเดียวกับแม่เขาหรอกนะ ถึงยอมให้ขนาดนี้
“แต่ว่า...เรา”
“พี่ว่าพี่พูดชัดเจนแล้วนะครับ” เขาไม่ชอบทำร้ายจิตใจผู้หญิงก็จริง แต่ผู้หญิงที่พูดไม่รู้เรื่องถือเป็นข้อยกเว้น
“แต่”
“ต่อไปห้ามมาพบพี่อีกถ้าไม่จำเป็น ชัดพอไหมครับ”
สุพิชาหน้าเจื่อนเมื่อเขาเริ่มเสียงแข็ง รู้ว่าเขาจับยากแต่เธออยากจับ หากจับเขาไว้ไม่ได้เดี๋ยวก็โดนแม่ถากถางอีก ยิ่งตอนนี้สมบัติเก่าจากผัวคนล่าสุดของแม่ก็ร่อยหรอ ต้องหาที่เกาะใหม่อีกแล้ว
ณฐกรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้อง แล้วก็คว้าเอาอุปกรณ์ทำงานต่าง ๆ ลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่รอให้สุพิชาตามมาอีก เขาเดินเร็วจนเธอตามไม่ทันต่อให้เรียกแค่ไหนเขาก็ไม่หัน
รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันพุ่งออกจากลานจอดรถผู้บริหารมุ่งตรงสู่มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐที่เขาเป็นอาจารย์สอนอยู่ เมื่อมาถึงก่อนเวลาเขาจึงเลือกใช้ห้องสมุดเพื่อทำงานในแมคบุ๊กที่หิ้วมาด้วยค่าเวลา
เมื่อเขานั่งลงทำงานสักครู่ก็เริ่มหิวน้ำจึงเดินลงไปด้านลงเพื่อจะซื้อน้ำสักหน่อย แต่เมื่อเยียบบันไดขั้นสุดท้ายลงมาก็ชนกับร่างของนักศึกษาคนหนึ่งที่มีหน้าอกอวบอิ่ม เรียวปากสีโอรสที่เคลือบด้วยลิปกรอสกลิ่นพีชจุ๊บเข้าที่ริมฝีปากอมชมพูสุขภาพดีของเขาอย่างจัง
‘จุ๊บ’
ว๊าย...อื้อ...!
เมื่อนักศึกษาคนนั้นกำลังจะกรีดร้องอย่างตกใจเขาก็ใช้ริมฝีปากครอบปากเธอจนร้องไม่ออก พร้อมกับเสียงที่กลืนลงคอไป
เธอเหมือนตกตะลึงไปชั่วขณะ
“อย่าร้องห้องสมุด” เขากระซิบแผ่วรดริมฝีปาก แต่นั่นเธอยังคงตาโตดีที่ตรงนี้มีเสาทรงกระบอกต้นใหญ่บังไว้ ไม่เช่นนั้นคงได้เห็นว่าเขาจูบนักศึกษาในห้องสมุด
โชคดีที่ตอนนี้พักกลางวัน คนส่วนใหญ่จึงรวมกันอยู่โรงอาหาร ส่วนเขานั้นเป็นพวกไม่ชอบกินอาหารเช้ากับเที่ยง ชอบรวบยอดทีเดียวมื้อเย็นเลย
“เธอ...ที่เป็นเด็กเสิร์ฟคืนนั้นใช่ไหม” เหมือนเขาจะจำเจ้าแมวน้อยได้ยากคนนั้นได้ จำได้ว่าวงสนทนาทั้งคืนมีแต่ผู้หญิงคนนี้ที่บอกว่าได้ยาก ถ้าใครได้ไปจะยอมเลี้ยงเหล้าสิบวันสิบคืน
มาวันนี้ราวกับพรหมลิขิตเขาได้จูบเธอแล้ว
“เอ่อ...ขอ...ขอตัวค่ะ” อรนลินไม่ตอบ แต่เลือกที่จะวิ่งหนีออกจากห้องสมุดไป หัวใจเธอเต้นตุบตับราวกับมันอยู่นอกอกแล้ว
