เข้าสู่ระบบเตชินทร์กวาดสายตาไปรอบห้องหลังจากทราบข่าวเรื่องการไปเรียนต่อต่างประเทศของแฟนสาว รองเท้าเชื่อมใจสองคู่ถอดเรียงกันที่หน้าประตู เสื้อคู่ยังแขวนไว้ที่เดิม แก้วที่เคยใช้ร่วมกัน รูปคู่สดใสยังตั้งโดดเด่นอยู่บนโต๊ะ
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม...
ยกเว้นก็แต่ผู้หญิงในภาพนั้น หายไป...
เตไม่รู้เลยว่า เพราะเหตุใดแฟนสาวที่เขารักมากถึงหายตัวไปอย่างกะทันหัน ไม่มีแม้คำลา หรือกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกันก่อนจากยังไม่มีโอกาส
เขาจ้องมองหน้าจอมือถือที่ยังคงเป็นรูปคู่ ไม่มีสักการแจ้งเตือนที่มาจากคนรัก มากไปกว่านั้นคือประโยคสั้น ๆ จากระบบว่า ‘เรียนรู้เพิ่มเติม’ ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่จบลง
ชายหนุ่มหยัดกายโซเซลุกขึ้น สายตาที่เคยมาดมั่นบัดนี้เหม่อลอย เท้าหนักอึ้งก้าวย่างอย่างยากลำบากเดินวนไปรอบห้อง ราวกับกำลังหาอะไรบางอย่างที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ประตูห้องนอนถูกเปิดซ้ำไปซ้ำมาสลับกับห้องน้ำ ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีความจำเป็นต้องหาอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรคนที่เขาตามหาก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
ความเงียบสงัดที่มากจนเกินไปบีบคั้นเขาจนเริ่มหนึบชา เขาไม่แน่ใจว่านี่คือความเจ็บปวด หรือแค่ค้างคาใจกับเรื่องที่ยังไม่ได้คำตอบ
“ทำไมวะ”
ร่างสูงทิ้งตัวลงพิงผนังห้องน้ำ แขนแกร่งค้ำกับเข่ายกมือขึ้นปิดบังใบหน้าแท้จริงเอาไว้ หยาดน้ำใสค่อย ๆ ไหลรินอาบลำแขนพร้อมกับร่างใหญ่สั่นสะเทือนรุนแรง
“ทำไมวะดาว ทำไมวะ ฮึก !”
ความคับข้องหมองใจพลุ่งคลื่นระลอกหนึ่ง ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเข้าโจมตีก้อนดวงใจอย่างรุนแรงแสนสาหัส หากมีประโยคบอกเลิกหรืออธิบายสักคำเขายังจะรู้สึกดีกว่านี้
ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาซุกลงพร้อมกับโอบกอดขาไว้ราวกับกำลังให้ความอดอุ่นแก่ตนเอง เสียงสะอื้นไห้พร้อมร่างที่ไหวสั่นบ่งบอกว่าเขาเสียใจที่ไม่รู้อะไรเลย
เธอทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ไม่มีความรู้สึก...
“กลับมาบอกเลิกพี่สักคำเถอะดาว... ฮึก~”
ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นจนจุกคอหอยอย่างห้ามไม่ทัน ความเย็นเยียบซึมลึกเข้ากระดูกจนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ หากแต่ดวงตากลับร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่
“พี่ผิดอะไร พี่ผิดตรงไหน !”
ปึก ปึก ! กำปั้นหนักทุบลงบนพื้นห้องน้ำเต็มแรง เสียงรำพึงรำพันราบเรียบเต็มไปด้วยความสงสัย ทว่ากลับปวดร้าววังเวงสุดจะเปรียบ
“เราไม่รักกันตอนไหน...”
ความเจ็บร้าวที่สูญเสียใครบางคนไปอย่างกะทันหัน ทำให้เขาไม่อาจตั้งรับปรับตัวได้ทัน มันทั้งวูบโหวงและโดดเดี่ยว เหมือนกับโลกนี้เหลือเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ผ่านไปเนิ่นนานกว่าเสียงร่ำไห้จะสงบลง ท้องฟ้าที่เคยสว่างจ้าบัดนี้มืดมิด ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดไร้แสงไร้เสียง
ไม่ต่างจากชีวิตอันหม่นหมองของเขา...
