Masukเขาออกรถจากหน้ามหาวิทยาลัยมุ่งตรงไปที่ไหนสักที่ที่เธอไม่รู้ ภายในใจขอเพียงแค่อย่าพาเธอไปทำมิดีมิร้ายก็แล้วกัน
“คุณ...เอ่อ...อาจารย์มีอะไรก็พูดมาเลยค่ะ” เสียงสั่นอย่างประหม่าเปล่งออกมา พร้อมกับมองหน้าเขาราวกับลูกแมวหลงทางแล้วพบคนแปลกหน้า
“พักกับใคร” เขาพูดทั้งสายตายังแน่วแน่บนท้องถนน
“คนเดียวค่ะ”
“อื้ม...แล้วมีแฟนหรือยัง”
“คะ???”
เธอหันหน้ามองเขาขวับแค่อยากพาเธอมาถามว่ามีแฟนหรือยังนี่หมายความว่ายังไง เขาจะจีบเหรอ แต่ว่าไม่น่าใช่เสืออย่างเขาหรือจะจีบเหยื่ออย่างเธอ
“แล้วมีแฟนหรือยัง” เมื่อเธอยังไม่ตอบเขาก็ย้ำอีกรอบ จนคนที่โดนลักพาตัวมาแบบงง ๆ ตอบออกไป
“ยังค่ะ”
“ยังไม่มี” เขาเน้นย้ำอีกครั้งเพื่อให้เธอยืนยัน
“ยังไม่คิดเรื่องนั้น”
“งั้นจากนี้เริ่มคิดก็ดีนะ” เขาไม่เคยหลอกล่อผู้หญิงคนไหนเท่ากับนักศึกษาด้านข้างมาก่อน จูบรสพีชทำให้เขาลบกฎเหล็กที่สมภารจะไม่กินไก่วัดทิ้งอย่างไม่ต้องคิด ถ้าจะกินต้องกินไกล ๆ แต่เธอเป็นนักศึกษาของเขา และพยายามคิดถึงข้อเสียที่จะกินแต่เส้นมโนธรรมในใจของเขามันขาดสะบั้นลงด้วยจูบเดียว
“หิวข้าวไหม” เขาปล่อยให้ในรถเงียบอีกอึดใจ แล้วก็เอ่ยชวนเธอคุยสร้างบรรยากาศ
“เอ่อไม่หิวค่ะ..ถ้าไม่มีอะไรแล้วส่งฉันข้างหน้าก็ได้คะ”
โครก...คราก!!!
‘ท้องเวรมาท้องอะไรตอนนี้ แน่ใจว่าไม่ได้หิวเอ๊ะหรือว่าหิวอะไรกันแน่’ เธอสับสนแต่เขาลอบยิ้มร้าย ๆ แต่กลับทำให้เธอใจละลาย
“โกหกไม่เก่งนะ สั่งขึ้นไปกินบนห้องฉันเถอะ ฉันอยากพัก”
อรนลินพยายามหาทางออกจากถ้ำเสือ เหมือนเธอหลงเข้าถ้ำ แต่ทางออกนั้นโดนเขาขว้างไว้หมด จนในที่สุดก็มานั่งตัวเกร็งในชุดนักศึกษาอยู่ในเพ้นเฮ้าส์ราคาแพง เพราะลำพังห้องนั่งเล่นก็ใหญ่กว่าห้องพักที่เธออยู่หลายเท่า เหมือนเธอเป็นลูกแมวที่หลงอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ไม่มีผิด
เขาเดินไปยกหูสั่งอาหารแล้วกลับมานั่งโซฟาฝั่งตรงข้าม แล้วปลดกระดุมออกสองเม็ดด้านบน เผยให้เห็นแผงอกแน่น ๆ เป็นลูกจนทำให้หัวใจสาวน้อยอย่างเธอสั่นอีกแล้ว
‘เขาอ่อยเก่ง’
“รอนิดนะเดี๋ยวอาหารก็มาส่ง”
“แค่ชวนมากินอาหาร?” เลิกคิ้วถามเขาแล้วกลับต้องแก้มแดง เหมือนคำถามของเธอต้องการเชิญชวนเขาทำอะไรที่มากกว่ากินอาหาร
“แล้วอยากกินอะไรที่มากว่าอาหารไหม” เขาจงใจมองไปที่เป้านูน ๆ ของตัวเองแล้วก็ลากสายตาเธอให้มองมายังจุดเดียวกับเขา
“ทะลึ่ง!” เธอตอบสะบัดหน้าหนีแต่เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนชอบแกล้งได้เป็นอย่างดี
