Masuk“เห็นจะไม่ได้การแล้วครับ ชาวบ้านบอกมีผีสาวออกอาละวาด” คำบอกของไอ้ชดทำให้ทั้งพ่อหมอสินและคุณน้อยขมวดคิ้ว
“เป็นไปได้อย่างไร หมู่บ้านเราไม่มีผีสางมานาน” พ่อหมอสินถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“จริง ๆ ครับพ่อหมอ เมื่อคืนคนโดนหลอกเกือบสิบคน” ไอ้ชดได้รับแจ้งมาประมาณห้าคนรวมถึงไอ้กล้า แต่คิดว่ามีบางส่วนอาจจะยังไม่มาแจ้ง ไอ้ชดก็เลยนับเพิ่มไปอีกนิดเพื่อให้เรื่องมันใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย
คำว่าโดนหลอกเกือบสิบคนนั้นทำให้คุณศรัณย์หยุดมือจากการกินข้าวและหันมาถามไอ้ชดอย่างเป็นจริงเป็นจัง
“มันมาหลอกทำไม ต้องการอะไร” ปกติผีที่สามารถปรากฏกายให้คนมองเห็นได้ต้องมีความปรารถนาอันแรงกล้า หรือไม่ก็มีแรงแค้นมากพอจะทำให้คนเห็นได้
“นังผีร้ายนั่น มาชวนผู้ชายไปเป็นผัวครับ” ชดเล่าไปด้วยใส่อารมณ์ไปด้วยเพราะไอ้กล้า เกลอของเขาก็โดนเช่นกัน ตอนนี้มันยังนอนซมอยู่ในเรือนหัวทุ่งนา
“ชวนไปเป็นผัวรึ” คุณศรัณย์ขมวดคิ้วหันมองหน้าบิดาเพื่อปรึกษา ระหว่างที่พ่อหมอสินกำลังใช้ความคิดชดก็เสริมขึ้นอีก
“ไอ้กล้าก็โดนนะครับคุณศรัณย์ แต่ดีที่ว่ามันถึงบ้านก่อนก็เลยได้สายสิญจน์คุณศรัณย์ช่วยไว้ นังผีนั่นตามไอ้กล้าจนถึงเรือน เกือบบีบคอมันตายแล้ว”
ไม่มีผีตนไหนบีบคอไอ้กล้ามันหรอก แต่ไอ้ชดใส่ไคล้เพิ่มไปอีกนิดเพราะถ้าไอ้กล้าไม่ทันขึ้นเรือน รับรองนังผีชั่วนั่นได้บีบคอตายคากองขี้ไอ้หลงแน่
“ไอ้กล้ามันเจอที่ไหน” คุณศรัณย์ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าบ่าวในเรือนก็โดนผีหลอกเช่นกัน คงเป็นผีแม่หม้ายสินะถึงได้ร้องหาผัวเช่นนั้น
“ท่าน้ำครับ” ไอ้ชดตอบด้วยความรวดเร็ว
“ท่าน้ำไหนไอ้ชด” คุณศรัณย์ถามเสียงแข็ง ท่าน้ำมีเป็นร้อยแล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องไปปราบผีที่ไหน
“ท่าน้ำเรือนท่านเจ้าคุณพิชิตครับ” ชื่อเรือนนั่นยิ่งทำให้ทั้งพ่อหมอสินและคุณศรัณย์ขมวดคิ้ว
จะไม่ให้ขมวดคิ้วได้อย่างไร ในเมื่อเรือนหลังนั้นอยู่ก่อนถึงเรือนพ่อหมอสินเพียงหลังเดียว หากในเวลานี้ไม่มีใครอาศัย มีเพียงบ่าวเฝ้าอยู่สี่ห้าคน
พระยาพิชิตท่านไปรับราชการในพระนคร นานทีปีหนถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครา ครั้งก่อนเก่าทั้งพ่อหมอสินกับท่านเจ้าคุณก็เป็นเกลอกันมาแต่ครั้งยังไว้ผมจุกผมแกละ แต่เมื่อเติบใหญ่ต่างก็แยกย้ายกันทำงานอย่างที่เห็น
