ANMELDENเหม็น! แต่ไม่มีเวลาเหม็น ไอ้กล้าตาลีตาเหลือกตะกายขึ้นบันได เสียงหมาหอนดังระงมทั่วท้องนา
เมื่อเปิดประตูได้มันรีบตรงไปยังหัวเตียง คว้าสายสิญจน์ที่คุณศรัณย์ให้พร้อมทั้งผ้าห่มขึ้นคลุมกาย ปากก็ท่องบทสวดมนต์ตามที่ตัวเองบวชเรียนมา
ถึงจะเคยบวชเรียนก็กลัวผี
ถึงจะเป็นลูกมือหมอผีก็กลัวผี
เพราะอย่างนั้นอย่าหลอกหลอนกันเลย อีผีอยากได้ผัว
เรือนไทยหลังเล็กซึ่งอยู่ในบริเวณเรือนของพ่อหมอสิน วันนี้คลาคล่ำด้วยผู้คน สำนักของพ่อหมอสินแต่ยามนี้ลูกชายอย่างคุณศรัณย์เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ
เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องผีสางมักมาพึ่งพาที่นี่มากกว่าบ้านผู้ใหญ่หรือสถานีตำรวจ เพราะคนพวกนั้นบอกว่าคนที่ยังเชื่อเรื่องผีสางเป็นพวกงมงาย
พวกเขาไม่ได้งมงายเลยสักนิด เมื่อคืนที่ผ่านมาชายหนุ่มในหมู่บ้านโดนผีสาวหลอกหลายต่อหลายคน ทำให้วันนี้พวกเขาต้องมาร้องเรียกพ่อหมอตั้งแต่ย่ำรุ่ง
“พวกมึงเสียงดังอะไรกันตั้งแต่ยังไม่โมงเช้า” ไอ้ชดคนสนิทของคุณศรัณย์ตะโกนถามเมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่หน้าสำนัก
“ผีหลอกข้าไอ้ชด ผีหลอก นี่พ่อหมอไม่อยู่หรอกหรือ” ไอ้แดงร้องโวยวายและร้องหาพ่อหมอ ไม่ว่าพ่อหมอสินหรือคุณศรัณย์ก็ได้ ไอ้แดงไม่มีปัญหา ขอแค่สองคนพ่อลูกนี้ ไอ้แดงก็สบายใจ ด้วยรู้ว่าทั้งสองคนพ่อลูกเก่งกาจในเรื่องวิชาอาคมและการปราบผีร้ายทั้งหลาย
“ผีที่ใด” ไอ้ชดถามอย่างสงสัย ไม่ค่อยมีเรื่องผีสางมานานนม ทำไมครั้งนี้ถึงได้มีคนโดนผีหลอกหลายรายพร้อมกัน
“ผีสาวที่ท่าน้ำเรือนท่านเจ้าคุณพิชิต มันมาชวนไปเป็นผัวมัน” ไอ้ไม้รีบพูดเพราะมันก็โดนหลอกเช่นกัน ซึ่งคนอื่น ๆ อีกหลายคนต่างพยักหน้ากันสลอน
เพราะเหตุนี้ชาวบ้านที่โดนหลอกจึงมายังสำนักของพ่อหมอสิน แต่ที่พวกเขาต้องการมาพบเป็นสำคัญคือคุณศรัณย์ เพราะรู้ว่าพ่อหมอสินวางมือและถ่ายทอดวิชาความรู้ให้คุณศรัณย์ซึ่งเป็นลูกคนหัวปี
ชาวบ้านมิได้เรียกคุณศรัณย์ว่าพ่อหมอ คงเพราะด้วยอายุที่ยังน้อย และชายหนุ่มเองก็ชอบให้เรียกคุณศรัณย์มากกว่าการเรียกเขาว่าพ่อหมอทั้งที่อายุเพิ่งจะล่วงเข้าเบญจเพสเท่านั้น
“ให้คุณศรัณย์ไปช่วยปราบทีเถอะพ่อชด พวกเรากลัวเหลือประมาณ” ไอ้แดงยกมือขึ้นไหว้ ชดมองหน้าแล้วก็อดสังเวชไม่ได้ ผมบนหัวของมันตั้งตรง เมื่อคืนคงโดนหลอกจนหัวโกร๋นสินะ ดวงตาและขอบตาของมันก็ดำคล้ำ คาดว่าเมื่อคืนไอ้แดงคงไม่ได้นอนทั้งคืน