“งอนเหรอ”
“เปล่าไม่ได้งอน”
“ปากไม่ตรงกับใจ” พูดจบเขาก็ขยับมานั่งใกล้ ๆ แล้วทำเรื่องตกลงบางอย่างกับเธอ
“ฉันอยากดูแลเธอ เธอกำพร้าพ่อแม่ตายหมด แถมยังโดนแม่เลี้ยงโกงสมบัติไป” เขาให้คนสืบนิดหน่อยก็ได้ข้อมูลมาแล้ว
“ฉันดูแลตัวเองได้” เธอตอบไปแม้ว่าตอนนี้กระเป๋าเงินกำลังจะแฟบ แล้วอาหารมื้อต่อไปจะเป็นมาม่าก็ตาม ทำให้รู้ว่าศักดิ์ศรีกินไม่ได้สินะ
สีหน้ากับคำตอบดูจะสวนทางกัน ทำให้เสือที่ต้อนเหยื่ออย่างเขาเป็นต่อในทันที แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขามองเบอร์โทรที่โทรมาว่าเป็นใคร แล้วก็ตั้งใจวางบนตักให้เธอเห็น
‘ชาช่า’ อรนลินตกใจนิด ๆ ว่าใช่ชาช่าเดียวกับที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรเธอหรือเปล่า
“ไม่รับเหรอคะ” หัวใจของอรนลินเต้นตุบตับ อยากรู้ว่าใช่ไหม ถ้าใช่ล่ะก็...
“สวัสดีครับ” เขารับโทรศัพท์ต่อหน้าเธอและเปิดลำโพงให้เธอได้ยินด้วย
“พี่ปราชญ์ขา...แย่จังวันนี้ไม่ได้เข้าคลาสของพี่ ชาช่าขอไปเอาชีทเรียนที่ห้องพี่ได้ไหมคะ”
เสียงออดอ้อนเกินเบอร์ของชาช่า ทำให้อรนลินที่นั่งอยู่ด้านข้างหมั่นไส้ ก็คงเป็นชาช่าเดียวกันกับที่ปอกลอกพ่อเธอไปจนทำให้หัวใจวายเสียชีวิตกระทันหัน และเธอต้องกลายมาเป็นคนไร้ญาติขาดมิตรทุกวันนี้
‘อยากได้เขาใช่ไหม...ถ้างั้นฉันจะแย่งคืนบ้างแล้วกัน’
“ฉันตกลงค่ะ” อรนลินหันไปตอบเขาด้วยสีหน้าจริงจัง แต่นั่นสร้างความตกใจให้กับคนที่อยากจับเหยื่อนิด ๆ ไม่คิดว่าแค่ผู้หญิงคนอื่นจะจับเขา เธอก็รีบตะครุบเลยหรือ
“ชาช่าพี่ไม่สะดวก ไม่ชอบให้คนอื่นล้ำพื้นที่ส่วนตัว” เขาตอบกลับไป แต่เขาลืมหรือเปล่าว่าเธอก็นั่งในพื้นที่ส่วนตัวเขานะ
“เสียงผู้หญิงใครคะ” ชาช่ามั่นใจว่าได้ยินชัด แต่ไม่แน่ใจว่าใครไม่รู้ว่าเพื่อนเขา หรือว่าผู้หญิงคนอื่นที่ต้องการเขาไปครอบครองหรือเปล่า
“พี่กำลังติดธุระด่วน แค่นี้นะ” เขาไม่ใช่เพียงแค่วางสายแต่ยังปิดเครื่องด้วยต่างหาก เพื่ออยากทำข้อตกลงกับเด็กเลี้ยงคนล่าสุดคนนี้
เขาไปหยิบรายละเอียดของสัญญาการเลี้ยงดูมาให้เธออ่าน แต่กลับเรียกรอยยิ้มอ่านไม่ออกจากใบหน้าของเธอ ทำเอาคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวดูเครียดขึ้นคล้ายกำลังถูกเหยื่อกดดัน
เขาดูมืออาชีพดี ท่าจะบ่อย ข้อตกลงทั่ว ๆ ไปก็คืออย่าให้คนอื่นรู้ว่าคบกัน ห้ามหึง ห้ามหวง ห้ามมีแฟน อันนี้เธอทำได้ กับเงินเดือนหกหลักที่เธอทำงานพิเศษทั้งปีก็ยังหาไม่ได้ ซึ่งกับเขาดูง่ายดีจัง