พระยาพิชิตรับราชการ ส่วนพ่อหมอสินเป็นหมอผีและทำการค้าขาย พบเจอกันบ้างเมื่อท่านกลับมาเยี่ยมเยียนบ้าน แต่ถ้านับเวลาแล้วก็เกือบสิบปีแล้วที่ไม่ได้พบเจอสหายเก่า
“เรือนท่านเจ้าคุณพิชิตที่อยู่ติดเรือนเรานี่เหรอคะคุณพี่” คุณน้อยเอ่ยถามผู้เป็นสามีอย่างไม่อยากเชื่อ
“ใช่จ้ะ น้อง” พ่อหมอสินตอบเมียรักเสียงหวาน ไอ้ชดต้องรีบก้มหน้ากลั้นยิ้ม หวานกันอย่างนี้ไงเล่าคุณน้อยถึงได้มีลูกถึงเก้าคน คุณศรัณย์เมินความหวานของพ่อแม่แล้วหันมาสั่งความไอ้ชดแทน
“เอ็งไปบอกความชาวบ้านว่าคืนนี้ ข้าจะจัดการให้ ขอให้ทุกคนเข้านอนแต่หัวค่ำ ได้ยินสิ่งใดก็มิควรเปิดประตูหน้าต่างออกมาสอดรู้ คืนนี้ข้าจะจัดการนังผีตนนั้นเอง”
ศรัณย์นึกสงสารนังผีตนนั้นเสียจริง ไม่รู้หรือไรว่าย่านนี้เขาดูแล กล้ามาสร้างความวุ่นวายให้คนในหมู่บ้านได้อย่างไร จับถ่วงน้ำเป็นการสั่งสอนไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผีตนอื่นดีไหม แต่ก็คงทำดังใจหมายไม่ได้ เพราะพ่อหมอสินกำชับหนักหนาว่าห้ามใช้อาคมทำร้ายใคร
ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นผี
ไม่ว่าจะคนหรือผีก็อยู่ร่วมกันได้ เพียงแต่ไม่ควรรังแกกัน หากเจอว่าใครเบียดเบียนก็ต้องช่วยเหลือเพื่อให้ฝ่ายที่เป็นทุกข์ได้พ้นทุกข์
“ครับคุณศรัณย์ ผมจะรีบไปบอกชาวบ้าน พระอาทิตย์ตกดินให้รีบดับไฟเข้านอน”
ไอ้ชดรีบไปป่าวประกาศให้รู้กันถ้วนหน้าทั้งเรือนเล็กเรือนใหญ่ในเขตหมู่บ้าน ว่าคืนนี้คุณศรัณย์จะทำพิธีปราบผีสาวที่ออกหลอกชาวบ้านให้ไปเป็นผัว
น่ากลัวเสียเหลือเกิน ใครที่ได้ผีเป็นเมียไม่แคล้วคงต้องโดนมันสูบวิญญาณแห้งเหี่ยวตายอย่างแน่นอน
เวลานี้ไอ้กล้านอนซมจับไข้หัวโกร๋น ความกล้าที่เคยมีตามชื่อยามนี้หดหายแทบหมด บัดนี้กลัวแม้กระทั่งเสียงลมเสียงใบไม้
“ไอ้กล้าอยู่หรือไม่”
“ใคร...” แม้เสียงตอบรับของมันก็เบาราวกับกลัวว่านังผีร้ายนั่นจะได้ยิน
“ข้าเอง ชด” ไอ้ชดเดินขึ้นเรือนมาพร้อมน้ำมนต์และสายสิญจน์ที่คุณศรัณย์ฝากมาให้ไอ้กล้าเพื่อแก้พิษไข้
“คุณศรัณย์ฝากมาให้เอ็งอาบน้ำมนต์กับผูกสายสิญจน์นี้ไว้กับตัว นังผีนั่นจะได้ไม่ตามมาหลอกหลอน เออ คืนนี้คุณศรัณย์จะจัดการนังผีร้ายนั่นให้ เอ็งไม่ต้องกลัว” ได้ฟังที่ไอ้ชดบอกก็ปล่อยโฮออกมาทันที
“คุณศรัณย์ของบ่าว”
ไอ้กล้าได้ฟังก็น้ำตาไหล ดีใจเหลือเกินที่คุณศรัณย์จะจัดการนังผีตัวร้ายนั่นให้