เธอมานั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งหลังห้องบรรยายพิเศษ เพราะมีที่นั่งให้นักศึกษาอ่านหนังสือ มือของเธอจับที่อกว่าหัวใจเธอยังอยู่ดีหรือไม่ ไม่ใช่ว่าร่วงไปแล้วนะ
กว่าอรนลินจะทำใจให้เป็นปกติได้ เธอก็ต้องหายใจเข้าหายใจออกยาว ๆ อยู่นาน
ณฐกรนั่งอมยิ้มมองหน้าจอแมคบุ๊กโดยที่มือไม่ได้สัมผัสแป้นสักนิดเดียว มัวแต่เอามาลูบไล้ที่ริมฝีปากรู้สึกถึงกลิ่นพีชที่ได้ชิมเมื่อครู่ มันช่างเย้ายวนใจเสียจริงจนเจ้าปราชญ์น้อยมันคึกคักขึ้นเสียอย่างนั้น ตั้งสติอยู่นานกว่าจะเอามันลงส่วนน้ำตอนนี้ไม่หิวแล้ว หิวอย่างอื่น
เมื่อเวลาบ่ายโมงมาถึงเขาเข้าไปเตรียมการบรรยายในห้องที่มีลักษณะแบบเธียเตอร์ โดยเขาจะเป็นผู้บรรยายอยู่เบื้องล่างและมีนักศึกษานั่งต่างระดับขึ้นไปคล้ายโรงหนัง และเมื่อนักศึกษาสองสามคนสุดท้ายเข้ามา แต่มีคนหนึ่งท่าทางพิรุธชอบกล ยกชีทเรียนปิดบังใบหน้าแล้วขึ้นไปด้านบนสุด ทำให้เขารู้สึกสนใจ แต่เมื่อเธอนั่งลงแล้วเงยหน้าขึ้นก็สบประสานสายตากับเขาพอดิบพอดี
เขายิ้มให้เธอเต็มใบหน้า ‘นี่คือครั้งแรก’
แต่เธอนั้นนอกจากไม่ยิ้มแล้วยังหน้าบูดบึ้งแต่แก้มแดง ๆ นั้นมันน่ารักน่าหยิกไม่หยอกเลยทีเดียว
เขาสลักความคิดเรื่องของเธอแล้วหันมาสนใจเกี่ยวกับหัวข้อบรรยายวันนี้เรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส และต่อให้จะบรรยายเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่คนในห้องเรียนก็ตั้งอกตั้งใจฟังด้วยดวงตาหยาดเยิ้มราวนั่งสูดกลิ่นกัญชา...
เวลาพักเบรกสิบห้านาทีเริ่ม แต่นักศึกษาสาวไม่ขยับเอาแต่ส่งยิ้มให้อาจารย์พิเศษไม่หยุด ทำเอาเขาค่อนข้างอึดอัด แต่สายตากับสะดุดเข้ากับคนด้านบนที่พยายามหลบสายตา
‘ใครบอกว่าไม่กินนักศึกษา’
รู้สึกอยากเป็นป๋าดันเลี้ยงเด็กขึ้นมาก็ตอนนี้แหละ นี่เป็นปีแรกที่เข้ามาบรรยายให้นักศึกษารุ่นแรก ถึงกับใจแตกเสียแล้ว แต่เขาก็หันสมาธิเข้ามาอย่างเดิมได้และผ่านชั่วโมงบรรยายไปอย่างราบรื่น
อรนลินแทบฟังไม่รู้เรื่องเลยสักหัวข้อที่อาจารย์ปราชญ์สอนวันนี้ และแล้วหายนะก็มาเยือนเมื่อคำเตือนของอาจารย์บรรยายกล่าวทิ้งท้าย
“คราวนี้จะสอบเก็บคะแนน อย่าลืมทบทวนที่เรียนวันนี้ด้วยนะครับ”
นั่นไง เธอเป็นนักศึกษาทุนค่าครองชีพที่มหาวิทยาลัยช่วยสำหรับนักศึกษาเรียนดีแต่ขาดแคลน และจำนวนเงินมันก็พอให้เธอผ่านแต่ละเดือนไปได้อย่างไม่ลำบาก แต่เธอต้องทำคะแนนให้ได้เอทุกวิชา ซึ่งแม้ว่ายากเย็นแค่ไหนเธอก็จะพยายาม
แต่วิชานี้มันไม่เข้าหัวจริง ๆ
