ANMELDEN"ห้าสิบล้าน..." คือราคาที่พ่อแม่ตีค่าและขายเธอเพื่อปลดหนี้! 'เกลวลิน' สาวน้อยวัย 18 ปี ต้องก้าวเข้าสู่กรงทองในฐานะ "เด็กเลี้ยงขัดดอก" ของ 'นายหัวบดินทร์' ซาตานร้ายผู้เย่อหยิ่งและไร้หัวใจ เขาตราหน้าว่าเธอคือของเล่นไร้ค่า คอยกลั่นแกล้ง ย่ำยี และยัดเยียดความอัปยศให้เธอสารพัด เขากักขังเธอไว้ใต้ร่าง รังแกจนเธอแหลกสลาย เพียงเพราะไฟหึงหวงที่เขาเองก็ไม่ยอมรับความจริง! “เธอมันก็แค่ของเล่น... แค่ที่ระบายอารมณ์ชั่วคราว อย่าริอ่านมาเสนอตัวให้ฉันอีก!” แต่เมื่อนกน้อยบอบช้ำจนถึงขีดสุด และพบว่าตัวเองกำลังอุ้มท้อง 'สายเลือด' ของคนที่เกลียดชังเธอ เกลวลินจึงตัดสินใจหนี! เธอหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้า พร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์ในหัวใจ และการสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อวันหนึ่งมัจจุราชร้ายดันพลิกแผ่นดินตามหาจนเจอเธออีกครั้ง... พร้อมกับความจริงที่ตบหน้าเขาอย่างจังว่า 'ของเล่นขัดดอก' ชิ้นนี้ คือหัวใจทั้งดวงที่เขาขาดไม่ได้! จากซาตานร้ายที่เคยผลักไสและดูถูกสารพัด สู่การเป็น 'ผู้ชายคลั่งรัก'
Mehr anzeigen“ป้าแมวคะ..ที่บ้านเรามีแขกหรือคะ”
เกวลินเอ่ยถามแม่บ้าน เมื่อเห็นรถหรูคันแปลกตาจอดอยู่หน้าตึก
“ค่ะคุณหนู..รีบเข้าไปเถอะค่ะคุณท่านรอคุณหนูอยู่นะคะ” เกล!..หรือเกลวลินสาวน้อยวัยสิบแปดที่เพิ่งจะเรียนมหาลับปีหนึ่งได้เพียงสัปดาห์เศษ เดินเข้าไปยังตัวบ้านแบบงงๆ..โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว้า ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้โลกทั้งใบของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป
“คุณพ่อ..คุณแม่สวัสดีค่ะ...เอ่อสวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้แขกที่นั่งรออยู่ ท่าที่ของชายตรงหน้าดูภูมิฐานและเย่อหยิง แค่เห็นแวบแรก ก็ทำเอาเธอรู้สึกประหม่า ราวกับมีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม แม้หน้าตาเขาจะหล่อเหลาและดูดีก็ตาม
“เอาหล่ะ...ไหนๆก็มาแล้วก็คุยกันให้เรียบร้อย ผมไม่มีเวลามากนักหรอกนะ เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง เดี๋ยวผมไปรอที่รถ..ผมให้เวลาพวกคุณสามสิบนาที” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะมองมาที่เกวลินอย่างสำรวจ แล้วเดินออกไป
“เขาเป็นใครหรือคะคุณแม่..ทำไมท่าทางหยิ่งยโสจัง”
“ไม่มีเวลามากแล้วละยัยเกลที่จะมาซักประวัตรอะไรมากมายตอนนี้ แกฟังแม่นะ แกต้องไปอยู่กับนายหัวบดินทร์เขาเป็นการแลกเปลี่ยน เพราะเขาช่วยเราในการระดมทุน ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะถูกฟ้องล้มละลาย”