“ลูกสาวเจ้าค่ะ คุณหลวง” หมอตำแยรีบออกมาบอกผู้เป็นพ่อที่เพิ่งเดินขึ้นเรือนมาด้วยความร้อนอกร้อนใจ“เป็นอย่างไรบ้าง”“ดีเลยเจ้าค่ะ น่าชังยิ่งนัก” หมอตำแยรีบบอก คุณหลวงถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งใจเช้าวันต่อมาคุณหลวงรีบเร่งไปวัดใกล้บ้านเพื่อหารือเรื่องลูกและดวงเกิดของลูกสาว“ชื่อเพราะ เอาตามที่โยมว่านั่นแหละ ชื่อเป็นมงคลดีแล้ว” หลวงพ่อชราเอ่ยกับคนตรงหน้า พระท่านถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะพูดต่อ“ลูกคนนี้มีดวงอุปถัมภ์ค้ำจุนครอบครัวและคนรอบข้าง แต่มีบางสิ่งที่ต้องระวัง” คำของหลวงพ่อทำให้สีหน้าของผู้เป็นพ่อจืดเจื่อนไปถนัดตา“ต้องระวังสิ่งใดขอรับ”“คืนก่อนเป็นคืนราหูทั้งที่มิควรเป็น คืนที่พระจันทร์งดงามเช่นนี้กลับกลายเป็นคืนราหู” คำบอกเล่าของหลวงพ่อตรงหน้าทำให้หลวงพิชิตยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก เข้าใจเพียงครึ่งที่หลวงพ่อพูด“อย่างไรหรือขอรับ” สุดท้ายในเมื่อไม่เข้าใจ หลวงพิชิตก็เก็บความฉงนไว้ไม่ได้เอ่ยถามออกไป“เป็นคนดวงแข็ง เกิดในคืนราหูอมจันทร์นั่นเท่ากับว่าดวงของลูกโยมมีพลังแห่งเงาและความมืด เป็นพลังที่คนชั่วอยากได้นักแล”“อยากได้ไปทำไมขอรับ” หลวงพิชิตเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล“เอาไปทำสิ่งไม่ดี เอ็งอย่าอยาก
“ยังไงวะ สอนข้าหน่อย” ไอ้ชดขยับเข้ามาอีกหน่อยเพราะเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่พูดเสียงดังกันได้“ตอนที่น้ำกำลังจะพุ่งมึงต้องเอาออกมาพุ่งด้านนอก” คำสอนของไอ้กล้าทำคนฟังชะงักไปนิดพลางคิดในใจว่า กูจะชักออกอย่างไรให้ทัน“มันทำได้เหรอวะ เวลานั้นกูไม่อยากเอาออกมาเลย” ไอ้ชดเอ่ยแย้ง เขาอยากกดแช่ไว้แล้วพุ่งในตัวเมียมากกว่าดึงออก“กูถึงบอกว่ามันต้องฝึกไง ไม่งั้นมึงก็หายาต้มมาให้เมียมึงกิน” ไอ้กินยาต้มนี้ไอ้ชดก็ให้เมียกินเช่นกัน แต่เมียเขามันบอกว่ามึนหัวเวลากิน ไอ้ชดเลยไม่อยากให้กินบ่อย“เอาออกมาแล้วมันจะพุ่งเหรอวะกล้า”“มึงก็เอามือรูด ๆ แรง ๆ เดี๋ยวก็พุ่งออกมา”“ไม่ท้องแน่นะ”“มันก็อยู่ที่ความสามารถของมึงไอ้ชด” กล้ายกยิ้มอย่างเป็นต่อ เพราะเขาเป็นผู้ใช้วิธีนี้ได้ผล อยากเสพสุขกับเมียเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีลูกหลายเดือนผ่านไปใบหน้าของชดแช่มชื่นเพราะอารมณ์คั่งค้างได้ปลดปล่อยทุกคืนและวิธีที่ไอ้กล้าบอกก็ได้ผลนักแล“เป็นอะไรอารมณ์ดีเชียว” ศรัณย์ถามลูกน้องคนสนิท“ไอ้ชดไม่มีลูกเพิ่มแล้วนะครับ”“เหรอ ทำไมล่ะมีเพิ่มก็ได้นี่จะได้ช่วยกันทำงาน ที่นี่มีงานให้ทำอีกเยอะ” ศรัณย์พูดถึงโรงสีข้าวขนาด