“เหมียวแกเป็นอะไร หน้าซีดมากแล้วก็ฉันจองที่ไว้ให้ใกล้ ๆ อาจารย์แกไปนั่งเสียไกล” เสียงของธยาดาเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของอรนลินเอ่ยถามเพื่อน เมื่ออาการเพื่อนแปลกไป
“ปะ...เปล่า...ฉัน...ฉันมึน ๆ หัวกลัวนั่งหลับต่อหน้าอาจารย์” เธอแก้ต่างไป เพราะตัวเองไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
“หน้าแกก็แดง ๆ ไข้ขึ้นหรือเปล่า” ธยาดาเอามืออังหน้าผากของเพื่อนสาว แต่การกระทำนั้นอยู่ในสายตาคนที่รั้งรอยังไม่ออกจากห้อง แม้ว่านักศึกษาจะเริ่มทยอยออกไปบ้างแล้ว
“กินยาแล้วคงหาย แกจดไว้ได้เยอะไหม” อรนลินหวังพึ่งเพื่อน และการสนทนานั้นก็ดันเข้าหูอาจารย์ปราชญ์เข้าเต็มสองหู
‘อยากติวให้เป็นพิเศษ’ เขาคิดในใจ
“ก็ได้อยู่นิดหน่อย” ธยาดาไม่ชอบฝรั่งเศสเข้าหูซ้ายออกหูขวาได้อรนลินติวให้ตลอด วันนี้เพื่อนดันนั่งเสียไกลใครจะติวให้ล่ะทีนี้
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวหาลอกเพื่อนคนอื่น กลับเถอะฉันอยากพัก” อรนลินอยากออกไปจากตรงนี้ เพราะมีใครบางคนลอบมองมาไม่หยุดจนเธอเริ่มขัดเขินเสียแล้ว
‘วันนี้ซวยอะไรไม่รู้ดันไปเดินชนแล้วจูบกับอาจารย์ปราชญ์เสียได้’
“ไว้เจอกันนะ เดี๋ยวแฟนฉันมารับแล้ว” อรนลินต้องอยู่หอคนเดียวเพราะว่าธยาดามีแฟน แล้วค่าใช้จ่ายของเธอก็ค่อนข้างหนักหนา นี่แหละถึงรับงานตัวเป็นเกลียวอยู่ทุกวัน
เมื่อเธอออกเขาก็ออก แล้วก็ลอบมองเธอไปตลอดการเดินจนเห็นว่าเธอเดินออกไปจากมหาวิทยาลัยน่าจะกลับห้องพัก แล้วเขาก็ขับตามไปจนลับตาคนหน่อยแล้วจึงบีแตรเรียก
“ขึ้นมาคุยกันหน่อยสิ” เสียงนุ่มหูที่คุ้นเคยดีของอาจารย์ปราชญ์ทำให้เธอหันมาอย่างตกใจเล็กน้อย
‘เขาตามมา!’ เธอมองซ้ายขวาแล้วกลัวคนเห็นจึงรีบถามเขา
“คุยอะไรคะ”
“เรื่องเมื่อกลางวัน”
“มันแค่อุบัติเหตุ ลืมไปเสียเถอะ” เธอไม่ได้เรียกร้องให้เขารับผิดชอบเพียงจูบเดียว แต่ว่าเขากลับคิดมากตามเธอมาเกือบถึงหน้าหอพักแล้ว
“ถ้าไม่ขึ้นฉันก็จะขับตามเธอไปเรื่อย ๆ”
อรนลินเหลือกกลอกไปมาดังเลขแปด แล้วก็อ่อนใจกับผู้ชายเจ้าชู้คนนี้เสียจริง แต่เมื่อเห็นกลุ่มนักศึกษาที่เป็นแฟนคลับอาจารย์ปราชญ์อยู่ไกล ๆ เธอก็รีบกระโดดขึ้นทันที เพราะไม่อยากมีศัตรูเพิ่ม แล้วอีกอย่างฟิล์มของรถเขาก็มืดพอจะอำพรางสายตาไม่เป็นมิตรพวกนั้นได้