สิ่งที่คุณวาสนาพูดออกมา มันทำเอาโลกของเธอสลายปในพริบตา
“อะไรนะคะคุณพ่อ..คุณแม่ นี่พวกท่านกำลังขายลูกตัวเองให้ไปเป็นของเล่นเศรษฐีอย่างนั้นหรือคะ..เกลไม่ไปค่ะ เกลไม่ยอม ทำไมเกลต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำด้วยละคะ อีกอย่างเกลยังเรียนอยู่”
“มันแค่ชั่วคราวไม่กี่วันเท่านั้นแหละยัยเกล เงินส่วนนี้เอามาช้หมุนเวียนในบริษัท อีกไม่กี่วันเราเก็บเงินจากลูกค้าได้แล้วเอาไปคืนเขา ลูกก็จะได้กลับบ้านแล้ว ตอนนี้เราจำเป็นต้องเอาเงินไปจ่ายให้ซับพรายเออร์ ถ้าไม่อย่างนั้นเราไม่มีสินค้าส่งที่นี้ก็จะถูกปรับมหาศาลแกจะช่วยพ่อกับแม่ไม่กี่วันไม่ได้หรือไง”
“แมวเข็นกระเป๋าคุณเกลไปที่รถ”
“คุณพ่อ!!...หนูไม่อยากไป”
“ก็แค่ไม่กี่วันเองจะมาร้องห่มร้องไห้ทำไม..ฉันไม่ได้ให้แกไปตายซักหน่อย บอกว่าไม่กี่วันก็จะไปรับกลับ ไปๆ..ไปได้แล้ว” น้ำตาที่ไหลพรากไม่อาจจะพลิกสถานการณ์ได้ บวกกับคนของเขามาตาม เด็กสาวแทบจะถูกกระชากออกไป เธอหันมามองบ้านที่เคยอยู่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ที่บัดนี้ต้องจากไป และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ และจะได้มีโอกาสได้กลับมาอีกหรือไม่
รถตู้คันหรูสีดำ..ติดฟิล์มดำทั้งคันแล่นออกจากบ้านไป เกลวินหันกลับมามองจนลับตา ราวกับว่าจะบันทึกมันไว้ในความทรงจำ เพราะการไปครั้งนี้ ลางสังหรณ์มันบอกเธอว่า ไม่ใช่แค่วันหรือสองวันที่เธอจะกลับมาได้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินกี่มากน้อยที่บิดามารดาเอาของชายหน้าดุไป
ตลอดการเดินทาง เธอไม่พูดไม่จา แม้จะนั่งห่างจากเขาไม่ถึงฟุตด้วยซ้ำ และเขาเองก็ไม่ต่างกัน นอกจากปรายตามองมาด้วยความประเมิน ใจลึกๆก็ยอมรับว่ายัยเด็กขี้แยนี่หน้าตาสะสวย แม้จะเอาแต่ร้องไห้เหมือนบรรพบุรุษตาย แต่ทรวดทรงองค์เอวที่ซ่อนอยู่ในชุดนักศึกษา คาสโนว่าอย่างเขามองปราดเดียวก็กะขนาดได้
เกลวลินหันหน้าออกไปด้านข้าง พยายามกลั้นสะอื้นจนตัวโยน ในใจลุ้นระทึกว่าเขาจะพาเธอไปไหน ไปอยู่ในสถานะอะไร คงจะไม้พ้นนางบำเรอสินะ ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล จนบัดนี้การเดินทางก็ยังไม่ถึงที่หมาย เพราะการจราจรหนาแน่นในเมืองกรุงเย็นวันศุกร์ รถติดจนแทบไม่ขยับ แม้จะอยู่บนทางด่วน
“เอ้านี่..เช็ดหน้าเช็ดตาให้เรียบร้อย แล้วหยุดร้องให้เสียที ฉันไม่ได้จะเอาเธอไปฆ่า”
ว่าพลางส่งกล่องทิชชู่ให้ เกลวลินรับมันไปโดยที่มือยังคงสั่น ก่อนจะแสดงความกล้าเอ่ยถามออกไป
“ คุณจะพาฉันไปไหนคะ”
“ไปกินข้าว!”