“นี่ถ้าพวกเรายอมเป็นผัวมัน ป่านนี้คงเป็นผีเฝ้าท่าน้ำไปแล้ว” ไอ้ไม้เอ่ยเสริม ซึ่งพวกที่โดนผีหลอกต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ยังดีที่เขาไม่ยอมผีนั่นง่าย ๆ ไอ้ไม้คิดปลอบใจตัวเอง ทั้งที่เมื่อคืนมันก็พร้อมยอมเป็นผัวหล่อน แต่เพราะจับต้องร่างกายผีไม่ได้ทำให้ได้รู้ความจริงว่าสาวสวยตนนั้นไม่ใช่คน
“เออ ๆ ประเดี๋ยวข้าจะเรียนคุณศรัณย์ให้” ไอ้ชดรับคำ
“จริง ๆ นะพ่อชด รีบเลยหนา ข้าหวั่นจะมีคนตายเพราะนังผีนั่น” ยายบัวผู้เป็นแม่ของไอ้ไม้เอ่ยเร่งด้วยกังวลว่าผีตนนั้นจะพรากลูกชายของหล่อนไป
“ข้าจะเรียนคุณศรัณย์ให้ พวกเอ็งกลับบ้านไปก่อนเถิด” ไอ้ชดบอกกับชาวบ้านให้แยกย้าย เขาจะนำความนี้ไปแจ้งแก่คุณศรัณย์เอง
งานหลักของคุณศรัณย์คือการดูแลโรงสีข้าว ส่วนงานรองคือเรื่องปราบผี แก้ของให้ผู้คนที่เดือดร้อน งานเยี่ยงนี้ไม่ได้เงินแต่ทำเพราะเป็นการสร้างบุญสร้างกุศล คุณน้อย แม่ของคุณศรัณย์ท่านอยากให้ทำต่อเพราะเมื่อครั้งในอดีต คุณน้อยเคยโดนคุณไสยมนตร์ดำและได้พ่อหมอสินช่วยไว้
แต่ช่วยไว้เช่นไรจนได้เป็นเมีย เรื่องนี้ทั้งพ่อหมอสินและแม่น้อยไม่ได้เล่าไว้ หากใครอยากรู้คงต้องไปตามหาเรื่องเล่าของพวกท่านกันเอง
หลังจากบอกให้ชาวบ้านกลับไปแล้ว ไอ้ชดก็ตรงไปยังเรือนใหญ่ของพ่อหมอสินทันที
“เกิดอะไรขึ้นหรือไอ้ชด ทำไมทำหน้าตาตื่นเยี่ยงนี้” คุณศรัณย์เอ่ยถามบ่าวรับใช้ที่อายุมากกว่าเขาสองสามปี
ชดเป็นลูกชายของบ่าวในเรือน ตามรับใช้เขามาตั้งแต่ยังไว้จุก จนกระทั่งมันมีลูกมีเมีย แต่คุณศรัณย์ของไอ้ชดยังไม่มีใคร
คุณศรัณย์เกิดมาพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติและพรสวรรค์ เขาคือผู้สืบทอดวิชาอาคมจากผู้เป็นพ่อตั้งแต่วัยเด็ก พ่อหมอสินเป็นหมอผีคนดังของจังหวัด ซึ่งปู่ของคุณศรัณย์ก็เป็นพ่อหมอเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้มีคนนับถืออยู่ไม่น้อย
แม้ยามนี้จะมีหลายต่อหลายคนไม่เชื่อเรื่องผีสาง แต่ก็มีคนจำนวนอีกมากโขที่ยังเชื่อและศรัทธาเรื่องลี้ลับนี้
แม้ตอนหลังพ่อหมอสินจะวางมือ แต่เมื่อลูกชายคนโตของท่านเพิ่งตัดจุกก็เริ่มเรียนวิชาต่อ
วันเวลาผ่านยาวนานล่วงเลยมาถึงวันที่คุณศรัณย์ในวัยเบญจเพส พ่อหนุ่มน้อยในเวลานั้นได้เติบโตตามกาลเวลาเป็นชายหนุ่มเต็มวัยและเป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านมากมาย