“ฉันตกลงค่ะ”
“คอนโด รถ ผมจะจัดการให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่เงินเดือนก็พอแล้ว” เธอไม่ได้อยากปอกลอกเขา แค่อยากทำให้คนบางคนมันเจ็บปวดยามที่โดนแย่งสิ่งที่หมายปองไป หรือเรียกง่าย ๆ คืออยากให้รู้ว่าเวรกรรมมีจริง สองแม่ลูกนั้นจะได้ไม่สมหวัง
“ฉันเพิ่มเงินให้อีก” เมื่อเด็กเขามักน้อยเกินไป เขาจึงใส่เงินให้เพิ่มขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าเธอไม่ติดขัดอะไรจึงทำเรื่องตกลงกันขั้นต่อไป
“นี่คีย์การ์ด มาหาฉันได้อาทิตย์ละกี่วัน”
“สาม”
“ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์” เขาเลิกคิ้วถาม เพื่ออยากรู้วันแน่นอนเขาจะได้กลับมารอเธอ และยกนัดทั้งหมด
“ค่ะ”
“วันนี้เริ่มงานเลยได้ไหม...ฉันอยาก” เขาดึงมือเธอมาจับเป้าแล้วก็ลูบขึ้นลง ทำให้ใบหน้าเรียบเฉยแก้มแดงปลั่ง แต่ยังซ่อนสีหน้าได้เก่ง จนคนมองว่าแมวน้อยตัวนี้น่ารักเป็นบ้า
“เอ่อ...”
“ฉันจะติวให้พิเศษ” ออฟชันเสริมที่ดึงดูดทำให้อรนลินคิดหนัก แต่แล้วก็พยักหน้าให้กับอาจารย์ปราชญ์ของเธอ
เขาไม่รอช้ารั้งต้นคอเธอมาจูบอย่างดูดดื่มราวหิวเสียเต็มประดาทั้งที่ไม่เคยขาดแคลนผู้หญิง
หญิงสาวตื่นเต้นมาก แม้นี่จะเป็นจูบครั้งที่สองแต่มันลึกซึ้งเสียจนในช่องท้องเธอเสียววูบเบาโหวงเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องจริง ๆ
เรียวลิ้นอุ่นชื้นกับลมหายใจสะอาดของเขาทำให้เธอเคลิ้มไป เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอไม่เคยชินในเรื่องพวกนี้และกำลังสอนเธอให้ได้รับรู้รสชาติแห่งความหอมหวานแต่ผ่านไปสักครู่ก็เริ่มเร่าร้อนจนเธอนั้นควบคุมไม่อยู่
“อื้อ...” เสียงครางหลุดออกมาเมื่อมือของเขาบีบเคล้นหน้าอกกลมกลึงแล้วก็ต้องหยุดเมื่อมีคนมากดกริ่งหน้าประตู
“อาหารน่าจะมาส่ง รอฉันสักครู่” เสียงพูดปนหอบอย่างกระเส่าทำให้รู้ว่าเขามีอารมณ์กำหนัดพุ่งสูงแล้ว ส่วนคนที่โดนจูบแบบไม่ทันตั้งตัวก็ใจเต้นไม่แพ้กัน ใบหน้าแดงระเรื่อจนลามไปถึงใบหูนั้นทำให้เขาไม่อยากละสายตา
‘น่าเอาชิบ!’
เขาจำใจผละออกแม้ว่าอยากสานต่อ แต่เพียงแค่ไปเอาอาหารมาเท่านั้นแค่ครู่เดียว เขาท่องไว้ในใจแล้วก็ข่มอารมณ์ไปจัดการของที่เอามาส่ง
ชายหนุ่มเร่งรีบเอาอาหารวางไว้ในครัวอย่างไม่ไยดีมัน แล้วก็เดินกลับมาหาใครบางคนที่นั่งตัวแดงอยู่ในห้องรับแขก ทั้งเอามือตบหน้าไปมาดูแล้วน่าสงสารแกมเอ็นดูชอบกล
“อย่าตบ...”
“เหมียว...เอ้ย...ฉัน...เอ่อ...”