“ไปกินข้าว!..แล้วทำไมต้องมีกระเป๋นเดินทางมาด้วยละคะ”
“พ่อแม่เธอไม่ได้บอกอะไรกับเธอเลยเหรอ?”
“บอกว่าต้องไปอยู่กับคุณสักพัก..พอเบิกค่าสินค้าแล้วคืนเงินคุณก็จะไปรับกลับ”
“เรื่องนี้เราจะคุยกันทีหลัง แต่ตอนนี้ฉันหิวข้าวแล้ว และเธอควรจะเช็ดหน้าตาให้เรียบร้อย ฉันไม่อยากให้มีคนมองว่าฉันรังแกเด็ก และที่สำคัญฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆ”
เมื่อลงทางด่วนได้ไม่นานก็มาถึงย่านทองหล่อ รถแล่นเข้าไปจอดในร้านอาหารญ่ปุ่น
บอดี้การ์ดที่นั่งคู่คนขับรีบลงมาเปิดประตูให้ก่อนตะค้อมตัวให้อย่างสุภาพ
(แต่คงไม่ใช่กับเธอ)
“ลงไปสิ...หรือต้องให้อุ้ม!”
“มะ..ไม่ต้องค่ะ”
เธอรีบลนลานลงรถไปอย่างรวดเร็ว เมื่อบดินทร์ลงมาแล้วเขาก็เดินลิ่วเข้าไปในร้านอาหารร้านประจำที่มักจะมาทานทุกเย็น ทิ้งให้เธอยืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างรถ
“คุณหนูรีบตามนายหัวไปเถอะครับ อย่าให้ท่านรอนาน ท่านอยู่ในห้องพิเศษหนึ่งนะครับ ที่ผมโทรจองให้”
“ค่ะๆ..ขอบคุณค่ะ”
เธอรีบสาวเท้าเดินเข้าไปในร้าน เพราะตัวร้านเป็นอาคารชั้นเดียว คงไม่ได้หายากเมื่อไปถึงหน้าประตู พนักงานต้อนรับ ก็เปิดประตูให้
“อิรัชชัยมาเสะ (いらっしゃいませ)”
(ยินดีต้อนรับค่ะ)
“ห้อง v 1 ค่ะ”
“เชิญทางนี้เลยค่ะคุณลูกค้า”
พนักงานสาวชาวไทยในชุดกิโมโน ที่ดูๆแล้วน่าจะรุ่นๆเดียวกับเธอพาไปยังหน้าห้องก่อนจะเคาะเบาๆด้วยความสุภาพ ก่อนจะเลื่อนประตูเปิด แล้วผายมือให้เกลวลินเข้าไปภายในห้องมีพนักงานคอยบริการและรับออร์เดอร์อยู่แล้ว ภายในตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่น ที่นั่งปูด้วย เสื่อทาทามิ (Tatami, 畳) มีเบาะนั่งสไตล์ญี่ปุ่นแบบมีพนักพิงและโต๊ะญี่ปุ่นบนาดใหญ่ พนักงานบริการเลื่อเมนาตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถามถึงเครื่องดื่มที่เธอต้องการ
“อยากกินอะไรก็สั่งได้ตามสบายเลยนะ ของที่นี่นำเข้าจากญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยมทั้งนั้น”
“ขอบคุณค่ะ”
“ขอชาเขียวเย็นออร์แกนิคแบบไม่ใส่น้ำตาลนะคะ”
เธอสั่งเครื่องดื่ม ก่อนที่จะพลิกดูเมนู อาหารญี่ปุ่นจะว่าไปแล้วมันก็อาหารโปรดของเธอเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ได้กินอะไรที่แพงเท่านี้ ในเมนูทุกอย่างราคาหลักพันขึ้น ขนาดว่าชูชิก็ยังแปดเก้าร้อยเลย แต่อาหารของชายหน้าดุเริ่มทยอยมาเสิร์ฟแล้วแต่เธอยังคงพลิกหารายการอาหาร จนพลิกหน้าพลิกหลัง แต่การกระทำของเธอก็ไม่รอดสายตาคมดุหรอก
“เลือกได้หรือยังอาหาร ถ้ายังไม่ได้เดี๋ยวฉันจะสั่งให้”
“เอ่อ!..เอาชูชิรวมก็แล้วกันค่ะ”