“ลูกสาวเจ้าค่ะ คุณหลวง” หมอตำแยรีบออกมาบอกผู้เป็นพ่อที่เพิ่งเดินขึ้นเรือนมาด้วยความร้อนอกร้อนใจ“เป็นอย่างไรบ้าง”“ดีเลยเจ้าค่ะ น่าชังยิ่งนัก” หมอตำแยรีบบอก คุณหลวงถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งใจเช้าวันต่อมาคุณหลวงรีบเร่งไปวัดใกล้บ้านเพื่อหารือเรื่องลูกและดวงเกิดของลูกสาว“ชื่อเพราะ เอาตามที่โยมว่านั่นแหละ ชื่อเป็นมงคลดีแล้ว” หลวงพ่อชราเอ่ยกับคนตรงหน้า พระท่านถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะพูดต่อ“ลูกคนนี้มีดวงอุปถัมภ์ค้ำจุนครอบครัวและคนรอบข้าง แต่มีบางสิ่งที่ต้องระวัง” คำของหลวงพ่อทำให้สีหน้าของผู้เป็นพ่อจืดเจื่อนไปถนัดตา“ต้องระวังสิ่งใดขอรับ”“คืนก่อนเป็นคืนราหูทั้งที่มิควรเป็น คืนที่พระจันทร์งดงามเช่นนี้กลับกลายเป็นคืนราหู” คำบอกเล่าของหลวงพ่อตรงหน้าทำให้หลวงพิชิตยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก เข้าใจเพียงครึ่งที่หลวงพ่อพูด“อย่างไรหรือขอรับ” สุดท้ายในเมื่อไม่เข้าใจ หลวงพิชิตก็เก็บความฉงนไว้ไม่ได้เอ่ยถามออกไป“เป็นคนดวงแข็ง เกิดในคืนราหูอมจันทร์นั่นเท่ากับว่าดวงของลูกโยมมีพลังแห่งเงาและความมืด เป็นพลังที่คนชั่วอยากได้นักแล”“อยากได้ไปทำไมขอรับ” หลวงพิชิตเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล“เอาไปทำสิ่งไม่ดี เอ็งอย่าอยาก
“ยังไงวะ สอนข้าหน่อย” ไอ้ชดขยับเข้ามาอีกหน่อยเพราะเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่พูดเสียงดังกันได้“ตอนที่น้ำกำลังจะพุ่งมึงต้องเอาออกมาพุ่งด้านนอก” คำสอนของไอ้กล้าทำคนฟังชะงักไปนิดพลางคิดในใจว่า กูจะชักออกอย่างไรให้ทัน“มันทำได้เหรอวะ เวลานั้นกูไม่อยากเอาออกมาเลย” ไอ้ชดเอ่ยแย้ง เขาอยากกดแช่ไว้แล้วพุ่งในตัวเมียมากกว่าดึงออก“กูถึงบอกว่ามันต้องฝึกไง ไม่งั้นมึงก็หายาต้มมาให้เมียมึงกิน” ไอ้กินยาต้มนี้ไอ้ชดก็ให้เมียกินเช่นกัน แต่เมียเขามันบอกว่ามึนหัวเวลากิน ไอ้ชดเลยไม่อยากให้กินบ่อย“เอาออกมาแล้วมันจะพุ่งเหรอวะกล้า”“มึงก็เอามือรูด ๆ แรง ๆ เดี๋ยวก็พุ่งออกมา”“ไม่ท้องแน่นะ”“มันก็อยู่ที่ความสามารถของมึงไอ้ชด” กล้ายกยิ้มอย่างเป็นต่อ เพราะเขาเป็นผู้ใช้วิธีนี้ได้ผล อยากเสพสุขกับเมียเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีลูกหลายเดือนผ่านไปใบหน้าของชดแช่มชื่นเพราะอารมณ์คั่งค้างได้ปลดปล่อยทุกคืนและวิธีที่ไอ้กล้าบอกก็ได้ผลนักแล“เป็นอะไรอารมณ์ดีเชียว” ศรัณย์ถามลูกน้องคนสนิท“ไอ้ชดไม่มีลูกเพิ่มแล้วนะครับ”“เหรอ ทำไมล่ะมีเพิ่มก็ได้นี่จะได้ช่วยกันทำงาน ที่นี่มีงานให้ทำอีกเยอะ” ศรัณย์พูดถึงโรงสีข้าวขนาด