“ชื่อเล่นเหมียวเหรอ” เขารู้ว่าเธอประหม่าจึงหลุดชื่อเล่นของตัวเองออกมา แล้วเธอก็พยักหน้าตอบ
“เรียกพี่ปราชญ์นะ เรียกอาจารย์ดูแก่มาก”
เขาให้ฉันแทนตัวเองว่าเหมียวและให้เรียกเขาพี่ปราชญ์ แต่ทำไมฟังดูแล้วเหมือนคนรัก ไม่เหมือนเด็กเลี้ยงเลย
“นึกว่าจะให้เรียกป๋าเสียอีก” คำพูดเธอทำเขาหลุดขำอีกแล้ว
‘ยายเด็กนี่น่ารักเป็นบ้า’ เขาเดินมาหยิกแก้มแล้วเข้าไปฟัดอีกหลายทีจากนั้นก็จูงมือเธอไปกินข้าวเพื่อลดความประหม่า แม้อยากกินเธอใจจะขาดแล้ว
เป็นเสือก็ต้องขุนเหยื่อให้อิ่ม!
ฉันไปเรียนเหมือนปกติ แต่รับรู้ข่าวเรื่องยายปาลินอะไรนั่นโดนข้อหาหนักอยู่เหมือนกัน ที่เขาบอกไม่ไว้หน้าก็คือจริง เอาเรื่องถึงที่สุดไม่สนความสัมพันธ์ฉันเพื่อนเลยสักนิด แต่นั่นทำให้ฉันรู้ว่าเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับเขาเลยล่ะ “ยิ้มแก้มปริเชียว วันนี้สอบวันสุดท้ายฉลองที่ไหนจ๊ะสาว” เจสซี่ยังคงแซวไม่เลิก และหลังจากวันนั้นฉันก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง แต่เพื่อนกลับบอกว่าต้องขอบคุณยายปาลินที่ทำให้เขาพาเธอกลับไปนอนด้วยกันที่บ้านเปิดเปิดตัวเปิดใจ แบบไม่อายใคร “วันนี้จะไปเสม็ด”บอกข่าวดีเพื่อนที่วันนี้จะไปสวีทกับเขาสองคนอีกแล้ว “ทะเลน่าจะไม่เค็มนะว่าไหมนุกกี้” “ใช่คร้า...ทะเลหวาน” ฉันไม่อายเพื่อนแล้ว เรียกได้ว่าแซวจนชิน “แล้วจะซื้อของมาฝากนะ วันนี้แยกย้ายค่ะ” ฉันบอกเพื่อนแล้วก็เดินไปที่ลานจอดรถเพราะว่าเขาส่งข้อความมาบอกว่าถึงแล้ว แต่เมื่อขึ้นรถมาสีหน้าเขาขรึมอีกแล้ว “เป็นอะไรคะ” ฉันรีบเคลียร์ให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นก็จะคิดเองเออเองอีก “ชุดนักศึกษานี่ไม่มีตัวใหญ่ ๆ แล้วเหรอ ใส่กันอยู่ได้รัด ๆ” อะอ่าว...ทำไมมาหาเรื่องเอากับเสื
เสียงกดชักโครกดังขึ้น ทำให้เธอรู้ว่าด้านข้างมีคนเข้า แม้บรรยากาศจะวังเวงไปหน่อยก็ตาม แต่ก็รีบเข้ารีบกลับดีกว่าเดี๋ยวจะไปยืนรอที่ทางเข้า เขาคงคุยไม่นานนัก น่าจะไปจัดการคนที่ส่งเหล้าให้เธอแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ได้เห็นเขาหึงแบบนี้แปลกที่เธอไม่รู้สึกเบื่อ แต่กลับดีใจที่เห็นเขาหึง เหมือนคนคลั่งรักดี เธอเปิดประตูออกมาถึงกับต้องผงะเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางไม่น่าไว้ใจ ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มน่ากลัว เธอล้วงไปในกระเป๋ากดเบอร์ฉุกเฉินที่ตั้งเป็นคนเป็นคนแรก “ห้องน้ำผู้หญิงเข้าผิดแล้วค่ะ” “ไม่ผิดหรอกน้องสาว...ผมก็ยาว ผิวก็ขาว เรามาสนุกกันไหม รับรองว่าไม่มีใครมาขัดจังหวะพวกเราแน่นอน” “อ๊าย...