"เกลเพิ่งลุกขึ้นมายืนเองนะคะพี่ดิน ให้นั่งทั้งวันเกลก็เมื่อยแย่สิคะ" เกลวลินเอนหลังพิงแผงอกกว้าง แกล้งทำหน้างอแงใส่สามี"ก็พี่เป็นห่วงนี่นา... ตัวเล็กดิ้นแรงมั้ยวันนี้ หืม?" บดินทร์เอ่ยถามลูกสาวในท้อง พลางก้มลงจูบซับที่หน้าท้องนูนเบาๆใช่แล้ว... พวกเขาได้ลูกสาว! ทันทีที่รู้เพศลูกจากผลอัลตราซาวด์ นายหัวบดินทร์ก็แทบจะปิดบริษัทฉลอง เขาเห่อลูกสาวหนักมาก กว้านซื้อเสื้อผ้า ของเล่น และของใช้เด็กอ่อนสีชมพูมาตุนไว้จนแทบจะล้นห้องนอนเด็ก ซ้ำยังตั้งชื่อรอไว้แล้วว่า 'น้องของขวัญ' เพราะเด็กคนนี้คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่สวรรค์ประทานมาเพื่อชดเชยความสูญเสียและเยียวยาหัวใจของเขา"วันนี้ดิ้นเก่งมากเลยค่ะ สงสัยจะอยากออกมาเจอหน้าคุณพ่อแล้ว" เกลวลินหัวเราะคิกคักเมื่อลูกสาวตัวน้อยเตะสวนฝ่ามือของบดินทร์ราวกับรู้ทักทาย"ใจเย็นๆ นะคะน้องของขวัญ รอให้ครบกำหนดคลอดก่อนนะลูก พ่อยังจัดห้องของเล่นให้หนูไม่เสร็จเลย" บดินทร์คุยกับลูกเสียงสองเสียงสาม ชนิดที่ว่าถ้าลูกน้องชุดดำมาเห็นคงต้องกรามค้างแน่ๆ"โอ๊ย!"จู่ๆ เกลวลินก็อุทานออกมาเสียงหลง ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บปวด มือเล็ก รีบกุมหน้าท้องของตัวเองแน่น ร่างกาย
แม้จะเคยผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มันก็จบลงด้วยความสูญเสียที่แสนเจ็บปวด ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่เกลวลินจะได้เข้าห้องอัลตราซาวด์เพื่อดูพัฒนาการของลูกจริงๆ ความตื่นเต้นและความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอกจนมือเย็นเฉียบ"เชิญคุณเกลวลินที่ห้องตรวจ 3 ค่ะ"เสียงพยาบาลเรียกชื่อทำเอาเกลวลินสะดุ้ง บดินทร์รีบพยุงร่างบางลุกขึ้นและเดินเคียงข้างเธอเข้าไปในห้องตรวจอย่างไม่ยอมห่าง คุณหมอสูตินรีเวชวัยกลางคนทักทายอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเชิญให้เกลวลินขึ้นไปนอนบนเตียงตรวจ บดินทร์เข้าไปยืนอยู่ข้างเตียง มือหนายังคงจับมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"อายุครรภ์ประมาณสิบสัปดาห์แล้วนะคะ วันนี้เรามาดูหน้าตั๋วเล็กกันหน่อยเนอะ คุณพ่อมองที่หน้าจอนะคะ"คุณหมอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม พลางบีบเจลเย็นๆ ลงบนหน้าท้องแบนราบของเกลวลิน ก่อนจะใช้หัวตรวจอัลตราซาวด์เคลื่อนผ่านไปมาเบาๆเกลวลินและบดินทร์กลั้นหายใจ สายตาทั้งสองคู่จดจ่ออยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์สีดำขาว ภาพสัญญาณคลื่นสะท้อนกลับมา ปรากฏเป็นรูปร่างของก้อนเนื้อเล็กๆ ที่ดูคล้ายเมล็ดถั่วกำลังฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูกอย่างปลอดภัย"นี่ไงคะ ตัวเล็กของเรา" คุณหมอชี้ไปที่จุดเล็กๆ บนหน้าจอ "การ