หัวใจอันบอบช้ำเริ่มสร้างเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งให้ตนเอง ฝ่ามือใหญ่เช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าพร้อมสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
ความเจ็บปวดทั้งหมดหล่อหลอมเกิดเป็นไฟโทสะสุมทรวง นัยน์ตาที่เคยอาบเคลือบไปด้วยความรักและอบอุ่นบัดนี้เย็นชา คล้ายกำลังปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงของตนไว้
นับตั้งแต่วันนั้นเตชินทร์ที่เคยสดใสก็หม่นหมองลง พฤติกรรมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้ จากที่เคยออกกำลังกายทุกเย็นกลายเป็นเข้าร้านเหล้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด เกรดเฉลี่ยที่ทำได้ดีมาตลอดดิ่งลงเหว เทอมนั้นเขาไม่ได้เข้าเรียนเลยด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเหตุผลที่เธอหนีหายไปจากสายตาตนได้รับการคลี่คลายลงโดยปากเพื่อนสนิท เรื่องราวที่เธอเห็นวันนั้นทำให้เจ้าหล่อนเกิดความเข้าใจผิด ทว่าเขากลับเลือกที่จะปล่อยผ่านไม่อธิบายใด ๆ
หากรักกันมากพอ เรื่องพรรค์นี้จะไม่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ของพวกเขา...
hxmh : เข้าเกม ๆ @p.techin
เพื่อนในกลุ่มพยายามฉุดเขาออกจากขุมความเศร้า ทว่าเขากลับเลือกที่จะกันตัวเองออกจากทุกคน หลบอยู่ในห้องกับมวนบุหรี่และขวดแอลกอฮอล์
ร่างกำยำซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว หนวดเคลายาวเฟื้อยไม่เหลือเค้าโครงชายหนุ่มรูปงามอีกต่อไป กอปรกับพิษสุรายิ่งส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรมจนหมดสภาพ
เหี่ยวเฉาไม่ต่างจากต้นไม้ขาดน้ำ...เสียงคลื่นซัดเข้ากระทบชายหาดดังก้องหู คู่รักข้าวใหม่ปลามันเดินออกจากโรงแรมด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความสุข“เชี่ยอะไรวะเนี่ย !”ริทเอ่ยทักเมื่อทั้งสองมาถึง เขาแปลกใจที่เห็นใบหน้าเย็นชาของเพื่อนสนิทมีรอยยิ้ม แถมทั้งสองยังจูงมือกันเดิมมาราวกับว่าเป็นแฟนกัน..“ขอแนะนำหน่อย.. ฟางข้าว แฟนกู”พรู้ดดดด ! แอลกอฮอล์สีทองฟองสีขาวพุ่งออกจากปากริททันทีที่ได้ฟังประโยคนั้น เขารีบเช็ดปากหันกลับมามองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกับต้นอ้อและพริก“คือ.. ยังไงวะ”พริกกลืนลูกชิ้นทั้งที่ยังไม่ทันเคี้ยวลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วชี้สาดไปทางพวกเขา เพื่อขอคำอธิบาย“ก็.. แบบนี้แหละ คบกันแล้ว”คราวนี้ฟางข้าวเอ่ยตอบอย่างเขินอาย แก้มซาลาเปาขาวอวบแดงระเรื่อเมื่อต้องบอกเพื่อน ๆ ถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอ“อีเหี้ย ! แอบกินกันเนียนเลยนะ”“ไอ้ตงมึงล่อลวงมันเปล่า?”“ฟางล่อลวงกูต่างหาก”ผู้มาใหม่นั่งลงพลางเอ่ยอธิบาย หากจะว่ากันตามตรงก็อาจจะเป็นดั่งเช่นเขาว่า เพราะคืนนั้นหากเธอไม่เกิดอารมณ์ตอนเมาจนแอบมานั่งดูหนังโป๊กลางห้อง พวกเขาทั้งสองคงไม่เลยเถิดจนเกินความสัมพันธ์เพื่อน“มิน่า.. ไอ้ห่านี่ตึงใส่กูทั้งวัน”