ออกไปนะ” เพียงพอถอยไปจนสุดแล้วแต่ก็พยายามมองหาอะไรที่พอจะทำเป็นอาวุธได้ ภาวนาให้เขารับโทรศัพท์เธอแล้วรีบตามมาไวไว “เดี๋ยวเราผลัดกันเข้าผลัดกันออกสิครับ...รับรองสวรรค์ชั้นเจ็ดรอน้องอยู่ มาให้พี่รักซะดี ๆ” “กรี๊ด...ออกไปนะไอ้หน้าหื่น...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ มีคนจะปล้ำในห้องน้ำ...ช่วยด้วย” ฉันพยายามตะโกนแต่เหมือนไร้ความหวัง เพราะประตูด้านนอกห้องน
“เรียกผิดหรือเปล่าคะ...เพียงไม่ใช่ที่รักของคุณคินสักหน่อย แค่เด็กในปกครอง” เป็นไงล่ะตอกย้ำสักหน่อย เผื่อเขาจะลืมว่าเคยพูดอะไรไว้ ถ้าจะมาพูดแบบนี้แล้วหลอกกินฟรีไม่มีวันหรอกนะ “ผิดได้ยังไงล่ะ ก็บี๋เป็นเมียเขาแล้วน้า...นะดีกันนะเนี่ยไม่ได้กอดตั้งหลายวัน แอบมองได้อย่างเดียว เบื่อชะมัด” อ้อที่ไม่ได้มาหานี่แอบมาเฝ้าแต่ไม่แสดงตัวว่างั้น โจ๊กก็คงเป็นเขานั่นแหละไม่ใช่ใคร “อย่าเงียบสิ เนี่ยไปปรึกษาป้าปิ่นเลยนะ ป้าปิ่นก็เลย...” ลากเสียงให้ยาวบอกให้รู้ว่าไม่ใช่แค่เก็บเรื่องของเราไว้สองคนแล้วนะ คนอื่น ๆ ก็เริ่มรู้แล้ว “เดี๋ยวค่ะ...บอกป้าปิ่นด้วยเหรอคะ” เธอหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าที่เห่อแดงชัดอยู่แล้วว่าอายมาก ขนาดป้าปิ่นยังรู้แล้วแบบนี้เธอจะทำยังไง ที่จริงก็อยากให้ประกาศไปเลย แต่ว่าป้าปิ่นจะตีเธอไหมเนี่ย เป็นเด็กแก่แดดในสายตาป้าปิ่นแน่ ๆ “ใช่สิครับบี๋...ก็เค้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้บี๋หายโกรธ วันนั้นเขาลืมจริง ๆ มัวแต่ตกใจแต่บี๋ไม่ใช่ไม่สำคัญนะ สำคัญที่สุดเลย” โอ้โห...นี่เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อยง้องแง้งแบบนี้ได้ด้วยเหรอ น่ารักเป็นบ้า เธอพยายามกลั้นยิ้มสุดพลังแต่ก็ยังยิ้มออกมาให
ฉันนั่งเงียบในรถของเขาตั้งแต่ออกจากคอนโดพี่กอบมาจนถึงใกล้คอนโดของเขาฉันไม่ได้ปริปากออกมาสักคำ แล้วเขาที่พูดไม่เก่งมีหรือจะเริ่มเปิดประเด็นก่อน เพราะรู้ว่าเขาใจร้อนและฉันก็ไม่พร้อมจะคุยกับเขาจึงเลือกเงียบมาตลอดทาง สภาพเขาคืออยู่ในชุดเมื่อวานคาดว่ายังไม่ได้อาบน้ำเหมือนกับฉันที่เยินไม่แพ้กัน ติดที่ได้พักผ่อนแต่เขาเห็นจากรอยคล้ำใต้ตาแล้วคงยังไม่ได้นอน ต่อให้เป็นห่วงก็จะไม่ปริปากพูดไปหรอกนะ “ขอคุยด้วยหน่อย” ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายทนไม่ได้ก่อนสินะ ฉันก็ยังจะเลือกที่จะเงียบเช่นเดิมไม่ตอบกลับเขา “เมื่อวานรีบ...ขอโทษนะที่ทิ้งไว้” หึ...ต่อไปหากรีบอีกก็ทิ้งอีกหรือเปล่าล่ะ ถ้าทำอีกบางทีเรื่องของเราก็อาจจะสิ้นสุดกันแค่นี้ก็ได้นะ “ค่ะ” ฉันเลือกตอบเพียงสั้น ๆ ไปแน่นอนว่าพังยับเยินไปหมดแล้วใจ จากที่เคยอยากมีเขาอยู่ข้างกาย บัดนี้มันโดนกระทำจนด้านชาหมด เจ็บจนแทบทนไม่ไหวแล้วนะ “ลินเขามีธุระด่วน แม่เขาล้มหากปล่อยให้ขับเองก็จะสติแตกเดี๋ยวเกิดอันตราย” เขาค่อย ๆ อธิบายแต่ทำไมใจฉันมันไม่ยอมรับฟังเหตุผลของเขาเลยล่ะ นี่เป็นอะไรก่อน ปกติแค่เขาง