ฉันไปเรียนเหมือนปกติ แต่รับรู้ข่าวเรื่องยายปาลินอะไรนั่นโดนข้อหาหนักอยู่เหมือนกัน ที่เขาบอกไม่ไว้หน้าก็คือจริง เอาเรื่องถึงที่สุดไม่สนความสัมพันธ์ฉันเพื่อนเลยสักนิด แต่นั่นทำให้ฉันรู้ว่าเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับเขาเลยล่ะ “ยิ้มแก้มปริเชียว วันนี้สอบวันสุดท้ายฉลองที่ไหนจ๊ะสาว” เจสซี่ยังคงแซวไม่เลิก และหลังจากวันนั้นฉันก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง แต่เพื่อนกลับบอกว่าต้องขอบคุณยายปาลินที่ทำให้เขาพาเธอกลับไปนอนด้วยกันที่บ้านเปิดเปิดตัวเปิดใจ แบบไม่อายใคร “วันนี้จะไปเสม็ด”บอกข่าวดีเพื่อนที่วันนี้จะไปสวีทกับเขาสองคนอีกแล้ว “ทะเลน่าจะไม่เค็มนะว่าไหมนุกกี้” “ใช่คร้า...ทะเลหวาน” ฉันไม่อายเพื่อนแล้ว เรียกได้ว่าแซวจนชิน “แล้วจะซื้อของมาฝากนะ วันนี้แยกย้ายค่ะ” ฉันบอกเพื่อนแล้วก็เดินไปที่ลานจอดรถเพราะว่าเขาส่งข้อความมาบอกว่าถึงแล้ว แต่เมื่อขึ้นรถมาสีหน้าเขาขรึมอีกแล้ว “เป็นอะไรคะ” ฉันรีบเคลียร์ให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นก็จะคิดเองเออเองอีก “ชุดนักศึกษานี่ไม่มีตัวใหญ่ ๆ แล้วเหรอ ใส่กันอยู่ได้รัด ๆ” อะอ่าว...ทำไมมาหาเรื่องเอากับเสื
เสียงกดชักโครกดังขึ้น ทำให้เธอรู้ว่าด้านข้างมีคนเข้า แม้บรรยากาศจะวังเวงไปหน่อยก็ตาม แต่ก็รีบเข้ารีบกลับดีกว่าเดี๋ยวจะไปยืนรอที่ทางเข้า เขาคงคุยไม่นานนัก น่าจะไปจัดการคนที่ส่งเหล้าให้เธอแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ได้เห็นเขาหึงแบบนี้แปลกที่เธอไม่รู้สึกเบื่อ แต่กลับดีใจที่เห็นเขาหึง เหมือนคนคลั่งรักดี เธอเปิดประตูออกมาถึงกับต้องผงะเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางไม่น่าไว้ใจ ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มน่ากลัว เธอล้วงไปในกระเป๋ากดเบอร์ฉุกเฉินที่ตั้งเป็นคนเป็นคนแรก “ห้องน้ำผู้หญิงเข้าผิดแล้วค่ะ” “ไม่ผิดหรอกน้องสาว...ผมก็ยาว ผิวก็ขาว เรามาสนุกกันไหม รับรองว่าไม่มีใครมาขัดจังหวะพวกเราแน่นอน” “อ๊าย...ออกไปนะ” เพียงพอถอยไปจนสุดแล้วแต่ก็พยายามมองหาอะไรที่พอจะทำเป็นอาวุธได้ ภาวนาให้เขารับโทรศัพท์เธอแล้วรีบตามมาไวไว “เดี๋ยวเราผลัดกันเข้าผลัดกันออกสิครับ...รับรองสวรรค์ชั้นเจ็ดรอน้องอยู่ มาให้พี่รักซะดี ๆ” “กรี๊ด...ออกไปนะไอ้หน้าหื่น...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ มีคนจะปล้ำในห้องน้ำ...ช่วยด้วย” ฉันพยายามตะโกนแต่เหมือนไร้ความหวัง เพราะประตูด้านนอกห้องน