“อา...อ๊ะ ดาวพี่เสียว” เวลาร่วมรักศรัณย์จะร่ายอาคมครอบกระท่อมไว้ ฤทธิ์เดชของมนตร์นั้นทำให้คนหรือแม้แต่ผีสางเทวดาก็มองไม่เห็นว่ายามนี้เขากับดุจดารากำลังขย่มกันชานกระท่อมแทบพัง“เสียวจัง อา...อา ดาวเสียวจังค่ะ” หล่อนครางบอกเขา สายตาหล่อนปรือหวานด้วยความรัญจวนที่ได้รับเกินกว่าจะห้ามกิริยาไว้ได้“พี่ก็เสียว น้องตอดพี่ตุบ ๆ เลย” ศรัณย์เองเวลานี้เขาเองก็ไม่หลงเหลืออากัปกิริยาของสุภาพบุรุษ เวลาเช่นนี้ความเร้าใจ ความดิบเถื่อนเท่านั้นที่พวกเขาต้องการศรัณย์นอนลงโดยที่ดุจดาราล้มตัวลงทาบอยู่บนอกแกร่งจากนั้นชายหนุ่มก็ทำให้หล่อนรู้ว่าสุขจนตาลอยน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นเช่นไร เมื่อเขากระแทกจากด้านล่างทำให้ร่างบางบนอกกรีดร้องด้วยความสุขเสียวเขาเองก็ครางราวกับสัตว์ป่ากำลังโดนทำร้าย หากแต่ความจริงเขากำลังเป็นสัตว์ป่าที่กำลังเมามันในกามาที่แสนสุข“พร้อมกันดาว” เมื่อคำสั่งของเขาดังขึ้นร่างบางก็กระตุกรับความอุ่นวาบที่ไหลเข้าสู่กายสาว ใบหน้างามร้อนด้วยพิษรักแนบกับอกแกร่งหล่อนยังเสียวและกระตุกตอดเขาไม่หยุด ทั้งสองกดกายแช่ไว้ในกันและกันด้วยรู้ว่าบทรักรอบเดียวไม่เพียงพอทั้งเขาและหล่อนบทรักรอบสองเกิดขึ้นเมื่อเขา
ตอนพิเศษ 1 ทำด้วยกันได้แล้วหลังกลับจากวัดสองคนผัวเมียนั่งอยู่ที่กระท่อมชายทุ่ง ดุจดารายิ้มกับแสงแดดและสายลม“ยิ้มอะไรรึ” ศรัณย์ช้อนร่างบางของเมียรักขึ้นนั่งบนตัก กดจมูกหอมแก้มหล่อนฟอดใหญ่ วันนี้เมียรักเขาอารมณ์ชื่นบานนัก ไม่รู้ว่ายิ้มกับสิ่งใด“ก็วันนี้ดาวมีลูกให้พี่ได้ ไปวัดกับพี่ได้ บอกกับคนอื่นได้ว่าเป็นเมียพี่ศรัณย์”“พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดเช่นนั้นกับน้อง เวลานั้นพี่ต้องทำให้น้องเกลียดพี่และยอมไปจากพี่” นึกถึงคำพูดนั้นทีไรหัวใจของศรัณย์ก็ปวดร้าวทุกครา“ดาวไม่ได้โกรธแล้ว อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ เพราะคำพูดวันนั้นทำให้เรามีวันนี้อย่างไรคะ” ดุจดารายิ้มหวานให้เจ้าของตักและอ้อมกอดอบอุ่น หล่อนซุกหน้าลงบนอกกว้าง“จำได้หรือไหมว่าตรงนี้เราทำอะไรกัน” ชานกระท่อมที่ไม่มีฝาไม้ไผ่ปิดบังสายตาผู้คน คำถามนั้นทำให้ดุจดาราหน้าร้อนถ้าเขาถามอย่างนี้จะมีอะไรเล่าที่เราทำร่วมกันบนกระท่อมปลายนาเช่นนี้“น้องอายนะคะ” ปากบอกว่าอายแต่มือกลับไม่ปัดป้องยามมือใหญ่หนาลูบไล้เนินนางใต้กระโปรงและกางเกงชั้นใน“หันหน้ามาทางพี่ คร่อมพี่ไว้ ไม่ต้องอายไม่มีใครเห็น”“ตอนเป็นวิญญาณรู้ว่าไม่มีใครเห็น แต่ยามนี้น้องเป็นค