“จะไปไหน มาขึ้นให้กู”“ตงกูไม่เคย”เธอยังไม่ทันไปไหนก็ถูกรั้งไว้ก่อน เขาไม่สนใจฟังคำทัดทานของเจ้าหล่อน ประคองท่อนเอ็นของตนตั้งชันขึ้นจากนั้นกดก้นงอนลงสวมทับท่อนเอ็นเนื้อเข้ากับความเป็นสาวโพรงเนื้อฉ่ำแฉะกำลังครอบเอาปลายดุ้นเข้าในร่างกายจนสุดความยาว ความรู้สึกจุกแน่นทำให้ร่างบางบิดเร้าอย่างห้ามไม่ได้“จุก ! อ่าห์ ท่านี้เข้าลึกจัง”หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อยด้วยความไม่เคยทำมาก่อน แต่ทว่าความไร้เดียงสานั้นกลับทำให้อีกฝ่ายจวนจะบ้า“บดเอวลงใส่ค_xxกู.. ซี้ด”แค่เขาออกคำสั่งพร้อมกับฝ่ามือหนาช่วยกดให้จังหวะ หญิงสาวผู้ว่านอนสอนง่ายก็ทำตามได้ในทันที“ฟาง~ แค่นี้กูก็เสียวจนน้ำจะแตกอยู่แล้ว ซี้ดแม่ง ! เป็นงานฉิบหาย”เขาเอ่ยชมเสียงแตกพร่า ดวงตาเฉี่ยวคมเป็นประกายจับจ้องมองเต้าอวบใหญ่คู่สวย ด้วยท่านั่งคร่อมทำให้เขามองเห็นเรือนร่างงามชัดเจนทุกสัดส่วน อารมณ์หื่นกระหายยิ่งโหยหาบ้าคลั่ง หญิงสาวแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลยด้วยซ้ำอรดาเริ่มกระดกก้นงอนขึ้นลงเสียดสีท่อนเอ็นใหญ่กับกลีบเนื้ออวบอูม ร่างเล็กโน้มลงด้านหน้าเล็กน้อยวางมือเรียวลงบนแผงอกกำยำของชายหนุ่ม ปลายนิ้วยังสะกิดเขี่ยรอบหัวนมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเอาใ
ราวหนึ่งชั่วโมงผ่านไป พริกและต้นอ้อต่างพากันแต่งตัวพร้อมสำหรับการเดินยั่วผู้ชายริมทะเลแล้ว มีเพียงฟางข้าวเท่านั้นที่ยังคงเล่นตัวไม่ยอมลุกไปไหน“มึงเอาได้ยัง พวกกูเสร็จแล้วนะเนี่ย !”“พวกมึงลงไปก่อนก็ได้ กูว่าจะลงไปตอนกินข้าวทีเดียว ปวดตัวอ่ะยังไม่อยากจะไปรับลม”ฟางหันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ก็เพราะเรี่ยวแรงของเธอถูกใครบางคนพรากไปทุกวี่วัน แถมวันนี้ต้องเดินทางไกลอีก“โอเค รีบตามลงไปล่ะ เดี๋ยวกูถ่ายรูปผู้ชายมาฝาก”“ฮึ จ้า ๆ เอาให้ได้ผู้กลับมานะ”หลังจากที่เพื่อนสนิททั้งสองจากไปทั้งห้องก็ว่างเปล่าเหลือเพียงหญิงสาวที่นอนไถกระดานข่าวดูเรื่องราวของวันไปเรื่อยก๊อก ก๊อก ก๊อก ! “หืม ? ลืมอะไรเปล่า”ยังไม่ถึงสองนาทีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่างเล็กรีบลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดประตูอย่างรีบร้อนไม่อยากให้เพื่อนรอนานทว่าผู้มาเยือนกลับไม่ใช่คนที่พึ่งออกไป ชายร่างสูงโปร่งสวมกางเกงขาสามส่วนเสื้อเชิ้ตขาวไม่ได้ติดกระดุมเผยให้เห็นแผงอกกำยำ หัวนมสีชมพูโผล่เล็กน้อยเพิ่มความเซ็กซี่“ตะ.. ตง มีอะไรเหรอ ?”เธอเอ่ยถามเสียงติดขัดเมื่อรวบรวมสติได้ ทว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตอบ แต่ถือวิสาสะแทรกตัวเข้ามาภาย
โรงแรมดีเห้าหลังจากวันนั้นก็ผ่านมาแล้วราวสองสัปดาห์ ไม่มีวันไหนเลยที่เพื่อนสนิททั้งสองจะไม่ได้ร่วมเตียงกัน วันนี้ก็คงไม่เว้นรถยนต์ราคาแพงเคลื่อนเข้าจอดบริเวณหน้าโรงแรมหรู วิวทิวทัศน์ทะเลสีฟ้าครามตัดกับแสงแดดสีทองทอประกายระยิบระยับชวนตื่นตานำพาให้คนทั้งห้าคล้ายกับถูกชาร์จพลังในทันใด“เออฟาง กูลืมบอกเลยว่าจองโรงแรมได้แค่สองห้องอ่ะ วันนี้วันศุกร์เต็มหมดเลย”“อ๋อ มะ.. ไม่เป็นไร” มั้ง..ต้นอ้อยิ้มหน้าเจื่อนรู้สึกผิด สำหรับฟางเองไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจกับคำพูดดังกล่าวอยู่ตงคว้ากระเป๋าสัมภาระของตนเดินลิ่วนำเข้าโรงแรมอย่างไม่รอเพื่อน สีหน้าบึ้งตึงราวกับอมทุกข์มาแรมเดือน ฟางข้าวได้แต่มองตามแผ่นหลังคุ้นเคยตาละห้อยแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเช่นกัน“แล้วไอ้ตงมันรีบไปไหนของมัน หน้าบูดขนาดนั้นหรือมันไม่อยากมา”“มึงก็พูดเหมือนไม่รู้จักนิสัยมัน มันเคยยิ้มให้ใครบ้าง เห็นฟันมันแต่ละทีแทบอยากถ่ายรูปอัดกรอบ”ริทเอ่ยตอบพริกแกมแซวเพื่อนชายคนสนิทของตน เขาเข้าใจว่าด้วยนิสัยพื้นเพเดิมของตงแล้วมักจะเย็นชาเช่นนี้อยู่ตลอดไม่น่าแปลกใจอะไร“นั่นน่ะสิ มันก็เป็นแบบนั้นของมันนั่นแหละ” ต้นอ้อห