“เรียกผิดหรือเปล่าคะ...เพียงไม่ใช่ที่รักของคุณคินสักหน่อย แค่เด็กในปกครอง” เป็นไงล่ะตอกย้ำสักหน่อย เผื่อเขาจะลืมว่าเคยพูดอะไรไว้ ถ้าจะมาพูดแบบนี้แล้วหลอกกินฟรีไม่มีวันหรอกนะ “ผิดได้ยังไงล่ะ ก็บี๋เป็นเมียเขาแล้วน้า...นะดีกันนะเนี่ยไม่ได้กอดตั้งหลายวัน แอบมองได้อย่างเดียว เบื่อชะมัด” อ้อที่ไม่ได้มาหานี่แอบมาเฝ้าแต่ไม่แสดงตัวว่างั้น โจ๊กก็คงเป็นเขานั่นแหละไม่ใช่ใคร “อย่าเงียบสิ เนี่ยไปปรึกษาป้าปิ่นเลยนะ ป้าปิ่นก็เลย...” ลากเสียงให้ยาวบอกให้รู้ว่าไม่ใช่แค่เก็บเรื่องของเราไว้สองคนแล้วนะ คนอื่น ๆ ก็เริ่มรู้แล้ว “เดี๋ยวค่ะ...บอกป้าปิ่นด้วยเหรอคะ” เธอหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าที่เห่อแดงชัดอยู่แล้วว่าอายมาก ขนาดป้าปิ่นยังรู้แล้วแบบนี้เธอจะทำยังไง ที่จริงก็อยากให้ประกาศไปเลย แต่ว่าป้าปิ่นจะตีเธอไหมเนี่ย เป็นเด็กแก่แดดในสายตาป้าปิ่นแน่ ๆ “ใช่สิครับบี๋...ก็เค้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้บี๋หายโกรธ วันนั้นเขาลืมจริง ๆ มัวแต่ตกใจแต่บี๋ไม่ใช่ไม่สำคัญนะ สำคัญที่สุดเลย” โอ้โห...นี่เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อยง้องแง้งแบบนี้ได้ด้วยเหรอ น่ารักเป็นบ้า เธอพยายามกลั้นยิ้มสุดพลังแต่ก็ยังยิ้มออกมาให
ฉันนั่งเงียบในรถของเขาตั้งแต่ออกจากคอนโดพี่กอบมาจนถึงใกล้คอนโดของเขาฉันไม่ได้ปริปากออกมาสักคำ แล้วเขาที่พูดไม่เก่งมีหรือจะเริ่มเปิดประเด็นก่อน เพราะรู้ว่าเขาใจร้อนและฉันก็ไม่พร้อมจะคุยกับเขาจึงเลือกเงียบมาตลอดทาง สภาพเขาคืออยู่ในชุดเมื่อวานคาดว่ายังไม่ได้อาบน้ำเหมือนกับฉันที่เยินไม่แพ้กัน ติดที่ได้พักผ่อนแต่เขาเห็นจากรอยคล้ำใต้ตาแล้วคงยังไม่ได้นอน ต่อให้เป็นห่วงก็จะไม่ปริปากพูดไปหรอกนะ “ขอคุยด้วยหน่อย” ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายทนไม่ได้ก่อนสินะ ฉันก็ยังจะเลือกที่จะเงียบเช่นเดิมไม่ตอบกลับเขา “เมื่อวานรีบ...ขอโทษนะที่ทิ้งไว้” หึ...ต่อไปหากรีบอีกก็ทิ้งอีกหรือเปล่าล่ะ ถ้าทำอีกบางทีเรื่องของเราก็อาจจะสิ้นสุดกันแค่นี้ก็ได้นะ “ค่ะ” ฉันเลือกตอบเพียงสั้น ๆ ไปแน่นอนว่าพังยับเยินไปหมดแล้วใจ จากที่เคยอยากมีเขาอยู่ข้างกาย บัดนี้มันโดนกระทำจนด้านชาหมด เจ็บจนแทบทนไม่ไหวแล้วนะ “ลินเขามีธุระด่วน แม่เขาล้มหากปล่อยให้ขับเองก็จะสติแตกเดี๋ยวเกิดอันตราย” เขาค่อย ๆ อธิบายแต่ทำไมใจฉันมันไม่ยอมรับฟังเหตุผลของเขาเลยล่ะ นี่เป็นอะไรก่อน ปกติแค่เขาง