เกลวลินเดินหายเข้าไปในโซนหลังร้านเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับ 'กล่องปฐมพยาบาล'ขนาดใหญ่ หญิงสาวลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงตรงหน้าเขา ก่อนจะดึงท่อนแขนที่โชกเลือดของเขามาวางพาดบนหน้าตักของเธออย่างไม่รังเกียจ!"กะ... เกล... เดี๋ยวชุดเกลจะเปื้อนเลือดพี่นะ" บดินทร์เบิกตากว้าง พยายามจะชักแขนกลับ แต่เกลวลินกลับยึดข้อมือเขาไว้แน่น"อยู่เฉยๆ! อยากเลือดหมดตัวตายหรือไง!" หญิงสาวดุเสียงเขียว ก่อนจะเปิดกล่องปฐมพยาบาล หยิบสำลีชุบน้ำเกลือขึ้นมาทำความสะอาดบาดแผลให้เขาอย่างเบามือที่สุดสัมผัสจากมือนุ่มที่ค่อยๆ ซับเลือดบนท่อนแขน ทำเอาหัวใจของมัจจุราชร้ายกระตุกวูบและเต้นแรงจนแทบระเบิด บดินทร์ก้มมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างเพียงคืบ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความตั้งใจ ดวงตากลมโตจดจ่ออยู่ที่บาดแผลของเขา แววตาของเธอมีความห่วงใยซ่อนอยู่ แม้ปากจะพยายามด่าทอเขาก็ตามนี่เป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน... ที่เธอยอมแตะต้องตัวเขา ยอมให้เขาเข้าใกล้ และยอมแสดงความห่วงใยออกมาให้เห็น!"เจ็บมั้ยคะ..." จู่ๆ เกลวลินก็เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง"ไม่เจ็บครับ..." บดินทร์ตอบเสียงสั่น น้ำตาแห่งความตื้นตันรื้นขึ
ไม่พูดเปล่า ชายขี้เมาคนนั้นถือวิสาสะยื่นมือสากกร้านหมายจะคว้าแขนของเกลวลินที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนกับชั้นวางแก้วทว่า... มือโสโครกนั้นยังไม่ทันได้สัมผัสแม้แต่ปลายผมของเธอ! หมับ!!!"โอ๊ยยย! เหี้ยอะไรวะเนี่ย!"ข้อมือของชายขี้เมาถูกมือหนาที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กคว้าหมับเอาไว้กลางอากาศ บดินทร์ที่พุ่งพรวดเข้ามาจากหน้าร้านด้วยความเร็ว เขาออกแรงบีบข้อมือนั้นจนกระดูกแทบแหลกละเอียด นัยน์ตาคมกริบที่เคยอ่อนโยนยามมองเมีย บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะและรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในร้านเย็นเยียบลงฉับพลัน!"มึงจะทำอะไรเถ้าแก่ของกู..." บดินทร์กดเสียงต่ำคำรามลอดไรฟัน รังสีความเป็นมัจจุราชร้ายที่ถูกกดทับไว้มานานนับเดือน ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัดเมื่อมีเศษสวะกล้ามาแตะต้องดวงใจของเขา!"มึงเป็นใครวะไอ้ลูกจ้าง! ปล่อยกูนะเว้ย!"ชายขี้เมาพยายามสะบัดมือออก แต่ยิ่งสะบัด บดินทร์ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นจนมันต้องร้องโอดโอย "มึงออกไปจากร้านนี้เดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะหักข้อมือมึงทิ้ง!" บดินทร์ตวาดกร้าว ออกแรงผลักชายคนนั้นจนกระเด็นไปชนกับเพื่อนของมันท

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