เรื่องมาลากับสมหมายผ่านไปเพียงไม่นาน ไอ้กล้าก็คลานเข่าเข้ามาหาศรัณย์ในตอนที่ชายหนุ่มอยู่ตามลำพัง ไร้เงาเมียเจ้านายและไอ้ชดคนติดเจ้านาย“มีอะไรกล้า”“คุณศรัณย์ไปขอสาวให้ผมหน่อยครับ” ขอสาว คำนี้ศรัณย์ต้องขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยได้ยินว่าไอ้กล้าจะชอบพอใคร“ใครรึ”“คนไม่ไกลนี่แหละครับ” ได้ยินมันบอกเช่นนั้นศรัณย์ยิ่งสนใจใคร่รู้ว่าคนไม่ไกลที่มันหมายถึงคือใคร“จะบอกได้หรือยัง เดี๋ยวกูก็ไม่ไปขอให้หรอก”“บอกแล้วครับบอกแล้ว นังสร้อยนะครับ” ไอ้กล้าตอบพร้อมทั้งบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย ศรัณย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าไอ้กล้าจะถูกใจสาวที่เจอหน้ากันทีไรก็มักจะวิวาทะกันเสมอ“มันอย่างไรวะไอ้กล้า ข้าไม่อยากเชื่อ” ศรัณย์ถามอย่างปรีดา ในช่วงเวลานั้นเองที่ดุจดารากับสร้อยก็เดินขึ้นเรือนมาพอดี“น้องดาวมานี่เร็ว” ดุจดาราเร่งจังหวะฝีเท้าขึ้นเมื่อผู้เป็นผัวเร่งเร้า หล่อนเดินไปยังตั่งที่สามีนั่ง หย่อนกายลงนั่งข้างกันบนตั่งไม้สักที่อยู่มุมหนึ่งของเรือน ข้างหน้าเห็นว่าไอ้กล้านั่งเหงื่อตกอยู่“มีอะไรหรือคะ” ดุจดาราเอ่ยถาม มองหน้าคนข้างกาย รอฟังสิ่งที่เขาจะเล่า“ไอ้กล้ามันให้พี่เป็นเถ้าแก่”“เป็น
“อ้าว มาลามาได้อย่างไร แล้วใครดูร้านรึ” คุณหญิงไพลินตกใจเมื่อเห็นว่ามาลา ผู้เป็นน้องสาวมาปรากฏที่ห้องนั่งเล่นของเรือนที่บางปะอินแทนที่จะอยู่ที่พระนครเพื่อดูแลร้าน“เอ่อ...เอ่อ” มาลาอ้ำอึ้ง มือวางบนหน้าขาตัวเองขย้ำกระโปรงสีหวานไปมา มาลาเป็นคนสวย แต่งตัวราวสาวสมัยใหม่ด้วยเพราะต้องดูแลร้านตัดเสื้อของพี่สาวเพราะความงามทำให้ในวัยสาวหล่อนพลาดพลั้งเผลอใจกับคู่หมั้นหนุ่ม แต่เมื่อเขาได้เชยชมสมใจกลับไม่ยอมแต่งงานอย่างที่ตกลงกันไว้ แม้จะได้ของหมั้นมาทั้งหมดแต่มาลาก็อับอายจนไม่กล้ารักใคร่ผู้ใดอีก“มีอะไรรึ อ้ำอึ้งอยู่ได้” คุณหญิงไพลินใจคอไม่ดีจึงเอ่ยถามน้องสาวอย่างอยากรู้ อาการเช่นนี้และพาตัวเองมาถึงบางปะอินคงไม่ใช่เรื่องขี้ปะติ๋วเป็นแน่“ฮือ...ฮือ ฉันท้องจ้ะพี่ไพลิน” คำตอบของมาลาทำให้คุณหญิงไพลินและดุจดาราเบิกตากว้างด้วยไม่อยากเชื่อว่ามาลาจะท้อง ในเมื่อหล่อนไม่มีคนรักหรือสามี จะท้องได้อย่างไร“ท้อง!!!” คุณหญิงไพลินลุกขึ้นยืนกำมือแน่นด้วยความโมโห“ฮือ ๆ” มาลาร้องไห้ตัวโยน น้ำตาของหล่อนไหลอาบทั้งสองแก้ม ดุจดาราจำต้องรีบเข้าไปโอบกอดผู้เป็นน้าไว้แน่น“ใจเย็นก่อนค่ะแม่” ดุจดาราผู้ไม่เคยเห็นแม่ของหล่




![คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