“อา...อ๊ะ ดาวพี่เสียว” เวลาร่วมรักศรัณย์จะร่ายอาคมครอบกระท่อมไว้ ฤทธิ์เดชของมนตร์นั้นทำให้คนหรือแม้แต่ผีสางเทวดาก็มองไม่เห็นว่ายามนี้เขากับดุจดารากำลังขย่มกันชานกระท่อมแทบพัง“เสียวจัง อา...อา ดาวเสียวจังค่ะ” หล่อนครางบอกเขา สายตาหล่อนปรือหวานด้วยความรัญจวนที่ได้รับเกินกว่าจะห้ามกิริยาไว้ได้“พี่ก็เสียว น้องตอดพี่ตุบ ๆ เลย” ศรัณย์เองเวลานี้เขาเองก็ไม่หลงเหลืออากัปกิริยาของสุภาพบุรุษ เวลาเช่นนี้ความเร้าใจ ความดิบเถื่อนเท่านั้นที่พวกเขาต้องการศรัณย์นอนลงโดยที่ดุจดาราล้มตัวลงทาบอยู่บนอกแกร่งจากนั้นชายหนุ่มก็ทำให้หล่อนรู้ว่าสุขจนตาลอยน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นเช่นไร เมื่อเขากระแทกจากด้านล่างทำให้ร่างบางบนอกกรีดร้องด้วยความสุขเสียวเขาเองก็ครางราวกับสัตว์ป่ากำลังโดนทำร้าย หากแต่ความจริงเขากำลังเป็นสัตว์ป่าที่กำลังเมามันในกามาที่แสนสุข“พร้อมกันดาว” เมื่อคำสั่งของเขาดังขึ้นร่างบางก็กระตุกรับความอุ่นวาบที่ไหลเข้าสู่กายสาว ใบหน้างามร้อนด้วยพิษรักแนบกับอกแกร่งหล่อนยังเสียวและกระตุกตอดเขาไม่หยุด ทั้งสองกดกายแช่ไว้ในกันและกันด้วยรู้ว่าบทรักรอบเดียวไม่เพียงพอทั้งเขาและหล่อนบทรักรอบสองเกิดขึ้นเมื่อเขา
ตอนพิเศษ 1 ทำด้วยกันได้แล้วหลังกลับจากวัดสองคนผัวเมียนั่งอยู่ที่กระท่อมชายทุ่ง ดุจดารายิ้มกับแสงแดดและสายลม“ยิ้มอะไรรึ” ศรัณย์ช้อนร่างบางของเมียรักขึ้นนั่งบนตัก กดจมูกหอมแก้มหล่อนฟอดใหญ่ วันนี้เมียรักเขาอารมณ์ชื่นบานนัก ไม่รู้ว่ายิ้มกับสิ่งใด“ก็วันนี้ดาวมีลูกให้พี่ได้ ไปวัดกับพี่ได้ บอกกับคนอื่นได้ว่าเป็นเมียพี่ศรัณย์”“พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดเช่นนั้นกับน้อง เวลานั้นพี่ต้องทำให้น้องเกลียดพี่และยอมไปจากพี่” นึกถึงคำพูดนั้นทีไรหัวใจของศรัณย์ก็ปวดร้าวทุกครา“ดาวไม่ได้โกรธแล้ว อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ เพราะคำพูดวันนั้นทำให้เรามีวันนี้อย่างไรคะ” ดุจดารายิ้มหวานให้เจ้าของตักและอ้อมกอดอบอุ่น หล่อนซุกหน้าลงบนอกกว้าง“จำได้หรือไหมว่าตรงนี้เราทำอะไรกัน” ชานกระท่อมที่ไม่มีฝาไม้ไผ่ปิดบังสายตาผู้คน คำถามนั้นทำให้ดุจดาราหน้าร้อนถ้าเขาถามอย่างนี้จะมีอะไรเล่าที่เราทำร่วมกันบนกระท่อมปลายนาเช่นนี้“น้องอายนะคะ” ปากบอกว่าอายแต่มือกลับไม่ปัดป้องยามมือใหญ่หนาลูบไล้เนินนางใต้กระโปรงและกางเกงชั้นใน“หันหน้ามาทางพี่ คร่อมพี่ไว้ ไม่ต้องอายไม่มีใครเห็น”“ตอนเป็นวิญญาณรู้ว่าไม่มีใครเห็น แต่ยามนี้น้องเป็นค