รุ่งสางของวันถัดมา ตงขับรถออกจากบ้านเพื่อนสนิทตั้งแต่เช้าตรู่ แต่การกระทำนี้เป็นเพียงการตบตาเพื่อนทั้งสามเท่านั้น เขาส่งข้อความบอกเจ้าของบ้านให้รอตนมารับเพื่อไปมหาวิทยาลัยพร้อมกันและเมื่อเห็นว่ารถริทขับออกจากบ้านไปไกลแล้ว ชายหนุ่มก็วนกลับมาทันที ด้วยความที่ไม่มีใครอยู่บ้านเขาจึงเดินตรงมายังห้องนอนของเพื่อนสนิทอย่างถือวิสาสะร่างแบบบางขาวนวลเนียนกำลังนั่งแต่งตัวอยู่หน้าตู้กระจกโดยที่ยังไม่สวมชุดนักศึกษา มีเพียงผ้าขนหนูสีสะอาดพันรอบกายไว้อย่างหมิ่นเหม่“ตง ! มึงเป็นแมวรึไงย่องมาไม่ให้สุ้มให้เสียง”เธอยกมือขึ้นปิดหน้าอกของตนแล้วจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวผู้บุกรุกก็เดินเข้ามาใกล้แล้วกดหัวไหล่เล็กไว้ไม่ให้ลุกไปไหน“วันนี้ไปสายหน่อยก็ไม่เป็นไรมั้ง ? มึงมีของเล่น.. ใช่ไหมฟาง”เขาเลิกคิ้วถามถึงสองประโยคพร้อมกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากทำให้ฟางรู้ดีว่าคำถามสุดท้ายหมายถึงอะไรเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอมีของพรรค์นั้น..“ถามทำไม ?”“แค่อยากรู้” “ไม่ใช่เรื่องของมึง”อรดาเบี่ยงเบนไม่ยอมตอบ สำหรับหญิงสาวมองว่าเป็นเรื่องน่าอายไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาพูด จากนั้นจึงแกล้งทำเป
“ฟาง พริกมันจะเปิดประตูเข้ามาในห้องรับแขกอยู่แล้วนะ”ตงโน้มลงกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า ฟางรีบเงยหน้ามองอีกครั้งด้วยความตกใจ เจ้าหล่อนหลงมัวเมากับคนด้านหลังจนลืมดูเพื่อนไปเลย“พะ.. พริก กูกำลังคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ อ๊ะ ! เดี๋ยวคุยเสร็จแล้วกูจะรีบขึ้นไป”ฟางตะโกนเสียงกระท่อนกระแทนติดขัดแม้จะพยายามปรับโทนเสียงให้เป็นปกติแล้วแต่เพราคนด้านหลังไม่ยอมหยุดจึงเป็นอย่างที่เห็น“ฮึ นึกว่าจะบอกว่าโดนไอ้เหี้ยตงเน้ดอยู่”เขาเหมือนกำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งเธออย่างไรอย่างนั้น แถมยังเร่งเร้าจังหวะตอกอัดเข้าออกเน้น ๆ จนฟางควบคุมเสียงครวญครางของตนเองไม่ได้“อ๋อโอเค ว่าแต่มึงโอเคไหม ทำไมเสียงสั่นแปลก ๆ”พริกยังไม่หมดความสงสัย น้ำเสียงสั่นเครือของเพื่อนคล้ายกับทรมานมาก จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“ไม่ได้ อื้ออุบ ! มะ.. ไม่เป็นอะไร”“ไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรก็เรียกกูนะ” พริกพูดทั้งที่ยังสงสัยเจ้าหล่อนเงี่ยงหูอย่างรอฟังคำตอบ“อื้ม ใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวรีบตามขึ้นไป อื้ออ..” คนทรมานพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติกลั้นเสียงครวญครางสุดกำลังเท่าที่จะทำได้“เออ ๆ งั้นก็รีบตามขึ้นไปนะ รีบนอนพรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้าด