บทรักอย่างเร่าร้อนผ่านไป เนื้อตัวเธอรับการลงโทษจากเขาจนตัวแดงไปหมด เขาทิ้งรอยไว้ทั่วหน้าอกและแผ่นหลังรวมถึงหน้าท้องและต้นขา เหมือนบอกให้รู้ว่าทุกสัดส่วนนั้นเป็นของเขาเพียงคนเดียว ฉันยืนมองตัวเองผ่านกระจกในห้องน้ำที่จุดแขวนเสื้อผ้าสำรวจร่างกายแล้วก็ถอนหายใจ “ไม่เว้นสักที่” เหมือนคนหูดีจะได้ยินเดินยิ้มแป้นเข้ามาในห้องน้ำแล้วก็รวบตัว “ก็ดีจะได้แต่งตัวมิดชิด” นี่มันแผนร้ายของเขาชัด ๆ สถานะที่ไม่ชัดเจนก็ว่าหนักอยู่แล้ว แต่หึงด้วยหวงด้วย เหมือนฉันกำลังเป็นเด็กลับ ๆ ของเขาเลย ‘ปวดใจแท้!!’ “สรุปว่าตอนนี้เราเป็นอะไรคะ” ฉันกลั้นใจถามย้ำอีกรอบ อยากได้ยินจากปากของเขาเหมือนกัน จะจริงจังหรือจะกินเล่นทิ้งขว้างจะได้ทำตัวได้ถูก “คิดว่าไง” ถามฉันแล้วให้ฉันถามใครล่ะ ที่จริงก็ไม่อยากบังคับเขานะ ถ้าใจเขาแค่ต้องการร่างกาย มันเหมือนเธอก็อยากเขาก็สนอง มันดูได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่นั่นแหละเขาไม่ชัดเจนจะให้ฉันประกาศอะไรล่ะ “อยากมีเพียงอยู่ในชีวิตไหม” “......” โอ้โห...นี่เป็นความเงียบที่เสียงดังที่สุดเลยนะ เขาเ
ไม่รู้ทำไมอยากกินเขาแต่พอได้กินแล้วมันเขิน จนไม่กล้ามองหน้าเขาเสียอย่างนั้น ทั้งมื้อกลางวันที่เขาบังคับมากินด้วยกัน และเพื่อนที่รู้งานหลบแยกออกไป เขาตักกุ้งซอสมะขามวางในจาน แต่ฉันกลับเขี่ยข้าวไปมาไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดี แต่เขาไม่พูดเหมือนกัน อีกคนพูดไม่เก่ง และอีกคนพูดเก่งดันเงียบนี่มันทำให้บรรยากาศดูเหงาพิกล “เป็นอะไรไหม” เขาถามเมื่อเห็นสีหน้าฉันไม่สู้ดีละมั้ง แต่แบบยังทำใจถามเขาไม่ได้ว่าเขาเครียดอะไรเรื่องที่เราเกินเลยไปแล้วหรือเปล่า เขาทำหน้าขรึมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว “เปล่าค่ะ” รู้แหละที่ตอบไปมันขัดกับสีหน้าและความรู้สึกตอนนี้ แต่ฉันกินข้าวได้คำเดียวก็อิ่มแล้ว “เพลียขอกลับไปนอนได้ไหม” เขาพยักหน้าแล้วก็ให้คิดเงินแต่ไม่ลืมซื้อของไปฝากเพื่อนด้วยที่นอนกลางวันเพราะเมาจนปวดหัว เมื่อฉันจะเดินเข้าไปนอนที่ห้องเดียวกับเพื่อน เขากลับจูงมือให้เดินตามเขามา “ไปนอนที่ห้อง” เขาพูดให้หายสงสัย คงเพราะสีหน้าฉันอีกสินะ เพื่อนมันเตือนแล้วว่าคิดอะไรก็แสดงสีหน้าออกมาหมดไม่รู้จักเก็บไว้เลย ฉันทำตัวไม่ดื้อว่านอนสอนง่ายขึ้นไปนอนโดยดี แล้