บทรักอย่างเร่าร้อนผ่านไป เนื้อตัวเธอรับการลงโทษจากเขาจนตัวแดงไปหมด เขาทิ้งรอยไว้ทั่วหน้าอกและแผ่นหลังรวมถึงหน้าท้องและต้นขา เหมือนบอกให้รู้ว่าทุกสัดส่วนนั้นเป็นของเขาเพียงคนเดียว ฉันยืนมองตัวเองผ่านกระจกในห้องน้ำที่จุดแขวนเสื้อผ้าสำรวจร่างกายแล้วก็ถอนหายใจ “ไม่เว้นสักที่” เหมือนคนหูดีจะได้ยินเดินยิ้มแป้นเข้ามาในห้องน้ำแล้วก็รวบตัว “ก็ดีจะได้แต่งตัวมิดชิด” นี่มันแผนร้ายของเขาชัด ๆ สถานะที่ไม่ชัดเจนก็ว่าหนักอยู่แล้ว แต่หึงด้วยหวงด้วย เหมือนฉันกำลังเป็นเด็กลับ ๆ ของเขาเลย ‘ปวดใจแท้!!’ “สรุปว่าตอนนี้เราเป็นอะไรคะ” ฉันกลั้นใจถามย้ำอีกรอบ อยากได้ยินจากปากของเขาเหมือนกัน จะจริงจังหรือจะกินเล่นทิ้งขว้างจะได้ทำตัวได้ถูก “คิดว่าไง” ถามฉันแล้วให้ฉันถามใครล่ะ ที่จริงก็ไม่อยากบังคับเขานะ ถ้าใจเขาแค่ต้องการร่างกาย มันเหมือนเธอก็อยากเขาก็สนอง มันดูได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่นั่นแหละเขาไม่ชัดเจนจะให้ฉันประกาศอะไรล่ะ “อยากมีเพียงอยู่ในชีวิตไหม” “......” โอ้โห...นี่เป็นความเงียบที่เสียงดังที่สุดเลยนะ เขาเ
ไม่รู้ทำไมอยากกินเขาแต่พอได้กินแล้วมันเขิน จนไม่กล้ามองหน้าเขาเสียอย่างนั้น ทั้งมื้อกลางวันที่เขาบังคับมากินด้วยกัน และเพื่อนที่รู้งานหลบแยกออกไป เขาตักกุ้งซอสมะขามวางในจาน แต่ฉันกลับเขี่ยข้าวไปมาไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดี แต่เขาไม่พูดเหมือนกัน อีกคนพูดไม่เก่ง และอีกคนพูดเก่งดันเงียบนี่มันทำให้บรรยากาศดูเหงาพิกล “เป็นอะไรไหม” เขาถามเมื่อเห็นสีหน้าฉันไม่สู้ดีละมั้ง แต่แบบยังทำใจถามเขาไม่ได้ว่าเขาเครียดอะไรเรื่องที่เราเกินเลยไปแล้วหรือเปล่า เขาทำหน้าขรึมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว “เปล่าค่ะ” รู้แหละที่ตอบไปมันขัดกับสีหน้าและความรู้สึกตอนนี้ แต่ฉันกินข้าวได้คำเดียวก็อิ่มแล้ว “เพลียขอกลับไปนอนได้ไหม” เขาพยักหน้าแล้วก็ให้คิดเงินแต่ไม่ลืมซื้อของไปฝากเพื่อนด้วยที่นอนกลางวันเพราะเมาจนปวดหัว เมื่อฉันจะเดินเข้าไปนอนที่ห้องเดียวกับเพื่อน เขากลับจูงมือให้เดินตามเขามา “ไปนอนที่ห้อง” เขาพูดให้หายสงสัย คงเพราะสีหน้าฉันอีกสินะ เพื่อนมันเตือนแล้วว่าคิดอะไรก็แสดงสีหน้าออกมาหมดไม่รู้จักเก็บไว้เลย ฉันทำตัวไม่ดื้อว่านอนสอนง่ายขึ้นไปนอนโดยดี แล้