เรื่องมาลากับสมหมายผ่านไปเพียงไม่นาน ไอ้กล้าก็คลานเข่าเข้ามาหาศรัณย์ในตอนที่ชายหนุ่มอยู่ตามลำพัง ไร้เงาเมียเจ้านายและไอ้ชดคนติดเจ้านาย“มีอะไรกล้า”“คุณศรัณย์ไปขอสาวให้ผมหน่อยครับ” ขอสาว คำนี้ศรัณย์ต้องขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยได้ยินว่าไอ้กล้าจะชอบพอใคร“ใครรึ”“คนไม่ไกลนี่แหละครับ” ได้ยินมันบอกเช่นนั้นศรัณย์ยิ่งสนใจใคร่รู้ว่าคนไม่ไกลที่มันหมายถึงคือใคร“จะบอกได้หรือยัง เดี๋ยวกูก็ไม่ไปขอให้หรอก”“บอกแล้วครับบอกแล้ว นังสร้อยนะครับ” ไอ้กล้าตอบพร้อมทั้งบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย ศรัณย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าไอ้กล้าจะถูกใจสาวที่เจอหน้ากันทีไรก็มักจะวิวาทะกันเสมอ“มันอย่างไรวะไอ้กล้า ข้าไม่อยากเชื่อ” ศรัณย์ถามอย่างปรีดา ในช่วงเวลานั้นเองที่ดุจดารากับสร้อยก็เดินขึ้นเรือนมาพอดี“น้องดาวมานี่เร็ว” ดุจดาราเร่งจังหวะฝีเท้าขึ้นเมื่อผู้เป็นผัวเร่งเร้า หล่อนเดินไปยังตั่งที่สามีนั่ง หย่อนกายลงนั่งข้างกันบนตั่งไม้สักที่อยู่มุมหนึ่งของเรือน ข้างหน้าเห็นว่าไอ้กล้านั่งเหงื่อตกอยู่“มีอะไรหรือคะ” ดุจดาราเอ่ยถาม มองหน้าคนข้างกาย รอฟังสิ่งที่เขาจะเล่า“ไอ้กล้ามันให้พี่เป็นเถ้าแก่”“เป็น
“อ้าว มาลามาได้อย่างไร แล้วใครดูร้านรึ” คุณหญิงไพลินตกใจเมื่อเห็นว่ามาลา ผู้เป็นน้องสาวมาปรากฏที่ห้องนั่งเล่นของเรือนที่บางปะอินแทนที่จะอยู่ที่พระนครเพื่อดูแลร้าน“เอ่อ...เอ่อ” มาลาอ้ำอึ้ง มือวางบนหน้าขาตัวเองขย้ำกระโปรงสีหวานไปมา มาลาเป็นคนสวย แต่งตัวราวสาวสมัยใหม่ด้วยเพราะต้องดูแลร้านตัดเสื้อของพี่สาวเพราะความงามทำให้ในวัยสาวหล่อนพลาดพลั้งเผลอใจกับคู่หมั้นหนุ่ม แต่เมื่อเขาได้เชยชมสมใจกลับไม่ยอมแต่งงานอย่างที่ตกลงกันไว้ แม้จะได้ของหมั้นมาทั้งหมดแต่มาลาก็อับอายจนไม่กล้ารักใคร่ผู้ใดอีก“มีอะไรรึ อ้ำอึ้งอยู่ได้” คุณหญิงไพลินใจคอไม่ดีจึงเอ่ยถามน้องสาวอย่างอยากรู้ อาการเช่นนี้และพาตัวเองมาถึงบางปะอินคงไม่ใช่เรื่องขี้ปะติ๋วเป็นแน่“ฮือ...ฮือ ฉันท้องจ้ะพี่ไพลิน” คำตอบของมาลาทำให้คุณหญิงไพลินและดุจดาราเบิกตากว้างด้วยไม่อยากเชื่อว่ามาลาจะท้อง ในเมื่อหล่อนไม่มีคนรักหรือสามี จะท้องได้อย่างไร“ท้อง!!!” คุณหญิงไพลินลุกขึ้นยืนกำมือแน่นด้วยความโมโห“ฮือ ๆ” มาลาร้องไห้ตัวโยน น้ำตาของหล่อนไหลอาบทั้งสองแก้ม ดุจดาราจำต้องรีบเข้าไปโอบกอดผู้เป็นน้าไว้แน่น“ใจเย็นก่อนค่ะแม่” ดุจดาราผู้ไม่เคยเห็นแม่ของหล่







